หลี่เฟยหลง จอมทัพเทวดา

    ตอนที่39 หมอเทวดา

       .... หลังจาก ถังสง พา เฟยหลง กลับมายังค่าย ก็รีบตามหมอมาดูอาการ 

         " ท่านหมอ ท่านขุนพลเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ " ถังสงเอ่ยถามขึ้น 

       .... ท่านหมอ ได้ยินเช่นนั้น ก็ส่ายหัวไปมาก่อนจะพูดขึ้น " ท่านนายกองถัง ท่านขุนพลหลี่ เข้าถูกยิงในจุดสำคัญ ยากที่จะรักษาได้ หากจะรักษาเขา เกรงว่าข้าเองก็ไม่มีความสามารถมากพอ "

        .... ถังสง ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับสะดุ้งทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะเอ่ยขึ้น " ท่านหมอ ท่านไม่มีวิธีรักษาจริงๆหรือ แล้วเช่นนี้ข้าจะทำยังไงดี "

        .... ท่านหมอได้ยินเช่นนั้น ก็ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมา " ตัวข้าเป็นแค่หมอชาวบ้านไหนเลยจะรักษาอาการร้ายแรงแบบนี้ได้ แต่ว่า จากที่นี่ไปทางตะวันออกสิบลี้ มีหมอเทวดาผู้นึงอาศัยอยู่ในป่า คนผู้นี้ร่ำเรียนการแพทย์มาตั้งแต่เด็กๆ ล่ำลือกันว่า เขาเป็นทายาทของหมอฮัวโต๋ หากท่านสามารถเชิญเขามาได้ ชีวิตของขุนพลหลี่ อาจจะยังมีทางรอด " 

        .... ถังสงได้ยินเช่นนั้น ก็ยินดีเป็นอย่างมาก ก่อนจะเอ่ยขอบคุณท่านหมอออกมาเป็นการใหญ่. ท่านหมอเมื่อกล่าวจบแล้วก็ขอตัวลากลับไป

        .... ถังสง จึงมีคำสั่งให้ ทหารทุกคน เฝ้าระวังรอบๆค่ายอย่างเคร่งครัด ก่อนจะส่งคนไปหา มู่ปิงที่เมืองหลงกวนให้มายังที่นี้ และตัวเขาเองเป็นคนมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของหมอเทวดาผู้นั้น

         .... ทางด้านองค์หญิงหยุนซี ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปยังเมืองเอ๊กโจว.  

        " อุ๊ยยย.... อะไรกัน อยู่ๆทำไมใจข้าถึงได้รู้สึกแปลกๆเช่นนี้ " หยุนซีร้องอุทานออกมา

        .... เสียวเหยา ได้ยินเช่นนั้น ก็พูดขึ้น " องค์หญิงเพคะ ท่านเป็นอะไรหรือป่าว " 

         " ไม่รู้สิ อยู่ๆข้าก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เหมือนกับว่า มีอะไรมารัดหัวใจข้าไม่ให้เต้นอย่างนั้น " หยุนซีเอ่ยออกมา

         " ไม่หรอกเพคะ. อาจจะเป็นเพราะว่าองค์หญิงช่วงนี้พักผ่อนน้อยก็เป็นได้ จึงได้มีอาการเช่นนี้ " เสียวเหยาเอ่ยออกไป

         " อืม ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น " หยุนซีเอ่ยออกมา ก่อนที่ภายในใจนางจะคิดถึง เฟยหลง 

       .... กลับมายัง กว่านโจว ท้องพระโรงแคว้นอู๋  

         " อะไรนะ ! หลี่เฟยหลง ได้รับบาดเจ็บหรือ " เกาหย่งเต๋อเอ่ยถามขึ้น

        " พะยะค่ะ เสด็จพ่อ หม่อมฉันให้คนยิงเขาเอง " เกาหยวนรีบพูดออกไป พร้อมกับแสดงสีหน้าที่ยินดี. ซึ่งผิดกับ เสนาเตียวกับแม่ทัพเหิง ที่อับอายกับการกระทำครั้งนี้ของ เกาหยวนเป็นอย่างมาก

         .... เกาหย่งเต๋อ ได้ยินเช่นนั้นก็แปลกใจ จึงเอ่ยถามขึ้น " เสนาเตียว เรื่องที่ เกาหยวนพูดมาจริงหรือไม่ " 

        .... เสนาเตียว ได้ยินเช่นนั้นก็กระอักกระอวมใจ ตัวเขาไม่รู้จะพูดออกไปยังไงดีกับการกระทำที่น่าอับอายขององค์รัชทายาทได้ ก่อนที่เขา จะรีบคลุกเข่าลงแล้วเอ่ยขึ้น. " กราบทูลท่านอ๋อง เรื่องที่องค์รัชทายาททูลเป็นความจริงพะยะค่ะ เพียงแต่ว่า การกระทำขององค์รัชทายาทครั้งนี้ ได้ทำให้ แคว้นอู๋เราเสื่อมเสียเกียรติเป็นอย่างมาก "

        .... เกาหย่งเต๋อ ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ ก่อนจะร้องถามออกไปว่า " หือ เสื่อมเสียเกียรติ เสื่อมเสียเกียรติอะไร? "

          " ทูลท่านอ๋อง การที่องค์รัชทายาทสามารถทำให้ หลี่เฟยหลง บาดเจ็บได้ นั่นก็เพราะว่า. องค์รัชทายาท อาศัยช่วงที่ หลี่เฟยหลงต่อสู้ตัดสินกับสี่ยอดขุนพลของเราพะยะค่ะ. " เสนาเตียวพูดขึ้น

        .... เกาหย่งเต๋อ ได้ยินเช่นนั้น ก็โกรธจนควันออกหู ก่อนจะทุบไปที่ขอบบัลลังก์อย่างแรง ปังงงงง... พร้อมกับเอ่ยขึ้น " อะไรนะ เจ้าจะบอกว่า เกาหยวน ลอบทำร้าย หลี่เฟยหลงในขนาดต่อสู้กับสี่ยอดขุนพลอย่างนั้นหรือ "

         " พะยะค่ะ ท่านอ๋อง เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ " เสนาเตียวรีบพูดขึ้น

       .... เกาหย่งเต๋อ ได้ยินเช่นนั้น ก็หันไปทาง เกาหยวน และตะหวาดออกมาด้วยเสียงอันดัง. " เจ้า ลูกเวร. ใครใช้ให้เจ้ากระทำการต่ำช้าเยี่ยงนี้ เจ้ารู้มั้ยว่า การกระทำของเจ้า ทำให้แคว้นอู๋เสื่อมเสียแค่ไหน การลอบทำร้ายแม่ทัพระหว่าวดวนกัน นับว่าผิดทำเนียบอย่างยิ่ง หากแคว้นอื่นๆรู้เรื่องนี้เข้าจะหาว่าพวกเราชาวแคว้นอู๋ ไม่รู้แม้กระทั้งทำเนียบการออกศึก " 

       .... เกาหยวน ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับเข่าอ่อน.จึงรีบคลุกเข่าลง พร้อมกับเอ่ยขึ้น " เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้ว แต่ที่ลูกทำก็เพื่อแคว้นอู๋ของเรานะพะยะค่ะ ลูกคิดว่า หากเราสามารถสังหาร เจ้าหลี่เฟยหลงได้ แคว้งอู๋ของเราก็จะพ้นวิกฤต " 

         ..... เกาหย่งเต๋อ ได้ยินเช่นนั้น ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดขึ้น " เกาหยวน การที่เจ้าห่วงแคว้นห่วงแผ่นดินนับว่าดีอยู่ แต่การกระทำของเจ้าในครั้งนี้ มันไม่ถูกต้อง เจ้ารู้มั้ยว่าการทำสงครามก็มีกฎของมัน หากไม่รักษาทำเนียบแล้ว แคว้นเราก็จะถูกแคว้นอื่นดูถูกได้ เห็นแก่ที่เจ้ากระทำการโดยไม่เจตนา ข้าจะลงโทษให้เจ้า กลับไปยังตำหนักของเจ้าและ อ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำศึกและคุณธรรม พร้อมกับ ทบทวนความผิดของตัวเองซะ "

         " พะยะค่ะ เสด็จพ่อ " เกาหยวนเอ่ยออกไป

        .... ทางด้าน เสนาเตียวและ แม่ทัพเหิง ได้ยินเช่นนั้น. ก็ส่ายหัวไปมา การกระทำของ เกาหยวนนับว่าร้ายแรงนัก แต่เกาหย่งเต๋อกับให้เขากับไปอ่านหนังสือ ในห้องแค่นั้นเอง  

        ..... กลับมายังค่ายของ เฟยหลง ที่ตอนนี้ มู่ปิงกับทหารของเขาได้มาถึงแล้ว.  

          " ท่านนายกองมู่. ท่านนายกองถังออกไปหาท่านหมอเทวดาตั้งสามวันแล้ว ยังไม่กลับมาเลย ข้าชักเป็นห่วงอาการของท่านขุนพลแล้วสิ " ทหารคนนึงเอ่ยออกมา 

       .... มู่ปิง ได้ยินเช่นนั้น ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดขึ้น " ข้าหวังว่า ถังสงจะสามารถเชิญท่านหมอเทวดาคนนั้นมาได้ หาไม่ ชีวิตของท่านขุนพลคงยากจะรอด " 

         .... ด้าน ถังสง บัดนี้ ได้มาถึงที่พักของ หมอเทวดาแล้ว. เขาจึงรีบเข้าไปแล้วเอ่ยขึ้น " ไม่ทราบว่า ท่านหมอเทวดา อยู่หรือไม่ ผู้น้อยมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือ "

       .... ซักพัก ก็มีเด็กน้อยวัยสิบขวบวิ่งเข้ามา พร้อมกับเอ่ยขึ้น " ท่านเป็นใคร เหตุได้ถึงมาเอะอะที่นี้ " 

        .... ถังสงได้ยินเช่นนั้น ก็พูดขึ้น " อ่อ สหายน้อย ข้าเป็น นายกองแคว้งเหลียง มาที่นี้เพื่อขอให้ท่านหมอเทวดา ไปช่วยชีวิตท่านขุนพลของเราด้วย "  

         " แต่ว่า ตอนนี้ท่านอาจารย์ของข้ากำลังค้นคว้าวิชาแพทย์ใหม่ๆอยู่ไม่ว่างจะพบใคร เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะ " เด็กน้อยเอ่ยออกมา

         .... ถังสงได้ยินเช่นนั้น ก็สะดุ้งก่อนจะเอ่ยขึ้น " สหายน้อย รบกวนเจ้าช่วยไปบอกท่านหมอเทวดาด้วยเถอะว่า ข้าจำเป็นต้องให้ท่านช่วยจริงๆ "

      .... เด็กน้อยได้ยินดังนั้น ก็รีบพูดขึ้น " เอ๊ะ ท่าน ข้าก็บอกไปแล้วไงว่า ท่านอาจารย์ไม่ว่าง เชิญกลับไปได้ "

         .... ในขนาดที่ ถังสง กำลังจะเอ่ยอะไรออกไป ก็มีเสียงของสตรีดังขึ้น " อาหนาน เจ้าให้ท่านนายกองเข้ามาเถอะ "

         " ขอรับท่านอาจารย์ " อาหนานเอ่ยออกไป. ก่อนที่เข้าจะพา ถังสง เข้าไปด้านในจวน

       .... ไม่ช้า เมื่อถังสงเข้ามาแล้ว ก็ต้องพบกับสตรีนางนึงวัยยี่สิบ กำลังนั่งดูสมุนไพรอยู่ นางมีใบหน้าที่งดงามยิ่งนัก ซึ่งความงามของนางเรียกได้ว่าไม่แพ้ ซุนหยุนซีเลย. ถังสงเห็นเช่นนั้นถึงกับตะลึงในความงามของนาง ก่อนที่นางจะเอ่ยขึ้น " ท่านนายกอง. ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้าต้องการให้ข้าช่วยอะไร " 

        .... ถังสงได้ยินเช่นนั้น จึงได้สติ ก่อนจะรีบเอ่ยออกไปว่า " ท่านหมอเทวดา ท่านขุนพลของข้าถูกลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังนอนไม่ได้สติ ข้าเลยอยากจะเชิญท่านเพื่อไปรักษาเขาได้หรือไม่ "

        .... นางได้ยินเช่นนั้น ก็เอ่ยออกมา " ขุนพลของท่านแซ่หลี่ ใช่หรือไม่ "

         " ขอรับท่านหมอเทวดา ขุนพลของข้าแซ่หลี่ ชื่อเต็มๆว่า หลี่เฟยหลง. แต่เอ๊ะ เหตุใดท่านถึงรู้ได้ " ถังสงเอ่ยขึ้น

           " ขุนพลหนุ่ม ที่สามารถต่อสู้กับสี่ยอดขุนพลของแคว้นอู๋ได้ด้วยลำพังตัวคนเดียว ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินแล้ว แม้ข้าจะเป็นหมดแต่ก็เคยได้ยินมาบ้าง เห็นว่าถูก แคว้นอู๋ลอบทำร้ายระหว่างต่อสู้ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่. " นางเอ่ยออกมา

        " จริงขอรับ ท่านขุนพลถูกรัชทายาทแคว้นอู๋ลอบทำร้าย ตอนนี้บาดเจ็บสาหัสมาก ข้าจึงมาที่นี้เพื่อขอให้ท่านหมอเทวดาช่วยเขาซักครั้ง " ถังสงเอ่ยซ้ำออกไป

         .... นางได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " ท่านนายกอง ท่านเรียกข้าว่า หลานอิงก็พอ " 

        .... ถังสงได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " เช่นนั้น ท่านหมอเทวดาหลางอิง. จะช่วยท่านขุนพลของข้าได้หรือไม่ "

       .... หลางอิง เมื่อได้ยินถังสง เรียกแบบนั้น ก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกไปว่า. " ข้าเป็นหมอมีหน้าที่ช่วยคน เหตุใดจะไม่ช่วยขุนพลของท่านด้วยเล่า เอาหละ ช่วยคนต้องรวดเร็วไม่อาจชักช้าได้ พวกเรารีบไปกันเถอะ "

        .... ถังสง เมื่อรู้ว่า หลางอิงรับปากที่จะช่วย เฟยหลงเเล้วก็ดีใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะรีบพูดขึ้น " ขอบคุณท่านหมอเทวดาหลานอิง ขอบคุณท่านหมอเทวดาหลางอิง. ขอบคุณท่านหมอเทวดาหลานอิง " เขาพูดออกมาพร้อมกับคำนับคำนับอีก

        ..... หลานอิง เห็นเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น "!พอแล้ว พอแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ ชักช้าจะไม่ทันการ " 

        .... ถังสง ได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่รอช้ารีบนำทาง หลานอิงไปยังค่ายของตนทันที

    คล้ายกับเรื่อง หลี่เฟยหลง จอมทัพเทวดา ที่คุณอ่าน