เสี้ยววินาทีนั้นยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์...
ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของคำอินทร์ที่อาบด้วยแสงสีทองและสีฟ้าพุ่งเข้าปะทะกับอักขระอสูรสีดำทมิฬบนแขนของราชครูมินจอส่วยอย่างจัง!
แทนที่จะมีเสียงโลหะตัดผ่านเนื้อหนัง...สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็มหาวิบัติแห่งพลัง!
บึ้มมมมมมมมมมมม!
พลังศักดิ์สิทธิ์ขั้วบวกจากตัวดาบและถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ได้ปะทะเข้ากับพลังมนต์ดำขั้วลบที่อัดแน่นอยู่ในอักขระอสูรโดยตรง การพบกันของสองขั้วพลังที่แตกต่างกันสุดขีดได้ก่อให้เกิดการะเิครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในถ้ำแห่งนี้!
ลำแสงสีทองและสีดำะเิสาดกระจายออกไปทุกทิศทางราวกับดวงอาทิตย์สองดวงที่แตกสลาย เสียงกัมปนาทดังก้องจนราวกับูเาทั้งลูกกำลังจะถล่มลงมา แรงอัดกระแทกมหาศาลซัดทุกสิ่งทุกอย่างให้กระเด็นไปคนละทิศละทาง
ร่างของคำอินทร์ซึ่งอยู่ใกล้จุดะเิที่สุด ถูกแรงอัดกระแทกเข้าเต็มๆ เขารู้สึกราวกับถูกค้อนั์ที่มองไม่เห็นฟาดเข้าที่กลางอกจนจุกหายใจไม่ออก ร่างของเขาลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างรุนแรง ดาบคู่กายหลุดจากมือ ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วทุกอณูของร่างกายก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป
อสูรราชครูซึ่งเป็ศูนย์กลางของแรงะเิได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด แขนขวาข้างที่มีอักขระอยู่แหลกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที พลังทำลายล้างได้ฉีกกระชากร่างอสูรของมันให้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้ง แต่มันคือร่างมนุษย์ที่บอบช้ำเกินกว่าจะจินตนาการได้ าแฉกรรจ์ปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างกาย โลหิตสีดำคล้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว มันกรีดร้องอย่างโหยหวนด้วยความเ็ปที่แท้จริงเป็ครั้งแรก ก่อนจะถูกแรงะเิซัดกระเด็นไปนอนแน่นิ่งอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของโถงถ้ำ
ส่วนหลวงปู่แก้ว...ท่านคือผู้ที่เปราะบางที่สุด ท่านเพิ่งใช้พลังชีวิตเฮือกสุดท้ายไปกับการสร้างแสงลวงตา แรงะเิที่ปะปนด้วยพลังสองขั้วที่บ้าคลั่งได้ถาโถมเข้าใส่ร่างของท่านโดยไม่มีสิ่งใดป้องกัน พลังมนต์ดำกัดกร่อนกายเนื้อ ในขณะที่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้นเกินไปก็แผดเผาจากภายใน ร่างของท่านลอยไปตกอยู่ไม่ไกลจากแท่นศิลาจารึก แสงสีทองที่เคยคุ้มครองกายบัดนี้สั่นไหวรุนแรงราวกับเปลวเทียนต้องพายุ...ริบหรี่ลงจนแทบจะมองไม่เห็น ก่อนจะดับวูบไปพร้อมกับสติของท่าน
ฝุ่นควันและไอพลังงานค่อยๆ จางลง...
เผยให้เห็นภาพโถงถ้ำที่พังพินาศย่อยยับ หินงอกหินย้อยแตกหักเกลื่อนกลาด ผืนน้ำในทะเลสาบปั่นป่วนรุนแรง และร่างของสามจอมอาคม...นอนแน่นิ่งอยู่ในสภาพปางตายกันถ้วนหน้า
ความเงียบเข้าปกคลุม...เงียบเสียจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำ
"อึ่ก...แค่กๆ..."
คำอินทร์เป็คนแรกที่ได้สติกลับคืนมา เขาลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนไปหมด เขารู้สึกเ็ปรวดร้าวไปทั้งตัวราวกับร่างกายจะแหลกสลาย กระดูกซี่โครงน่าจะหักไปหลายซี่ และมีเืไหลออกมาจากปากไม่หยุด เขาลองขยับตัว แต่ก็ทำได้เพียงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป
แต่แล้ว...สายตาของเขาก็มองเห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
ร่างของราชครูมินจอส่วยกำลังขยับ!
มันใช้แขนข้างเดียวที่เหลืออยู่พยุงกายที่โชกเืของมันขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ดวงตาของมันยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น มันไม่ได้มองมาที่คำอินทร์ แต่กลับมองไปยังร่างของหลวงปู่แก้วที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ
"เ้า...เฒ่า...แก้ว..." มันเค้นเสียงลอดไรฟัน "ข้า...จะต้อง...ฆ่าเ้า...ด้วยมือของข้า!"
สติทั้งหมดของราชครูเหลือเพียงความแค้น มันลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ตรงไปยังร่างของหลวงปู่...ศัตรูคู่อาฆาตที่มันไล่ล่ามาตลอดชีวิต
"ไม่...ไม่นะ..." คำอินทร์พึมพำเสียงแ่ เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง
ภาพของอาจารย์ที่กำลังจะถูกสังหารต่อหน้าต่อตาได้ปลุกพลังแฝงในตัวเขาขึ้นมาอีกครั้ง! ความรักและความผูกพันที่มีต่อหลวงปู่แก้วแปรเปลี่ยนเป็พลังใจมหาศาล เขาไม่ยอม! เขาจะไม่มีวันยอมให้อาจารย์ของเขาต้องตกตายด้วยน้ำมือของคนชั่วเช่นนี้!
"อ๊าคคคคค!"
คำอินทร์คำรามลั่น เขากัดฟันแน่นจนเืซึม ใช้แรงทั้งหมดที่มีพยุงร่างที่แตกสลายของตนเองขึ้นมา เขามองหาดาบแล้วคลานไปคว้ามันมาใช้เป็ไม้เท้ายันกาย ลากขาที่เ็ปก้าวไปขวางหน้าราชครูเอาไว้
"ถ้าจะทำร้ายท่าน...ก็ข้ามศพข้าไปก่อน!"
ราชครูมองคำอินทร์ด้วยแววตาดูแคลน "สภาพอย่างเ้าน่ะรึ...จะมาขวางข้า?"
การต่อสู้ระลอกสุดท้ายจึงได้เริ่มต้นขึ้น...แต่มันไม่ใช่ระบำมรณะที่งดงามอีกต่อไป มันคือการต่อสู้ที่น่าสมเพชของบุรุษสองคนที่าเ็สาหัส
ราชครูเหวี่ยงหมัดที่เหลืออยู่เข้าใส่คำอินทร์อย่างอ่อนแรง คำอินทร์ยกดาบขึ้นรับอย่างยากลำบาก แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ถึงกับเซถอยหลังไปคนละก้าว พวกเขาไม่มีแรงพอที่จะร่ายมนตร์หรือใช้เพลงดาบที่ซับซ้อนอีกต่อไปแล้ว มีเพียงการผลัก การดัน และการเหวี่ยงอาวุธใส่กันอย่างทุลักทุเล มันคือการต่อสู้กันด้วย "ใจ" ล้วนๆ
ขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดผลักไสกันอยู่นั้นเอง ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้รับการปลุกด้วยพลังชีวิตของหลวงปู่ก่อนหน้านี้ ก็ราวกับมีชีวิตจิตใจขึ้นมา มันรับรู้ได้ถึงจิตสังหารอันดำมืดของราชครูที่ยังไม่ยอมลดละ
ทะเลสาบใต้ดินที่เคยสงบนิ่งพลันปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง!
ซูมมมมม!
ผืนน้ำยกตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็คลื่นขนาดใหญ่ที่ไม่เกรี้ยวกราด แต่เปี่ยมไปด้วยพลังอันมิอาจต้านทาน มันซัดเข้าใส่ร่างของคำอินทร์และราชครูที่กำลังต่อสู้กันอยู่
คลื่นน้ำนั้นโอบอุ้มร่างของคำอินทร์ที่าเ็หนักไว้อย่างอ่อนโยน แล้วผลักดันร่างที่แหลกเหลวของราชครูมินจอส่วยให้กระเด็นออกไปไกล มันซัดร่างของราชครูให้ไหลไปตามอุโมงค์น้ำใต้ดิน...พัดพาออกไปจากโถงถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้...
เมื่อคลื่นน้ำสงบลง ร่างของราชครูก็ได้หายไปแล้ว เหลือเพียงคำอินทร์ที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้น และหลวงปู่แก้วที่ยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติ
คำอินทร์ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ค่อยๆ คลาน...คืบคลานผ่านพื้นหินที่แหลมคมและเศษซากปรักหักพัง...ไปยังร่างของอาจารย์ผู้เป็ที่รัก ทุกการเคลื่อนไหวสร้างความเ็ปราวกับร่างกายจะฉีกขาด แต่เขาก็ไม่หยุด
ในที่สุด...เขาก็มาถึงข้างกายหลวงปู่
เขายื่นมือที่สั่นเทาไปอังที่จมูกของท่าน...ลมหายใจแ่เบาราวกับจะขาดหายไปทุกเมื่อยังคงมีอยู่!
"หลวงปู่...หลวงปู่ยังไม่ตาย!"
ความดีใจแล่นปราดขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวังอีกระลอกใหญ่ หลวงปู่าเ็สาหัสเกินไป เส้นชีพจรพลังอาคมในกายแตกสลายโดยสิ้นเชิง ลมหายใจที่เหลืออยู่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเทียนที่ใกล้จะหมดเล่ม รอเพียงเวลาที่จะดับลงเท่านั้น
คำอินทร์มองสภาพของอาจารย์ สลับกับมองร่างกายที่แตกยับของตนเอง โลหิตยังคงไหลไม่หยุด สติก็เริ่มจะเลือนลางเต็มที
ความมืดมิดและความหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้ามา...
"ข้า...ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร..." เขากระซิบกับตัวเองเสียงแ่เบา
"...ในเมื่อตัวข้าเอง...ก็กำลังจะตาย"