บทที่ 19 เสี่ยวหง
เกือบหนึ่งชั่วโมง… ผมอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ ดูเหมือนว่าต้าเหว่ยยังมีโชคดีอยู่ ความเงียบปกคลุมไปพักใหญ่ผมก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามประโยคหนึ่ง
“คุณคือเสี่ยวหงเหรอ” ในเมืองมีคนเป็ ๆ อยู่แค่สามคน ถ้าผมเดาไม่ผิด เธอต้องเป็เสี่ยวหงแน่ ๆ
“ทำไมงั้นเหรอ… ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไง ลุงอวี้บอกคุณเหรอ ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าตาแก่นั่นไม่ยอมเปลี่ยนใจ” เสี่ยวหงเล่นผมของเธอ น้ำเสียงน่าฟังมาก
“ก็ไม่เชิง เขาแค่บอกพวกเราเื่ยายหวัง…” เสี่ยวหงหัวเราะเ็า เปิดปากพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ยายหวังเหรอ ก็แค่ยายแก่ ๆ ที่เหลือแต่ร่างกายเปล่า ๆ เท่านั้นแหละ มีอะไรน่ากลัวไปกว่านั้น ส่วนลุงอวี้นั่นนอกจากจะใช้ไหวพริบเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้แล้ว ที่เหลือก็แทบจะเป็ขยะชัดๆ” ผมไม่กล้าส่งเสียง เสี่ยวหงคนนี้ดูท่าจะไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าผมพูดคำว่าไม่ ใครจะไปรู้ว่าเธออาจจะตบผมปลิวไปไกล ๆ ก็ได้
“เขายังพูดอะไรกับคุณอีกไหม” เสี่ยวหงถามต่อผมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าลุงอวี้เป็ขยะ แต่ตอนนี้กลับทำท่าเป็ห่วงมาก ผู้หญิงเปลี่ยนใจง่ายขนาดนี้เลยเหรอ ผมบ่นในใจ แต่ก่อนเปิดปากพูดว่า
“เขาแค่หลอกพวกเราให้มาแสดงเป็คนตาย ที่นี่จริง ๆ แล้วเป็ที่แบบไหนเขาก็ไม่ได้บอกพวกเราอย่างชัดเจน ส่วนเื่คุณกับยายหวัง เขายิ่งไม่ได้พูดอะไรเลย”
“คุณพูดจริงเหรอ” เสี่ยวหงเลิกคิ้ว ท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ผมพยักหน้าหนักแน่น ถึงแม้คำพูดนี้จะไม่ทั้งหมดจริง แต่ก็ไม่ได้โกหก
เสี่ยวหงมองผมครั้งหนึ่ง เหมือนกำลังระลึกความหลัง เธอไม่เหมือนลุงอวี้ที่พูดอ้อมค้อม เธอเล่าเื่เกี่ยวกับเมืองสี่เหลี่ยมนี้ให้ผมฟังไม่น้อยเลย
เธอบอกว่าเื่ราวเริ่มต้นขึ้นใน่ปลายราชวงศ์ิ ตอนที่เกิดการก่อฏของชาวนาครั้งใหญ่ หัวหน้าฏคนหนึ่งชื่อหวังเจียอิ้น ยึดครองซานซีได้ และได้พบกับาาปีศาจสวมเกราะเหล็กแห่งซานซีที่นี่
าาปีศาจองค์นี้ร้ายกาจมากผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งภายใต้การบัญชาการของหวังเจียอิ้นได้ผนึกาาปีศาจไว้ในสุสานใต้ดินแห่งนี้ และทิ้งสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งไว้ นั่นคือ ‘กระจกหยินหยางเจ็ดดารา’
กระจกหยินหยางเจ็ดดารานี้ไม่ใช่ของธรรมดา มันลึกลับอย่างยิ่ง และมีพลังทำลายล้างมหาศาล ผู้เชี่ยวชาญข้างกายหวังเจียอิ้นได้ทิ้งกองทัพของตระกูลไว้ให้อาศัยอยู่เหนือสุสาน ค่อย ๆ พัฒนาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ กลายเป็หมู่บ้านขนาดใหญ่
ในสมัยสาธารณรัฐจีน เ้าแคว้นต่างต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกัน คนชั่วกระจายตัวไปทั่ว บ้านเมืองเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ด้านลูกสาวของหัวหน้าตระกูลถูกทหารเ้าแคว้นที่ประจำการอยู่ในเมืองสือฟางถูกข่มขืนในคืนวันแต่งงาน และเ้าบ่าวก็ถูกฆ่าตาย
หัวหน้าตระกูลโกรธจัด จึงปล่อยาาปีศาจออกมา กำจัดเ้าแคว้นทั้งหมด แต่าาปีศาจกลับควบคุมไม่ได้ เขาฆ่าคนในหมู่บ้านเกือบหมด หัวหน้าตระกูลเสียใจมาก แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว ไม่มีทางแก้ไขได้
เพื่อไม่ให้าาปีศาจออกไปทำร้ายผู้คน เขาจึงใช้กระจกหยินหยางเจ็ดดาราเปลี่ยนหมู่บ้านทั้งหมดให้กลายเป็เมืองผีเพื่อกักขังาาปีศาจไว้อีกครั้ง
หลังจากกระจกหยินหยางเจ็ดดาราปรากฏขึ้น ก็ดึงดูดให้คนแปลกหน้ามากมายมาที่นี่เพื่อแย่งชิงสมบัติ พวกเขาเอาชนะาาปีศาจได้แต่กลับติดอยู่ในเมืองสือฟางแห่งนี้ ทนทุกข์ทรมานทุกวันทุกคืน พูดถึงตรงนี้ เสี่ยวหงก็ไม่พูดต่อ ผมร้อนใจ รีบเอ่ยถามว่า
“แล้วยังไงต่อ”
“แล้วยังไงเหรอก็ไม่มีอะไรต่อแล้ว มีแค่ฉัน ลุงอวี้ และยายหวังที่รอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้” เสี่ยวหงตะคอกใส่อย่างดุดัน ก่อนจะหาวแล้วบอกว่าง่วงนอนแล้วไม่ยอมพูดอะไรอีก
เล่าเื่แค่ครึ่งเดียว เหมือนลุงอวี้ไม่มีผิด ผมสบถในใจสองสามคำ รู้แค่เื่งี่เง่านี้จะมีประโยชน์อะไร ผมอยากรู้ว่าจะออกไปได้ยังไงมากกว่า ผมถอนหายใจไม่ง่วงเลยสักนิด ส่วนต้าเหว่ยที่อยู่ข้าง ๆ นอนสบายมาก แถมยังกรนอีกต่างหาก ทำเอาผมปวดหัวไปหมด
ขยับขาโผล่ไปมองข้างนอกใกล้จะสว่างแล้ว ถ้าไม่มีหมอกปกคลุมอยู่ ต้องเป็วันที่อากาศดีมากแน่ ๆ ผมยกขาขึ้นมา พบว่าไม่เจ็บเท่าเมื่อวานแล้ว ดูเหมือนเสี่ยวหงจะมีมโนธรรมอยู่บ้างที่ไม่ได้วางยาพวกเรา
อารมณ์ผมก็สงบลงไม่น้อยหมุนตัวไปมาอย่างสบาย ๆ แต่กลับชนเข้ากับใบหน้าขาวสะอาดอย่างกะทันหัน ผมใจนสะดุ้งเป็เด็กประหลาดที่ถูกเสี่ยวหง เรียกว่า เด็กดี
ผมเห็นเด็กแล้วใจก็เต้นตึกตักไม่เป็จังหวะไม่รู้ว่าเป็เพราะเด็กนี่ใช้มนต์หลอกหลอนหรืออะไร โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นแม้แต่จะมองก็ไม่กล้า
ผมยิ้มแหย ๆ แล้วก็ถอยหลังหนีโดยไม่รู้ตัว เด็กคนนั้นเห็นปฏิกิริยาของผมแล้วดูเหมือนจะยิ่งตื่นเต้น ยิ้มกว้างจนแทบจะถึงหลังหู ผมกระตุกมุมปากเล็กน้อยนี่มันเป็อะไรกันแน่นะ
“เด็กดี กลับมา” เสียงดังมาจากห้องด้านใน เมื่อเขาได้ยินแล้วก็เหมือนทำท่าเหมือนลูกโป่งถูกปล่อยลมจนแฟบ ไม่พูดอะไรสักคำก็เดินกลับเข้าไปในห้อง ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกโชคดีที่เด็กคนนี้ค่อนข้างเชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นถ้าผมต้องอยู่ในห้องเดียวกับเด็กนั่นผมต้องเครียดตายแน่ ๆ
ผมเขย่าตัวต้าเหว่ยที่อยู่ข้าง ๆ แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ หัวใจผมเต้นตึกตักทันที รีบคว้ามือเขาไว้มือต้าเหว่ยเย็นเฉียบมากจนผมเริ่มกลัวแล้ว รีบะโไปทางห้องด้านใน
“เสี่ยวหง เธอรีบออกมาเร็ว มาดูสิว่า ต้าเหว่ย เป็อะไรไป…” ผมไม่อยากให้เกิดเื่ที่ผมไม่อยากเห็นที่สุดขึ้นเลย ผมจึงได้แต่ขอความช่วยเหลือจากเสี่ยวหง
ไม่นานเสี่ยวหงก็เดินออกมาจากห้องด้านในโดยที่ยังไม่ทันได้ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะสนใจมีแต่ความร้อนใจที่มองไปที่ต้าเหว่ยเมื่อกี้ยังกรนหลับสนิทดี ๆ อยู่เลย ตอนนี้กลับไม่มีลมหายใจเลยแม้แต่นิดเดียว มือก็เย็นเฉียบ… เสี่ยวหงก็ขมวดคิ้วถามผมด้วยสีหน้าเ็า
“ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับาเ็อะไรมาหรือเปล่า” ได้ยินแบบนั้น ผมก็ชะงักไปครู่หนึ่ง าเ็นอกจากที่ยายหวังเหลาไท่คนนั้นวางยา เขาไม่น่าจะเคยได้รับาเ็อะไรมาก่อนเลยนะ
ผมคิดอยู่สักพักแล้วก็ส่ายหน้า แต่เสี่ยวหงกลับดูไม่พอใจกับคำตอบนี้ เธอหยิบขวดยาเม็ดออกมาจากอกบอกให้ผมเปิดปากต้าเหว่ยออก ผมก็รีบทำตาม เมื่อต้าเหว่ยกลืนยาเม็ดหนึ่งลงไป ไม่กี่นาทีต้าเหว่ยก็เริ่มมีอาการไอรุนแรงขึ้นมา เหมือนคนป่วยหนัก แต่ผมกลับวางใจตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ อะไร ๆ ก็ได้ทั้งนั้น ผมมองไปที่เสี่ยวหงด้วยความซาบซึ้ง แล้วถามออกไปว่า
“เธอให้เขากินอะไรเข้าไป”
“ยาอมฟื้นฟูเป็ยาวิเศษที่สามารถทำให้คนฟื้นคืนชีพได้ พี่ชายคนนี้ของคุณโชคดีมากถึงแม้จะใกล้ตายแล้ว แต่ก็ยังพยายามดิ้นรนต่อสู้ เขาโชคดีที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ” เสี่ยวหงพูดราวกับกำลังพูดกับตัวเอง ขณะที่เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ผมก็รู้สึกไม่สบายใจ สภาพของต้าเหว่ยตอนนี้ ผมคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ผมไว้ใจลุงอวี้มากเกินไปั้แ่แรก การที่พี่ชายต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้ใครก็คงรู้สึกเศร้าใจผมตบหลังต้าเหว่ยเบา ๆ พร้อมกับถามเสี่ยวหงว่า
“กว่าอาการของเขาจะดีขึ้นต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน” เสี่ยวหงครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะส่ายหัวและพูดว่า
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ต้องดูที่ร่างกายของเขาด้วย พิษกู่นี่นะใครก็คาดเดาไม่ได้หรอก”
ผมพยักหน้าเบา ๆ ดูเหมือนว่าพวกเราอาจจะต้องอยู่ที่บ้านของเสี่ยวหงต่ออีกสักพักบอกตามตรงนะ นอกจากเด็กปีศาจนั่นแล้ว บ้านของเสี่ยวหงก็ไม่มีอะไรพิเศษเลย