บทที่ 20 ศิษย์น้องหญิงเล็กช่างถูกใจเขาเหลือเกิน
ท่าทางอาจจะดูยิ่งใหญ่ แต่ทักษะกลับห่วยแตกไม่น้อย กระบี่พุ่งเฉออกนอกทิศทาง แล้วยังหวังจะทำให้เกิดผลที่น่าตกตะลึงอีกหรือ?
ในตอนที่ทุกคนกำลังรอดูเื่ตลกของเยี่ยหลิงหลง นางก็ประกบมือเข้าด้วยกันแล้วะโว่า "หมุน!"
กระบี่ขาวเล่มนั้นหมุนกลับเข้าสู่ทิศทางเดิมกลางอากาศ ในขณะที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว มันก็พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของศิษย์จากสำนักเจ็ดดาราคนนั้นราวกับจับวาง
น่าเสียดายที่เขาเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว เขาโบกกระบี่ยาวตั้งใจจะฟันกระบี่เล่มนั้นเพื่อตบหน้าเยี่ยหลิงหลง จากนั้นก็หมุนคมกระบี่โจมตีตัวนาง ต้องยอมรับว่าแผนของเขาช่างวิเศษยิ่งนัก
เสียงเคร้งดังสนั่น ศิษย์จากสำนักเจ็ดดาราดวงตาเบิกโพลง มองกระบี่ยาวที่หักคามือ ร่างนิ่งค้าง สิ่งที่เลวร้ายกว่าเซี่ยหลินอี้คือ เขาลืมแม้กระทั่งการหลบหลีก ถูกกระบี่ขาวของเยี่ยหลิงหลงฟาดเข้าที่หน้าผากอย่างจัง
เสียงร้องโหยหวนพร้อมเืไหลทะลักออกมาจากหน้าผาก สภาพดูย่ำแย่กว่าเซี่ยหลินอี้หลายส่วน ศิษย์สำนักเจ็ดดาราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ใรีบเข้าไปประคองตัวเขาไว้
เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนตะลึงงัน
เยี่ยหลิงหลงเก่งขนาดนี้เชียวเหรอ? นางถึงขั้นควบคุมกระบี่จากระยะไกลได้? การควบคุมพลังิญญาของนางลื่นไหลถึงเพียงนี้เชียวเหรอ? นี่เป็สิ่งที่ผู้ฝึกตนขอบเขตก่อปราณทำได้หรือ?
ปวงชนยังไม่อยากเชื่อ เยี่ยหลิงหลงก็ะโอีกครั้ง "กลับมา"
กระบี่ขาวทะยานกลับสู่ฝ่ามือของนาง ถึงแม้นางจะมีใบหน้าน่ารักเหมือนซาลาเปา แต่ท่วงท่ากลับเท่เกินห้ามใจ
นางควบคุมกระบี่จากระยะไกลได้จริง ๆ! นี่เป็สิ่งที่ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานหลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้ แต่นางที่เป็แค่ศิษย์ขอบเขตก่อปราณ กลับทำได้อย่างคล่องแคล่ว! นางเป็คนที่ไม่มีใครเลือกในการรับศิษย์จริง ๆ หรือ?
เยี่ยหลิงหลงเก็บเสวียนอิ่งด้วยความพึงพอใจ ยอดเยี่ยม คราวหน้ามาเล่นกันอีกนะ
"ข้าขอย้ำอีกครั้ง ใครก็ตามที่กล้าดูิ่สำนักของข้า ดูิ่ศิษย์พี่ของข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเ้ารอดไปได้ง่าย ๆ อีก! แม้แต่ศิษย์ผู้ทรงธรรมจากสำนักเจ็ดดาราก็ตาม"
เยี่ยหรงเยว่รู้สึกอึดอัดมากที่ถูกเยี่ยหลิงหลงเยาะเย้ยเช่นนี้
"แต่เ้าไม่สามารถกระทำโดยไร้เหตุผลได้!"
"งั้นข้าจะพูดเหตุผลกับเ้า พี่น้องร่วมสำนักของเ้าบอกว่าศิษย์พี่ของข้าผนึกดินแดนลับและทำร้ายพวกเขา แย่งวิหคเมฆาเพลิง แล้วไหนหลักฐาน?"
"ศิษย์สำนักเจ็ดดารา ทุกคนสามารถเป็พยานได้ พวกเราเห็นกับตาตัวเอง จะใส่ร้ายเ้าได้อย่างไร?" เยี่ยหรงเยว่ถามกลับ
ในขณะนี้ศิษย์สำนักเจ็ดดารา ทำเพียงพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ด้านหลังเท่านั้น ไม่มีใครกล้าก้าวออกมาอีก กระบี่ในมือของเยี่ยหลิงหลงน่ากลัวเกินไป
โดนตีไม่เป็ไร ผู้ฝึกเซียนใครบ้างไม่เคยได้รับาเ็?
แต่สิ่งสำคัญคือกระบี่ิญญาจะหักเอา! กระบี่ิญญาของใครบ้างที่ไม่ได้ผ่านการทำภารกิจสะสมคะแนนอย่างยากลำบากมา กระบี่หัก เ็ปยิ่งกว่าฆ่าพวกเขาให้ตายเสียอีก!
"คนเยอะแล้วจะพิสูจน์ได้ว่าคำพูดของพวกเ้าเป็ความจริงงั้นหรือ? เยี่ยหรงเยว่ อย่าหน้าด้านไปหน่อยเลย พวกเ้ามีคนมากแล้วจะมีประโยชน์อะไร? แม้แต่ข้ายังสู้ไม่ได้เลย"
"เ้า..."
"พวกเราควรพูดถึงหลักฐานซี่ เอาแต่พูดว่าพวกเราศิษย์สำนักเจ็ดดารา ซื่อสัตย์ เปี่ยมคุณธรรม พวกเราสำนักเจ็ดดารามีคนมากมีอำนาจ ข้าอายแทนพวกเ้าเลย"
เยี่ยหลิงหลงพูดจบก็ส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ หันไปมองศิษย์สำนักอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์
"ศิษย์พี่เจ็ดของข้าและศิษย์สำนักเจ็ดดารา ต่างก็บอกว่าอีกฝ่ายเป็คนผนึกทางเข้าดินแดนลับ งั้นก็ง่ายสิ ตอนนี้ไปดูที่ทางเข้าดินแดนลับกันเลยว่าเป็คาถาของใคร เท่านี้ความจริงก็จะประจักษ์แจ้งเอง"
พอเยี่ยหลิงหลงพูดแบบนี้ ทุกคนถึงนึกได้ ดีที่ตอนบุกเข้ามาในดินแดนลับไม่ได้ะเิทางเข้าจนหลักฐานถูกทำลาย ดังนั้นตำแหน่งทางเข้ายังสมบูรณ์อยู่ ใครทำอะไรไว้ก็จะเห็นชัดเจน
เห็นเยี่ยหลิงหลงเดินตรงไปที่ทางเข้าดินแดนลับ ศิษย์สำนักเจ็ดดาราก็หน้าซีดเผือด ตื่นตระหนกทำตัวไม่ถูกกันหมด
พวกเขามองหน้ากันไปมา แต่ด้วยบทเรียนจากศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องของพวกเขา จึงไม่มีใครกล้าลงมือบุ่มบ่าม ได้แต่มองตามนางไปยื่นมือแตะทางเข้าที่ยังคงถูกผนึกอยู่
เยี่ยหลิงหลงยกมือขึ้นส่งพลังิญญาเข้าไป ้าบังคับเปิดทางเข้า แต่กลับเห็นแสงหลากสีวูบไหว อักขระที่ซับซ้อนปรากฏขึ้น สะท้อนตัวนางและพลังิญญาของนางกลับมาทันที
จี้จื่อจั๋วทะยานไปประคองศิษย์น้องหญิงในพริบตา จากนั้นส่งพลังิญญาเข้าไปแทน พลังิญญาที่ส่งเข้าไปอย่างต่อเนื่องทำให้แสงและอักขระที่ปรากฏขึ้นค่อย ๆ เด่นชัด
เมื่อเห็นอักขระนี้ ปวงชนตกตะลึงเบิกตากว้าง อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจโดยไม่รู้ตัว
วิชาของสำนักเจ็ดดารานั้นทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง เพียงแค่เห็นแสงหลากสีก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ของพวกเขาอย่างแน่นอน!
นั่นก็หมายความว่า คนที่โกหกคือสำนักเจ็ดดารา!
"นี่คือค่ายกลกักขังของสำนักเจ็ดดารา ข้าได้ยินมาว่าเป็สิ่งที่เหล่าผู้าุโในตระกูล สร้างขึ้นเพื่อปกป้องความปลอดภัยของศิษย์ที่ออกไปฝึกฝนข้างนอกเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อกางค่ายอาคม คนด้านนอกจะไม่สามารถเข้าไปได้ มีแต่ต้องทำลายจากด้านในเท่านั้น"
"นั่นก็หมายความว่า หากเมื่อครู่คนของสำนักเจ็ดดาราใช้กำลังทำลายเข้าไป ค่ายอาคมนี้ก็จะถูกทำลาย แล้วตอนนั้นพวกเขาก็จะใส่ร้ายท่านได้โดยไม่เหลือหลักฐานใด ๆ เลยสินะ?"
จี้จื่อจั๋วรู้สึกประหลาดใจกับวิเคราะห์ที่รวดเร็วของศิษย์น้องหญิงคนนี้
"ใช่แล้ว"
"ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อครู่ศิษย์พี่ใหญ่เซี่ยหลินอี้ของสำนักเจ็ดดาราจะพยายามทำลายเข้าไปจากตรงนี้ให้ได้ หากข้าไม่ขัดขวางไว้ หลักฐานก็คงถูกพวกเ้าทำลายไปแล้ว ถึงตอนนั้นไม่ว่าจะกลับผิดเป็ถูกหรือทำเื่ไร้ยางอายอย่างไรก็ได้!"
เยี่ยหลิงหลงพูดจบก็หันกลับไปมองเหล่าศิษย์ของสำนักเจ็ดดารา ถามด้วยเสียงที่ดังขึ้น "ตอนนี้หลักฐานชัดเจนแล้ว พวกเ้ายังจะมีอะไรให้แก้ตัวอีกหรือไม่?"
ศิษย์สำนักเจ็ดดาราต่างหน้าซีดเผือด พูดไม่ออก ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่
เยี่ยหรงเยว่งุนงงไปหมด ที่แท้ก็เป็ศิษย์ของสำนักเจ็ดดาราที่โกหก!
เป็ไปได้อย่างไร? เื่นี้ไม่เกี่ยวกับนางเลยสักนิด แต่ในฐานะศิษย์ของสำนักเจ็ดดารา กลับต้องถูกดูถูกเหยียดหยามไปพร้อมกับพวกเขา นางจะทำอย่างไรดี?
คิดว่าเมื่อเผชิญกับหลักฐานที่ชัดเจนเช่นนี้ คนของสำนักเจ็ดดาราคงไม่สามารถโต้แย้งได้อีกแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่ายังมีคนกล้าก้าวออกมาพูดจาหน้าด้าน ๆ อีกทั้งยังไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย
"แม้พวกข้าจะใช้ค่ายกลกักขังของสำนักเจ็ดดาราแล้วอย่างไร นั่นก็เป็เพราะเขาอาศัยการฝึกฝนขอบเขตจินตาน แย่งชิงวิหคเมฆาเพลิงของพวกข้า พวกข้าจึงต้องใช้วิธีนี้!"
"ถูกต้อง! เขาเป็คนแย่งมันจากพวกข้า! หากไม่ใช่เพื่อการต่อสู้ ใครจะยอมขังตัวเองไว้ในดินแดนลับ!"
"ถูกต้อง! คนที่ผิดคือเขานั่นแหละ! การกระทำของเขาแย่กว่ามิใช่หรือ? พวกข้าไม่ได้ทำร้ายเขา แต่เขากลับทำร้ายพวกข้า!"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เยี่ยหลิงหลงทั้งฉิวทั้งขัน ความสามารถในการโยนความผิดให้ผู้อื่นนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่ไม่ต้องกังวล สำหรับการจัดการกับคนที่มีแต่ปากแข็งเช่นนี้ นางเก่งมาก!
"ศิษย์พี่เจ็ด ในเมื่อพวกเขายืนยันว่าพวกเขาจับวิหคเมฆาเพลิงได้ก่อน ท่านก็ควรจะใจกว้างหน่อย และคืนวิหคเมฆาเพลิงให้พวกเขา"
จี้จื่อจั๋วสับสน แต่หลังจากคิดอย่างรวดเร็ว เขาก็ยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มตื่นเต้น
ศิษย์น้องหญิงเล็กช่างถูกใจเขาเหลือเกิน!
ปากแข็งงั้นหรือ? เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาแข็งเสียให้พอ!
"ได้ งั้นข้าจะคืนให้ รับไปซะ!"
พิเศษ !! มีตอนนำที่ www.enjoybook.co