..... มายังเอ๊กโจวเมืองหลวงแห่งอาณาจักรต้าอิน บัดนี้เย่เสวียนฉานฮองเฮา หลานอิง ชิงเอ๋อสองพระสนม โอรสธิดาและคนในราชวงศ์รวมทั้งเหล่าขุนนางภายในราชสำนักต่างพากันมาตั้งแถวรอรับเฟยหลงและเหล่าทหารหาญของต้าอิน เฟยหลงที่ขี่ม้าขาวด้านหน้าขนาบข้างด้วยสององค์ชาย ด้านหลังเป็เหล่าแม่ทัพคนสำคัญ มาหยุดกองทัพที่หน้าประตูเมือง
" ถวายบังคมฝ่าา ยินดีกับฝ่าาที่ขับไล่เผ่าเหลียว และชนะศึกกลับมา ขอฝ่าาจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นปีหมื่นหมื่นปี " เสียงของทุกคนดังขึ้นในขณะคุกเข่าลงกับพื้น
เฟยหลงจึงบอกให้ทุกคนลุกขึ้น และหันไปสั่งให้เหล่าแม่ทัพ พาทหารกลับเข้ากรมกอง ก่อนที่เขาจะเดินลงจากหลังม้า เดินเข้ามาหาผู้คนที่มารอเขา พร้อมกับองค์ชายทั้งสอง
เฟยหลงหันมาทางเยว่เสวียนฉาน " ฮองเฮา่ที่ข้าไม่อยู่เ้าคงเหนื่อยมากสินะ "
เยว่เสวียนฉานยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยขึ้น " ไม่เลยเพคะฝ่าา ล้วนแต่เป็หน้าที่ของหม่อมฉัน "
เฟยหลงพยักหน้ารับ แล้วจึงหันมาพูดกับหลี่ิองค์รัชทายาท " รัชทายาท ่ที่ข้าไม่อยู่เ้าตั้งใจเรียนหรือไม่ "
หลี่ิรีบกุมมือโค้งคำนับ แล้วกล่าวออกมาว่า " กราบทูลเสด็จพ่อ ลูกมิกล้าเกียจคร้านพะยะค่ะ "
" อืม เป็เช่นนั้นก็ดี วันว่างข้าจะทดสอบเ้า " เอ่ยจบ เฟยหลงก็หันไปเอ่ยกับเหล่าขุนนางว่า " ขุนนางทุกท่าน วันนี้ข้าชนะศึกกลับมา จะจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นในราชสำนัก ขอให้ขุนนางทุกท่านมารวมงานเลี้ยงด้วย "
" หม่อมฉันรับพระบัญชา " เสียงของขุนนางทุกคนเอ่ยออกมาพร้อมๆกัน
..... และเมื่อยามค่ำคืนมาถึง ท้องพระโรงต้าอินที่ยิ่งใหญ่ ต่างก็เต็มไปด้วยเสียงดนตรี เหล่าขุนนางทั้งบุ๋นบู๊ ต่างพากันดื่มกินอย่างสนุกสนาน เฟยหลงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ มือขวาถือจอกสุราทอง สายตามองออกไปยังเหล่านางรำที่กำลังร่ายรำอยู่กลางท้องพระโรง เขาหันไปพยักหน้าให้แก่เกากงกงเป็สัญญาณ
เกากงกงผู้รู้งานก็เข้าใจความหมายทันที เขาสะบัดมือบอกให้เหล่านางรำออกไป และเมื่อเหล่านางรำออกไปแล้ว เสียงพูดคุยของเหล่าขุนนางก็เงียบลง หันมองมายังเฟยหลงเป็ตาเดียว
เฟยหลงจึงลุกขึ้นยืน เขายกจอกสุราขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยขึ้น " ที่ต้าอินของพวกเราสามารถขับไล่เผ่าเหลียวออกไปได้นั้น ก็เพราะมีเหล่าแม่ทัพที่เก่งกาจ ข้าจึงอยากให้เหล่าขุนนางทุกคนดื่มให้แก่เหล่าแม่ทัพที่องอาจของต้าอินทุกคน เอาดื่มมมม "
ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันยกจองสุราขึ้นมาดื่ม ก่อนที่เจิงฟางจะลุกขึ้นมาแล้วเอ่ยขึ้น " ทูลฝ่าา นอกจากเหล่าแม่ทัพที่เก่งกาจแล้ว องค์ชายทั้งสองที่ออกรบครั้งแรกก็มีความชอบไม่แพ้กันนะพะยะค่ะ หม่อมฉันได้ยินว่า องค์ชายใหญ่หลี่ซิ่วอิงนำทหารตีฝ่าเข้าไปยังค่ายทัพเผ่าเหลียว จนสามารถตัดหัวของทัวปาหงันได้ ส่วนองค์ชายรองก็สามารถวางแผนเผาคลังเสบียงทัพหน้าของเผ่าเหลียวได้ หม่อมฉันในฐานะเสนาบดี จึงอย่างขอพระาานุญาตดื่มให้แก่องค์ชายทั้งสองพะยะค่ะ "
หลี่ซิ่วอิงรีบลุกขึ้นทันที พลางเอ่ยขึ้น " เสนาเจิง ท่านกล่าวหนักไปแล้ว ข้าไหนเลยจะกล้ารับความชอบ เมื่อแผ่นดินมีภัย ล้วนเป็หน้าที่ของทุกคนต้องช่วยกัน ยิ่งข้าเป็ถึงองค์ชายด้วยแล้ว ยิ่งต้องออกรบเป็คนแรก ข้าไหนเลยจะกล้ารับความชอบได้ "
หลี่เหมินชิ่งที่นั่งใกล้ๆหลี่ซิ่วอิง ไม่รอช้ารีบพูดขึ้นทันที " เสด็จพี่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว พวกข้าทำทุกอย่างก็เพื่อบ้านเมือง ไหนเลยจะกล้ารับความชอบ "
จังหวะนั้นเอง หลี่ิองค์รัชทายาทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็รีบลุกขึ้น แล้วเอ่ยออกมาว่า " เสด็จพี่ทั้งสองกล่าวผิดแล้ว คนทำดีล้วนย่อมมีรางวัล ยิ่งเสด็จพี่ทั้งสองเสียสละเพื่อบ้านเมืองด้วยแล้ว ยิ่งควรได้รับรางวัล " เอ่ยจบเขาก็หันไปทาง เฟยหลง สองมือกุมคำนับ แล้วเอ่ยขึ้น " ทูลเสด็จพ่อ หม่อมฉันขอบังอาจทูลขอให้เสด็จพ่อพระราชทานรางวัลให้แก่เสด็จพี่ทั้งสองพะยะค่ะ "
เฟยหลงหันมองไปยังเยว่เสวียนฉาน พลางเอ่ยขึ้น " ฮองเฮาเ้ามีความเห็นอย่างไร "
เยว่เสวียนฉานยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยขึ้น " ทูลฝ่าา ที่รัชทายาทและท่านเสนาเจิงกล่าวออกมาก็มีเหตุผลเพคะ องค์ชายทั้งสองออกรบสู้ศึกเสียสละเพื่อบ้านเมือง ไม่แพ้เหล่าขุนพลคนอื่นๆ พระองค์ควรจะประทานรางวัลให้พวกเขาทั้งสองเพคะ "
เฟยหลงจึงพยักหน้า พลางเอ่ยขึ้น " เอาหละ ในเมื่อฮองเฮา รัชทายาทและท่านเสนา ต่างก็เห็นตรงกัน วันนี้นอกจากจะให้รางวัลกับเหล่าแม่ทัพและทหารที่ทำความชอบแล้ว ครั้งนี้ข้าก็จะให้รางวัลแก่องค์ชายทั้งสองด้วย " เขาหันไปทางเกากงกง แล้วพูดขึ้น " เกากงกง ประการราชโอการข้า "
เกากงกงพยักหน้ารับ มันรีบเดินออกมา แล้วกางม้วนราชโอการออก " ด้วยโองการข้า องค์ชายใหญ่หลี่ซิ่วอิง และองค์ชานรองหลี่เหมินชิ่ง ออกรบครั้งแรก แต่กลับสามารถสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ข้าขอแต่งตั้ง องค์ชายใหญ่หลี่ซิ่วอิงขึ้นเป็เป่ยอ๋อง มีบรรดาศักดิ์เพิ่มขึ้นอีกสามขั้น ส่วนองค์ชายรองหลี่เหมินชิ่งข้าขอแต่งตั้งขึ้นเป็หนานอ๋อง มีบรรดาศักดิ์เพิ่มขึ้นอีกสามขั้น จบราชโอการ "
องค์ชายทั้งสองได้ยินดังนั้น ต่างพากันรีบคุกเข่าลงด้วยความดีใจ แล้วเอ่ยออกมาพร้อมกัน " ลูก ขอบพระทัยเสด็จพ่อพะยะค่ะ "
และผู้ที่ดีใจมากที่สุดก็คือ ฟานจงกับมู่ปิงที่ค่อยสนับสนุนองค์ชายทั้งสอง
.... จวบจนงานเลี้ยงจบลง ภายในตำหนักของชิงเอ๋อ ที่ตอนนี้ทั้ง ชิงเอ๋อ ฟานจง หลี่เหมินชิ่ง และเผาเจิง ต่างก็มาปรึกษากันอยู่ในห้องโถง
" ลูกแม่ แม่ดีใจจริงๆที่ฝ่าาทรงแต่งตั้งเ้าเป็อ๋องแถมยังเพิ่มบรรดาศักดิ์ให้เ้าอีกสามขั้น " เสียงของชิงเอ๋อเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ
หลี่เิ่ชิงเองก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความดีใจ " ใช่แล้วเสด็จแม่ ลูกเองก็ดีใจเช่นกัน "
แต่ทว่าจู่ๆฟานจงที่นั่งดื่มชาอยู่ ก็กระแทกจอกชาลงโต๊ะ พลางเอ่ยออกมาว่า " หึ เ้าสองแม่ลูกจะดีใจอะไรกัน ไม่เห็นหรือว่า หลี่ซิ่วอิงเองก็ได้รับการแต่งตั้งเช่นเดียวกัน "
ชิงเอ๋อได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยออกมาว่า " ท่านพ่อ ครั้งนี้องค์ชายใหญ่เองก็ทำความชอบ ฝ่าาทรงแต่งตั้งเขาก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร "
" นี่เ้าไม่เขาใจจริงๆหรือ การรบกับเผ่าเหลียวครั้งนี้ แม้หลี่ซิ่วอิงจะสังหารแม่ทัพศัตรูได้ แต่หากมาเทียบกับการเผาเสบียงแล้ว ผลงานของเหมินชิ่งย่อมมีมากกว่า แต่ฝ่าากลับแต่งตั้งตำแหน่งของทั้งสองเท่ากัน แบบนี้ก็หมายความว่า ฝ่าายังให้ความสำคัญกับหลี่ซิ่วอิงมากกว่าเหมินชิ่งของเราอยู่ "
ทั้งสองได้ฟังดังนั้นก็คิดตาม ก่อนที่เผาเจิงจะเอ่ยแทรกขึ้น " ท่านโหว ที่ท่านพูดมาก็ไม่ถูก เป่ยอ๋องเป็โอรสองค์โต อีกทั้งยังกำพร้าแม่ั้แ่เล็ก ฝ่าาจะทรงเอ็นดูมากพิเศษก็ไม่นับว่าแปลกอะไร แต่การที่ฝ่าาทรงแต่งตั้งให้องค์ชายทั้งสองมีตำแหน่งเท่ากัน ก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่าาเริ่มจะหันมาสนใจในตัวองค์ชายรองมากขึ้นแล้ว ขอเพียงแค่องค์ชายรองขยันสร้างผลงานให้มากขึ้น ข้าเชื่อว่า ไม่ช้าองค์ชายรองจะต้องอยู่เหนือองค์ชายใหญ่อย่างแน่นอน "
ฟานจงพยักหน้ารับ " อืม ที่ท่านแม่ทัพกล่าวออกมาก็มีเหตุผล "