“หยุดพล่ามเดี๋ยวนี้นะนังบ่าวชั่ว!!”ลู่เจินจือแทบอยากจะปราดเข้าไปกระชากหัวชุนอี้มาตบสั่งสอนให้หายคับแค้นใจนังบ่าวปากสว่าง!!
โม่อี้เฟิงเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นพวกนางเอาแต่ทะเลาะกันต้าเหอที่สังเกตเห็นจึงะโเสียงดังเพื่อให้พวกนางหยุดปาก
“เงียบ!!”พร้อมกับจ้องมองไปยังทั้งสองคนด้วยสายตาดุร้ายหมายมาดว่าหากพวกนางสองคนยังต่อปากต่อคำกันอีกสักประโยคเขาจะเลาะฟันของพวกนางออกมาให้หมดปากเสีย
ทั้งนายทั้งบ่าวเมื่อได้ยินเสียงดังอันน่ากลัวของต้าเหอต่างก็หยุดชะงักทันทีร่างกายสั่นเทิ้มอย่างหวาดกลัวพวกนางทั้งสองคนไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของชายหนุ่มผู้นี้ถึงแม้เขาจะเป็เพียงองครักษ์ของท่านแม่ทัพแต่ใครบ้างจะไม่รู้ว่าเขานั้นไม่ใช่คนแต่เป็ปีศาจที่ไม่ต่างจากเ้านายของเขาเลยแม้แต่น้อย
โม่อี้เฟิงปรายตามองพวกนางอย่างเบื่อหน่ายเขาเบื่อกับเื่ไร้สาระพวกนี้เต็มทนจึงได้เอ่ยขึ้นว่า
“เอาล่ะ ข้ายังมีงานอีกมากที่ต้องทำในเมื่อเ้าบอกว่าถูกบุรุษผู้นี้ข่มเหงเช่นนั้นข้าก็จะใจดีสงเคราะห์พวกเ้าให้เป็ผัวเมียกันอย่างถูกต้องตามประเพณีจัดงานแต่งให้ก่อนจะส่งสามีของเ้าให้ทางการ”น้ำเสียงเรียบนิ่งที่แสนจะเ็าเอ่ยขึ้น เขาหันไปสั่งการลี่ม่อมอที่ยืนอยู่เงียบๆด้านข้างอีกว่า “จัดการให้เรียบร้อยไม่ต้องมากพิธีรีบจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”สั่งการเสร็จก็ไม่รอให้ใครได้เอ่ยอะไรอีกโม่อี้เฟิงเดินจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับต้าเหอที่เดินตามออกไปด้วยเช่นกัน
ลี่ม่อมอที่ได้รับคำสั่งก็อดคิดไม่ได้ว่าท่านแม่ทัพช่างเืเย็นเสียจริงจัดการให้ลู่เจินจือแต่งงานกับนักโทษปะาลู่เจินจือที่แต่งงานได้ยังไม่พ้นวันดีก็กลายเป็หญิงม่ายไปเสียแล้ว
ลู่เจินจือที่ได้ยินที่เขาสั่งการลี่ม่อมอก็ตกตะลึงไปแล้วท่านแม่ทัพจะให้นางแต่งงานกับนักโทษที่กำลังจะตายผู้นี้ได้อย่างไรเช่นนั้นนางมิกลายเป็หญิงม่ายที่รวดเร็วที่สุดในแคว้นนี้หรอกหรือ
“กรี๊ด!! ไม่!! ข้าไม่แต่ง”ลู่เจินจือส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตานางไม่ยอมรับ อย่างไรนางก็ไม่แต่งเด็ดขาดแต่มีหรือที่หญิงสาวลำพังเพียงผู้เดียวเช่นนางจะคะนามือลี่ม่อมอที่ได้ชื่อว่าเป็ยายแก่เขี้ยวลากดินผู้นี้ไปได้ไม่ยอมอย่างไรก็ต้องยอมไม่อาจปฏิเสธได้
ลี่ม่อมอเพียงปรายตามองก่อนสั่งให้สาวใช้ร่างใหญ่สองคนเข้ามาพาลู่เจินจือไปเปลี่ยนเป็ชุดเ้าสาวที่เตรียมไว้เพื่อแต่งเข้าตระกูลจินก่อนหน้านี้แต่ดูเหมือนตอนนี้จะผิดจากแผนที่วางไว้ไปเสียหน่อยแต่อย่างไรลู่เจินจือก็ยังได้แต่งงานอยู่ดีเพียงแต่เปลี่ยนตัวเ้าบ่าวก็เท่านั้นลู่เจินจือที่เหลือเรี่ยวแรงอยู่น้อยนิดไม่สามารถต่อต้านสาวใช้ร่างใหญ่สองคนนี้ได้จะทำได้ก็เพียงส่งเสียงด่าทออย่างหยายคาบเท่านั้น
ส่วนว่าที่เ้าบ่าวของลู่เจินจือที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติคืนจากฤทธิ์กำหนัดต่างก็พยายามจะเข้าหาลู่เจินจือตลอดเวลาโชคดีที่มีบ่าวชายสองคนที่คอยดึงรั้งไว้ พวกเขาพาว่าที่เ้าบ่าวไปเปลี่ยนชุดด้วยเช่นกันเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศงานมงคลเสียหน่อย
พิธีการมากมายสำหรับการแต่งงานทั่วไปถูกข้ามไปเหลือเพียงให้ทั้งสองทำความเคารพกันและกันก่อนจะส่งเข้าหอไปเสียอย่างนั้นภายในห้องหอของบ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันปรากฏเสียงกรีดร้องเสียงครวญครางทั้งเสียงเนื้อกระทบเนื้ออันหยาบโลนดังลอดออกมาให้ได้ยินหากแต่ก็ไม่มีใครคิดจะเข้าไปสอดรู้สอดเห็นสักคนต่างก็ทำเป็ไม่ได้ยินตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนต่อไป
ผ่านไปราวสองชั่วยามจึงได้มีคนเข้าไปนำตัวนักโทษส่งทางการลู่เจินจือที่นอนหมดสภาพภายในห้องถูกสาวใช้จัดการเนื้อตัวให้เรียบร้อยสาวใช้พวกนี้ต่างได้รับคำสั่งให้มาจัดเก็บข้าวของของลู่เจินจือเพื่อให้นางเตรียมตัวเดินทางไปอยู่อาศัยยังหมู่บ้านในพื้นที่ชนบทที่มีหัวหน้าหมู่บ้านเป็คนของตระกูลโม่โดยไม่ลืมที่จะให้สาวใช้คนสนิทอย่างชุนอี้ติดตามไปดูแลด้วยเช่นกัน ไม่สิ มีอีกคนซูอี้ลูกพี่ลูกน้องของชุนอี้อย่างไรเล่าให้พวกนางสองคนไปอยู่ปรนนิบัติรับใช้เ้านายที่พวกนางรักได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่หมู่บ้านนั้นเถิด
เื่ราวของลู่เจินจือแพร่สะพัดไปทั่วทั้งจวนฟางซูซินที่เอาแต่หลบอยู่ภายในเรือนของตนยังได้ยินสาวใช้พูดถึงเื่นี้ ลี่ซืออดใจไม่ไหวจึงได้ออกไปสืบข่าวที่ด้านนอกก่อนจะกลับมาเล่าสู่ให้นายหญิงฟังเมื่อรับรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้างกับลู่เจินจือฟางซูซินก็ถึงกับขนลุกซู่หากจะต้องเป็ศัตรูกับใครนางขอให้ไม่เป็ท่านแม่ทัพผู้นี้ด้วยเถิดแม้แต่กระดูกเขาก็อาจจะไม่ให้เหลือเล็ดลอดไปได้
ส่วนคนอำมหิตอย่างโม่อี้เฟิงก็ไม่ได้สนใจว่าคนในจวนจะพูดถึงเขาอย่างไรผู้อื่นจะคิดอย่างไรก็สุดแล้วแต่คนผู้นั้นแต่หากล้ำเส้นเขาเมื่อใดเขาก็ไม่ปล่อยผ่านเช่นกันอันที่จริงก็ไม่มีใครกล้านินทาเขาสักคนหากมีใครได้ยินเข้าพวกเขาไม่ถูกทรมานจนตายหรอกหรือโม่อี้เฟิงนั่งทำงานอยู่ภายในห้องเงียบๆ ก่อนที่ต้าเหอจะก้าวเข้ามาภายในห้อง
“นายท่านมีคนจากตระกูลหยางนำเทียบเชิญมามอบให้ขอรับ”ต้าเหอวางเทียบเชิญหรูหราไว้บนโต๊ะก่อนจะก้าวถ่อยหลังออกมาเล็กน้อยเพื่อรอรับคำสั่ง
โม่อี้เฟิงไม่ได้สนใจจะหยิบเทียบเชิญนั้นขึ้นมาอ่านในทันทีเขาอ่านหนังสือราชการจนจบแล้วก็เขียนตอบความคิดเห็นของตนลงไปรอให้หมึกแห้งก่อนจะพับเก็บอย่างเรียบร้อยท่วงท่าของราวกับนักปราชญ์หนุ่มที่สง่าผ่าเผยทั้งยังเคร่งขรึม
ชายหนุ่มปรายตามองเทียบเชิญเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านโม่อี้เฟิงไล่สายตาอ่านเนื้อความในเทียบเชิญก็ทราบว่าเป็การเชิญเพื่อไปร่วมงานวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าตระกลูหยางที่จะมีอายุครบหกสิบปีในอีกสองวันข้างหน้านี้เขาอ่านมันจบก็วางลงอย่างไม่ใยดี
“งานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าหยาง”โม่อี้เฟิงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเนิบนาบ เขาเอ่ยขึ้นให้ต้าเหอได้รู้เกี่ยวกับเทียบเชิญนี้ด้วยเช่นกัน
“เช่นนั้นนายท่านจะไปร่วมงานหรือไม่ขอรับ?” เขาทราบดีว่านายท่านของตนนั้นไม่ชื่นชอบงานเลี้ยงของบรรดาขุนนางสักเท่าไรแทบจะยกนิ้วนับได้ว่ามีงานใดบ้างที่นายท่านยินยอมไปร่วมด้วย
“ไม่อยากไปก็ต้องไปไม่เช่นนั้นเ้าอันเทียนคงได้งอนข้าเป็แน่”หยางอันเทียนคุณชายใหญ่ตระกูลหยางสหายสนิทอีกคนของโม่อี้เฟิง
“เช่นนั้น...นายท่านจะพาฮูหยินไปด้วยหรือไม่ขอรับ”ต้าเหอเองก็อยากรู้เช่นกันว่านายท่านจะพาฮูหยินไปเปิดตัวในงานเลี้ยงนี้ด้วยหรือไม่
“...” โม่อี้เฟิงไม่ตอบเขาทำเพียงเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ มือหนายกขึ้นมาลูบไล้ปลายคางอย่างใช้ความคิดนั่นสิเขาจะพานางไปด้วยดีหรือไม่นะ
ต้าเหอรอคอยคำตอบจากผู้เป็นายอย่างใจจดใจจ่อหวังอยากจะให้นายท่านพาฮูหยินไปร่วมงานนี้ด้วยก็เ้าต้าฉีน่ะสิคอยเอาเื่ของฮูหยินมาเล่าให้เขาฟังอยู่บ่อยๆจนตอนนี้เขาเกิดเห็นอกเห็นใจนางขึ้นมาอยากจะสนับสนุนให้นางได้เปิดตัวในฐานะฮูหยินของจวนแม่ทัพใหญ่เสียที
“ทำไม? เ้าอยากให้นางไปขนาดนั้นเชียว?”โม่อี้เฟิงเห็นต้าเหอจ้องมองเขาไม่วางตาจึงคิดว่าอีกฝ่ายอยากให้เขาพาฟางซูซินไปร่วมงานนี้ด้วยเป็แน่องครักษ์ของเขาถูกนางซื้อตัวไปั้แ่เมื่อใดกัน
“ข้าน้อยเพียงคิดว่าเป็โอกาสอันดีที่นายท่านจะได้พาฮูหยินไปแนะนำให้ผู้อื่นรู้จักขอรับ”ต้าเหอตอบตามที่คิดไว้โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าท่าทางของเขานั้นดูเข้าข้างฟางซูซินราวกับนางเป็เ้านายของตนมากกว่าโม่อี้เฟิงเสียอีก
“หึ นายของเ้าคือผู้ใดกัน?” โม่อี้เฟิงหรี่ตาเอ่ยถามองครักษ์คนสนิทเสียงเรียบหากแต่ไม่ปรากฏท่าทางไม่พอใจแต่อย่างใด
“ย่อมเป็นายท่านอยู่แล้วขอรับ”ต้าเหอหรือจะกล้าเขารีบตอบเอาใจผู้เป็นายอย่างรวดเร็ว
“เหอะ เ้านกสองหัว ไปบอกให้ลี่ม่อมอเตรียมชุดให้นางซะ”โม่อี้เฟิงสบถด่าเ้าคนสอพลอไปหนึ่งคำก่อนจะสั่งให้ไปบอกลี่ม่อมอให้นางจัดการเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายให้กับฟางซูซิน
“ขอรับ” ต้าเหอได้ยินคำสั่งก็รีบออกไปทำตามอย่างรวดเร็วงานนี้ฮูหยินจะต้องได้เปิดตัวอย่างสง่างามเป็แน่ต้าเหอผู้หวังดียิ้มหน้าบานในระหว่างเดินทางไปหาลี่ม่อมอจนบ่าวรับใช้ที่เดินสวนไปมาถึงกับก้มหน้างุดท่านองครักษ์ยิ้มเช่นนี้น่ากลัวกว่ายามที่เขาทำหน้าปกติเสียอีก
ลี่ม่อมอได้รับคำสั่งที่ถ่ายทอดจากต้าเหอก็นำเื่ดังกล่าวไปแจ้งให้ฟางซูซินได้ทราบถึงเรือนหลังจากได้ทราบเื่ฟางซูซินก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างท่านแม่ทัพ้าพานางไปงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าหยางเพื่อเป็การแนะนำนางให้ผู้อื่นรู้จักหรือไม่หรือว่ามีเหตุผลอื่น
ถึงแม้จะสงสัยแต่นางก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ลี่ม่อมอเป็คนจัดเตรียมทุกอย่างให้นางเสร็จสรรพฟางซูซินแทบจะไม่ต้องหยิบจับอะไรเลย
หากจะเอ่ยว่าอนาคตนั้นเป็สิ่งที่ไม่แน่นอนย่อมถูกต้อง ใครจะรู้ว่าฟางซูซินผู้อาภัพโชคเมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าของวันงานเลี้ยงนางกลับไม่สบายไปเสียอย่างนั้นทั้งๆ ที่ตนเองก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำตามคำสั่งของท่านแม่ทัพอย่างเคร่งครัด