โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
อีกไม่กี่วันเรือนตระกูลเ้าก็จะสร้างเสร็จ เป็อย่างที่นางถางคาดการณ์ไว้ พอเรือนเป็รูปเป็ร่าง ชาวบ้านให้ความสนใจมากที่หมู่บ้านมีผู้สร้างเรือนใหญ่โต และกว้านซื้อที่ดินโดยรอบจนหมด รวมแล้วตระกูลจ้าวมีที่ดินเป็พันหมู่ นี่มันเศรษฐีชัดๆ ไม่คิดว่าการที่จ้าวซีฮันเข้ากองทัพ จะทำให้ตระกูลก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ถึงเพียงนั้น รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้สนับสนุนบุตรสาวให้แต่งงานกับเขา
หลายตระกูลในหมู่บ้าน คิดส่งบุตรสาวเชื่อมความสัมพันธ์ ที่เห็นชัดก็คงเป็นางสุ่ย เ้าของร้านผ้าที่เฟยฮวาเคยตัดชุดด้วย ประกาศไปทั่วว่าบุตรสาวตนมีความสัมพันธ์อันดีกับจ้าวซีฮัน จนเป็ที่เล่าลือว่าหากกลับจากกองทัพครานี้ จ้าวซีฮันคงได้แต่งภรรยาเพิ่ม
พูดกันไปเรื่อยจนเื่ถึงหูบุตรชาย
“ท่านพ่อจะแต่งงานอีกหรือขอรับ” เฟยหลงถามมารดา เขารู้สึกเสียใจ อยากให้ท่านพ่อมีเพียงท่านแม่
“พ่อเ้าไม่เคยบอกแม่ในเื่นี้ เป็เพียงเสียงเล่าลือเท่านั้น แม่คิดว่าเ้าควรรอฟังจากปากท่านพ่อ นั่นถึงจะเป็ความจริง หากท่านพ่อกลับมา ลูกค่อยถามเอง ดีหรือไม่” เฟยฮวาเองก็ไม่รู้เบื้องลึกเื้ั แต่นางไม่อยากให้บุตรชายคิดไปเอง ปากคนก็พูดไปทั่วได้ นึกจากในความทรงจำเ้าของร่างไม่เคยพูดคุยกับบุตรสาวนางสุ่ยด้วยซ้ำ เพียงเคยเห็นที่ตลาดตอนไปตัดชุดที่ร้าน หน้าตาสวยเชียว รูปร่างอรชร อายุราว 18 ปี
“ขอรับท่านแม่ ข้าจะรอถามท่านพ่อ” เฟยหลงยังคงเศร้าใจ
“สักพักท่านลุงเจี้ยนคงมารับ ลูกไปสถานศึกษา ตั้งใจเล่าเรียน เล่นสนุกกับสหายก็พอ ส่วนเื่อื่นให้ปลดระวางลงก่อน ดูที่การกระทำของท่านพ่อ เขาออกไปทำงานหาตำลึงส่งให้ลูกไม่เคยขาด ไม่เคยละเลยพวกเรา เพียงเสียงร่ำลือพวกนี้ลูกจะเชื่อหรือ” เฟยฮวาลูบหัวปลอบบุตรชาย ไม่รู้ได้ยินอะไรมาบ้าง มันเกินการควบคุมของนางเหมือนกัน คงมีพ่อแม่สหายในชั้นเรียนพูดกันไปเรื่อย แล้วเด็กไปจำมาจนมาถามบุตรชายนาง ไม่โทษเด็กหรอก แต่คนพูดให้เด็กได้ยินนี่มันต้องเป็คนแบบไหน ไม่ระวังปากเลย
“ข้าจำได้แล้วขอรับ ท่านแม่เคยบอกไว้ว่าเราต้องเชื่อใจในคนที่เรารัก ข้ารักท่านพ่อ จะรอฟังจากปากท่านพ่อเพียงผู้เดียว” เฟยหลงกลับมาสดใสอีกครั้ง
“เฟยหลงเด็กดี เข้าคิดได้ถูกต้องแล้ว”
เฟยฮวาเริ่มรู้สึกโกรธ ทำบุตรชายนางเศร้าหมอง ดีที่เฟยหลงเป็เด็กฉลาด รู้จักถาม และเข้าใจอะไรได้ง่าย
หลังจากส่งเฟยหลงขึ้นรถม้าไปสถานศึกษาเสร็จ เฟยฮวาเดินเท้าไปตลาด และได้พบคู่กรณีมาดักหน้านาง
“หงเอ๋อ มาทักทายพี่สาวหน่อยสิ” นางสุ่ยเดินมาดักหน้าเฟยฮวา ไม่ยอมเปิดทางให้เดิน ะโเรียกบุตรสาวที่อยู่ในร้าน อุตส่าเลี่ยงไม่ปะหน้า แต่ทางไปร้านท่านป้าตงนั้นต้องผ่านทางนี้ แล้วดูนางสุ่ยรอคอยการมาของนางเหลือเกิน เห็นเงาปุ๊บ แทบตะครุบ ไม่ยอมให้เฟยฮวาเดินไปไหน
ร้านค้าโดยรอบทั้งคนขายและคนซื้อหยุดการซื้อขาย พุ่งความสนใจมาที่เฟยฮวา เพราะได้ยินเื่บุตรสาวนางสุ่ยมีความสัมพันธ์ดีกับจ้าวซีฮัน
“นี่บุตรสาวข้า คงจะเคยเห็นหน้ากันบ้างแล้ว”
“คารวะพี่สาว ข้าหงเหลียนเ้าค่ะ” หญิงสาวโค้งให้เฟยฮวาด้วยความนอบน้อม หน้าตาหมดจด ก็ถือว่าสวย
“ไม่คุ้นว่ารู้จักเลยเ้าค่ะ แต่บุตรสาวท่านงามดีนะเ้าคะ”
“นางสนิทสนมกับจ้าวซีฮันอยู่เ้าค่ะ” นางสุ่ยจีบปากจีบคอตอบ หงเหลียนก้มหน้าก้มตา เอียงอาย
“ข้าว่านางสุ่ยอย่าพูดเช่นนี้เลยเ้าค่ะ เดี๋ยวบุตรสาวท่านจะเสียหายเอาได้ อายุเขาห่างกันนับสิบปีจะว่าเป็สหายสนิทก็คงมิได้ ข้าแต่งกับสามีมาก็ 5 ปี แล้ว สามีข้าไม่เคยพูดถึงบุตรสาวท่านให้ข้าได้ยินเลยเ้าค่ะ” เฟยฮวาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ก็ตอนที่จ้าวซีฮันเอาของป่ามาขายที่ตลาด ก็พบหน้ากัน ทำให้สนิทกับตระกูลข้า” นางสุ่ยอ้ำอึ้ง
“เช่นนั้นบุตรสาวของคนในหมู่บ้านนี้ คงสนิทกับสามีข้าแทบทุกคนเ้าค่ะ เพราะมีหลายเรือนเลยที่ซื้อของจากเขา” เฟยฮวายิ้ม เริ่มรู้แล้วว่าคนพวกนี้ปั้นน้ำเป็ตัว
“แต่จ้าวซีฮันเคยช่วยบุตรสาวข้าตอนหกล้ม” นางสุ่ยยังเถียง ส่วนสาวน้อยข้าง ๆ เริ่มหน้าเปลี่ยนสี คงอับอาย
“เห็นคนล้มแล้วไม่ช่วยก็แปลกแล้วเ้าค่ะ หรือเรือนนางสุ่ยสอนกันมาว่าถ้าเห็นใครล้มไม่ต้องเข้าไปช่วย ข้าว่าไปสอนกันใหม่ดีหรือไม่ เดี๋ยวคนเห็นจะว่าไร้น้ำใจ” เฟยฮวาเอ่ยอย่างหมดความอดทน
…
“หวังว่านางสุ่ยจะไม่เอาเื่เช่นนี้ไปพูดอีก เื่ความสนิทสนมรอให้บุรุษเป็ผู้เอ่ยปากเถิดเ้าค่ะ พูดเองแบบนี้ ผู้ที่เสียหายไม่พ้นบุตรสาวท่าน นางยังไม่ได้ออกเรือน หากมีเื่ฉาวจะหาคนมาแต่งด้วยได้ลำบาก”
…
“อีกอย่าง สามีข้าก็ไม่เคยเอ่ยถึงตระกูลของนางสุ่ยด้วยเ้าค่ะ ว่าเป็ผู้ที่สนิท ที่เคยพูดถึงให้ข้าฟังก็มีเพียงท่านลุงหนานเต๋อ และท่านป้าตงเข่อซิง คนตระกูลหนานเท่านั้น”
“ข้า… เอ่อ…” นางสุ่ยยังคงนึกคำพูดไม่ออก
“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวนะเ้าคะ” เฟยฮวากล่าวลา หันไปมองรอบ ๆ มีผู้คนมาฟังเื่ราวหลายสิบคน มากันไวแท้
“ฝากพวกท่านกระจายข่าวให้หน่อยนะเ้าคะ บุตรชายข้าปวดใจยิ่งนักเมื่อได้ยินข่าวลือ เื่ท่านพ่อของเขาจะรับภรรยาเพิ่ม ไม่รู้ว่าใครปากสุนัข เป็ผู้เริ่มปล่อยข่าวลือ ดูสิทำให้ทั้งสามีข้าและหงเหลียนต้องเสียหาย” เฟยฮวาโค้งขอความช่วยเหลือ
ชาวบ้านที่มุงดูบางคนมองไปที่นางสุ่ย ก็นั่นแหละคนปากสุนัขที่นางว่า ฮูหยินจ้าวยังหวังดีเป็ห่วงหงเหลียนอีก ช่างเป็คนดี และทำขวัญใจชาวตลาดอย่างเฟยหลงเสียใจอีก จะแก้ข่าวลือให้ครบถ้วนแน่นอน
“พวกข้าจะแก้ข่าวลือให้เอง จ้าวฮูหยินสบายใจได้” ชายผู้หนึ่งตอบมา และก็มีเสียงตอบรับร่วมด้วยเพียบ
“จ้าวฮูหยินส่งเื่ให้ทางการหรือไม่ กรณีนี้เอาผิดได้ ถือว่าใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย” คนหวังดีผู้หนึ่งได้ยินเื่ราวแล้วก็เห็นใจจึงแสดงความคิดเห็น
“ไม่ต้องดีกว่า จะวุ่นวายเปล่า ๆ” นางสุ่ยแทรกขึ้นอย่างร้อนรน หากสืบแล้วคนผิดก็คงไม่พ้นนาง
“ไม่ห่วงบุตรสาวเ้ารึนางสุ่ย นี่บุตรสาวเ้าเสียหายนะ” ชาวบ้านที่ไม่รู้ว่านางสุ่ยเป็คนเริ่มปล่อยข่าว ท้วงขึ้น
“ข้าคิดว่านางสุ่ยคงเป็ห่วงบุตรสาวเ้าค่ะ หากเป็เื่ใหญ่แล้ว บุตรสาวจะเสียหายได้เ้าค่ะ เลยไม่อยากให้แจ้งทางการ ข้าเห็นแก่ที่นางสุ่ยที่ห่วงชื่อเสียงของบุตรสาว ครั้งนี้ข้าคงไม่แจ้งทางการ” เฟยฮวาเอ่ย ทำท่าทีอย่างเข้าอกเข้าใจ
ชาวบ้านที่เปิดร้านค้าที่ตลาดย่อมรู้ว่าข่าวลือมาจากใคร รู้สึกสงสารเฟยฮวายิ่งนักที่ตามนางสุ่ยไม่ทัน
ชาวบ้านที่ไม่รู้ว่านางสุ่ยปล่อยข่าวก็คิดว่าเฟยฮวาจิตใจดีมาก เข้าอกเข้าใจผู้อื่น
นางสุ่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าเฟยฮวาช่างโง่เขลา แบบนี้คงหลอกได้ง่าย ยังไงนางก็จะส่งบุตรสาวไปเป็ภรรยาจ้าวซีฮีนจนได้ และตำแหน่งฮูหยินเอกท้ายที่สุดคงไม่พ้นต้องเป็ของบุตรสาวนาง สุดท้ายแล้วสมบัติตระกูลจะไปตกที่ใคร ก็ไม่พ้นนางหรอกหรือ บุตรสาวนาง นางย่อมควบคุมได้
เฟยฮวามาหาตงเข่อซิงที่ร้านผ้า เมื่อนางตกพบหน้าก็รีบพาเข้าห้องรับรองส่วนตัว เหมือนมีเื่ร้อนใจต้องพูดคุย
“ไปตามนางถาง บอกเฟยฮวามาแล้ว” ตงเข่อซิงสั่งคนงานในร้านผ้าให้ไปตามนางถาง เพราะคุยกันไว้ว่าหากเฟยฮวามาหาใครก่อน ให้มาแจ้งด้วย
“เ้านั่งก่อนเฟยฮวา รับน้ำก่อน” เฟยฮวาแปลกใจ ท่านป้าตงดูกังวลนัก
“ท่านป้าเป็กระไรหรือเ้าคะ มีเื่ไม่สบายใจตรงไหน”
“รอนางถางมาก่อน เราค่อยคุยเื่นี้กัน เ้านั่งพักก่อนเถิด”
พอจินตนาการได้อยู่ว่ากังวลเื่อะไร
เวลาไม่ถึงจิบชาหนึ่งถ้วย นางถางก็เข้ามาในห้องรับรองด้วยท่าทีรีบร้อน
“ข้ามาแล้ว” มาพร้อมกับเหงื่อซึมที่หน้า
“เหตุใดถึงรีบขนาดนั้นเ้าคะท่านป้า นั่งพักเช็ดหน้าเช็ดตา จิบน้ำก่อนเถิด” เฟยฮวาเอ่ยอย่างเป็ห่วง
“เ้าดมยาหอมก่อน” นางตงก็ส่งยาดมให้สหาย
“ดีขึ้นแล้ว ข้านี่คงแก่แล้วจริง ๆ รีบเดินแค่นี้ก็เหนื่อย”
“ท่านป้าก็พูดไปนั่น คนรีบเดินยังไงก็เหนื่อยเ้าค่ะ” เฟยฮวาเอ่ย
“เ้านี้ก็ช่างสรรหาคำพูดมาปลอบใจข้า” นางถางหัวเราะ
“เข้าเื่เลยแล้วกัน เื่นางสุ่ยและบุตรสาว” นางตงมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ นางสร้างเื่ เมื่อครู่ก็ปะทะกันมา” เฟยฮวาเอ่ย
“เล่าเื่ราวมา” ท่านป้าทั้งสองถามขึ้น เฟยฮวาเล่าทุกอย่างโดยละเอียดั้แ่เื่ที่บุตรชายมาถามตนั้แ่เช้า
“ลูกไม้ช่างต้นไม่ไกลต้น” นางตงเอ่ย เฟยฮวาและนางถางทำหน้าสงสัย
“นางสุ่ยเคยอยากแต่งเข้าเรือนข้าเหมือนกัน ตอนนั้นข้าแต่งกับสามีแล้ว เขาถือเป็บัณฑิตที่มีชื่อเสียง เป็ที่ยกย่องของคนในหมู่บ้าน นางก็แทรกซึมเช่นนี้ พยายามเข้าหาสามีข้า แต่เขาไม่เล่นด้วย สุดท้ายต้องไปหาเหยื่อใหม่ ไม่คิดว่าจะสั่งสอนบุตรสาวเช่นนี้” นางอธิบายด้วยท่าทีเอือมระอา
“ร้ายกาจยิ่งนัก” นางถางเอ่ย ดีที่ไม่เคยเข้ามาตีบ้านนาง แต่หากมาก็คงมาไม่ได้ เพราะสามีนางถึงจะมีภรรยาอื่น แต่ก็ยังให้เกียรติมาถามความเห็นก่อน และตัวนางเองก็ดุ เป็นายหญิงคุมคนงานด้วยตนเอง คงไม่กล้าแหยม คงเลือกบ้านที่ฮูหยินเอกดูเป็ลูกพลับนิ่ม
“ข้าจำได้ว่า ตอนนางสุ่ยแต่งเข้าตระกูลฉีก็เป็เพียงอนุภรรยา แต่ไต่เต้าจนไปถึงฮูหยินเอกได้ ย่อมไม่ธรรมดา เฟยฮวาเข้าต้องระวังตัวให้มาก สองแม่ลูกนี้คงไม่รามือโดยง่าย นางสุ่ยคงคิดว่าเ้าตามนางไม่ทัน” นางตงเล่าเื่ที่นางรู้มา
“ขอบคุณที่เป็ห่วงข้า ท่านป้าทั้งสองโปรดสบายใจได้ ข้าจะระมัดระวังตัวเ้าค่ะ สิ่งใดที่ทำให้บุตรชายต้องลำบาก ข้าล้วนไม่เอาไว้ หากสองแม่ลูกนั่นหยุดการกระทำก็แล้วไป แต่หากไม่หยุด ข้าก็ไม่ลังเลที่จะเอาเื่ให้ถึงที่สุด” เฟยฮวาพูดอย่างมั่นใจ สหายต่างวัยทั้งสองต่างโล่งใจที่เห็นเฟยฮวาเอาจริง
สกิลหนึ่งที่ครูอนุบาลต้องมีคือนักแสดงเ้าบทบาท ในโลกที่จากมานางเล่นบทบาทสมมติมานับไม่ถ้วน เป็กิจกรรมหนึ่งที่ทำร่วมกับนักเรียนตัวน้อย อยากให้นางดูเป็คนโง่ ใสซื่อก็จะแสดงให้ดู แผนแค่นี้คนที่อ่านนิยายทุกวันเช่นนางมีหรือจะมองไม่ออก
หงเหลียน = ดอกบัวแดง
จิบชาหนึ่งถ้วย = 10-15 นาที