ฉันเห็นว่าผู้ชายที่ชื่อเกรนเข้ามาขวางเลยว่าจะลองถามเจตนาของเขาดู เเต่เ้าตัวก็ดันพูดออกมาเองก่อนฉันจะทำเเบบนั้น
"นี่ยัยหูเเมว!"
"หืม..!"
เหมือนฉันจะได้ยินอะไรที่เสียมารยาทสุดๆด้วยเเหละ เเต่เขาก็ยังพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาศให้ฉันได้ค้านอะไร
"พวกฉันก็รู้สึกขอบคุณเธออยู่หรอกนะ...เเต่พวกเราเป็คนสู้กับเ้าเรดอ็อคก่อน เเถมยัยบันนี่ก็ใช้เวทย์ใหญ่ทำให้มันอ่อนเเรงลงไปด้วย เพราะงั้นเรามาตกลงเเบ่งส่วนกัน ก่อนที่ยัยบันนี่จะสอนเวทย์ให้เธอก่อนดีกว่า"
"เห้ยเกรน-!"
ผู้ชายตัวล่ำๆทำท่าทางจะเข้ามาห้าม เเต่คนที่ชื่อเกรนก็ไม่ยอมหยุด
"ฉันรู้ว่าเเกอยากจะพูดอะไร เเต่ความเป็จริงที่ว่าวันนี้เราไม่ได้อะไรกลับไปเลยก็ไม่เปลี่ยน ทางเราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมองข้ามผลงานเล็กๆน้อยๆเเบบนี้เเละยกมันทั้งหมดให้กับคนที่พึ่งเจอกันได้หรอกนะ"
พอเขาบอกเเบบนั้น ผู้ชายที่ดูล่ำๆก็พูดอะไรไม่ออก...ว่าเเต่เขาหมายถึงอะไรน่ะ?
"โดยเฉพาะยัยบันนี่ เธอเป็คนที่มีปัญหามากที่สุดไม่ใช่หรือไง? อย่ามาฝืนทำเป็คนดีเเล้วลืมเื่ที่ตัวเองกำลังลำบากอยู่สิ!"
คราวนี้เขาหันมาพูดตำหนิสาวน้อยหูกระต่าย-....เดี๋ยวๆเขากำลังพูดถึงเื่อะไรกันเนี้ย!?
"ร-เื่นั้นฉันรู้อยู่เเล้วล่ะค่ะ! เเต่ฉันก็ไม่สามารถรับผลงานเเบบนั้นได้ เพราะฉันรู้ดีว่าตอนฉันใช้เวทย์ใหญ่โจมตีใส่มัน มันก็ไม่มีเเม้เเต่รอยขีดข่วนอยู่เลยนะคะ!"
"จะบอกว่ายัยหูเเมวนี่จัดการกับเรดอ็อคด้วยตัวคนเดียวงั้นหรอ! ทั้งที่ยัยนี่เป็เผ่ามนุษย์เเมวเนี้ยนะ!?"
"คุณก็เห็นกับตาเเล้วไม่ใช่หรือไงคะ! ดังนั้นเื่เเบ่งส่วนอะไรนั่นมันไม่จำเป็หรอกค่ะ!"
"นี่เธอ!"
เหมือนพวกเขากำลังเถียงกันถึงการเเบ่งส่วนอะไรซักอย่าง ถ้าให้พูดตรงๆ ฉันไม่เข้าใจเื่ที่พวกเขาพูดมาซักนิด นี่ฉันไปทำอะไรให้พวกเขาเถียงกันขนาดนี้งั้นหรอ!?
.....
ถ้ายังมางงอยู่คนเดียวก็คงไม่ได้อะไร ฟังคร่าวๆเเล้วเหมือนฉันจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ เพราะงั้นฉันจึงมีสิทธิที่จะถามถึงเื่ที่พวกเขาเถียงกันล่ะนะ
"มีปัญหาอะไรงั้นหรอ?"
พอได้ยินฉันถามเเบบนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็หันมามองฉันพร้อมกันเป็จุดเดียว-เเล้วตอบพร้อมๆกันว่า
"มีดิ" "ไม่มีอะไร!(ค่ะ)"
สรุปว่ามีหรือไม่มีล่ะเนี้ย?
ช่างเถอะ ถามคนที่เปิดประเด็นขึ้นมาล่ะกัน
"นี่คุณน่ะ ตั้งเเต่เมื่อกี้เเล้วมีปัญหาเื่อะไรงั้นหรอ?" ฉันถามผู้ชายที่ชื่อเกรน
"หา! ก็เื่ที่จะให้เเบ่งวัตถุดิบจากเ้านั่นไงเล่า" ว่าเสร็จเขาก็ชี้นิ้วไปที่ร่างของเรดอ็อคที่ไร้หัว
พอฉันเห็นเเบบนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย
......
เข้าใจล่ะ...เเบบนี้เองสินะ
"ฉันไม่้ามัน เพราะงั้นฉันจะยกให้พวกคุณหมดนั่นเเหละ"
"หา!" " "เอ๋!" "
พวกเขาใจนช็อคกันไปคนล่ะเเบบ
เเต่มันน่าใด้วยงั้นหรอ? ก็คนที่เจอมันเเละเข้าสู้อย่างยากลำบากก็คือพวกเขานี่...ดังนั้นจะให้พวกเขาเหนื่อยเปล่าได้ไงล่ะ เเละฉันก็มีเก็บไว้ตั้งสองตัวใน'ไอเท็มบ๊อกซ์'ด้วย เพราะงั้นไม่ถึงกับเป็ปัญหาหรอก เดิมทีก็จะใช้เป็สิ่งเเลกเปลี่ยนให้คนที่ชื่อบันนี่สอนเวทย์ให้ฉันอยู่เเล้ว
"นี่เธอ-คงไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม?"
คนที่ชื่อเกรนยังคงมองฉันด้วยความรู้สึกเคลือบเเคลง-นี่เขาจะระเเวงฉันมากไปหรือเปล่า ตามจริงคนติดบ้านอย่างฉันควรจะเป็ฝ่ายระเเวงพวกเขาด้วยซ้ำ
"ฉันจะไม่กลับคำหรอกนะ เเต่ถ้าฝั่งนั้นผิดสัญญาไม่สอนเวทย์ให้ฉัน ฉันก็ไม่มีธุระอะไรด้วยหรอก"
"นี่เธอ อยากเรียนเวทยมนตร์ขนาดนั้นเลย?"
"มันเป็ความ้าส่วนตัว ดังนั้นถ้าไม่ถามมากไปกว่านี้จะดีมาก"
จะให้บอกว่าเพื่อใส่ชุดนักปราชญ์ที่พึ่งได้มาจากเฮดโฟนที่อยู่บนหัวได้ไงล่ะจริงไหม?
......
เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"...เข้าใจเเล้ว บันนี่มาสอนเวทย์ให้ยัยหูเเมวนี่ที"
"เห้ ฉันไม่ได้ชื่อยัยหูเเมวนะ" ว่าจะค้านตั้งเเต่ก่อนหน้านี้ล่ะ รู้สึกหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้
*
หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มรักษาเเผลของเเต่ล่ะคน ส่วนมากจะเป็รอยถลอกจากการถูกกระเเทรกกับพื้น ซึ่งเขาก็ต้องรักษาด้วยวิธีทั่วไปอย่างการเอาสมุนไพรมาทาที่เเผล เห็นบอกว่ายังให้บันนี่ใช้เวทย์ฮีลไม่ได้เพราะมานาของเธอยังฟื้นไม่เต็มที่เลยใช้วิธีนี้กันไปก่อน เเละหลังจากนี้พวกเขาจะเริ่มลงมือชำเเหละ ร่างของเ้าเรดอ็อคกันโดยปล่อยให้เป็หน้าที่ของเกรน เเละ'ดัส'-ผู้ชายตัวล่ำๆที่มาเเนะนำตัวทีหลัง ซึ่งฉันก็ต้องเเนะนำตัวกลับไปตามมารยาทเช่นกัน...เหมือนเขาอยากจะคุยกับฉันมากกว่านี้ เเต่ฉันก็หยุดไว้ที่การเเนะนำตัวเท่านั้น จะให้คุยกันในสภาพนี้ได้ยังไง? ฉันยังไม่ลืมหรอกนะว่าตัวเองอยู่ในชุดอยู่บ้านที่เคยใส่ประจำตอนอยู่โลกเดิมน่ะ
เพราะงั้นฉันต้องโฟกัสที่จะเรียนการใช้เวทยมนตร์ให้สำเร็จก่อน ส่วนเื่อื่นค่อยไว้หลังจากนั้น
ตอนนี้ฉันกับสาวน้อยหูกระต่าย-บันนี่เเยกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อที่จะเริ่มเรียนเวทย์กัน
"คุณฟรานคะ ก่อนอื่นฉันอยากเตือนคุณว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกนะคะที่จะเรียนรู้เวทย์ได้เพราะงั้น-"
-อย่ามาโทษเธอทีหลัง จะบอกเเบบนั้นสินะ?
"ไม่เป็ไร ถ้าเป็เเบบนั้นเดี๋ยวฉันจะหาทางเอง"
ก็นะถ้ามันกลายเป็เเบบนั้นฉันคงต้องพึ่งพวกหนังสือเเทนเเล้วล่ะ
"ถ-ถ้างั้น! เอ่อคือ-ว่า!"
"อะไรอีกล่ะ?"
เหมือนเธออยากจะพูดอะไรซักอย่าง-ฉันสังเกตเห็นว่าเธอเอาเเต่มองมาที่มือเปล่าๆของฉัน สลับกับเฮดโฟนหูเเมวที่อยู่บนหัว เเละจากนั้นซักพักก็กลายเป็มองฉันทั้งตัวตั้งเเต่หัวจรดเท้า
"โฮ้ยย"
"ข-ขอโทษค่ะ! ฉันจะเริ่มตั้งใจสอนเดี๋ยวนี้เเหละค่ะ"
"เธอคงจะสงสัยฉันตั้งเเต่เื่หูเเมวบนหัวที่สีต่างกับสีผมของฉัน เื่อุ้งเท้าเเมวที่หายไปจากมือ เื่ที่ฉันมีพลังกำลังเยอะ เเละสุดท้ายก็เื่ที่ฉันสวมชุดเเบบนี้มาเดินในป่าล่ะสิ"
"ค่ะ! ใช่เลยล่ะค่ะ!"
อืม เป็เื่ปกติที่จะสงสัยกันสินะ นอกจากเธอเเล้วผู้ชายอีกสองคนก็คงมีความคิดเเบบเดียวกัน เเต่เพราะฉันเป็คนเเปลกหน้าที่พึ่งมาเจอกัน พวกเขาจึงยังไม่กล้าถามเื่ของฉันมากนัก ก็นะ ฉันเองก็ไม่อยากพูดความจริงหรือโกหกออกไปซะด้วย เพราะงั้นไม่ต้องตอบอะไรคงจะดีกว่า
"ไม่ต้องสนใจหรอก ฉันก็เเค่คนธรรมดาที่หาเจอทั่วไปได้ตามบ้านพักนั่นเเหละ"
"ไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของคนที่จับเรดอ็อคทุ่มด้วยมือเปล่าเลยค่ะ!"
นั่นเพราะอุ้งเท้าเเมวตังหากล่ะ ที่ว่าฉันเป็คนธรรมดาน่ะมันเป็เื่จริงนะเออ
"ยังไงก็เถอะ ฉันไม่ได้มานี่เพราะต้องมาตอบคำถามที่เธอสงสัยเกี่ยวกับตัวฉันหรอกนะ"
ฉันพูดตัดหัวข้อเื่ที่ยุ่งยากทิ้งไปเเละโฟกัสไปที่การเรียนเวทยมนตร์
"ต-ต้องขอโทษในความเอาเเต่ใจของฉันด้วยนะคะ!"
"ไม่เป็ไรรีบๆสอนเถอะ" ฉันจะได้รีบๆหลุดจากสภาพน่าอายนี่ซักที
"ถ้างั้นก่อนอื่นเลย...คุณฟรานรู้จักมานาใช่มั้ยคะ?" เธอถามฉัน
"รู้เเค่ว่ามันเป็พลังงานอย่างหนึ่งที่อยู่ในร่างกายน่ะ"
ฉันรู้มาจากเกมที่ฉันเล่นอยู่ ดูเหมือนเกี่ยวกับเวทยมนตร์จะเป็มานา ถ้าเป็พลังกำลังภายในของจีนจะเป็ลมปราณ โดยส่วนมากพลังพวกนี้จะมีเเหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดของมัน เเต่ถึงฉันจะรู้เื่เเบบนั้นไปก็ไม่ทำให้ฉันสำเร็จเงื่อนไขในการใช้เวทยมนตร์ที่เ้าคุณพระเ้านั่นตั้งเอาไว้หรอก
"งั้นหรอคะ ถ้างั้นฉันจะสอนให้คุณรับรู้ถึงมานาที่อยู่ภายในให้ก่อนนะคะ ตอนเเรกมันอาจจะยากไปซักหน่อย เเต่ฉันอยากให้คุณฟรานทำใจให้สงบเเละหลับตาลงพร้อมกับนึกภาพของพลังงานเเสงที่อยู่ภายในดูน่ะค่ะ เคล็ดลับก็คือให้ลองนึกภาพของเืที่อยู่ในร่างกายว่ามันไหลไปไหนถึงตรงไหนบ้างดู เพราะมานานั้นจะเคลื่อนไหวเเบบเดียวกันกับกระเเสเืในร่างกายของสิ่งมีชีวิตโดยมีหัวใจเป็ศูนย์กลางน่ะค่ะ"
"โอ้..."
พอได้ยินเเบบนั้นเเล้ว ฉันที่คิดตามคำพูดนั้นก็เห็นภาพโดยยังไม่ทันทำสมาธิเลยเเหะ ถ้าให้สรุปตามความเข้าใจของฉันมานาก็เปรียบเสมือนพลังงานที่วิ่งเเล่นไปพร้อมกับกระเเสเืในร่างกายสินะ ส่วนจะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นๆไป
"ถ้างั้นฉันจะลองทำให้ดูเป็เเบบอย่างนะคะ ให้ลองทำสมาธิเเบบนี้ เเล้วจากนั้นก็-"
ว่าเเล้วเธอก็หลับตาเเล้วทำสมาธิเป็เเบบอย่างให้ฉันดู ในตอนนั้นฉันเห็นพลังงานบางอย่างเป็เเสงอ่อนๆกระจายอยู่รอบตัวเธอด้วย
"หืม? เเสงอ่อนๆที่ออกมานั่น คือมานาสินะ"
พอฉันทักไปเเบบนั้นเเสงอ่อนๆรอบตัวเธอก็หายไป นั่นเพราะเธอดูเหมือนประหลาดใจกับคำพูดของฉัน
"ค-คุณฟราน!มองเห็นมานาก่อนฉันจะเรียกใช้อีกหรอคะ!"
"อ้าว-ไม่ใช่ว่าเธอทำสมาธิเพื่อเรียกใช้มันให้ฉันดูหรอ?"
"ไม่ใช่เลยคะ เมื่อกี้ฉันเเค่ทำสมาธิเพื่อให้ตัวเองรู้สึกถึงมานาเท่านั้น ไม่ได้มองเห็นรูปร่างของมันเลยคะ ซึ่งปกติคนธรรมดาก็มองไม่เห็นมานากันอยู่เเล้วด้วย จะเห็นเป็รูปร่างลางๆก็ตอนนำมันออกมาใช้เพื่อร่ายเวทย์เท่านั้นเเหละคะ!"
"เเต่เธอบอกว่าตอนรู้สึกถึงมานาจะเห็นนี่"
"มันไม่เหมือนกันค่ะ นั่นมันเป็รูปร่างที่ในหัวเราสร้างขึ้นมา ไม่ใช่รูปร่างของมานาจริงๆค่ะ!"
อืม เหมือนจะเข้าใจนะ เเต่รู้สึกงงมากๆ....สรุปคือการสร้างภาพของมานาขึ้นมาจะทำให้ตัวเองรู้สึกถึงมานาง่ายขึ้น เเต่เพราะฉันเห็นรูปร่างจริงไปเเล้วเลยไม่ต้องทำเเบบนั้นก็น่าจะรู้สึกถึงมานาได้เหมือนกัน
"ถ้างั้นฉันก็เป็ตัวประหลาด?"
ถ้าสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเธอเเล้วก็คงเป็เเบบนั้น ฉันไม่ใช่คนของโลกนี้เเต่เเรก จึงไม่เข้าใจความเเปลกของการเห็นรูปร่างจริงของมานาว่ามันสุดยอดขนาดไหน เเต่คงเป็อะไรที่พิลึกมากๆเเน่
"ม-ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกคะ! จริงอยู่ที่คนปกติมองไม่เห็น เเต่ว่ากันว่าคนที่มองเห็นรูปร่างจริงของมานาจะเป็พวกนักเวทย์ชั้นสูงหรือมหาเวทย์อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ"
พอเธอบอกเเบบนั้นฉันก็รู้สึกภูมิใจนิดๆเเหะ นี่สเตตัสของตัวละครฉันอยู่ในระดับของมหาเวทย์ในโลกนี้เลยหรอเนี้ย! ที่ลงเเรงปั้มเลเวลเเละไอเทมให้ ดูจะไม่เสียเปล่าซะเเล้วสิ!
"ถ้างั้นคุณฟรานลองทำเเบบฉันดูสิคะ บางทีคุณฟรานอาจจะเป็คนที่มีพร์ทางด้านเวทยมนตร์มากก็ได้!"
เธอบอกกับฉันด้วยท่าทางที่คาดหวัง
"จะลองดูนะ..."
ฉันหลับตาลงเเละตั้งสมาธิดู ก่อนหน้านี้ก็เคยลองทำด้วยตัวเองมาเเล้ว เเต่เพราะไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุไว้ฉันจึงไม่สามารถรู้สึกถึงมานาได้ เเต่ตอนนี้มีคนมาช่วยสอนให้ ซึ่งตรงตามเงื่อนไขในการปลดล็อคเเล้ว ดังนั้นมันน่าจะได้ผล
.........
หืม? เหมือนจะรู้สึกเเล้วเเหะ
รู้สึกเหมือนว่ามีบางอย่างกำลังวิ่งเเล่นอยู่ทั่วร่างกายของฉัน ตามที่สาวหูกระต่ายได้บอกมามันเคลื่อนที่ไปตามกระเเสเืโดยมีหัวใจเป็ศูนย์กลางจริงๆ เเละคงเพราะเคยเห็นก่อนหน้านี้จากตัวของสาวน้อยหูกระต่ายเเล้ว ฉันจึงไม่ใอะไรกับสิ่งที่ฉันเห็น มันปรากฏขึ้นมาในหัวของฉัน เป็เเสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ ััที่ฉันรู้สึกได้นั้นมันช่างอุ่นสบายคล้ายกับเเสงของพระอาทิตย์ในยามเช้าที่ฉันไม่ได้ััมานาน
เเต่เดี๋ยวนะ-....
ฉันสังเกตเห็นกลุ่มก้อนของเเสงอีกอย่างหนึ่ง มันมีความสว่างมากกว่าเเสงเดิมเป็เท่าตัว ดูเหมือนจะเป็กลุ่มก้อนของเเสงกลมๆที่เข้าไปรวมตัวกัน ซึ่งทุกก้อนนั้นเป็เเสงสีฟ้าที่เป็รูปหน้าเเมว....
........
รูปหน้าเเมว...ที่มีลักษณะเป็ไอคอนรูปการ์ตูนสุดน่ารัก กำลังเรืองเเสงเเละเข้าไปรวมกับเเสงสว่างสีขาวดั้งเดิมของฉัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันมโนภาพขึ้นมาเเต่อย่างใด เเสดงว่ามันคือรูปร่างจริงของมานาฉัน? ฉันควรจะทำอย่างไรกับมันดี? มันดูทรงพลังมากกว่าพลังดั้งเดิมของฉัน เเต่ฉันไม่อยากให้มันมาไหลอยู่ในร่างกายของฉันเลยเนี้ยสิ
ขณะคิดจะทำยังไงกับมานารูปเเมวนี่ดี จู่ๆก็มีเสียงเเจ้งเตือนมาจากAIที่อยู่ในเฮดโฟนหูเเมวของฉัน
ติ้ง! /นายท่านได้สำเร็จเงื่อนไขในการเข้าใจถึงมานาเเล้ว...หลังจากนี้นายท่านจะสามารถใช้เวทยมนตร์ได้เเล้วค่ะ/
[เวทย์น้ำเเข็ง]
>ผู้ใช้จะสามารถร่ายเวทย์โดยเรียกน้ำเเข็งออกมาได้ตามที่นึกภาพไว้
ยิ่งนึกภาพได้ชัดเจนเท่าไหร่เวทย์ที่ร่ายออกมาก็จะยิ่งเเข็งเเกร่งมากขึ้นเท่านั้น
*โบนัส>เมื่อผู้ใช้ร่ายเวทย์โดยเปลี่ยนคำร่ายเวทย์เป็ร้อง'เหมี๊ยว'เเทนเวทย์นั้นจะทรงพลังมากขึ้น
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเสียงร้องนั้นใกล้เคียงกับเเมวได้เท่าไหนด้วย
ในที่สุดฉันก็จะได้ใช้เวทย์เเล้ว!
ก็ดีใจอยู่หรอกนะ เเต่ไอ้รายละเอียดตรงโบนัสนั่นมันอะไรกัน นี่คิดจะให้ฉันต้องอับอายไม่ทางใดก็ทางนึงให้ได้งั้นหรอ!? ปล่อยให้ฉันได้อยู่สบายๆกว่านี้หน่อยเถอะะะ...
"คุณฟราน-เป็ไงบ้างคะ?"
คงเพราะเห็นฉันยังทำสมาธิอยู่ สาวน้อยหูกระต่ายเลยถามออกมาด้วยความกังวล
"อื้ม รู้สึกถึงมานาได้เเล้วล่ะ ขอบใจเธอมากเลยนะ" ฉันลืมตาขึ้นมาเเล้วบอกขอบคุณอีกฝ่าย
"อ-อะไรกันคะ! นี่พึ่งขั้นเเรกเองนะคะ คุณฟรานยังต้องฝึกร่ายเวทย์เเละควบคุมมานามาใช้ให้ได้อีกนะคะ ยังมีอีกเยอะเลยล่ะค่ะที่ฉันต้องสอนคุณฟรานน่ะ!"
ฟังจากน้ำเสียงเเล้ว เธอคงจะคาดหวังให้การสอนของเธอประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีอยู่สินะ
ซึ่งก็น่าเสียดายที่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองในตอนนี้จะสามารถร่ายเเละควบคุมเวทย์ได้โดยไม่ต้องมีการสอนขั้นต่อไปอีกเเล้ว ไม่รู้เหตุผลหรอกว่าทำไมฉันถึงรู้สึกเเบบนี้ เเต่เหมือนว่าถ้าปล่อยไปตามความรู้สึก ตัวฉันในตอนนี้จะสามารถร่ายเวทย์ออกมาได้ง่ายๆโดยไม่ติดขัดอะไรเลย
"ถ้ายังไงหลังจากนี้ฉันจะใช้เวทย์เเล้วเธอช่วยถอยไปหน่อยได้ไหม?"
"คะ!?"
ตอนฉันบอกเเบบนั้นเหมือนเธอจะยังไม่เชื่อคำพูดฉันนะ ถ้างั้นฉันคงต้องเป็ฝ่ายถอยออกมาเเล้วหาที่เหมาะๆร่ายเวทย์ออกมาเเล้วล่ะ
"ตรงนี้โอเคเเล้วมั้ง" ฉันเดินมาหยุดอยู่ตรงพื้นที่โล่งๆซึ่งมีป่าห้อมล้อมไว้เป็วงกลม มันเป็พื้นที่ว่างๆซึ่งเหมาะจะตั้งสิ่งก่อสร้างขนาดเท่าบ้านได้
เอาล่ะ อย่างเเรกเลยฉันต้องลองนึกภาพของน้ำเเข็งที่เข้ามาก่อตัวเป็รูปร่าง มันจะต้องเเข็งยิ่งกว่าเหล็ก ทนทานยิ่งกว่าเพรช สามารถป้องกันการเเทรกเเซงจากภายนอกได้ทุกชนิด ไม่เว้นเเม้เเต่เวทยมนตร์ด้วยกัน-ฉันรวบรวมมานาไปที่มือทั้งสองข้างเเละตั้งสมาธิให้ถึงขีดสุด เเบบที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนเเล้วร่ายมันออกมาด้วยความรู้สึกที่จริงจังอย่างมาก
"ปราการน้ำเเข็ง!"
ฟู้ม!!
"อ-อะไรกันคะ!"
ทันทีที่ฉันเอามือที่เต็มไปด้วยมานาจำนวนมากัักับพื้นดินทั้งสองมือ ใต้เท้าของฉันก็ปรากฏพื้นน้ำเเข็งที่ขยายออกไปเป็วงกว้างเเล้วพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินสร้างเป็กำเเพงน้ำเเข็งที่หนาหนึ่งเมตรเเล้วขยายเชื่อมตัวกันจนกลายเป็รูปร่างของลูกบาศก์คิวซึ่งมีฉันอยู่ข้างในเพียงคนเดียว มันสร้างขึ้นมาโดยการปิดกั้นทั่วทุกทิศทาง ทั้งซ้ายขวาล่างบน ตัดขาดการมองเห็นทุกอย่างจากภายนอก เเละมีความทึบมากพอจะทำให้คนข้างนอกไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในปราการน้ำเเข็งนี่
เดิมทีนี่เป็สกิลจากในเกมที่ฉันลองปรับเเต่งเพิ่มเติมขึ้นมาซึ่งก็ดูโอเคใช้ได้ สำหรับสถานที่ ที่ฉันจะใช้มันเป็ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
***