ท่ามกลางเศษซากต้นไม้ใหญ่
ลูคัสนอนแผ่หลาราวกับหลับไป จากนั้นไม่นานเด็กชายก็ยันตัวขึ้นเขาถอดชุดที่เปื้อนเืแห้งกรังออก
เสื้อตัวนี้อาเธอร์ให้เป็ของขวัญวันเกิดเมื่อสองปีที่แล้วแต่ตอนนี้มันกลับมีสภาพยับเยินขาดวิ่นจนไม่สามารถซ่อมได้อีก เด็กชายเริ่มพับมันเก็บลงกระเป๋าอย่างนุ่มนวลาแยาวที่หลังแม้เืจะหยุดไหลแต่ก็ดูน่ากลัวเป็อย่างมากตนจึงลากสังขารไปริมธารน้ำเพื่อล้างตัว
หลังผ่านความเป็ความตายในครั้งนี้ทำให้ลูคัสตระหนักถึงความอ่อนด้อยของตัวเองนี่จะเป็แรงกระตุนให้เขามั่นฝึกฝนขณะนี้ในจิติญญาปรากฏผลึกสีแดงส่องสว่างอยู่หกลูกรายล้อมหยดน้ำทิพย์ทั้งเก้า ลูคัสรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าหากผสานทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันก็สามารถเข้าสู่กระบวนการจุติและทะลวงไปสู่อาณาจักรพลังที่2 ได้
เด็กชายเดินไปยังถ้ำหินใกล้ๆธารน้ำก่อนนั่งลง "เข้าสู่กระบวนการจุติ"
เขาสั่งให้ผลึกแดงและหยดน้ำทิพย์ในจิติญญาลอยเข้าหากันอย่างช้าๆ "ผสาน" ผลึกแดงค่อยๆลอยเข้าหากันก่อนเปลี่ยนสถานภาพเป็ของเหลวเมื่อรวมกันแล้วตนสั่งให้หยดน้ำทิพย์ทั้งเก้าห่อหุ้มผลึกพวกนั้นอีกที
บรรยากาศภายนอกล้วนเงียบสงัดแต่ภายในจิติญญาของเขาราวกับมีขีปนาวุธลูกใหญ่ยิงถล่มเป็ระลอก
ตันเถียนสั่นเครือราวกับหม้อต้มน้ำพลังปราณข้างในกำลังเดือดพล่าน กล้ามเนื้อทุกชิ้นเส้นเอ็นและกระดูกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงราวกับตัวเขากำลังจะะเิออกในใจลูคัสรู้สึกตื่นเต้น
ในหัวเขามีภาพบางอย่างปรากฏขึ้นหญิงสาวผู้หนึ่งเธอกำลังพูดอะไรบางอย่าง
“แม่ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้...”
“อุแว้ๆ”ทารกร้องไห้จ้าก่อนที่ภาพจะตัดไป
“ย๊ากกก”เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นผู้ฝึกตนทุกพบกับความทรมานอย่างนี้ทุกครั้งไปเมื่อทะลวงขั้น
เวลาไหลผ่านไปสักพัก
เมื่อลืมตาขึ้นาแทั่วร่างหายไปหมดแล้วเหมือนไม่เคยได้รับการาเ็มาก่อน
“เมื่อกี้มันภาพอะไรเธอคนนั้นเป็ใคร”สัญชาตญาณบอกตัวเองว่าหาก้ารู้เื่ราวมากกว่านี้เขาก็ต้องละทวงขั้นไปอีก
ตอนนี้ผิวพรรณของเขาขาวใสราวกับทารกแรกเกิดเหล่าของเสียสีดำทั่วร่างถูกขับออกมานี่เป็กระบวนการ "จุติ" ขณะนี้ลูคัสอยู่ในอาณาจักรพลังที่2 เรียบร้อยแล้ว
"รวมปราณขั้นเริ่มต้น" (ขั้น0)
เมื่อสร้างน้ำทิพย์หยดแรกได้นั้นจึงจะนับว่าเป็“รวมปราณขั้นหนึ่ง” ที่แท้จริงในขณะที่ฝ่ายนักรบเมื่อทะลวงผ่านเป็อาณาจักรพลังที่2 ทั่วไปจะมีพลังกาย 3 ดาวส่วนสายวรยุทธจะมีพลังกายราว1 - 2 ดาว
เขาทดสอบซัดหมัดธรรมดาเข้าใส่ผาหิน "10 ดาว" นี่อาจนับได้ว่าเป็ขั้นรวมปราณที่มีกายาแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์แดนเหนือ"แล้วถ้าเป็แบบนี้ล่ะ" เขาะโลอยตัวพร้อมกระทืบเท้าลงมาบาทาคชสาร30 ดาว
หากตนได้สู้กับชายแขนเดียวอีกครั้งละแม้จะเอาชนะไม่ได้แต่อีกฝ่ายก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้ง่ายเช่นกันก่อนจะทะลวงขั้นตัวเขารู้สึกได้ว่าร่างกายเปรียบเสมือนน้ำที่เต็มแก้ว แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าทำให้รู้โดยสัญชาตญาณเลยว่าหากตั้งใจบ่มเพาะด้วยความเร็วระดับปีศาจของเขาเพียงไม่กี่วันน้ำทิพย์หยดแรกก็จะก่อตัวขึ้นได้ไม่ยาก
"แบบนี้เองที่เรียกว่าจุติ"
ลูคัสตัดสินใจกลับไปที่บาร์ในหมู่บ้านโรสอีกครั้งเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังระหว่างเล่าตนเลือกใส่สีตีไข่เล็กน้อยยกเว้นเื่ที่ชายนักดาบแขนเดียวกลายเป็หัวหน้ากลุ่มหมาป่าแดงเขาเล่าว่าชายแขนเดียวต่อสู้อย่างกล้าหาญจนตัวตายและพวกเขาทั้งสองร่วมมือกันสังหารหัวหน้ากลุ่มหมาป่าแดงลงได้สำเร็จเพื่อนๆของชายแขนเดียวในบาร์เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกโศกเศร้าเป็อย่างมาก
ตอนนี้เป็เวลาใกล้เช้าแล้วลูคัสจึงขออาศัยห้องเก็บของหลังร้านเพื่องีบหลับ
ขณะที่เขากำลังจะหลับนั้นตนก็ทบทวนเกี่ยวกับการต่อสู้ในวันนี้ความด้อยประสบการณ์ทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง“ความประมาทเป็หนทางแห่งความตาย”
ใน่เที่ยงของวันต่อมาเด็กชายในเกราะขาวมาถึงหน้าประตูทางเข้าของสถานศึกษาอีเดนหากมองจากด้านนอกสถานศึกษาอีเดนคล้ายกับป้อมปราการที่ล้อมไปด้วยกำแพงหนาให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม
เมื่อเข้ามาในตัวสถานศึกษาเขาก็เจอเพื่อนจากหมู่ตึกวสันต์
"ลูคัส ผมเห็นรุ่นพี่เซเวียร์กำลังตามหาตัวคุณอยู่น่ะ"
"แล้วตอนนี้รุ่นพี่อยู่ที่ไหนเหรอ" ลูคัสในชุดเกราะขาวถามกลับไป
"เห็นว่าเธอไปดักรอคุณอยู่ที่ห้องโถงปราสาทดำั้แ่เช้าแล้วไม่รู้ตอนนี้จะยังอยู่ไหม"เขาตอบด้วยความอิจฉา
จากนั้นลูคัสจึงรีบดิ่งตรงมาที่ห้องโถงประสาทดำ
เมื่อมาถึงเขาก็พบหญิงสาวั์ตาสีมรกตนั่งอยู่ตรงโซฟาติดกับบันไดทางขึ้น
"สวัสดีครับรุ่นพี่..."
"สวัสดีลูคัสเธอมาจนได้ไปกันเถอะศาสตราจารย์รออยู่"
เมื่อผ่านสถานที่ต่างๆพวกเขาทั้งสองล้วนตกเป็จุดสนใจของเหล่านักเรียนคนอื่นทันทีแสดงให้เห็นว่า
“เซเวียร์ วูดส์” ได้รับการนิยมอย่างมากในหมู่นักเรียนด้วยกัน
ในที่สุดหญิงสาวก็พาเขามาถึงตึกสีเงินบริเวณโซนนี้เป็ตึกหลักของฝ่ายเวทมนตร์ชื่อว่า"ตึกสิงห์เงิน"
เธอพาเด็กชายขึ้นบันไดวนมาเรื่อยๆจนมาหยุดหน้าประตูไม้สีดำ เธอเคาะสามครั้งก่อนผลักประตูเข้าไป
ชายแก่ท่าทางไม่สนโลกกำลังแหย่นกในกรงอยู่ "มาแล้วเหรอพวกเธอ"
"ท่านศาสตราจารย์" เมื่อเห็นรุ่นพี่ทำความเคารพชายตรงหน้าเด็กชายก็รีบโค้งแบบเดียวกัน
"นี่คือ ฟรองซ์ทัวร์ เดอ ลากูนอาจารย์ใหญ่ฝ่ายเวทมนตร์เธอคงเคยเจอแล้วในพิธีรับศิษย์ใหม่"
ฟรองซ์ทัวร์ เดอ ลากูน หากไม่นับครั้งที่ช่วยเขาในป่าลูคัสก็เคยเห็นเพียงสามครั้งไกลๆเท่านั้นเขาไม่ได้ความจำเสื่อมคนตรงหน้าคือชายแก่ที่เฝ้าหอทักษะ "ไอ้แก่ชอบแหย่นกที่ไม่สนโลกคนนั้น อีกฝ่ายยังหาว่าเขาเลือกทักษะกากๆอีกด้วย"ใบหน้าเขาชักกระตุกทุกทีที่คิดถึงเื่นั้น
"เอาล่ะไม่อ้อมค้อม...ที่ชายแก่คนนี้เรียกพวกเธอมาเพราะมีเื่จะบอกในทุกปีเมื่อาสี่หมู่ตึกจบลงจะมีการคัดเลือกผู้โดดเด่นสิบสองคนจากทุกหมู่ตึกเพื่อเดินทางไปประลองกระชับมิตรศึกรวมสถานศึกษาปีนี้สถานที่จัดงานคือที่สถานศึกษามอวู้ดส์ทางฝั่งตะวันออก ในฐานะที่ครูเป็ตัวแทนนำนักเรียนเดินทางในครั้งนี้ลูคัสจะเป็ตัวแทนให้กับหมู่ตึกวสันต์ส่วนอีกสองคนก็ให้อำนาจการตัดสินใจเป็ของเด็กน้อยเซเวียร์ไปเลือกเอา"อาจารย์ใหญ่พูดรวดเดียวจบ
เซเวียร์ วูดส์ ขมวดคิ้วทันที “ศึกรวมสถานศึกษา”แต่ละหมู่ตึกจะส่งปีหนึ่งที่มีศักยภาพโดดเด่นในาสี่หมู่ตึก
ได้สิทธิ์เป็ตัวแทนไปทำการประลอง เมื่อปีก่อนเธอก็เป็หนึ่งในตัวแทนของหมู่ตึกวสันต์เช่นเดียวกันแต่นั่นเป็เพราะผลงานการรบที่โดดเด่นของเธอจึงได้รับคัดเลือกไป
"จะไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะที่เลือกเขาไว้ล่วงหน้าแบบนี้เกรงว่านักเรียนคนอื่นจะเกิดการเปรียบเทียบ..." เซเวียร์เป็คนเคร่งครัดในกฎระเบียบและเห็นแก่ส่วนรวมอย่างมาก เธอจึงไม่เห็นด้วยที่ศาสตราจารย์ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินเอาเองอย่างนี้
ลูคัสเองก็พยักหน้า "ทำไมต้องเป็เขา” นี่คือความคิดในหัวของเด็กชายตนเองมีแผนจะก้าวสู่หอคอยราชันย์ในชั้นที่สูงขึ้นโดยเร็วเพื่อพัฒนาตนเอง
ดังนั้นเขาไม่มีเวลาว่างไปต่อยตีเพื่อสร้างเกียรติยศอะไรพวกนั้นหรอก
“เธอคิดว่าเ้าหนุ่มนี่ไม่เหมาะสมตรงไหน”อาจารย์ใหญ่ถามออกไป
“ความแข็งแกร่งเขายังมีไม่พอ”เธอเริ่มอารมณ์เสียจึงพูดออกไปเช่นนั้น
“เธอมั่นใจเหรอว่าเอาชนะเ้าหนุ่มตรงหน้านี้ได้เกรงว่าหนึ่งการโจมตีของเขา...เธอคงรับไว้ไม่ไหวด้วยซ้ำ” อาจารย์ใหญ่เริ่มสุมไฟ
“ซวยแล้ว”เด็กชายยืนนิ่งแต่ในใจน้ำตาของเขาไหลพราก
"เหอะรับไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียวหนูว่าอาจารย์กล่าวเกินไปในฐานะหัวหน้าหมู่ตึกหนูขอท้าประลองกับเขาเหล่านักเรียนจะเป็พยานเองว่าเขามีคุณสมบัติจะเป็ตัวแทนของหมู่ตึกวสันต์หรือไม่"เธอตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
ั้แ่ก้าวมาในห้องเด็กชายยังไม่ได้กล่าวอะไรออกมาสักคำแต่กลับถูกมัดมือชกให้ต่อสู้เสียแล้วแถมเธอคนนี้ยังเป็ขวัญใจของเหล่านักเรียนชายเสียด้วยหากพลั้งมือไปทำเธอาเ็เขาจะไม่โดนรุมกระทืบตายรึไง
จากนั้นทั้งสองคนก็ก้าวออกจากห้องตรงไปสู่ลานประลองหลักบริเวณลานประลองหลักเป็จุดศูนย์กลางของสถานศึกษาซึ่งอยู่ติดกับโรงอาหารทำให้คนมากจะต้องเห็นการต่อสู้นี้
เซเวียร์ วูดส์ที่ล่วงหน้าไปก่อนทำการประกาศออกไปว่าตนเองจะประลองกับ ลูคัส เรนชั้นปีหนึ่งและให้ทุกคนในหมู่ตึกวสันต์ช่วยตัดสินใจว่าตัวเด็กชายนั้นมีศักยภาพเพียงพอในการเป็ตัวแทนไปศึกรวมสถานศึกษาหรือไม่
“อาจารย์ครับแบบนี้มันจะดีเหรอ”ลูคัสยังอยู่ในห้องของทำงานของ ฟรองซ์ทัวร์ กล่าวขึ้น
“แล้วมันไม่ดียังไงศักยภาพเ้าก็ดูพร้อมส่วนแม่หนูนั่นข้าเองให้เธอได้รับบทเรียนเสียบ้าง” ฟรองซ์ทัวร์ เอ่ยออกมา
ขณะนี้อาจารย์ใหญ่เปลี่ยนชุดเป็เสื้อคลุมสีฟ้าเรียบร้อยเขาเดินนำลูคัสไปยังบริเวณกลางลานประลอง
เมื่อทั้งสองมาถึงก็พบว่าเซเวียร์ วูดส์ ยืนรอเขาอยู่บนลานเวทีประลองแล้ว
เหล่านักเรียนหลายร้อยมายืนรออย่างแน่นขนัด
"หนุ่มน้อยข้ารู้ว่าเ้าทะลวงผ่านแล้วหากทำเป็ออมมืออย่าหาว่า...ไม่เตือนล่ะ" ฟรองซ์ทัวร์ เดอ ลากูนเดินไปกระซิบข้างหู
เมื่อได้ยินคำสั่งของอาจารย์ใหญ่เขาก็จนใจเดิมทีตนวางแผนไว้แล้วว่าจะอ่อนข้อให้สักนิดแล้วยอมแพ้ให้จบๆเื่ไป
"อาจารย์ครับรุ่นพี่เป็จอมเวทขั้นไหนเหรอครับ" เขารู้ว่าเซเวียร์เป็จอมเวทแต่ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับใด
"เมจิกเชี่ยนความแข็งแกร่งพอๆกับไนท์ขั้นต้นเอาให้จบในการโจมตีเดียว"
ลูคัสอดส่ายหัวกับคำสั่งที่สองนี้ไม่ได้
"เธอพร้อมจะสู้รึยังลูคัส" เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของเซเวียร์ตอนนี้ไม่ดีเป็อย่างมาก
ตอนนี้เหล่านักเรียนเองก็อยากจะเห็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งเซเวียร์ วูดส์ของหมู่ตึกวสันต์แสดงฝีมือ
ส่วนลูคัสนั้นเป็เพียงตัวประกอบไม่มีใครสนใจ
"นายคิดว่าใครจะชนะ" อากิโกะถามชายด้านข้าง
"ไม่รู้...ไม่ได้พบเขานานแล้ว" เฉินตอบสั้นๆ
ในที่สุดอาจารย์ใหญ่ก็ให้สัญญาณเริ่มประลอง
"โจมตีมาสินิ่งทำไม" เซเวียร์ะโออกไปขณะม่านพลังป้องกันเวทถูกสร้างขึ้นเธออยากแสดงให้เห็นว่าต้องมีฝีมือระดับไหนจึงเหมาะสมจะแบกรับชื่อเสียงสถานศึกษาออกไป
เหล่าแฟนคลับรอบนอกกรี๊ดกันไม่หยุดเมื่อเห็นท่าทางจริงจังอันแสนน่ารักของเธอ
"ขอโทษด้วยจริงๆครับรุ่นพี่" เด็กชายเดินเข้าไป
"นั่นเขากำลังทำอะไร" ฝูงชนเริ่มสงสัยในท่าทางของเด็กชายเพราะมันเชื่องช้าสุดถึงขีดสุด
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนทำเป็เล่นอย่างนี้เซเวียร์ยิ่งโมโหรุ่นน้องตรงหน้าเธอไม่มีความจริงจังให้กับการประลองเลย
นี่เป็การไม่ให้เกียรติสถานศึกษา มีเพียง ฟรองซ์ทัวร์ เดอ ลากูน เท่านั้นกำลังตกตะลึง
"วิชาสำนักเต๋ากลิ่นอายนั่นคล้ายกับท่านผู้นั้น..."
เหตุการณ์ต่อจากนี้ทำให้เหล่าฝูงชนต้องตกตะลึงเพราะร่างเด็กสาวกำลังลอยออกจากเวทีประลอง...
ภาพสุดท้ายที่เซเวียร์เห็นคือนิ้วมือสีทองสว่างัักับม่านพลังเวทป้องกันจากนั้นสติเธอก็ดับวูบไป
.