ตอนที่ 20 เตรียมการ (2)
กู้อู๋เหยียนตอบรับคำเชิญจากบริษัทหวาอิ่งฟิล์มแอนด์เทเลวิชั่นไปยังเมืองเยียน เพื่อเจรจาความร่วมมือและการลงทุนในภาพยนตร์ ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ อย่างละเอียด ปล่อยให้ลี่เฟิงนั่งบัญชาการที่บริษัท รับผิดชอบโปรเจกต์นางฟ้า และกองทุนสนับสนุนพิเศษไป อย่างไรเสียนี่ก็เป็นรากฐานที่บริษัทของเขาในภายภาคหน้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรม ขอแค่คุณมีเนื้อหาที่ดี ทีมผลิตที่ดี สร้างผลงานที่ทรงอิทธิพล แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครมาลงทุน
เขาให้อวี๋รั่วหลานจองตั๋วเครื่องบินไปเมืองเยียนล่วงหน้าแล้ว จากนั้นกู้อู๋เหยียนก็บินไปเจรจาธุรกิจที่เมืองเยียนด้วยตนเอง
หลังลงจากเครื่อง หวาอิ่งได้ส่งคนมารับเขาเป็นการพิเศษที่สนามบิน รถเบนท์ลีย์รุ่นเพิ่มความยาวขับเข้ามาในคฤหาสน์ ตั้งแต่เข้าประตูมาจนถึงด้านในใช้เวลาวิ่งไปสิบนาทีเต็มๆ พอกู้อู๋เหยียนลงจากรถ หญิงรับใช้ที่ยืนเรียงรายเป็นระเบียบสองฟากฝั่งก็โค้งตัวเล็กน้อย ขณะกล่าวอย่างนอบน้อม “ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายค่ะ” จากนั้นพ่อบ้านที่อยู่อีกด้านก็เดินเข้ามาหากู้อู๋เหยียนอย่างนบนอบ พาเขาเข้าไปในคฤหาสน์
กู้อู๋เหยียนมองทุกอย่างในคฤหาสน์แห่งนี้ สถานที่หรูหราทั้งหลายที่เขาเคยเห็นมา ยังเทียบไม่ได้กับภาพวาดที่แขวนบนผนังของที่นี่ การประดับตกแต่งภายในคฤหาสน์งดงามตระการตา ดูมีฐานะสูงส่ง
พ่อบ้านเดินนำกู้อู๋เหยียนมาถึงห้องหนังสือก็เปิดประตูให้เขาอย่างเบามือ ภายในนั้นชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งกำลังยืนรับแสงแดดที่หน้าต่าง ราวกับเทวดาผู้ปรากฏตัวด้วยความน่าเกรงขาม
ชายหนุ่มชุดขาวหมุนตัวเล็กน้อย ตอนที่กู้อู๋เหยียนเห็นเขาก็อุทานขึ้นในใจ อีกฝ่ายโครงหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน บุคลิกลุ่มลึกสูงส่ง ท่วงท่าโดดเด่น ทำให้คนเห็นรู้สึกถึงความงดงามที่ไม่มีใครเทียบได้ แม้คำนี้จะใช้บรรยายถึงหญิงสาว แต่เขารู้สึกว่าใช้กับอีกฝ่ายนั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวด้วยเสียงกังวานไพเราะ “สวัสดี ผมคือโหลวซือเซียว ประธานกรรมการของหวาอิ่งฟิล์มแอนด์เทเลวิชั่น”
กู้อู๋เหยียนพลันได้สติ มองมือที่ชายหนุ่มยื่นมาแล้วจับตอบ กล่าวออกไปอย่างมีมารยาท “สวัสดีครับ ผมกู้อู๋เหยียน”
ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกันโดยมีโต๊ะลายดอกสาลี่ทรงกลมตัวหนึ่งกั้นกลาง ควันน้ำชาหมุนวนเป็นเกลียวลอยอ้อยอิ่งขึ้นสู่ด้านบน
“ประธานกู้ พวกเราต่างเป็นนักธุรกิจ ผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการร่วมทุนในภาพยนตร์ครั้งนี้ ผมเชื่อว่าถ้าคุณร่วมมือกับผม จะต้องมีแต่ได้อย่างแน่นอน
“ผมสามารถให้ค่าเช่าสถานที่ของสตูดิโอหวาอิ่งฟิล์มแอนด์เทเลวิชั่นกับคุณในราคาต่ำที่สุด แต่ผมต้องการสัดส่วนในการลงทุน 30% ในภาพยนตร์ ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ รวมทั้งสิทธิ์เข้าร่วมแสดงของศิลปินในสังกัด”
โหลวซือเซียวแสดงถึงความจริงใจในการร่วมงานค่อนข้างมาก แต่ในส่วนของศิลปินนั้น กู้อู๋เหยียนคิดใคร่ครวญอยู่ชั่วขณะ “ผมเชื่อว่าคุณเองก็ทราบถึงนิสัยของผู้กำกับเจี่ยงคนนี้ ถ้าไม่ใช่นักแสดงที่เขาต้องการ ต่อให้เป็นคนใหญ่คนโตแค่ไหน เขาก็ไม่รับเหมือนกัน”
กู้อู๋เหยียนเอ่ยแล้วชะงักไปชั่วขณะ วางถ้วยชาในมือลง พูดขึ้นอย่างสบายๆ “สัดส่วน 30% นี้ของคุณ ผมสามารถตอบตกลงได้ แต่ผมต้องการเซ็นจองสตูดิโอถ่ายหนังของคุณด้วยราคาเช่าที่ต่ำที่สุดในระยะยาว รวมถึงราคาค่าตัวของศิลปินในสังกัดคุณ”
โหลวซือเซียวเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดแบบนี้ ช่างเฉลียวฉลาดจริงๆ สัดส่วน 30% ก็อยากจะได้ผลประโยชน์ใหญ่โตขนาดนี้ โลภเกินไปจริง ๆ
“ผมรู้ว่าเงื่อนไขที่ผมเสนอเอาเปรียบมากไปหน่อย ถ้าจะขอเสนอรายได้จากตั๋วหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ของเครือคุณสัก 70% คุณจะว่ายังไง”
ลดความคาดหวังของอีกฝ่ายก่อนแล้วค่อยให้ลูกอมสักเม็ด มัดใจคนเก่งมากจริงๆ! แต่เงื่อนไขที่เสนอมานี้ก็ช่างล่อใจซะจริง หวาอิ่งมีโรงภาพยนตร์นับร้อยทั่วประเทศ หากรายได้จากการขายตั๋วเรื่องนี้สูงถึงหนึ่งพันล้านหยวน อย่างนั้น 10% ในส่วนต่างของเขาก็เป็นของขวัญชิ้นโตแล้ว
โหลวซือเซียวลังเลอยู่ชั่วขณะ ไม่นานก็ยิ้มออกมา “งั้นก็ขออวยพรล่วงหน้า ให้พวกเราร่วมมือกันอย่างราบรื่น”
กู้อู๋เหยียนเห็นเขาตกลง จิตใจที่เข้มแข็งนิ่งสงบก็ผ่อนคลายลง ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยท่วงท่างดงาม “ขอให้ร่วมมือกันอย่างราบรื่นครับ”