จวิ้นอ๋องยืนนิ่งสายตาคมของบุรุษจดจ้องหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ใช้สองมือจับใบหน้าเขาไม่ยอมปล่อย จนเมื่อได้ยินเสียงทหารองครักษ์ประจำตัวเหวินฟู่จึงลากสตรีในคราบบุรุษนั้นเข้ามาในห้องแล้วรีบปิดประตูลงกลอน
‘แกร๊ก’
“คุณหนูสี่ เหตุใดเ้าถึงปลอมตัวเป็บุรุษกันหรือ”จวิ้นอ๋องสอบถามสตรีที่บัดนี้ถูกเขาประคองให้มานั่งที่เก้าอี้กาสุราในมือนางนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสับสนไปเสียหมด ‘นี่นางดื่มสุรามาหรอกหรือ’คล้ายว่าเขารู้สึกใหญิงสาวในห้องหอผู้นั้นช่างแตกต่างกับคนที่อยู่ตรงหน้าเขายิ่งนัก
“ปลอมตัวหรือ…ข้าเปล่าทำเสียหน่อย”อิงฮวาพูดปด ในตอนนี้นางเหมือนคนไร้สติ ทุกอย่างที่แสดงในยามนี้คือตัวตนที่แท้จริง
จวิ้นอ๋องขมวดคิ้วและคำขอของรองแม่ทัพก็ดังขึ้นมาในมโนสำนึก ‘หากน้องสาวของกระหม่อมทำสิ่งใดให้องค์ชายขุ่นเคืองพระทัยก็ขอทรงโปรดให้อภัยนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ’ประโยคที่จิ้นสี่เคยพูดนั้น ในยามนี้เขาก็เพิ่งจะเข้าใจ
“ที่แท้คุณหนูสี่แห่งจวนแม่ทัพก็มีสองบุคลิก”คำกล่าวที่ว่าแรงก็แรง จะว่าตรงก็ตรงนั้น ทำให้คนถูกพาดพิงเกิดความไม่พอใจ
ปึก!เสียงวางกาสุราลงบนโต๊ะนั้นดังมากจนทหารที่กลับมาจากทำธุระส่วนตัวร้องถามขึ้น“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” เพราะรู้สึกถึงความผิดปกติภายในห้องรับรองนั้นจนจวิ้นอ๋องต้องะโตอบกลับ
“ไม่มีสิ่งใด…”
“หึ!ท่านกล่าวแรงไปหรือไม่ ข้าก็เป็เช่นนี้มานานแล้วมิรู้หรือ” อิงฮวาไม่พอใจนางเติบโตในจวนแม่ทัพ รอบกายมีแต่บุรุษรายล้อม มารดาก็จากไปั้แ่นางยังเล็ก ติดตามบิดาไปทำศึกั้แ่เยาว์วัยเพิ่งจะกลับมาอยู่เมืองหลวงได้ไม่ถึงห้าปีดีการที่ทำให้คนภายนอกเชื่อว่าคุณหนูสี่เป็สตรีในห้องหอได้ก็ไม่ได้ง่ายนัก และนั่นก็ถือว่านางได้ทำจนสุดความสามารถแล้ว
จวิ้นอ๋องมองใบหน้าไร้เครื่องประทินโฉมของสตรีในชุดแต่งกายของบุรุษก็อมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย‘ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากแดงระเรื่อ อิงฮวาช่างตรงกับสตรีในอุดมคติข้ายิ่งนัก’สายตากรุ้มกริ่มของบุรุษทำให้สตรีรู้สึกไม่ไว้ใจ แม้จะถูกฤทธิ์ของสุราทำให้มึนเมา แต่กระนั้นในตอนนี้ก็ยังพอรวบรวมสติได้บ้าง
“ข้าจะไปตามหาพี่ใหญ่”หญิงสาวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พอยืนได้ไม่ถึงครึ่งลมหายใจร่างบางก็เซล้มมาชนขอบโต๊ะ แต่ยังโชคดีนักที่จวิ้นอ๋องรวบเอวบางของสตรีมาประคองไว้ได้ทันมิเช่นนั้นนางคงไปล้มหัวฟาดกับโต๊ะวางสุราเป็แน่
หนึ่งก้านธูปต่อมา ตัดภาพมาที่รองแม่ทัพ
หลังจากที่บุรุษผู้องอาจออกจากห้องรับรองมาไม่ว่าเขาจะเดินตามหาน้องสาวอย่างไรก็หาไม่พบ จึงตัดสินใจสอบถามเสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของหอนางโลม
“เ้าเห็นคุณชายน้อยจวนแม่ทัพมาทางนี้บ้างหรือไม่”จิ้นสี่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เสี่ยวเอ้อร์ทำหน้าครุ่นคิด ‘คุณชายน้อยจวนแม่ทัพหรือ’เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีบุรุษหน้าหวานคนหนึ่งใช้ปิ่นปักผมของตระกูลเหว่ยนั่งอยู่บนชั้นสองของหอนางโลมเมื่อราวครึ่งชั่วยามก่อนจึงรีบตอบรองแม่ทัพว่า
“เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน นายน้อยผู้นั้นนั่งดื่มสุราอยู่ที่ห้องรับรองฝั่งทิศตะวันออกขอรับ”เสี่ยวเอ้อร์กล่าวตามที่รู้เพียงเท่านั้นจิ้นสี่ก็รีบเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องรับรองฝั่งตะวันออกทันที
กลับมาที่ห้องรับรอง ทิศตะวันตก
“ปล่อยข้านะ!”อิงฮวาที่เริ่มคุมสติไม่อยู่ได้แต่โวยวายใส่บุรุษร่างสูงที่รวบนางให้มานั่งที่ตักและกอดไว้ไม่ยอมปล่อย
“คุณหนูสี่ เ้าเมามากแล้วข้าจะส่งเ้ากลับจวนแม่ทัพ”
เหวินฟู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังในใจของบุรุษไม่ค่อยพอใจนักที่หญิงสาวที่ตนแอบหมายตาไว้จะทำตัวห้าวหาญออกมาเที่ยวในที่อโคจรตามลำพังเช่นนี้‘เ้างดงามถึงเพียงนี้ ต่อให้ปลอมตัวเป็ชาย ไร้เครื่องประทินโฉมตกแต่งใบหน้า ความงามนั้นก็เปล่งประกายอยู่ดี’อยู่ ๆ จวิ้นอ๋องก็รู้สึกหวงคนในอ้อมกอด
“ไม่…ข้าไม่ไป…”อิงฮวาดิ้น พยายามจะลุกออกจากตักของบุรุษ แต่ร่างสูงกลับกระชับอ้อมแขนแน่นพร้อมกับพูดเสียงเบาว่า
“หากเ้าดื้อ…ข้าก็จะบอกท่านแม่ทัพว่า…คุณหนูสี่แอบหนีออกจากจวนในยามวิกาลมิหนำซ้ำยังขัดคำสั่งองค์ชายเก้าหมายจะล่วงเกิน…หรือเ้าอยากให้เป็เช่นนั้น”เหวินฟู่ข่มขู่อิงฮวา แม้ภายนอกเขาจะดูเป็บุรุษพูดน้อยและเ็า แต่แท้จริงแล้วกลับตรงกันข้ามนอกจากจะชอบแกล้งสตรีที่เพิ่งได้พบหน้ากันเมื่อ่บ่ายแล้วยังชื่นชอบที่จะหลอกกินเต้าหู้นางด้วย
อิงฮวาใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็เพราะฤทธิ์สุราหรือกำลังโมโหบุรุษที่กำลังพูดข่มขู่นางเป็แน่
“ขู่หม่อมฉันหรือเพคะ”ราวกับว่าหญิงสาวสร่างเมาแล้ว คำพูดที่นางใช้ก็เปลี่ยนแปลงไป
บุรุษยกยิ้มขึ้นที่มุมปากพร้อมทั้งคลายอ้อมแขนออกดวงตาคมฉายแววเ้าเล่ห์ไม่ปิดบัง น้อยคนนักที่จะได้เห็นแม้แต่องครักษ์ที่เร้นกายแฝงคอยคุ้มกันอยู่ยังใที่ได้เห็นภาพในคืนนี้เมื่อจวิ้นอ๋องส่งสัญญาณ เหล่าองครักษ์ก็เร้นกายออกไปจากภายในห้อง ปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่กันตามลำพังโดยไม่มีคนขัดขวาง
“ถ้าคุณหนูสี่เดินตรงได้จนถึงหน้าประตูข้าก็จะปล่อยเ้าให้กลับจวนแม่ทัพเอง”ร่างสูงกระซิบชิดริมใบหูจนคนที่ได้ยินรู้สึกสยิวไปทั่วทั้งร่างกายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนและนั่นเองก็พานทำให้แข้งขาของนางอ่อนแรง แต่ด้วยความอยากเอาชนะจึงพยักหน้าตอบตกลง
“มะ หม่อมฉันตกลง”อิงฮวาที่ตอนนี้เริ่มสร่างเมาค่อย ๆ ลุกออกจากตักของบุรุษแม้ว่าขาของนางจะเริ่มสั่น แต่ก็ฝืนก้าวเดินไปที่ประตูห้องรับรอง‘วันนี้วันซวยของข้าหรืออย่างไร ต้องมาเจอคนมากเล่ห์ มิหนำซ้ำยังชอบหลอกกินเต้าหู้ข้าจนแทบไม่เหลือหน้าออกไปพบผู้ใดได้แล้ว’อิงฮวาตัดพ้ออยู่ในใจ แม้ก้าวแรกที่เดินออกไปจะมั่นคง แต่ก้าวที่สองกลับพลาดพลั้ง
“ว้าย!”ข้อเท้าเกิดอาการพลิกอย่างกะทันหันเพราะหญิงสาวมัวแต่ครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย
“อิงอิง!” จวิ้นอ๋องรีบดึงมือสตรีก่อนที่นางจะล้มหน้ากระแทกพื้นทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว ไม่นานนักคนทั้งสองก็โผกอดกัน ใบหน้าเนียนใสซบลงที่อกแกร่งของบุรุษเสียงหัวใจที่เต้นรัวดังขึ้นอย่างชัดเจน
‘ตึกตัก ตึกตัก’
“เป็อันใดมากหรือไม่”เสียงนุ่มสอบถาม แม้เขาจะอยากแกล้งนางเล่น ๆ แต่ก็ไม่ได้อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
“เจ็บข้อเท้าเพคะ”อิงฮวายอมพูดเสียงอ่อน น้ำตาเอ่อล้นคลอเต็มั์ตาหงส์เพราะความเ็ป
จวิ้นอ๋องจึงช้อนตัวอุ้มสตรีขึ้นมาและพาเดินออกไปจากห้องรับรองซึ่งเป็ขณะเดียวกันกับที่รองแม่ทัพเดินกลับมาจากการตามหาน้องสาวพอดี
“อิงเอ๋อร์ เหตุใดถึง…”จิ้นสี่ใที่เห็นจวิ้นอ๋องอุ้มน้องสาวของตนออกมาจากห้องรับรอง
“พะ พี่ใหญ่”อิงฮวาพูดเสียงดังด้วยความดีใจรอยยิ้มที่นางส่งให้พี่ชายร่วมสายเืนั้นทำให้จวิ้นอ๋องเกิดความไม่พอพระทัย
“อย่าเพิ่งพูดสิ่งใดเลย ข้าจะพาอิงฮวากลับจวนอ๋องส่วนท่าน กลับไปรอที่จวนแม่ทัพก่อนเถิด” อยู่ ๆองค์ชายเก้าก็พูดสิ่งที่น่าเหลือเชื่อออกมา ทุกคนในบริเวณนั้นพากันทำหน้าใเพราะจวิ้นอ๋องขึ้นชื่อว่าไม่เคยพาสตรีเข้าเรือน มีเพียงไทเฮาและฮองเฮาเท่านั้นที่จะเสด็จมาได้
“คงไม่เป็การเหมาะสมเท่าใดนักพ่ะย่ะค่ะน้องสาวของหม่อมฉันเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือน หากท่านอ๋องพานางไป คนจะครหาเอาได้”จิ้นสี่รีบขัดขวาง และนั่นก็ทำให้เหวินฟู่หยุดครุ่นคิด แม้ว่าลึก ๆจะไม่พอใจในสิ่งที่รองแม่ทัพพูดเตือน แต่ถ้าอยากได้คนตระกูลเหว่ยมาเป็พวกก็ต้องค่อยเป็ค่อยไป
“เ้าควรพานางกลับจวนไปได้แล้วดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้มิใช่หน้าที่ของสตรีจะต้องออกมาเที่ยวเตร็ดเตร่”จวิ้นอ๋องส่งอิงฮวาที่ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปเมื่อใดให้จิ้นสี่
“ต้องขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะน้องสี่เป็คนมีนิสัยเอาแต่ใจ ขอท่านอ๋องโปรดอย่าถือสานาง” จิ้นสี่พูดเสร็จก็ก้มหัวลงและพาน้องสาวตัวดีกลับจวนแม่ทัพ