ในวันที่ท้องฟ้ายามค่ำคืน อันแสนสวยงามเต็มไปด้วยหมู่ดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้า ใช่มันสวย สวยงามมากๆ การที่ได้มองจุดแสงเล็กๆบนท้องฟ้า บนพื้นสีดำ มันทำให้รู้สึกว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความสุข ยิ่งมองนานเท่าไร่ ก็รู้สึกถึงความสงบ เหมือนได้ดำดิ่ง สู่ความมืดมิด
"เฮ้อ...สวยจัง" เสียงของชายคนหนึ่งที่นอนมองท้องฟ้า กลางทุ่งหญ้าสีเขียว เพียงลำพัง ชายคนนี้มีร่างท้วมออกไปทางอ้วน สูงอยู่ที่ 170 เิเ เขานอนมองท้องฟ้านี้มานานร่วม ชั่วโมงแล้ว แล้วไม่มีทีท่าที่จะลุกไปที่อื่นเสียด้วย นี้ก็เป็เวลาเที่ยงคืนครึ่งแล้ว หากปกติคนเขาควรที่จะรู้สึกง่วง แต่ชายคนนี้กลับยังคงไม่รู้สึกง่วงนอน ถึงเขาจะรู้สึกถึงความแตกต่างนี้ แต่ชายคนนี้กลับไม่ได้สนใจ เขายังคงนอน นอนอยู่อย่างนั้นไปเรื่อย โดยที่มองไปที่ท้องฟ้าอย่างไรจุดหมาย มองไปจนกระทั่งเริ่มมีดวงดาวตกไปยังขอบฟ้า ชายคนนั้นก็ยังคงมองดวงดาวที่ตกไปยังขอบฟ้าเรื่อยๆ เขามองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงดาว
แต่แล้วในความมืดมิดก็มีจุดแสงดวงใหม่ปรากฎขึ้น จากจุดเล็กเท่าปลายเข็มจนมีขนาดเท่าหลอดไฟกลมๆดวงเล็กในเวลาเพียงไม่นาน และมันก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
ปรากฎการณ์นี้ ชายคนนั้นเฝ้ามองตลอด คิ้วทั้งสองที่ผ่อนคลายเริ่มขมวดกันด้วยความยุ่งเหยิ่งที่มากขึ้น ตามขนาดของแสงจากฟ้าดวงนั้น
ไม่กี่อึดใจต่อมาดวงแสงก็ได้แล่นผ่านหัวของชายคนนั้นไป แล้วมีเสียงของบางอย่างที่ใหญ่และหนักกระแทกกับพื้นดินอย่างแรงและดังสนั่น เสียงที่เกิดขึ้นน่าจะดังไปไกลสัก 2-3 กิโลเมตรได้
ชายคนนั้นที่นอนอยู่ที่ทุ่งหญ้า ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เหมือนกันสิ่งที่เกิดขึ้นเป็อุบัติเหตุธรรดาทั่วไป เช่นรถชนกัน หรือเพียงเครื่องบินตกลงมาจากฟ้า แต่ภายในหัวของเขาไม้ได้คิดเช่นนั้น เพราะภายในหัวของเขานั้นกระวนกระวาย เต็มไปด้วยความคิดด้านลบ
สถานที่ที่วัตถุตกนั้นห่างจากเขาไปราว 2-3 กิโลเมตร เห็นจะได้ ในระหว่างทางที่เดินเข้าไปใกล้นั้น เขาก็ถามตัวเองตลอดเวลาว่า
“ฉันมาที่นี้ทำไม ทำไมไม่หนี้ไป”
“มันคืออะไร…มันอาจจะเป็มนุษย์ต่างดาวมาบุกโลกก็ได้ ฉันต้องหนี้ไป”
ใช่ครับชายหนุ่มคนนี้เป็เพียงคนขี้คลาดคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ถึงกระนั้นชายคนนั้นก็ยังคงเดินหน้าต่อไป เหมือนกับมีสิ่งดลใจให้เขาเข้าไป เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาถึงจุดตกกระแทกของวัตถุดังกล่าว แต่ก็เห็นเพียงแค่ร่องรอยของการไถลตัวของวัตถุนั้น เขาเดินตามรอยนั้นไปอีก 800 เมตร จึงได้พบกับ วัตถุดังกล่าว มันเป็ทรงกลมสีดำกลมเกลี้ยง รอบทรงกลมนั้นระอุไปด้วยไอความร้อนที่เกิดขึ้นจากการที่มันทะลุชั้นบรรยากาศมาด้วยความเร็วสูง ชายหนุ่มเข้าไปใกล้กับทรงกลมขึ้นเรื่อยๆ จนััได้ว่ามันเย็นลง เขาก็เริ่มเอามือเข้าไปแตะ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาคลำทรงกลมนั้นอยู่นาน
จนกระทั่งมือของเขาไปโดนเข้ากับกลไกบางอย่างเข้า หลังจากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกับทรงกลมนั้น มันมีแสงสว่างทะลุออกมาจากทรงกลมนั้น
และแล้วทรงกลมนั้นก็ได้เปิดออกมา ควันสีขาวโพยพุ่งออกมาจากทรงกลมนั้น เมื่อควันสีขาวจางลงก็ได้ปรากฎสิ่งที่ทำให้ชายคนนั้นตกตลึง
เขาได้พบกับหญิงสาวที่นอนสลบไสลอยู่ภายในทรงกลมนี้ เธอใส่ชุดที่ดูแปลกตาสีดำแกมเทา ที่ออกแบบมาให้ดูทะมัดทะแมง เหมาะแก่การที่ต้องเคลื่อนไหวที่้าความคล่องตัวสูง หากให้เข้าใจง่ายๆ มันคือชุดออกแบบมาเพื่อลอบเร้น บนตัวของเธอมีชุดดังกล่าว และที่คอของเธอสวมสร้อยคอที่ติดกับอัญมณีสีแดงสด ที่แทบจะออกเป็สีเื รอบตัวของเธอมีรอยคราบเื กระจายเป็จุดเล็กๆทั่วภายในทรงกลมนั้น และเมื่อสังเกตดีๆ บนตัวของเธอมีรอยแผลมากมาย ใช่แล้วเธอสลบไปเพราะหนีจากบางสิ่งที่ทำร้ายเธอ และเธอก็หมดสติจากการเสียเื นั้นอาจเป็สาเหตุให้วัตถุทรงนี้หล่นลงมาที่นี้
‘ใช่แล้วเธอาเ็ ซึ่งน่าจะอาการสาหัส ต้องช่วยเธอ เราจะยอมให้ใครมาายต่อหน้าโดยที่ไม่ทำอะไร ไม่ได้!!!’ เมื่อคิดได้ดังนี้เขาก็เริ่มเข้าไปภายในทรงกลมนั้น แล้วนำเธอออกมา
‘ใช้แล้วเรามีรถนี่ เราต้องพาเธอไปรักษา’ เมื่อคิดได้ดังนั้นชายคนนั้นก็รีบอุ้มเธอในทางอุ้มเ้าหญิง แล้ววิ่งไปที่รถของเขา ซึ่งเป็รถยนต์กระบะ ที่ห่างจากที่นี้ 2-3 กิโลเมตร
‘บ้าเอ่ย...ตัวเธอหนัก...หนักมาก เมื่อไรจะถึงเนี่ย’ ชายคนนี้อุ้มเธอมาอย่างทุลักทุเล ไม่รู้นานเท่าไร แต่ก็มาถึงรถยนต์กระบะของเขาจนได้
เขานำเธอเข้าไปในรถฝั่งผู้โดยสาร จากนั้นก็เอาแขนทั้งสองข้างปาดเหงื่อที่หน้าผาก จากนั้นก็ยืนหายใจเขาออกอยู่พักใหญ่จากนั้นก็วิ่งไปฝั่งคนขับ แล้วขับพุ่งออกไป จุดหมายของเขาก็คือโรงพยาบาล