ทางสายรัก

    บทที่ 6

    เอียนสังเกตเห็นความกลัวที่กำลังเกิดอยู่กับน้องสะใภ้แต่กลับคิดไปว่าเธอกลัวคณะกรรมการสภาฯ มากกว่าเขาเบือนหน้าไปทางซ้าย และทำมือเป็นสัญญาณให้เกรแฮมซึ่งนั่งอยู่ด้านนั้นเริ่มลงมือได้ รู้ดีว่าการสอบปากคำในครั้งนี้เสร็จสิ้นลงเร็วเท่าไรนัก น้องสะใภ้ของเขาก็จะมีอารมณ์ปกติได้เร็วขึ้นเท่านั้นกรรมการสภาผู้อาวุโสต่างจ้องมองมาทางเธอ วินเซนท์ผู้สูงอายุกว่าใครนั่งอยู่ตรงข้ามกับเกรแฮม ซึ่งเป็นผู้ซักถามในการนี้ ส่วนดันแคน เกลฟริด และโอเวนต่างก็นั่งรายเรียงกันไปเรือนผมของผู้อาวุโสแต่ละคนล้วนสอดแซมด้วยสีเทา และรอยริ้วบนใบหน้าล้วนบ่งบอกถึงการกรำศึกมาชั่วชีวิต แต่ขณะนี้ฟรานเซส แคทเธอรีน กังวลแต่เกรแฮมคนเดียวเท่านั้น ใบหน้าของบุรุษสูงอายุผู้นี้มีรอยยับย่นอยู่ตรงหางตามากมาย ทำให้เธอมีความรู้สึกราวกับว่าเขายิ้มให้เธออยู่ตลอดเวลา ความคิดดังกล่าวช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีให้เกิดขึ้น หวังว่าเขาจะเข้าใจในปัญหาของเธอด้วย“สามีของเธอเพิ่งเล่าเรื่องน่าตกใจนั่นให้เราฟังนะ ฟรานเซส แคทเธอรีน” เกรแฮมเอ่ยขึ้น “แต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่เราถูกบังคับให้ต้องเชื่อ”เขาพยักหน้าเพื่อเน้นในคำพูดประโยคสุดท้ายของตนแล้วก็หยุดลง ซึ่งทำให้ฟรานเซส แคทเธอรีน ไม่แน่ใจว่าเธอควรจะเริ่มต้นพูดหรือรออยู่ก่อนดี เธอเงยหน้าขึ้นมองแพทริคเมื่อเขาพยักหน้าให้ก็เอ่ยออกไปว่า“สามีของดิฉันจะพูดแต่ความจริงเท่านั้นเจ้าค่ะ”ผู้อาวุโสทั้งสี่ขมวดคิ้วนิ่วหน้าขึ้นมาพร้อมกัน ส่วนเกรแฮมนั้นยิ้มอย่างใจดี ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลต่อว่า“ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยบอกถึงเหตุผลที่บังคับให้เขาต้องรักษาสัญญานั่นหน่อยได้ไหม”สีหน้าของฟรานเซส แคทเธอรีน ยามนี้ราวกับเกรแฮมกำลังตะคอกใส่ เธอรู้ดีว่าเขามีเจตนาจะใช้คำว่า “บังคับ” เป็นการหยามหมินเป็นนัย“ดิฉันเป็นผู้หญิงนะเจ้าคะ ไม่บังอาจบังคับสามีให้ทำอะไรตามความต้องการของตัวเองได้ ดิฉันเพียงแต่ขอร้อง และสิ่งที่ดิฉันขอร้องแพทริคในครั้งนี้ก็เพียงเพื่อให้เขารักษาสัจจะที่ให้ไว้เท่านั้น”“ดีมาก” เกรแฮมสนองตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเหมือนเดิม “ก็แปลว่าเรื่องนี้เธอไม่ได้บังคับ เพียงแต่ขอร้องเท่านั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันก็อยากจะให้เธออธิบายถึงเหตุผลที่ขอร้องเขาในเรื่องที่น่ารังเกียจนั่นด้วย”ฟรานเซส แคทเธอรีน ยืนตัวแข็งไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่เขาใช้ เธอสูดลมหายใจลึ“ก่อนหน้าที่ดิฉันจะยอมตกลงแต่งงานกับแพทริค ดิฉันได้ขอให้เขาให้สัญญากับดิฉันข้อหนึ่งว่า เมื่อใดก็ตามที่ดิฉันตั้งครรภ์และใกล้จะถึงกำหนดคลอด เขาจะต้องไปรับเพื่อนรักของดิฉันคือเลดี้ จูดิธ เอลิซาเบธ มาที่นี่เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันในยามนั้น และขณะนี้ดิฉันก็ใกล้จะคลอดเต็มที ซึ่งตอนนั้นแพทริคก็ได้ตกลงให้คำมั่นกับดิฉันไว้ และเราก็อยากจะให้เขาได้ปฏิบัติตามเสียโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้นเจ้าค่ะ”สีหน้าของเกรแฮมในยามนี้ มิได้บอกว่าพอใจกับคำอธิบายของเธอเลย เขากระแอมออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า“การที่เธอรู้ว่าเลดี้จูดิธ เอลิซาเบธ เป็นอังกฤษ มันไม่ได้มีความหมายสำคัญอะไรสำหรับเธอบ้างเลยหรือ”“ไม่เลยเจ้าค่ะ มายลอร์ด”“เธอคิดว่าการรักษาสัญญาในครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าความเสียหายใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะเขาเป็นต้นเหตุยังงั้นหรือ เธอมีเจตนาที่จะสร้างความยุ่งยากให้เกิดขึ้นกับเรายังงั้นหรือแม่หนู”“มิได้เจ้าค่ะ” ฟรานเซส แคทเธอรีน สั่นศีรษะอย่างรุนแรง “ดิฉันจะมีเจตนาเช่นนั้นได้อย่างไรกันเล่าเจ้าคะ”สีหน้าของเกรแฮมบอกความโล่งใจอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะเขาหวังจะเห็นเธอเลิกล้มความคิดนี้กระมัง และคำพูดประโยคต่อไปของเขาก็ยืนยันในความระแวงสงสัยดังกล่าวนั้น“ฉันดีใตที่ได้ยินเธอพูดออกมาเช่นนี้นะ ฟรานเซส แคทเธอรีน” เขาหันไปพยักหน้ากับผู้อาวุโสทั้งสี่ “ผมไม่เคยคิดหรอกว่าผู้หญิงในเผ่าของเราจะคิดก่อเรื่องยุ่งยากขึ้น ซึ่งก็หมายความว่าบัดนี้เธอได้เลิกล้ม...”แต่ฟรานเซส แคทเธอรีน ไม่อาจทนฟังเขาพูดต่อจนจบได้“ที่ดิฉันพูดนั่นหมายความว่า เลดี้จูดิธ เอลิซาเบธ จะไม่ก่อความยุ่งยากใด ๆ ให้เกิดขึ้นต่างหากเจ้าคะ”เกรแฮมถึงกับไหล่ตก ครุ่นคิดอยู่ในใจว่าการที่จะทำให้ฟรานเซส แคทเธอรีน เปลี่ยนความคิดนั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว สีหน้าของเขาบึ้งตึงเมื่อหันกลับมามองเธอ“เอาละ แม่หนู สิ่งหนึ่งที่เธอจะต้องรู้ไว้ก็คือที่นี่ไม่ต้อนรับชาวอังกฤษ” เขาพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง “ผู้หญิงคนนั้นจะต้องมากินอาหารร่วมกับเรา...”เสียงกำปั้นทุบลงบนโต๊ะ นักรบผู้มีนามว่าเกลฟริดเป็นผู้แสดงออกถึงอารมณ์ดังกล่าว เขาจ้องหน้าเกรแฮมเมื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวว่า“เมียของแพทริคจะสร้างความอับอายให้แก่ เมทแลนด์ที่ขอร้องเรื่องนี้”หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้น ฟรานเซส แคทเธอรีน ยอมรับว่าเธอกำลังบังเกิดความตระหนกอยู่มาก ไม่อาจคิดหาคำพูดที่เหมาะสมมาโต้แย้งกับคำพูดในเชิงกล่าวหาของเกลฟริดได้ในตอนนั้นที่แพทริคสืบเท้าออกไปยืนอยู่หน้าภรรยา น้ำเสียงสะท้านด้วยความโกรธเคือง เมื่อเขาพูดกับสมาชิกสภาผู้นั้น“เกลฟริด ท่านอาจจะแสดงความโกรธเคืองใส่ข้าได้ แต่ท่านจะมาตวาดใส่หน้าเมียข้าไม่ได้”ฟรานเซส แคทเธอรีน ลอบมองปฏิกิริยาของนักรบเฒ่าผู้นั้นผ่านไหล่สามี และก็เห็นเขาโบกมือวุ่นวาย และเกรแฮมก็ยกมือขึ้นห้ามให้แพทริคสงบเสียงลงแต่วินเซนท์ซึ่งแก่ที่สุดในกลุ่ม ไม่สนใจกับท่าทางของเกรแฮมแต่อย่างใดทั้งสิ้น“ตั้งแต่เกิดมา ข้ายังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่มีสองชื่อเช่นฟรานเซส แคทเธอรีน ข้าคิดว่าผู้คนที่อยู่ตรงพรมแดนคงจะนิยมทำยังงั้นกัน เพราะเมื่อมาถึงตอนนี้ข้าก็กำลังได้ยินว่า มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีสองชื่อด้วยเช่นเดียวกัน แล้วท่านจะว่ายังไง เกรแฮม”โฆษกของกลุ่มระบายลมหายใจออกมายืดยาว เริ่มมองเห็นว่าจิตใจของวินเซนท์เริ่มล่องลอยไปนอกเรื่องอีกแล้ว มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญด้วยความน่ารำคาญอย่างที่สุด“ข้าก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน” เกรแฮมตอบอย่างยอมรับ “แต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่เรากำลังพูดกันอยู่ตอนนี้หรอกนะ”เขาหันความสนใจกลับมาที่ ฟรานเซส แคทเธอรีน อีกครั้ง“ฉันขอถามอีกครั้งว่า เธอมีเจตนาที่จะสร้างความยุ่งยากให้เกิดขึ้นกับเราเช่นนั้นหรือ”ก่อนที่หญิงสาวจะตอบคำถามนั้น เธอได้ก้าวออกมายืนเคียงข้างสามี เพื่อที่จะไม่ให้ท่านผู้เฒ่าทั้งหลายคิดว่าเธอเกรงกลัวในพวกเขา“ดิฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมพวกท่านถึงได้มีความคิดว่า เลดี้จูดิธ เอลิซาเบธ จะเป็นต้นเหตุแห่งความยุ่งยากทั้งหลายนั่น เพราะนอกจากเธอจะเป็นคนสุภาพ อ่อนโยนแล้วก็ยังเป็นคนใจดีมีเมตตามากอีกด้วย”เกรแฮมหลับตาลง มันมีแววของอารมณ์ขันแฝงอยู่เมื่อเขาเอ่ยกับเธอว่า“ฟรานเซส แคทเธอรีน พวกเราที่นี่ไม่ชอบชาวอังกฤษหรอกนะ ฉันคิดว่าเธอจะต้องสังเกตเห็นความรู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเข้ามาอยู่ร่วมกับพวกเราแล้ว”“อย่าลืมสิว่า ฟรานเซส แคทเธอรีน น่ะเกิดที่พรมแดน” เกลฟริดแสดงความคิดเห็น ยกมือขึ้นเกาคางอยู่ “เพราะฉะนั้นอาจจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับความละเอียดอ่อนในเรื่องนี้เลยก็ได้”เกรแฮมแสดงความคิดเห็รด้วยกับคำพูดจองเกลฟริด มันมีแววบางอย่างจุดประกายขึ้นในดวงตาของเขา เมื่อโน้มตัวเข้าไปหาเพื่อนผู้อาวุโสทั้งหลาย กระซิบกระซาบพูดจากันอยู่เป็นครู่ เมื่อพูดจบ ทุกคนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย...ฟรานเซส แคทเธอรีน มีความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม จากสีหน้าที่บ่งบอกถึงชัยชนะของเกรแฮม เธอสามารถอ่านได้ว่า เขามองเห็นหนทางที่จะปฏิเสธคำขอร้องของเธอในครั้งนี้ ก่อนที่จะขอความเห็นจากบุคคลที่เป็นหัวหน้าเผ่าตัวจริงเสียด้วยซ้ำแพทริคเองก็ดูเหมือนจะสรุปได้เช่นเดียวกัน สีหน้าของเขาบอกความแค้นเคืองขึ้นมาทันที เขาสืบเท้าออกไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว แต่เธอคว้าแขนเขาไว้เสียก่อน รู้ดีว่าสามีจะต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ แต่เธอก็ไม่ต้องการให้เขามีปัญหากับผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ การลงโทษที่จะเกิดตามมาย่อมหนักหนา และการที่จะต้องเสื่อมเกียรตินั้น เป็นสิ่งที่แพทริคทนไม่ได้อยู่แล้วเธอบีบมือสามีแน่น เมื่อเอ่ยกับเกรแฮมว่า“การที่ท่านตัดสินเช่นนี้ เพราะท่านคิดว่าดิฉันมีความรู้น้อยกว่าพวกท่าน ขณะเดียวกันท่านก็กำลังคิดหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับดิฉันอยู่เช่นนั้นใช่ไหมเจ้าคะ”เกรแฮมมีสีหน้าแปลกใจในความเฉลียวฉลาดที่ทำให้เธอสามารถอ่านความในใจของเขาได้อย่างถูกต้อง เขาขยับจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่แพทริคขัดขึ้นเสียก่อน“ไม่ใช่หรอก เกรแฮมจะเป็นผู้ตัดสินใจในสิ่งที่ดีดที่สุดสำหรับคุณไม่ได้ เพราะถ้าเขาทำอย่างนั้นก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของผม”หัวหน้าที่ประชุมจ้องมองแพทริคอยู่นานมาก และด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่เขาเอ่ยออกมาว่า“ท่านจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของสภานี้ไม่ได้หรอกนะแพทริค”“เมื่อเมทแลนด์คนหนึ่งรักษาคำพูดที่ให้ไว้ มันย่อมเป็นเกียรติยศของแก่เขา” เสียงกึกก้องของเอียนดังลั่นไปทั่วห้อง สายตาของเขาจรดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเกรแฮมเขม็ง “กรุณาอย่างเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่น” นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาออกคำสั่ง “เมื่อแพทริคได้ให้สัญญากับเมียของเขาไว้ มันก็เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องรักษาสัญญานั้น”

    นิยายแนะนำ