ใต้แสงสลัวรางจากไฟฉายคาดหัว จระเข้ตัวนำหน้ากำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างมันกับทั้งสองคนลดลงเหลือไม่ถึงห้าเมตร
สีหน้าของเซียวอิ่งหย่งซีดเผือดสลับตื่นตระหนก เธอหันขวับไปมองฉินจง "พี่ฉิน ยังไม่ยิงอีกเหรอคะ?"
ฉินจงสูดหายใจลึก เขาวางมือกดไหล่เธอไว้เบา ๆ แล้วกระซิบเตือน "อย่าเพิ่ง รีบไม่ได้ ให้มันเข้ามาใกล้อีกนิด เราต้องมั่นใจว่าจะเก็บมันได้ในนัดเดียว ไม่อย่างนั้นถ้ามันพุ่งชาร์จขึ้นมา เราสองคนจบเห่แน่"
แม้หัวไหล่จะสั่นระริกด้วยความตึงเครียด แต่เซียวอิ่งหย่งก็พยายามข่มใจ อดทนสะกดกลั้นสัญชาตญาณที่จะเหนี่ยวไกเอาไว้ สองสายตาจับจ้องไปยังจระเข้ที่รุกคืบเข้ามาทีละนิด
วินาทีนั้นราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ฉินจงกลั้นหายใจ ตาไม่กะพริบ รอจนมันคืบคลานเข้ามาใกล้อีกสองเมตร นิ้วของเขาก็ปล่อยสายทันที!
พริบตาที่ฉินจงลั่นไก แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้นตรงหน้า ฉินจงและเซียวอิ่งหย่งยิงหน้าไม้สั้นออกไปพร้อมกัน
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้น ลูกดอกหน้าไม้หนึ่งดอกและลูกเหล็กหนึ่งนัดพุ่งเจาะทะลวงเข้าเบ้าตาของจระเข้สองตัวอย่างแม่นยำ
จระเข้ตัวที่โดนลูกดอกหน้าไม้สะบัดตัวม้วนตลบตกลงไปในน้ำ ส่วนตัวที่โดนลูกเหล็กอัดเข้าเต็มตาก็หงายท้องชี้ฟ้าทันที
เมื่อเห็นว่าการโจมตีได้ผล ทั้งคู่ต่างโล่งอกและดีใจ แต่ก็ไม่กล้าประมาท รีบขึ้นสายอาวุธใหม่อีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันไร สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายปูั์สามตัวก็โผล่พรวด พุ่งตรงเข้าหาซากจระเข้ที่เพิ่งตายอย่างบ้าคลั่ง
ถึงตรงนี้ ฉินจงพลันนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยเห็นสิ่งมีชีวิตชนิดนี้จากรายการสารคดีสัตว์โลก มันคือปูแมงมุม หรือที่เรียกกันว่าปูแมงมุมั์ ไม่ก็เรียกว่าปูฆาตกร
เขาจำได้ราง ๆ ว่ารายการเคยอธิบายไว้ ปูแมงมุมพวกนี้มีขาคู่หน้าขนาดมหึมาผิดกับปูทั่วไป เวลากางก้ามออกอาจกว้างได้ถึงสี่เมตร ก้ามอันทรงพลังและแข็งแกร่งนั้นคืออาวุธล่าสังหารชั้นยอด นอกจากมนุษย์แล้ว แม้แต่ฉลามก็ยังเคยตกเป็เมนูอาหารของมันมาแล้ว
ตอนดูผ่านหน้าจอ ฉินจงก็ทึ่งในความน่าสะพรึงกลัวของมันจนติดตา แต่พอมาเห็นของจริงตรงหน้า ความเย็นเยียบก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง สั่นประสาทกว่าเดิมหลายเท่า!
ตูม!
เสียงน้ำสาดกระเซ็นดังขึ้นจากใตู้เาจำลอง ทั้งสองหันขวับไปมอง พบจระเข้อีกสี่ตัวกำลังตะเกียกตะกายปีนขึ้นมา
เซียวอิ่งหย่งรีบคลำหากระบอกใส่ลูกดอกข้างตัว ก่อนจะอุทานเสียงหลง "แย่แล้วพี่ฉิน! ตอนตกน้ำ ลูกดอกหน้าไม้หล่นหายไปในน้ำหมดเลย!"
"ไม่ต้องกลัว ฉันยังมีลูกเหล็ก..."
ฉินจงพูดยังไม่ทันจบ พอลองคลำตามตัว ขวดใส่ลูกเหล็กก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน เขาใจหายวาบ รีบเช็กช่องบรรจุะุทันที หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าเหลือลูกเหล็กติดค้างอยู่แค่สองนัดสุดท้ายเท่านั้น
จระเข้ทั้งสี่ตัวที่ปีนขึ้นมาไม่ได้พุ่งเข้าหาพวกเขาทันที แต่กลับปรี่เข้าไปรุมทึ้งซากจระเข้ตัวที่ตาย แย่งชิงเหยื่อกับปูแมงมุมทั้งสามตัว ปากกว้างที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมเผยความดุร้ายน่าขวัญผวา
ขณะเดียวกัน ผิวน้ำเบื้องล่างก็กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เืสด ๆ ย้อมสายน้ำจนแดงฉานเดือดพล่าน ที่แท้มีฉลามอีกสามตัวกำลังรุมฉีกกระชากซากจระเข้ตัวที่เซียวอิ่งหย่งยิงตาบอดไปก่อนหน้านี้
ภาพนรกตรงหน้าทำเอาทั้งฉินจงและเซียวอิ่งหย่งหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ฉินจงคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ซากจระเข้แค่ตัวเดียวไม่มีทางทำให้พวกสัตว์ประหลาดกระหายเืทั้งเจ็ดตัวนี้อิ่มได้แน่ และเมื่อซากนั้นหมดลง เป้าหมายต่อไปของพวกมันก็คือเขากับเด็กสาว
คิดได้ดังนั้น ฉินจงรีบกวาดสายตามองรอบทิศ แต่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ความมืดมิดครอบคลุมจนแทบมองไม่เห็นอะไร ทำให้ไม่รู้เลยว่าจะต้องหนีไปทางไหน
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้คิดจะลงน้ำ ในน้ำก็มีทั้งฉลามทั้งจระเข้ดักรออยู่ พริบตานั้นความรู้สึกสิ้นหวังเหมือนเดินมาถึงทางตันก็ถาโถมเข้าใส่จนร่างของเขาเย็นเฉียบ
"พี่ฉิน... พวกเรา จะไม่รอดแล้วใช่ไหมคะ"
เซียวอิ่งหย่งมองดูซากจระเข้ที่กำลังถูกรุมแทะจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ฟันของเธอสั่นกระทบกันดังกึก ดวงตาฉายแววสิ้นหวังขณะมองฉินจง
"ยังไม่ถึงคราวตายสักหน่อย"
แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่ฉินจงก็พยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่งที่สุด เขาสะพายหน้าไม้สั้นไว้ด้านหลัง แล้วชักดาบเหมียวเตาข้างเอวออกมา สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ตัดสินเป็ตาย
"พี่ฉินดูนั่นสิคะ! นั่นอะไรน่ะ?"
จู่ ๆ เซียวอิ่งหย่งก็ชี้นิ้วไปยังแผ่นไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ลอยตุ๊บป่องอยู่บนผิวน้ำ ฉินจงเพ่งสายตามอง เห็นเส้นสายตัดสลับกันไปมาคล้ายแผนที่ผังเส้นทาง หัวใจพลันมีความหวังขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าอยู่ไม่ไกล เขาจึงรีบพุ่งตัวไปคว้าขึ้นมา
ทั้งคู่ช่วยกันกางแผ่นไม้นั้นออก เซียวอิ่งหย่งโพล่งขึ้นทันที "พี่ฉิน นี่มันแผนผังของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลนี่คะ! ดูสิ ตรงนี้คือทางเข้า ตรงนี้โถงกลาง ตรงนี้โซนจระเข้ ตรงนี้โซนปลาปิรันย่า แล้วตรงนี้ก็คือโซนปูั์..."
"เอ๊ะ!"
พอฉินจงกวาดตามองเทียบกับสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาก็สูดหายใจเฮือกใหญ่ "นี่มัน... เวรเอ๊ย! ที่แท้พวกเราก็ยืนอยู่ตรงโซนกิ้งก่าั์!"
ได้ยินแบบนั้น เซียวอิ่งหย่งก็ขนลุกซู่ เธอรีบหันมองซ้ายขวาตามสัญชาตญาณ "พี่ฉิน... กิ้งก่าั์มันน่ากลัวกว่าจระเข้อีกเหรอคะ"
ฉินจงพยักหน้า สีหน้าเคร่งขรึม กิ้งก่าั์เป็สัตว์กินซากที่มีนิสัยดุร้ายและตะกละตะกลามยิ่งกว่าจระเข้เสียอีก แม้แต่ซากพวกเดียวกันเองมันยังกินไม่เลือก
และที่วิกฤตที่สุดคือน้ำลายของมันเต็มไปด้วยเชื้อโรคร้ายแรง ขอแค่โดนมันกัดเข้าไปคำเดียว ต่อให้หนีรอดไปได้ สุดท้ายก็ต้องนอนรอความตายจากพิษาแและเชื้อไวรัสกัดกินอยู่ดี
เมื่อเทียบกับแผนที่ ทั้งคู่ก็กระจ่างแจ้งทันที ูเาจำลองที่พวกเขาเหยียบอยู่ตอนนี้ แท้จริงแล้วก็คือรังของพวกกิ้งก่าั์ในโซนกิ้งก่าั์นี่เอง!
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตั้งหลัก ก้อนหินก้อนหนึ่งใต้เท้าของฉินจงพลันขยับไหว แปรเปลี่ยนเป็เงาร่างสายหนึ่งพุ่งจู่โจมเข้าใส่เขาทันควัน! ฉินจงััได้ถึงอันตราย รีบดีดตัวถอยหลังหลบ แต่ก็ยังช้าไปครึ่งจังหวะ
ที่แท้หินก้อนนั้นคือกิ้งก่าั์ตัวหนึ่ง! เ้าสัตว์ร้ายตัวนี้มีความอดทนเป็เลิศ มันซุ่มซ่อนนิ่งสนิทมาตลอดเพื่อรอจังหวะเผด็จศึก
ด้วยความมืดสลัวรอบด้าน ประกอบกับความสนใจของทั้งคู่ถูกพวกจระเข้ดึงไปหมด ต่อให้กิ้งก่าั์ตัวนี้จะหมอบอยู่ใกล้แค่เอื้อม พวกเขาก็สังเกตไม่เห็น อีกทั้งเกล็ดบนตัวของมันยังมีสีและลวดลายกลืนไปกับโขดหินอย่างแเี หากไม่เพ่งดูให้ดี ไม่มีทางมองออกเลยสักนิด
กิ้งก่าั์พุ่งกระโจนขึ้นมา งับเขี้ยวเข้าใส่ขาซ้ายของฉินจงเต็มแรง!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกะเืดังลั่น ฉินจงรู้สึกปวดร้าวเหมือนหน้าแข้งจะหักสะบั้น เขาขบกรามแน่น สะกดกลั้นความเ็ปแสนสาหัส แล้วเงื้อดาบเหมียวเตาฟันสวนลงไปสุดแรงเกิด!
ฉับ!
คมดาบสับเข้ากลางร่างกิ้งก่าั์จนเนื้อขาดกระจุย เืสดสาดกระจาย มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างดิ้นพล่านกลิ้งไถลตกจากูเาจำลอง ก่อนจะโดนจระเข้กับปูแมงมุมด้านล่างกรูเข้ามารุมขย้ำกลืนกินในชั่วพริบตา
ฉินจงกัดฟันสะกดความเจ็บ รีบก้มลงตรวจดูาแที่ขา โชคยังดีที่ชุดกันแทงช่วยซับแรงเอาไว้ แม้หน้าแข้งจะเ็ประบมอย่างหนัก แต่เคราะห์ดีที่ิัไม่ฉีกขาดและไม่โดนฟันของมันเจาะทะลุ
ทางด้านเซียวอิ่งหย่งใจนแทบช็อก ตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ฉินจงเห็นความหวาดกลัวที่เอ่อล้นในแววตาของเด็กสาวได้อย่างชัดเจน
"รีบดูแผนที่ต่อ เร็วเข้า! หาทางหนีอื่น เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!"
ฉินจงไม่ปล่อยให้เสียเวลา รีบก้มลงดูแผนที่ร่วมกับเซียวอิ่งหย่งอีกครั้ง บนแผนที่ระบุว่าข้างโซนกิ้งก่าั์มีทางเดินสำหรับพนักงาน ซึ่งจะหักเลี้ยวเป็มุมฉากสองครั้ง และที่ปลายทางมีป้ายกำกับว่า 'ทางหนีไฟ'
เมื่อเห็นว่ายังมีหนทางรอด ทั้งคู่ก็ใจชื้นขึ้นมา ฉินจงเงยหน้ากวาดสายตามองฝ่าความมืด ไม่นานก็เห็นเงาดำตะคุ่มอยู่ไกล ๆ คาดว่าน่าจะเป็ทางเข้าของทางเดินสำหรับพนักงาน ทว่าด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลจึงมองเห็นไม่ชัดเจนนัก
ฉินจงคิดในใจ ถ้าขืนปักหลักอยู่ตรงนี้ รอจนพวกมันรุมกินซากศพเสร็จ เหยื่อรายต่อไปต้องเป็พวกเราแน่ ไม่ว่าทางข้างหน้านั่นจะเป็ทางรอดจริงหรือไม่ ตอนนี้ก็มีแต่ต้องเสี่ยงดูเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอีกเดี๋ยวคงไม่มีโอกาสได้หนีอีกแล้ว
เมื่อตัดสินใจเด็ดขาด ฉินจงจึงหันไปมองเซียวอิ่งหย่ง "เสี่ยวอิ่ง ไม่ต้องกลัว ทางข้างหน้าอาจเป็ทางรอดเดียวของเรา ลองลุยเสี่ยงดูสักตั้ง เราต้องรอดไปได้แน่!"
แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกด้วยความกลัว แต่เซียวอิ่งหย่งก็รู้ดีว่าถ้าไม่เสี่ยงตอนนี้ก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว เธอพยายามข่มความตระหนกในใจแล้วตอบเสียงสั่น "พี่ฉิน... หนูไม่กลัวค่ะ!"
ฉินจงยืดเส้นยืดสายพลางเอ่ยปลอบ "ตอนนี้กลัวไปก็ไม่มีประโยชน์ ไปเถอะ ขี่หลังฉันมา เดี๋ยวฉันพาว่ายข้ามไปเอง"
เซียวอิ่งหย่งส่ายหน้า "พี่ฉิน ไม่เป็ไรค่ะ หนูว่ายน้ำเป็"
ฉินจงพยักหน้า ไม่เสียเวลาพูดพร่ำ ทั้งสองคนจัดแจงสัมภาระให้กระชับ แล้วอาศัยจังหวะที่ฝูงจระเข้กับปูั์ก้ามก้ามกำลังรุมฉีกทึ้งซากเหยื่อ แอบลอบหย่อนตัวลงน้ำจากด้านหลังูเาจำลองอย่างเงียบกริบ
แม้การลงน้ำจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่การนั่งรออยู่บนูเาจำลองก็ไม่ต่างอะไรกับการรอความตาย ในเมื่อผลลัพธ์ไม่ต่างกัน สู้เอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อคว้าโอกาสรอด ย่อมดีกว่ายอมจำนนอย่างไร้ทางสู้!