ตอนที่ 7 เข้าปะทะกองโจร
“ตื่นแล้วอย่างนั้นเหรอขอรับท่านอากอร์น?” ร่างของเรเว่นปรากฏขึ้นที่ข้างๆตัวอากอร์นก่อนจะเปิดปากถามขึ้นอย่างเรียบง่าย.....
“กว่าจะตื่นได้นะเ้าค่ะ?” จากนั้นก็เป็ของลอลิที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างของนางที่ค่อยเผยให้เห็นจากอีกฝั่งหนึ่ง......
“หากช้ากว่านี้ท่านคงอดที่จะได้สนุกเป็แน่!!” และต่อด้วยเสียงของชายหนุ่มเจมส์วิชที่ตามมาติดๆก่อนจะเป็เสียงที่ฟังดูขนลุกจากวิลเลี่ยมว่า “ไม่ทราบว่าท่านอากอร์น้าจะให้ข้าไปบดขยี้หัวสมองของพวกมันเลยไหม?”เมื่อพูดจบเขาก็ดังเอากระบอกลูกตุ้มคู่กายของเขาออกมาทันที.....
“ใจเย็นๆก่อนรอให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้ก่อนพวกเราค่อยลงมือเรเว่นท่านลงไปเตรียมทหารของเราให้พร้อมเมื่อไหร่ที่พวกมันเข้ามาใกล้พวกเราจะทำการสังหารหมู่พวกมันซะ!!”อากอร์นยกมือขึ้นห้ามวิลเลี่ยมเอาไว้พร้อมกับบอกแผนการของเขาและสั่งให้เรเว่นไปเตรียมกำลังรอไว้......
ซึ่งแผนการของเขาก็ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนอะไรมากก็เพียงแค่ใช้ธนูยิงสังหารพวกโจรก็เท่านั้นแต่ทว่าการยิงธนูในครั้งนี้มันไม่ได้เหมือนกับการยิงธนูทั่วไปนั้นก็เพราะว่าทหารทั้งสองพันคนนั้นยิงธนูเป็ทุกคนและทุกคนก็ยิ่งแม่นเสียด้วย......
ดังนั้นแล้วการที่ทหารสองพันคนยิงธนูแม่นมันก็เท่ากับว่าลูกธนูทั้งสองพันลูกนั้นจะสามารถสังหารศัตรูได้อย่างน้อยก็นับพันคนหากไม่ยิงซ้ำซ้อนกันและด้วยระยะเวลาอันสั้นอากอร์นชื่อว่าเหล่าโจรป่าที่ไม่ได้ผ่านแบบแผนการรบมาเหล่านี้ต้องถูกจัดการทั้งหมดแน่......
ซึ่งการที่กลุ่มโจรที่มีคนถึงห้าพันคนถูกจัดการไปนั้นระดับความปลอดภัยของเมืองก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าการกำจัดกองโจรขนาดเล็กอย่างกลุ่มโจรที่อากอร์นพาเจนนี่กับลอลิไปช่วยหญิงสาวชาวบ้านเสียอีกนับสิบเท่าและสิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือสินาที่อากอร์นจะได้รับ.....
ถึงแม้ว่าอาวุธและชุดเกราะของพวกโจรพวกนี้จะเป็เพียงของธรรมดาทั่วไปแต่มันก็มากพอที่จะเอามามอบให้กับชาวบ้านเอาไว้ใช้ป้องกันตัวแถมยังมีเสื้อผ้าเอาไว้ใส่อีกด้วย......
สองชั่วโมงผ่านไป......
“ได้เวลาแล้วสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมพวกเราจะเข้าไปฆ่าไอ้เ้าเมืองคนใหม่นั้นและกองทัพของพวกมันให้หมดจากนั้นก็ชิงเอาอาวุธและชุดเกราะของพวกมันมาเป็ของพวกเรารวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดของพวกมันด้วย”ชายวัยกลางคนพูดสั่งลูกน้องของตนให้กระจายคำสั่งของเขาออกไปเมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดได้ที่แล้วและพวกทหารที่ยืนเฝ้าอยู่บนกำแพงก็ดูจะปล่อยตัว........
“ครับหัวหน้า!!”
เพียงไม่นานคำสั่งของชายวัยกลางคนก็กระจายออกไปถึงโจรทั้งห้าพันคนที่ดักซุ่มอยู่ตามหลังต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้เพื่อเป็ที่กำบังของตนและเมื่อคำสั่งส่งถึงทุกคนชายวัยกลางคนก็ไม่รอช้าออกคำสั่งบุกต่อในทันที.....
“ฆ่าพวกมันให้หมด!!”
เฮ้!!!!!
โจรทั้งหมดทั้งห้าพันคนที่ซ่อนตัวอยู่ก็พากันส่งเสียงโห่ร้องอย่างคึกคักในทันทีหลังจากที่ได้ยินคำสั่งบุกซึ่งเสียงร้องะโของพวกมันนั้นได้ทำให้ชาวเมืองที่กำลังหลับใหลอย่างมีความสุขอยู่นั้นต้องสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างหวาดกลัว.......
“นั่นเสียงอะไรนะ?”
“เกิดอะไรขึ้นเสียงอะไรกัน?”
“แม่จ๋า!! หนูกลัว!!”
“แง......แง.......แง!!”
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในทันทีเมื่อชาวบ้านพากันตื่นขึ้นบางคนถึงกับรีบหาที่หลบซ่อนตัวเพราะความเคยชินบางคนก็คิดที่จะเก็บข้าวของแต่ก็มีบางคนที่พากันออกมานอกบ้านและรวมตัวกันเพื่อจะปกป้องครอบครัวของตน......
แต่ในขณะที่พวกเขาออกมาจากบ้านนั้นพวกเขาก็ต้องหยุดชะงักไปเพราะว่ากองกำลังทหารจำนวนหนึ่งของเ้าเมืองคนใหม่ที่ตั้งแถวยืนอยู่อย่างเงียบๆด้วยชุดเกราะและอาวุธเต็มยศ.......
“ทุกคนกลับเข้าไปภายในบ้านซะไม่นานมันก็จะจบแล้ว”ทันใดนั้นเสียงของเรเว่นก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเรเว่นที่สวมชุดเกราะเต็มยศเดินออกมาจากความมืด......
“ท่านเรเว่น? มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอทำไมถึงมีเสียงร้องโวยวายดังไปหมดเลย?”ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัยทั้งๆที่เขาก็พอจะเดาออกอยู่แล้วว่าเป็เสียงของพวกโจรแน่ๆ ......
“ก็แค่ฝูงหนูฝูงหนึ่งเท่านั้นพวกเ้าไม่ต้องคิดมากหรอกกลับเข้าบ้านไปนอนซะเถอะ”เรเว่นตอบกลับชายคนนั้นไปว่าเสียงที่ดังอยู่นี้เป็เพียงเสียงของฝูงหนูเท่านั้น.....
ฝูงหนู?
เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นใบหน้าของทุกคนก็แสดงออกมาแตกต่างกันบางคนไม่รู้ความหมายจริงๆของมันแต่ก็มีหลายคนที่พอรู้ว่ามันหมายถึงอะไรแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ถามอะไรกองกำลังที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาก็เคลื่อนตัวจากไปแล้วอย่างรวดเร็วทว่ากับไร้เสียงทั้งๆที่สวมชุดเกราะเต็มตัวและมีอาวุธครบมือแต่กลับไม่ทำให้เกิดเสียงใดๆ เลย.......
บนกำแพงเมือง.......
“ดูท่าพวกมันคึกคักกันน่าดูเลยนะ”เจมส์วิชพูดขึ้นหลังจากที่เห็นโจรหลายพันคนวิ่งดาหน้าเข้ามายังหน้าประตูเมือง......
“ให้พวกมันเข้ามาเลยข้าพร้อมที่จะขยี้หัวของพวกมันแล้วหึ หึ หึ!!” วิลเลี่ยมเองก็รู้สึกคันไม้คันมือไปหมดแล้วความกระหายในาของเขามันเดือดขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดแล้วในตอนนี้......
“ท่านอากอร์นไม่ทราบว่าการกวาดล้างฝูงหนูพวกนี้ข้าสามารถจัดเต็มได้หรือไม่?”ทันใดนั้นเสียงของแรมโบ้ก็ดังขึ้นหลังจากที่เขาเงียบมานาน......
หือ....?
“เ้าอยากจัดเต็มกับพวกนี้อย่างนั้นเหรอ?” อากอร์นรู้สึกใเล็กน้อยที่จู่ๆแรมโบ้ก็ขอใส่เต็มแรงกับพวกโจรกระจอกพวกนี้......
“ข้าแค่รู้สึกว่าฝูงหนูฝูงนี้มันน่าขยี้ดีเลยอยากจะจะทุบๆพวกมันให้เละ” แรมโบ้ตอบกลับพร้อมกับจ้องมองไปยังฝูงโจรด้วยสายตากระหายราวกับหมาป่าที่เห็นเหยื่อ......
“เอิ่ม......แล้วแต่เ้าก็แล้วกันแต่อย่าให้มันเกินเลยละเพราะอาวุธกับชุดของพวกมันยังมีค่าต่อพวกเรามากดังนั้นแล้วอย่าพยายามทำให้พวกมันเสียหาย”อากอร์นพยักหน้าอนุญาตแต่เขาได้พูดย้ำเตือนแรมโบ้เอาไว้ว่าสิ่งของที่พวกโจรนำมานั้นสำคัญ.......
“ข้าทราบแล้วข้าจะพยายามทำให้พวกมันไม่เสียหาย”ถึงแม้แรมโบ้จะเป็พวกชอบใช้กำลังมากกว่าสมองแต่เขาก็ยังคงเชื่อฟังอาร์กอนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด......
เฮ้!!!
“ฆ่าพวกมันให้มัน!!”
“ผู้หญิงทั้งหมดต้องเป็ของข้า!!”
“ของข้าต่างหากโว้ย!!”
“ต้องเป็ข้าต่างหาก!!”
โจรทั้งหมดต่างก็พากันพูดคุยส่งเสียงดังอย่างมีความสุขและกระหายที่จะได้ครอบครัวในสิ่งที่ตน้าแน่นอนว่าเื่แรกที่พวกเขาคิดคือหญิงสาวสองก็เป็เงินทองส่วนสุดท้ายนั้นก็คืออุปกรณ์ที่เหล่าทหารของอากอร์นใส่อยู่......
แต่พวกมันไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้พวกกำลังวิ่งเข้าไปในปากเสือที่อ้ารองับพวกมันอยู่ซึ่งในตอนนี้กองกำลังที่ได้จัดเตรียมไว้ได้ขึ้นไปประจำการบนกำแพงหมดแล้วพร้อมด้วยธนูที่ประทับคันศรสีดำเงาที่ให้บรรยากาศอันเย็นเยือก........
เจ็ดร้อยเมตร.......
หกร้อยเมตร........
สี่ร้อยเมตร.......
สามร้อยเมตร........
สองร้อยห้าสิบเมตร......
“ยิงได้!!”
พรึบ!! พรึบ!! พรึบ!!
ทันใดนั้นเสียงร้องะโของอากอร์นก็ดังขึ้นมันเป็สัญญาณที่บอกให้ทหารทั้งสองพันนายของเขายิงธนูที่ง้างเอาไว้ใส่กองโจรทั้งห้าพันคนที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างไม่สนใจอะไร......
ฟิ้ว!!! ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!
หือ....?
“นั่นเสียงอะไร?”
อ้า!! อ้า!! อ้า!!
ม่ายยยยยยย!!
“ขาข้า!! โอ้ยยยยยยย!!
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้รับรู้ว่าเสียงที่ดังผ่านอากาศมานั้นคืออะไรเสียงร้องอันโหยหวยก็ดังขึ้นมาแล้วพร้อมกับกลิ่นคาดเืที่ฟุ้งไปทั่วพร้อมกับร่างของโจรหลายร้อยคนที่ตายตกไปและหลายคนที่ได้รับาเ็หนักจนไม่อาจที่จะขยับตัวได้......
“พวกเราถูกโจมตี!! ตั้งโล่เร็วเข้า!!”
“ระวังพวกมันใช้ธนูโจมตีพวกเรา!!”
“หัวหน้ากองหน้าของพวกเขาตายเรียบเลยและหลายคนได้รับาเ็ครับ”
“หัวหน้าพวกเราจะเอายังไงต่อดี?”
เหล่าหัวหน้าหน่วยต่างก็ะโถามชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าของพวกมันขึ้นอย่างร้อนใจว่าจะทำยังไงต่อไปดีเพราะเพียงแค่การโจมตีแรกพวกมันก็เสียคนไปพันกว่าคนแล้วและมีอีกหลายร้อยคนที่ได้รับาเ็หนัก......
“ไอ้สารเลวบัดซบเอ๊ย!! Fu! K พวกมันรู้ได้ยังไงว่าพวกเราจะบุกพวกมัน?บ้าจริง!!ไม่ต้องไปสนใจบุกเข้าไปยังไงพวกมันก็โจมตีพวกมเราไม่ทันแน่พวกเรามีคนเยอะ..........หือ....?”
ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!
ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!!
อ้า!! ม่ายยยยยยย!!
ยังไม่ทันที่ชายวัยกลางคนหัวหน้ากลุ่มโจรกลุ่มนี้จะได้พูดจบเสียงแหวกผ่านอากาศก็ดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับห่าลูกธนูที่พุ่งตกลงมาสังหารพวกโจรที่ยืนยิ่งทำอะไรไม่ถูกเพราะกำลังรอคำสั่งและด้วยเหตุนี้จึงมีโจรมากกว่าพันคนที่ตายไปรวมแล้วเพียงการยิงแค่สองครั้งกองทัพของอากอร์นก็สังหารพวกโจรไปได้มากกว่าสองพันคนกับทำให้าเ็อีกพันคน......
ดังนั้นแล้วจำนวนที่เหลือของพกวโจรจึงมีเพียงแค่สองพันกว่าคนเท่านั้นซึ่งในตอนนั้นเองประตูดเมืองที่ที่เปิดอยู่นิดๆก็ได้มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ประตูถูกเปิดออกจนสุดและไม่นานเงาดำๆ จำนวนมากก็ค่อยโผล่ออกจากประตูอย่างช้าๆ......
“อะไรอีกวะเนี่ย!!?”
“นั่นมันพวกทหารนิ? แต่............ทำไมมันตัวใหญ่จังวะ!!”
ภาพที่พวกโจรเห็นก็คือร่างของแรมโบ้วิลเลี่ยมและฮอล์สันที่สวมชุดเกราะเต็มยศเดินนำหน้าขบวนออกมาจากนั้นก็ตามมาด้วยเจมส์วิชเรเว่นและกองทหารหนึ่งพันนายที่ถูกแบ่งครึ่งจากบนกำแพงลงมาต่อสู้ด้านล่างนี้แทน......
“ฆ่าพวกมันอย่างให้เหลือแม้แต่คนเดียว!!”
โอ้ววววว!!
เสียงร้องอันกึกก้องของเหล่าทหารทั้งหนึ่งพันนายได้ดังไปทั่วทั้งเมืองและพื้นที่รอบๆเมืองราวกับว่าเป็กองกำลังที่มีคนมากกว่าหมื่นคนซึ่งเสียงร้องของพวกเขาได้ทำให้ขวัญกำลังใจของเหล่าโจรที่เหลืออยู่ถึงกับตกวูบไปด้วยความหวาดกลัว.......
ปะ....ปะ....ปีศาจ!!
ม่ายยยยยย!!
ด้วยชุดเกราะเต็มตัวที่มีสีดำเงาผสมสีแดงเข้มที่ทหารทั้งหนึ่งพันนายสวมใส่อยู่มันได้ทำให้พวกเขาดูราวกับนักรบปีศาจจากขุมนรกที่น่าหวาดกลัวแม้แต่ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้ายังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันและจิตสังหารที่รุนแรงโดยเฉพาะแรมโบ้วิลเลี่ยม ฮอลสันและเจมส์วิช......
ที่ดูท่าแล้วแข็งแกร่งกว่าตัวมันแต่ที่ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวจริงๆไม่ใช้ทั้งสี่คนแต่เป็นักรบที่อยู่หลังสุดของทั้งสี่นักรบที่มีใบหน้าเรียบนิ่งและเ็ายิ่งมองยิ่งรู้สึกหนาวจนไปถึงกระดูก.......