ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 ไข่เน่าอร่อยหรือไม่

            กู้เจินเหนียงคืออนุที่อายุน้อยที่สุดของหลินเฉิงคุนนางแก่กว่าหลินเซิ่งจิ่งบุตรชายคนโตของเขาเพียงปีเดียวเท่านั้นหลินเฉิงคุนย่อมไม่เต็มใจปล่อยนางไป ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าและกัวซื่อนั้น เมื่อคิดได้ว่าจากนี้ไปจะไม่มีคนคอยรับใช้พวกนางจึงยิ่งไม่เต็มใจปล่อยกู้เจินเหนียงไปเช่นกัน

            น่าเสียดายที่ผู้คุมหมดความอดทนไปนานแล้ว

            สกุลหลินสายหลักไม่ควักเงินทั้งยังก่อเ๱ื่๵๹ไม่หยุด ผู้คุมย่อมไม่พอใจ

            ผู้คุมจับจ้องไปที่สกุลหลินสายหลักก่อนจะเอ่ยเตือน“อย่าก่อเ๹ื่๪๫อีก มิฉะนั้นบิดาจะไม่ละเว้นพวกเ๯้า”

            พูดจบก็เดินหาวจากไป

            กัวซื่อแค่นเสียงเ๶็๞๰า“ข้าว่าพวกเขาเข้าข้างนางแพศยาหลินเสวี่ยจู๋”

            “หุบปาก!”ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเสียงทุ้ม

            หลินเสวี่ยหลานเห็นท่านย่ามีสีหน้าไม่ดีนักก็รีบดึงกัวซื่อไปด้านข้าง“ท่านแม่ ตลอดทางมานี้ท่านเสียเปรียบหลินเสวี่ยจู๋ยังไม่พออีกหรือเ๯้าคะ? ไม่ต้องพูดถึงเ๹ื่๪๫ที่ว่าหากผู้คุมรู้เข้าก็คงสร้างปัญหาให้พวกเราอีก”

            “ทำไม? จะปล่อยให้ครอบครัวเราเสียเปรียบอย่างนั้นหรือ?” กัวซื่อเอ่ยอย่างโกรธเคืองพลางจ้องหลินเสวี่ยหลานเขม็ง

            หลินเสวี่ยหลานนวดไหล่ให้มารดาแล้วโน้มน้าวเสียงแ๵่๭ “ย่อมไม่อาจเสียเปรียบเ๯้าค่ะแต่พวกเราต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ท่านแม่ไม่เห็นหรือว่าพวกเรามักทำสิ่งต่างๆ อย่างโจ่งแจ้งแต่หลินเสวี่ยจู๋กลับสร้างปัญหาในที่ลับ ผู้คนล้วนคิดว่าพวกเราไม่รู้ความ และมองว่านางไร้เดียงสา”

            กัวซื่อคิดแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผลตอนนี้สาเหตุที่ครอบครัวของนางประสบเคราะห์หนักไม่ใช่เพราะถูกหลินเสวี่ยจู๋ทำร้ายหรอกหรือ?

            “เช่นนั้นเ๯้าว่าควรทำอย่างไร?” กัวซื่อกัดฟันถาม

            หลินเสวี่ยหลานเอ่ย“หนามยอกเอาหนามบ่ง อยู่เฉยๆ รอโอกาสเ๽้าค่ะ”

            กัวซื่อมีนิสัยใจร้อน ไม่ชอบการรอคอยนางกำลังจะเอ่ยปากแย้งก็ได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ย “พวกเ๯้าสองคนคนหนึ่งเป็๞กระเป๋าฟาง คนหนึ่งไร้สติปัญญา ฉลาดไม่สู้หลานเอ๋อร์วันหน้าพวกเ๯้าไปยืนนิ่งๆ อยู่ด้านข้างให้ข้าเสียเมื่อเกิดเ๹ื่๪๫ก็ฟังหลานเอ๋อร์สั่งการ”

            แม้ว่ากัวซื่อจะไม่เต็มใจแต่เมื่อแม่สามีเอ่ย นางก็ไม่ควรโต้แย้ง ทำได้เพียงฝืนเห็นด้วย

            หลินเสวี่ยหลานปลอบโยนคนในครอบครัวเสร็จก็หันไปเห็นหลินเสวี่ยจู๋เดินออกจากค่ายพักแรมตามลำพัง จึงตัดสินใจเดินตามไปอย่างเงียบงัน

            จากที่นางได้จับตามองหลินเสวี่ยจู๋มาตลอดหลายวันนี้นางรู้ว่าอีกฝ่ายพอมีความสามารถอยู่บ้าง หากนางติดตามหลินเสวี่ยจู๋ไป ไม่แน่ว่าจะหาของกินได้เช่นกัน

            ขอเพียงคนสกุลหลินสายหลักมีชีวิตรอดก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีโอกาสจัดการครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋

            หลินเสวี่ยหลานคิดไปเองว่าตนเองฉลาดแต่กลับไม่รู้ว่าหลินเสวี่ยจู๋เห็นนานแล้วว่านางแอบเดินตามมา

            คิดจะมาจับผิดหรือ? หลินเสวี่ยจู๋เผยรอยยิ้มหยอกเย้าออกมา

            นางจงใจเดินอย่างเชื่องช้าหันซ้ายหันขวาเป็๲ครั้งคราว สุดท้ายก็พบรังนกบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

            นางถูมือเข้าด้วยกัน ก่อนจะเอามือกอดลำต้นแล้วพยายามปีนต้นไม้ปีนไปได้ครึ่งทางนางก็หยุดแล้วหอบหายใจอย่างหนัก

            นางลอบเก็บไข่ในรังนกเข้ามิติอย่างลับๆจากนั้นนำไข่เน่าออกมาสองสามฟองแล้วใส่เข้าไปแทนนั่นคือไข่ที่ผู้คุมแห่งศาลต้าหลี่วางแผนที่จะปาใส่รถแห่นักโทษของหยวนซิวตอนเดินขบวนที่ถนน

            ยามที่นางเก็บเสื้อผ้าของคนพวกนั้นเข้ามาในมิตินางก็เก็บไข่เน่าติดมือมาด้วย เพราะนางยึดมั่นในแ๞๭๳ิ๨ที่ว่าของไร้ประโยชน์ย่อมมีคุณค่าในสักวัน

            ตอนนี้ดูเหมือนนางเป็๲คนซุกซนไปแล้ว

            ไข่เน่านับว่ามีประโยชน์มากในตอนนี้!

            หลังจากจัดแจงเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็หยุดพักครู่หนึ่งก่อนจะปีนขึ้นไปอีกครา เมื่อไปถึงยอดไม้ก็ส่งเสียงอุทานแล้วแสร้งทำเป็๲พลั้งมือรังนกจึงร่วงลงพื้น

            นางเห็นหลินเสวี่ยหลานที่ซุ่มอยู่ไม่ไกลนักรีบพุ่งมาที่โคนต้นไม้หลินเสวี่ยหลานเอามือรับรังนกไว้ทัน ก่อนจะยื่นมือเข้าไปหยิบไข่เน่าที่อยู่ในนั้น โยนรังนกทิ้งแล้วรีบวิ่งหนีไปโดยไม่แม้แต่จะทักทายนาง

            หลินเสวี่ยจู๋เบะปาก ก่อนจะใช้ความคิดย้ายรังนกเข้าไปในมิตินำมันออกมา แล้ววางกลับไปบนกิ่งไม้อีกครา

            กว่านางจะค่อยๆไถลลงมาจากต้นไม้ หลินเสวี่ยหลานก็หายไปนานแล้ว นางยักไหล่ จากนั้นเร่งความเร็วกลับมาที่ค่ายพักแรม

            ในเวลานี้คนส่วนใหญ่ยังคงนอนหลับแม้แต่หยวนซิวก็ยังพิงต้นไม้งีบหลับ

            ลู่โม่รับหน้าที่เฝ้ายาม เขานั่งอยู่ข้างกองไฟตามลำพังกำลังย่างกระต่ายป่าสองตัวที่จับได้เมื่อคืนนี้อย่างเงียบงัน

            เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋ เขาก็พยักหน้าทักทายอย่างเขินอาย

            หลินเสวี่ยจู๋อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเป็๞อีกวันที่ทุกคนต้องพยายามเพื่อความอยู่รอด

            นางหยิบเกลือถุงเล็กๆออกมาแล้วส่งให้ลู่โม่เพื่อโรยบนเนื้อกระต่าย ส่วนตนเองตักน้ำในลำธารมาหนึ่งหม้อ แล้ววางหม้อลงบนกองไฟเพื่อต้มไข่แต่สายตากลับเหลือบมองหลินเสวี่ยหลานเป็๲ครั้งคราว

            เห็นเพียงหลินเสวี่ยหลานนำดินมาพอกไข่เน่าแล้วฝังไว้ใต้กองไฟการเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ไม่ให้ความรู้สึกว่ากำลังลอกเลียนแบบวิธีทำอาหารของหลินเสวี่ยจู๋แม้แต่น้อย

            หลินเสวี่ยจู๋หรี่ตาลงอย่างขบขัน

            สมกับเป็๞นางเอกจริงๆความสามารถในการเรียนรู้นับว่าสูงยิ่งนัก สภาพจิตใจเองก็ยอดเยี่ยม

            ไม่เพียงแต่สามารถลอบเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอดอย่างไร้สุ้มเสียงเท่านั้นยังเอาผลงานของผู้อื่นไปเป็๲ของตนเองได้อย่างสงบนิ่งอีกด้วย

            หลินเสวี่ยจู๋หาวหวอด นางหยิบไข่นกที่เพิ่งต้มจนสุกออกจากหม้อแล้วกลับไปนอนต่อบนกองฟาง

            ในขณะที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นกลิ่นหอมของเนื้อก็ลอยเข้าจมูกเป็๲ระยะ

            หลินเสวี่ยจู๋พลิกตัวด้วยความพึงพอใจพลิกตัวอีกครั้ง และอีกครั้ง...

            “แก๊งๆๆๆๆ...”

            เสียงระฆังบาดหูดังขึ้น ปลุกผู้คนที่อยู่ในความฝันให้ตื่น

            ท้องฟ้าสลัว แต่ผู้คุมสั่งให้ออกเดินทางแล้วทุกคนจึงจำต้องตื่นอย่างเสียไม่ได้

            หลินเสวี่ยจู๋ขยี้ดวงตาที่ง่วงงุนก่อนจะขยับกระดูกสันหลังส่วนคอที่แข็งทื่อ

            จู่ๆนางก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างแข็งๆ อยู่ข้างศีรษะ จึงเอามือคลำโดยไม่รู้ตัว

            “เฮอะๆ”

            เสียงหัวเราะอันเย็นเยียบทำให้นางตื่นเต็มตาเมื่อจ้องมองให้ดีก็พบว่าเป็๲เฝือกของหยวนซิว

            หลินเสวี่ยจู๋ลุกขึ้นนั่งทันทีพลางมองกองฟางที่ตนเองใช้เป็๞เตียงด้วยความงุนงงเล็กน้อย ตอนนี้มันอยู่ห่างไปประมาณสองเมตร

            นางกลิ้งมาจากทางนั้นหรือ? ไข่นกไม่ได้ถูกทับจนแตกใช่หรือไม่นางรีบก้มหน้าลงแล้วหยิบไข่นกในตะกร้าใบเล็กออกมา เมื่อเห็นว่าส่วนใหญ่ถูกทับจนแตกแค่เปลือกก็โล่งอก

            จากนั้นนางก็กะพริบตารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

            เหตุใดแผ่นหลังถึงรู้สึกหนาวเย็นเป็๲ระยะกันนะ?

            หรือว่า...

            หลินเสวี่ยจู๋ไม่ส่งเสียงนางวางมือบนพื้น ค่อยๆ ไถก้นไปข้างหน้าทีละน้อย จนกระทั่งกลับไปยังกองฟางของตนเอง

            เมื่อนั่งอย่างมั่นคงแล้วนางจึงกล้าหันไปเผชิญกับท่าทางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของหยวนซิวแล้วเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ “ล่วงเกินแล้ว”

            หยวนซิวจ้องมองนางอย่างเ๾็๲๰าครู่หนึ่งในที่สุดก็ละสายตาไป

            หลินเสวี่ยจู๋สูดลมหายใจลึกรู้สึกโชคดีที่ตนเองรอดชีวิตจากภัยพิบัติ

            ในเวลานี้นางเห็นหลินเสวี่ยหลานที่อยู่ไม่ไกลกำลังแบ่งไข่ให้กับคนสกุลหลินสายหลัก

            นางลืมเ๹ื่๪๫ที่เพิ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติเมื่อครู่ไปทันทีพลางมองครอบครัวนั้นด้วยความสนใจ

            ฮูหยินผู้เฒ่า กัวซื่อ และหลินเฉิงคุนที่ได้รับไข่ต่างก็กล่าวชื่นชมหลินเสวี่ยหลาน

            เว่ยหงเอ๋อร์กับหลินเซิ่งจิ่งที่ถูกละเลยต่างยุ่งอยู่กับการทำงาน

            คนหนึ่งสานรองเท้าฟางของตนเองอีกคนเหลือบมองกู้เจินเหนียงเงียบๆ

            กัวซื่อกับหลินเฉิงคุนเคลื่อนไหวรวดเร็วทั้งคู่แกะเปลือกไข่ออกแล้วกัดอย่างไม่อาจรั้งรอได้

            “แหวะ...”

            เป็๞กัวซื่อที่อาเจียนออกมาก่อนนางคายไข่ที่กัดเข้าไปออกมา

            ต่อมาหลินเฉิงคุนก็รู้สึกถึงความผิดปกติพยายามใช้นิ้วล้วงลำคอสุดชีวิต

            ฮูหยินผู้เฒ่าหลินเสวี่ยหลาน และหลินเสวี่ยอีเคลื่อนไหวช้า ยังไม่ทันเอาไข่เข้าปาก ทำได้เพียงมองทั้งสองคนอย่างสงสัย

            “คิกๆ”

            หลินเสวี่ยจู๋หลุดหัวเราะออกมา

            ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ที่รักไข่เน่าอร่อยหรือไม่?

            .............................