“ปลาทูนึ่งมะระเต้าเจี้ยว” ออมเล็ตเลือกเมนูที่ทำง่ายๆเพราะก่อนหน้านี้เสียเวลาไปกับการทำแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับและเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมูแล้วซึ่งเมนูที่เลือกมานี้ง่ายมาก
ปลาทูนึ่งมะระเต้าเจี้ยว— เตรียมวัตถุดิบโดยมี ปลาทูสด มะระหั่นชิ้นบางๆ แครอทซอย ขิงอ่อนซอย พริกชี้ฟ้าสีแดง ขึ้นฉ่ายหั่นทอน เต้าเจี้ยว น้ำซุป และเครื่องปรุงรสต่างๆ
เริ่มโดยการผสมเต้าเจี้ยว น้ำซุป น้ำมันงา น้ำตาลทราย ใช้เป็น้ำปรุงรส จากนั้นมาล้างปลาทูตัดหัวออกควักไส้ บั้งทั้ง 2 ด้าน ล้างน้ำเกลือเพื่อลดกลิ่นคาว เรียงใส่จานแล้วก็โรยด้วยพริกไทยป่น มะระหั่นชิ้นบางๆ แครอท ขิงอ่อน ขึ้นฉ่าย พริกชี้ฟ้า และน้ำปรุงรสที่ปรุงไว้ก่อนหน้านี้ เรียบร้อยแล้วค่อยนำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรง ประมาณ 7-10 นาที หรือจนกว่าจะสุก พร้อมเสิร์ฟขณะร้อนๆเลย
กลิ่นดีมากๆกลิ่นน้ำซุปดีมากทั้งด้วยฝีมือการเรียงปลาทูจัดจานของเขาไม่ต้องกล่าวถึงหน้าตาของอาหารเลยย่อมออกมาดูดีน่ากินอยู่แล้ว เขาใส่น้ำซุปเดี๋ยวกับที่ทำแกงจืดทำให้กลิ่นของน้ำซุปที่ออกมาเคล้ากับปลาทูนั้นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไม่ต่างกันเลย เนื้อปลาทูสดที่นำมานึ่งนุ่มๆคือหน้าเจี๊ยะมาก... ท้องส่งเสียงร้องบอกว่ากระเพาะ้าสิ่งนี้อีกแล้ว
พี่ไข่เจียวขอบอกเลยว่าอร่อยแน่... แต่พี่ไม่ชิมครับ!
ออมเล็ตไม่ปล่อยให้เสียเวลาว่างเปล่าเขาให้เหล่าคุณพ่อบ้านที่ยืนกลืนน้ำลายหนืดๆนั้นจัดเก็บอาหารเตรียมในฝาครอบอาหารเพื่อคงความร้อนและความน่ารับประทานประหนึ่งสุกร้อนใหม่ๆก่อนเตรียมลงมือในการทำเมนูถัดไปต่อ... ใช้ไข่มาร่วมกับมะระ ซึ่งออมเล็ตคิดว่า ‘ไข่’ เป็อะไรที่อเนกประสงค์มากประยุกต์เข้าได้หลายเมนูที่ทำอะไรหรือกินกับอะไรก็อร่อย
“มะระผัดไข่”
มะระผัดไข่— เตรียมวัตถุดิบโดยมีมะระ เห็ดหอมแห้ง ไข่ไก่ กระเทียม และเครื่องปรุงรสต่างๆ
ขั้นตอนแรกเริ่มโดยการนำมะระมาหั่นครึ่งตามแนวยาว ขูดไส้ตรงกลางทิ้ง ล้างให้สะอาดแล้วนำมาหั่นบางๆ นำเห็ดหอมแห้งมาล้างทิ้งน้ำสัก 1-2 น้ำ จากนั้นจึงนำไปแช่จนนิ่มแล้วค่อยหั่นบางๆ เริ่มตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย พอเริ่มร้อนจึงใส่เห็ดหอมลงไปผัด เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย เมื่อมะระเริ่มสุกดันมะระขึ้นไปพักเหนือกระทะเล็กน้อยเว้นที่ตรงกลางกระทะ จากนั้นตอกไข่ลงไปใช้ตะหลิวยีไข่ พร้อมใส่เห็ดหอมที่ผัดไว้ลงไปจึงปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตายทรายเล็กน้อย ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันแล้วค่อยตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟอีกเมนูหนึ่ง
อื้อฮือ ผัดเห็ดหอมคลุกเคล้ามะระผสมกับไข่นุ่มๆไม่สุกมากแต่ก็ไม่เหลวจนเละส่งกลิ่นหอมโชยแตะจมูกชวนเรียกหาอีกแล้ว เขาปรุงรสสูตรตามใจของตัวเองตามสัญชาตญาณโดยที่ไม่ต้องมัวกะตวงส่วนผสมด้วยความเคยชินให้ได้รสชาติลิ้นของตนเอง... แม้ไม่ชิมก็รู้ว่าอร่อยแน่นอน!
กระเพาะของบุรุษ้าสิ่งนี้อีกแล้ว... เมื่อกำลังทำอาหารอยู่นั้นเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงท้องร้องของใครสักคนเพื่อไม่ให้สหายในห้องครัวต้องเขินอายออมเล็ตจึงไม่หันกลับไปมองจับจ้อง
“ราเชนมาชิมไหม?”
“อร่อยมากครับคุณชาย!”
.....
ทำไมออมเล็ตรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้แม้กระทั่งพ่อบ้านก็ไม่น่าเชื่อถือแล้วเหรอ?
ออมเล็ตมองใบหน้าที่ยิ้มเต็มไปด้วยความจริงใจของราเชนเสมือนว่าไม่ได้เอ่ยคำโกหก ทั้งดวงตาของคุณพ่อบ้านใหญ่ก็เปล่งประกายล่องลอยมากประหนึ่งว่ามันอร่อยสุดๆในดวงดาวเลย คุณพ่อบ้านอีกสามคนจับจ้องมาที่เขาสายตาเว้าวอนปนอิจฉามากพาให้ออมเล็ตเองก็ไปไม่เป็เหมือนกัน... เื่กินเื่ใหญ่ฉะนั้นเราไม่ควรทรมานกระเพาะใคร
“ชิมไหม?” แค่เอ่ยคำนั้นคุณพ่อบ้านทั้งสามคนก็คล้ายพลันหูตั้งหางส่ายพร้อมวิ่งไปหยิบช้อนแล้ววิ่งส่ายหางดิกๆมาหาเขาเหมือนรอนานแล้ว... อืม ตกลงนี่พ่อบ้านที่ควรเคร่งขรึมหรือ? นี่คือพ่อบ้านที่ฐานะไม่ธรรมดาหรือ?
“อร่อยมากครับคุณชาย!” (x3)
อร่อยจริงเหรอ? ทำไมต้องพูดพร้อมกัน? ท่าทางที่แสดงออกเหมือนไม่ได้โกหกให้ออมเล็ตดีใจเก้อเลย ทว่าเมื่อมองไปพืชสีเขียวมะระั์เขาก็แทบจะผวาเองเลย... ‘ขม’ แล้วทำไม ‘อร่อย’
แน่นอนว่าออมเล็ตไม่ได้ชิมและไม่คิดชิม ย้อนกลับไปเมื่อยุคศตวรรษที่ 21 เดิมเขาก็ไม่ค่อยถูกกับมะระสักเท่าไหร่ อาจกินบ้างตามที่โบราณว่า ‘หวานเป็ลม ขมเป็ยา’ แต่ไม่ได้ชอบอ่ะ
ออมเล็ตคิดแล้วก็สงสัยหรือว่ากระเพาะกับลิ้นของโลกอนาคตจะรับรสขมได้ดี?
ส่วนทางด้านเหล่าคุณพ่อบ้านแทบจะพยายามเก็บอารมณ์และสีหน้ากันอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เสียมารยาทต่อหน้าคุณชายสามอังศุมาลิน... ห้ามแสดงอาการออกมาเด็ดขาด!
ออมเล็ตส่ายศีรษะเลิกคิดหันมาสนใจกับการทำอาหารต่อโดยขอปิดท้ายด้วยเมนูสุดท้ายสุดเด็ดเลยที่ต้องกินทุกวัน... “ไข่เจียวมะระ!”
ไข่เจียวมะระ— เตรียมวัตถุดิบโดยมีมะระ ไข่ไก่ ซอสหอยนางรมและเครื่องปรุงรสต่างๆ
เริ่มโดยการนำมะระมาล้างให้สะอาด ผ่าครึ่งแล้วควักไส้ขูดเมล็ดและเยื่อข้างในออกให้หมด แช่ในน้ำเกลือสักพักแล้วค่อยนำมาล้างไม่ต้องขยำ พักใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำค่อยนำมาหั่นบางๆ จากนั้นตอกไข่ใส่ชามปรุงรสใส่ซอสหอยนางรม น้ำปลา พริกไทยป่น น้ำปลาตีให้เข้ากัน ใส่มะระลงไปคนให้เข้ากันด้วย แบ่งมะระไว้เล็กน้อย เริ่มตั้งกระทะใช้ไฟใส่น้ำมันเล็กน้อยพอเคลือบกระทะใช้ไฟกลางๆเทไข่ลงไปเกลี่ยๆมะระให้ทั่วกระทะ ใส่มะระที่เหลือลงไปเรียงๆบนไข่ตามใจเรา รอจนกว่าไข่จะสุกเป็อันเรียบร้อย
ไข่เจียวยังเป็เมนูสุดแสนเบสิคที่ทำง่ายกินง่ายประยุกต์พลิกแพลงเข้าได้กับหลายวัตถุดิบที่นำเข้ามาเสริมกัน... กลิ่นของความไข่เจียวมีเอกลักษณ์และชวนหิวทุกครั้ง วันนี้มีมะระเพิ่มเข้ามาด้วยก็ถือเป็การผสมผสานที่ เอ่อ ก็ถือว่าลงตัวน่ากินดี
รสมือแม่มาเองขนาดนี้แน่นอนว่ากระเพาะของบุรุษ้าสิ่งนี้!
แต่ถึงพี่จะชื่อไข่เจียวแต่พี่ไม่ใช่ไข่เจียวมะระนะ... งั้นขอไม่ชิมครับ!
เอาละแต่ก่อนจะสุดท้ายจริงๆออมเล็ตเห็นว่ายังมีมะระที่หั่นบางๆเหลืออยู่จึงขอนำมาทำอะไรต่อซึ่งเป็เมนูประยุกต์เช่นกันโดยใช้มะระนี่แหละสามารถเก็บไว้ทานกับข้าวก็ได้สามารถเก็บไว้ทานเป็อาหารก็ได้ นั่นก็คือ... “มะระทอดกรอบ”
มะระทอดกรอบ— เตรียมวัตถุดิบโดยมีมะระหั่นเป็ชิ้นบางๆ ไข่ไก่ แป้งข้าวโพด
เริ่มโดยตอกไข่ใสชามผสมกับแป้งข้าวโพดตีคนให้เข้ากัน จากนั้นนำมะระที่เตรียมไว้ลงไปชุบไข่ที่ผสมไว้ให้ทั่ว ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่มะระไข่ลงไป ทอดรอจนเหลืองสุก กรอบ จึงนำขึ้นมาพักเพื่อสะเด็ดน้ำมัน
ไม่ต้องอธิบายว่าทำไมต้องทำเพราะแค่อยากทำเฉยๆอ่ะ ไม่ได้ทำเผื่อตัวเองจะกินหรอก แค่อยากทำเพราะมะระหั่นบางๆนี้เหลือเฉยๆ... และไม่ชิมด้วยเก็บใส่กล่องปิดให้สนิทจะคงความกรอบสดใหม่ด้วยนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตแล้วรอค่อยมื้อเย็น
ส่วนระหว่างที่รอ... ออมเล็ตก็ไปเจียวไข่ธรรมดาๆไร้มะระพร้อมกันนั้นก็หุงข้าวหอมอร่อย จากนั้นก็เอ่ยไล่คุณพ่อบ้านออกจากห้องครัวให้หมด อื้ม นั่นแหละเย็นนี้ไม่กินข้าวนะ
ออมเล็ตคิดว่าบางทีอะไรก็ไม่เป็ไปตามที่เราคาดการณ์ไว้เสมอไป เพราะคนแรกที่กลับมาถึงบ้านกลับเป็...
“กลิ่นหอมมากใครทำอะไรเหรอครับ”
ฟีนิกซ์!
ฟีนิกซ์... คุณชายฟีนิกซ์ หรือคุณชายสี่อัครเดช ลูกชายคนที่สี่ของตระกูลพิชิตไชยศรี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเตรียมวัยเด็กสเตฟฟามีเลีย เด็กหนุ่มมีใบหน้าอ่อนวัยทว่าฉายแววออกความคมเข้มดุดัน รูปร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งสืบยีนเด่นจากผู้เป็บิดาอย่างเห็นได้ชัด ความสามารถของเขาเองก็ส่อแววเค้าไปทางผู้เป็บิดาเช่นกัน
ออมเล็ตมองเด็กหนุ่มตัวโตแทรกหน้าเขาคนพี่ซะอีกที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้องอาหารที่เขากำลังจัดเตรียมพร้อมเสิร์ฟอาหารรอท่านพ่อกับท่านพี่กลับบ้านพลางรีบหันไปมองลิลลี่ทันที... ไหนบอกว่าเ้าน้องแฝดไม่กลับบ้านไงแล้วไหงฟีนิกซ์ถึงได้โผล่มาอยู่ที่นี่ตอนนี้ล่ะ?!
ลิลลี่เห็นสายตาที่ตวัดมองมาของคุณชายสามอังศุมาลินก็รีบหุบปากส่ายหน้าทันทีเขาไม่รู้เื่ที่คุณชายสี่ฟีนิกซ์จะกลับมาเลยเพราะปกติวันนี้ก็ควรจะพักอยู่ที่โรงเรียนนะ แปลว่าวันนี้คุณชายสี่ตัดสินใจจะกลับเองต่างหาก
“กลิ่นนี่...” คุ้นๆมาก เหมือนฟีนิกซ์จะเคยได้กลิ่นแบบนี้จากที่ไหน เมื่อเขามองมาบนโต๊ะอาหารก็พบกับอาหารประกอบเองหลากหลายที่มาของกลิ่นหอมชวนรับประทานทั้งหมด มองไปมองมาดมกลิ่นหอมไปดมกลิ่นหอมมาก็แอบกลืนน้ำลายหนืดลงคอหลายครั้งพร้อมทั้งเสียงท้องร้องโครกครากน่าอับอายดังขึ้น
ออมเล็ตนั่งกับที่หลุบตาลงมองต่ำ... อยากขำ ‘น้องนก’ วะ อุ๊ป ฮ่าๆฮ่า พี่ต้องคีพลุคอ่ะขำได้แค่ในใจเท่านั้นแหละ ภายนอกของคุณชายสามอังศุมาลินนั่งเหยียดหลังตรง ใบหน้าหวานล้ำตายด้านมองตรงแสดงออกถึงความเฉยชาไร้อารมณ์แตกต่างจากก่อนหน้านี้ในห้องครัวราวกับพลิกกลับเป็คนละคน
ฟีนิกซ์ละสายตาจากอาหารเลื่อนมามองพี่ชายคนที่สามของตัวเองนั่งอยู่แล้วจึงเดินเข้ามานั่งประจำที่ของตน ภายในใจมีคลื่นความรู้สึกอารมณ์ถาโถมไม่สงบนิ่งดังแสดงออกภายนอก เขาเม้มริมฝีปากน้อยๆก่อนตัดสินใจกล่าวทักทายคนพี่ชาย “สวัสดีครับพี่อังศ์”
ออมเล็ตชำเลืองมองฟีนิกซ์ก่อนจะพยักหน้าให้แค่นี้... แค่นี้ที่ทำให้ฟีนิกซ์ใจชื้นขึ้นมาแล้วรู้สึกผ่อนคลายลงมาก ใบหน้าหล่อเหลาคมดุของเขามีอารมณ์พึงพอใจแสดงออกมา
ในความคิดความรู้สึกของฟีนิกซ์ที่มีต่อพี่ชายคนนี้ค่อนข้างมีหลากหลาย... พี่อังศ์ หรือพี่ออมเล็ตตัวเล็กบอบบางมาก เขากับโลเวลที่เป็น้องชายยังตัวโตและแข็งแกร่งกว่ามากเลยแต่เขาก็ไม่เคยไม่ชอบพี่สาม
แค่รู้ว่าพี่สามเป็คนปิดกั้นตนเองมากแบบมากๆจนน่ากลัวเกินท่านพ่ออีก และพี่สามก็ค่อนข้างมีาแในใจลึกมากเื่ทางกายภาพเขาเลยไม่อยากทำให้พี่รู้สึกแย่จึงอยู่ห่างๆ แต่แบบนั้นกลับยิ่งแย่กว่าอีกเพราะพี่สามฆ่าตัวตาย
“พี่สาม... สบายดีไหมครับ”
ฟีนิกซ์ถามใบหน้าและน้ำเสียงเข้มตามปกติพูดคล้ายออกดุๆคล้ายท่านพ่อหน่อยแต่จริงๆนี่คือเป็ปกติ จะเอาอะไรยังไงมากกับความ DNA บ้านนี้... ออมเล็ตพยักหน้าตอบหงึกๆ ที่จริงเขาอยากพูดสั้นๆแต่ไม่กล้าเพราะอยู่ดีๆร่างกายคุณชายสามอังศุมาลินก็รู้สึกเกร็งๆแปลกๆทำให้เขาอ้ำอึ้งตอบเช่นนี้
แค่พี่สามพยักหน้าตอบฟีนิกซ์ก็ดีใจแล้วนี่เป็สัญญาณที่ดีไม่ใช่เหรอ? คิดเช่นนี้ฟินิกซ์ยิ่งรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นผละสายตามามองอาหารประกอบหลายอย่างบนโต๊ะผ่านฝาครอบอาหารปิดอยู่ คิ้วขมวดมุ่นเพราะสงสัย
“อาหารประกอบนี่คือ...”
“คุณชายสี่อาหารบนโต๊ะอาหารทั้งหมดคุณชายสามเป็คนประกอบเองครับ”
ราเชนยิ้มและเป็คนตอบ เห็นท่าทางที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆของคุณชายสามอังศุมาลินพร้อมทั้งเห็นพี่น้องเข้าใกล้กันมากกว่าเก่าก็ดีใจ... แต่ดูท่าทางคุณชายสี่อัครเดชจะใมากจนแสดงออกมากเลย
“จริงเหรอ!”
“.....” ทำไมเหรอน้องนกพี่จะทำอาหารไม่ได้ไหง? เห็นท่าทางน้องนกฟินิกซ์แบบนี้ออมเล็ตก็อยากพูดอะไรบ้างแต่ยังรู้สึกเกร็งๆต่อน้องชายคนนี้อยู่จึงแค่ขยับขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มะ—มะไม่ใช่ไม่เชื่อนะครับ อาหารน่าทานมากครับ” ฟีนิกซ์มักสังเกตพี่ชายตัวเล็กเสมอจึงรีบเอ่ยขึ้นทันทีเพราะเกรงว่าพี่สามจะเข้าใจผิด ที่จริงเขาแค่ใมากเท่านั้นที่พี่อังศ์เป็คนประกอบอาหารทั้งหมดนี้เอง ฟีนิกซ์อึ้งมากแต่น่าเสียดายที่ภายนอกกลับแสดงออกไม่ค่อยเก่ง
อาหารที่พี่อังศ์เป็คนทำเอง เป็คนทำด้วยตนเอง... ไม่เหมือนใครทำแน่นอน ไม่เหมือนใครจริงๆ
“รอแด๊ดดี้กับท่านพี่ใหญ่กลับบ้านก็จะได้ทานอาหารฝีมือของพี่อังศ์แล้ว”
คลื่นอารมณ์ลึกล้ำพลันก่อตัว ดวงตาคมกริบของคุณชายสี่อัครเดชพลางกวาดมองอาหารทั้งหมดบนโต๊ะอาหารอีกรอบ มองข้ามกระเพาะอาหารท้องไส้ที่ปั่นป่วนเพราะหิวมาก คราวนี้มองอย่างลึกซึ้งมากกว่าเดิม เขาสังเกตเห็น... ไม่แน่ใจนักจึงเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็ก
“แต่ว่าอันนี้มันคือ...?”
“มะระั์”
.....
เกิดเดดแอร์อีกแล้วครับท่าน... ออมเล็ตไม่รู้จะพูดอะไร แต่เหมือนทุกคนจะรู้จักและทราบกันดีเกี่ยวกับเ้า ‘มะระั์’ นี่ที่มนุษย์ไม่นิยมทานกัน ฟีนิกซ์ทำหน้าแปลกๆ เขาก็ไม่เอ่ยถามแค่นั่งเงียบๆรอทานข้าว
ภายนอกปลดปล่อยรัศมีบรรยากาศแปลกรอบกายซึ่งฟีนิกซ์แค่คิดว่าเขารู้สึกดีใจมากที่วันนี้ตัดสินใจกลับบ้าน ไม่รู้ว่า่ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างแต่ดีใจมากที่พี่สามมีอาการที่ดีขึ้น... เขาไม่อยากให้พี่ฆ่าตัวตาย
“ผมจะทานนะครับ”
“อือ” ออมเล็ตตอบอือในลำคอพร้อมพยักหน้า ไม่ค่อยเข้าใจว่าฟีนิกซ์เอ่ยประโยค ‘ผมจะทานนะครับ’ ในความรู้สึกแบบไหน?
คือบอกตัดสินใจว่าจะยอมทานอาหารประกอบจากมะระั์ของเขาเหรอ? หรือกลัวว่าเขาจะใจเสียหรือเสียใจที่ตอนแรกเ้าตัวเงียบไปเลยยืนยันว่าจริงๆคือจะทานอยู่แล้ว?
ออมเล็ตกะพริบตาปริบๆมองฟีนิกซ์รู้สึกแปลกๆ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยถามต่อท่านพ่อจอมพลกับท่านพี่พันโทก็กลับมาบ้านพอดี ถึงแม้ DNA ของคนบ้านนี้จะหน้าตายไร้อารมณ์แต่ฟีนิกซ์กับโลเวลยังเด็กอยู่จึงค่อนข้างพูดมากกว่าและค่อนข้างสดใสมีชีวิตชีวากว่าใครในบ้านสมวัย แต่อย่าเอาเด็กบ้านนี้ไปเทียบกับเด็กบ้านอื่นเลย น่ากลัวว่าจะเ็าตายด้านเกินไปในวัยเดียวกัน
ภายในห้องอาหารเขาเพียงหันไปมองพลางลุกขึ้นทำความเคารพพร้อมกับฟีนิกซ์ที่เป็คนเอ่ยกล่าวทักทายท่านพ่อกับท่านพี่ใหญ่...
“สวัสดีครับแด๊ดดี้ ท่านพี่ใหญ่... พี่อังศ์ทำอาหารรอด้วยครับ”
ฟีนิกซ์เห็นท่านพี่ใหญ่ขมวดคิ้วเขาจึงเอ่ยประโยคหลังต่อ... บ้านนี้สังเกตจากท่าทางเอามากกว่าคำพูดสินะแล้วดันเข้าใจกันเองด้วย ออมเล็ตมองด้วยสายตาเฉยชาพลางคิดว่าคนบ้านนี้มันประหลาดชัดๆ ลืมนึกไปถึงตัวเองเลย
“อังศ์ทำ?”
เลโอเนลโล่... คุณชายเลโอเนลโล่ หรือคุณชายใหญ่อินทัช ลูกชายคนโตของตระกูลพิชิตไชยศรี ปัจจุบันเป็ทหารตามรอยของผู้เป็บิดาซึ่งขณะนี้ดำรงยศพันโทแห่งหน่วยบัญชาการทหารหน่วยไลอ้อนคอมมานโด ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มดุดัน รูปกายสูงใหญ่กำยำแข็งแกร่งถอดแบบจากผู้เป็บิดาจอมพลแทบทุกสัดส่วนทั้งใบหน้ารูปลักษณ์และต้นแบบพลัง ความสามารถแข็งแกร่งสมกับที่เป็บุตรชายคนโตและว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป
พันโทเลโอเนลโล่กวาดสายตามองอาหารประกอบเองวางเรียงรายบนโต๊ะทั้งสีสันหน้าตาน่ารับประทานทั้งส่งกลิ่นหอมฉุยร้อนๆเย้ายวนแค่มองดูก็ชวนให้อยากลิ้มลองแล้ว ลำคอแกร่งกลืนน้ำลายหนืดเบาๆ กระเพาะเริ่มประท้วงน้อยๆบ่งบอกว่า้าสิ่งนี้ด่วน...
เขาไล่มองอาหารเรื่อยจนไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กบอบบางผิวขาวซีดของน้องชายคนที่สามของบ้านเ้าของใบหน้าหวานล้ำที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก... ท่านพันโทมองอยู่นานพลันสายตาของเขาก็พอดีมองสบเข้ากับดวงตากลมโตใสแจ๋วสีทองกะพริบปริบๆ
ตึกตักตึกตัก ตักตึก... ดวงตาคมกริบของท่านพันโทพลันรีบหลบเลี่ยงทันที!
“นะ—นะน่าทานมาก”
พันโทเลโอเนลโล่กล่าวเสียงสะดุดรีบนั่งประจำที่ของตน... ออมเล็ตได้แต่กะพริบตาปริบๆมองงงๆ เห็นอาการของพี่ชายคนโตเป็แบบนี้แล้วภายในใจอธิบายไม่ถูกเลย
พี่สิงโตก็ย่ำแย่อ่ะพอๆกับพ่อเลย ระดับเลเวลความหน้าตายด้านไร้อารมณ์พูดไม่ค่อยเก่งไล่เรียงลำดับตามอายุกันมาเลยทีเดียว ท่านพ่อจอมพลหนักสุด ท่านพี่ใหญ่พันโทรองลงมา ตามมาด้วยท่านพี่รองดอกเตอร์ ต่อที่น้องฟีนิกซ์และน้องโลเวล ส่วนคุณชายสามอังศุมาลินก็... อยู่บนห่วงโซ่อาหารครับขอไม่นับ คนนี้นิสัยเกินไปมากครับปิดกั้นตัวเองจนน่ากลัว หน้าไร้อารมณ์ตายด้านเว่อร์แถมไม่แสดงความรู้สึกพูดน้อยจนแทบยังไม่พูดสักคำ
พี่ไข่เจียวไม่เข้าใจความดีเอ็นเอคนบ้านนี้เลยอ่ะเอาอะไรให้กินเลี้ยงกันมายังไงหนิฮึ?
กลับมาที่ห้องอาหารบรรยากาศแปลกๆที่รู้สึกได้แต่อธิบายไม่ถูก…
ออมเล็ตมองอาหารบนโต๊ะที่มาจากเมนูมะระทั้งนั้นเลยพลางชำเลืองมองฟีนิกซ์ เขาไม่ได้เตรียมอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กๆอย่างฟีนิกซ์เลยสักอย่าง
ไว้อาลัย ฮือ น้องนกพี่ไข่เจียวไม่ได้ตั้งใจนะก็ลิลลี่บอกว่าท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ กับท่านพี่รองจะกลับบ้านอ่ะแล้วไหงคนที่กลับบ้านกลับเป็ฟีนิกซ์แทนพี่รองได้เนี่ย เหนือการคาดหมายมาก
“ลูก... วันนี้ลูกสบายดีไหม” เดิมจอมพลลีโอนาร์ทอยากพูดถึงเื่ที่เขานำคนมาวางข้างกายลูกชายตัวเล็กมากกว่าแต่ความรู้สึกภายในใจกลับบอกว่ามันไม่ควรพูดตอนนี้เขาจึงเอ่ยถามอย่างอื่น
ภายในใจของจอมพลลีโอนาร์ทและพันโทเลโอเนลโล่มีความคิดวิ่งวนมากมายคล้ายรู้สึกมีชนักติดหลังอยู่
“ครับ” ออมเล็ตตอบสั้นๆ สบายดี.. สบายดีมากจับได้คาหนังคาเขาเลยด้วยว่าพ่อกับพี่เอาคนมาจับตามองน้อง!
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่ก่อนเริ่มทานอาหารน้ำเสียงหวานล้ำเ็าเอื้อนเอ่ยแนะนำอาหารที่ตนเองประกอบขึ้นทีละอย่างมีแอบชำเลืองท่าทีของแต่ละคนด้วย แม้ไม่แสดงออกมีรีแอคชั่นยิ่งใหญ่มากมายแต่... ไข่เจียวรู้ไข่เจียวเห็น กระเพาะของเหล่าชายหนุ่มหน้าตายด้าน้าสิ่งนี้!
“อาหารประกอบจากมะระั์เป็หลักครับ... กับข้าววันนี้มีแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่ ปลาทูนึ่งมะระเต้าเจี้ยว มะระผัดไข่ และไข่เจียวมะระทานกับข้าวหอมอร่อยร้อนๆกำลังพอดี แล้วก็มีมะระทอดกรอบด้วยทานกับข้าวก็ได้ทานเล่นก็ได้ครับ ทานได้เลยนะครับ”
เรียบร้อยถึงคราวลงมือทานอาหารได้หลังแนะนำจบทุกคนเพียงมองอาหารบนโต๊ะอย่างตั้งใจโดยไม่มีใครพูดไม่มีใครเอ่ยถามว่าทำไมต้องเป็มะระั์ ออมเล็ตเลยไม่แน่ใจว่าทุกคนพอใจไหมหรือไม่ชอบกัน?
“แด๊ดดี๊ ท่านพี่ใหญ่”
ท่านจอมพลลีโอนาร์ทและท่านพันโทเลโอเนลโล่พร้อมด้วยฟีนิกซ์ที่แม้ไม่ได้เรียกตนเองก็รีบหันมามองตามน้ำเสียงหวานล้ำลึกของออมเล็ตด้วย...
“ ‘หวานเป็ลม ขมเป็ยา’ โบราณว่าไว้... มะระมีประโยชน์มากนะ ทานเยอะๆ”
ออมเล็ตพูดจบตักมะระยัดไส้หมูสับคนละก้อนให้ท่านพ่อกับท่านพี่ใหญ่ ตัดตักไข่เจียวมะระซีกใหญ่ๆให้อีกทบหนึ่ง... พร้อมกับรอยยิ้มหวานๆดวงตาเปล่งประกายหยียิ้ม
ยิ้มหวานขนาดนี้พ่อกับพี่ใหญ่สิงโตก็ต้องกินเมนูมะระฝีมือน้องให้หมดแล้วป่ะ?
ตึกตักตึกตัก... รอยยิ้มหวานๆตาหยี ใบหน้างดงามเปล่งประกายแห่งชีวิต น้ำเสียงหวานอ่อนนุ่มของร่างเล็กชวนให้ผู้คนหัวใจสั่นไหวยิ่งนัก
.....
มะระเป็อาหารหลักของสัตว์วิวัฒน์ ตักมะระให้กับท่านจอมพลและท่านพันโทก็เท่ากับว่า... เอ่อ ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะเพราะยังไงท่านจอมพลกับท่านพันโทก็รับเข้าปากอยู่ดี ความขมของมะระก็ทำอะไรท่านทั้งสองไม่ได้เพราะเ้าตัวน้อยของบ้านเขาเป็คนทำ!
เอ๋ แต่ว่าเหมือนลืมอะไรลืมใครไปนะ อ้อ น้ำเสียงเข้มดุดันทว่ายังอ่อนเยาว์หนึ่งจึงเอ่ยทักท้วงขึ้นพร้อมดวงตาใสแป๋วจ้องมองมา...
“พี่แล้วของผมล่ะ”
-------------------------------
ภาพประกอบของมื้อใหญ่จัดหนักนี้

แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ

มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่

ปลาทูนึ่งมะระเต้าเจี้ยว

มะระผัดไข่

ไข่เจียวมะระ

มะระทอดกรอบ
Talk
ฮือออ เอ็นดู น้องอ่ะน้องงง นี่ก็น้องงง น้องนก (ฟีนิกซ์) น่ารักอ่ะน่ารัก ท่านพ่อกับพี่ใหญ่สิงโตก็คือน่ารักอ่ะน่ารัก น้องไข่ก็โคตรน่ารัก โดนบ้านนี้ตกไปเรียบร้อยแล้วค้าบบบ
เหนือสิ่งอื่นใดอีกคือ ฮือออ พี่ใหญ่ของฉานนน มีการใจเต้นหลบตากับน้องตัวเล็กตัวน้อย เอ็นดูวคนบ้านนี้ไม่ไหวแล้วววว >///<
เหลือน้องหมาป่าคนเดียวแล้วที่ยังไม่เจอพี่อังศ์ รอต่อไป... ตอนหน้ามีทุบประตูโดยมะระเป็เหตุ
ข้อความจากพี่ไข่เจียว : “ ‘หวานเป็ลม ขมเป็ยา’ โบราณว่าไว้... มะระมีประโยชน์มากนะ ทานเยอะๆ”
และขอให้แคปชั่นตอนนี้ว่า... จากมะระขมๆ ก็กลายเป็ชานมหวานๆ เมื่อน้องออมเล็ตเป็คนทำอาหารและตักให้ค่ะ คู้มนักอ่านจงไปกินตามยัยน้อนเดี๋ยวนี้!
ปล.มะระจริงๆ อ่ะคือมันมีวิธีลดความขมจริงๆ นะ จริงๆ นะ มีเมนูมะระอร่อยๆ ก็มีจริงๆ นะ
ภาพนี้... จงยอมศิโรราบแด่ยัยเจี๊ยบซะ!
