รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 24

    ย้อนเวลากลับมาเล็กน้อย แอมที่หลบดูสถานการณ์อยู่ด้านนอกตรงพุ่มไม้เล็กๆ เธอมองตรงไปยังอาร์ทและริสาที่กำลังนั่งทำหน้าตามีความสุขราวกับเป็นคู่รักกันจริงๆ“ทำไมนายอาร์ทกับพี่ริสาถึงได้....” แอมมองดูทั้งสองอย่างพิจารณา ไม่นานนักบริกรของร้านอาหารก็มารับออเดอร์ตามปกติ แต่หลังจากนั้นเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ เสียงข้าวของตกแตกกระจัดกระจายไปทั่ว บริกรชายร่างใหญ่ทำร้ายรุ่นพี่ของเธอ แอมนำมือมากุมไว้ที่ปาก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีในตอนนี้“เกิดอะไรขึ้น ทำไมบริกรคนนั้นถึงได้ทำร้ายรุ่นพี่ล่ะ” มันเป็นคำถามที่ติดอยู่ภายในใจของเธอในตอนนี้ และปฏิกิริยาของพี่ริสามันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก พี่ริสาไม่มีทีท่าว่าจะลุกมายืนหรือช่วยอะไรพี่กฤษณ์เลยสักนิด แต่แล้วเธอก็ได้คำตอบเมื่อบริกรคนนั้นที่ล็อกแขนของกฤษณ์ได้นำตัวของรุ่นพี่เธอมาหาทั้งสองคน แอมเฝ้าดูอยู่นาน เห็นทั้งท่าทางที่เศร้าๆของทั้งพี่ริสากับพี่กฤษณ์ มันทำให้เธอเองก็เศร้าตามไปด้วย ส่วนนายอาร์ทคนที่เธอรู้จักกลับดูแปลกตาไป เหมือนกับว่าเธอไม่รู้จักกับเขาคนนี้มาก่อนเลย บางทีเธออาจจะมีอะไรบางอย่างที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับเขาก็เป็นได้ จากนั้นกฤษณ์รุ่นพี่ของเธอก็ถูกนำตัวออกจากร้าน พร้อมๆกับรถตู้สีดำที่มาจอดอยู่ใกล้ๆกับเธอ“ปล่อยฉัน!!! ปล่อย!!” กฤษณ์ตะโกนออกมาดังลั่น แต่ตัวของเขาก็ยังถูกยัดไปในรถตู้อยู่ดี ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของชายคนหนึ่งที่เพิ่งลงมาจากรถจะดังขึ้นมา แอมไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเห็นเลยในตอนนี้ เธอได้แต่สบถออกมาเบาๆ “ผู้ช่วยปาร์ค!!.” แอมอุทานออกมาอย่างตกใจ เสียงของเธอแม้มันจะบางเบาแต่ก็ยังมีคนได้ยิน เอมี่ที่หูดีกว่าชาวบ้านได้หันมามองด้วยความสงสัย เธอมองพุ่มไม้ตรงนั้น แอมหลับตา และกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เอมี่ค่อยเดินเข้ามาใกล้ๆ ในระหว่างเดียวกันนั้นเองแอมก็ได้ยินเสียงของผู้ช่วยปาร์คคุยโทรศัพท์อย่างชัดเจน“ครับท่านรองประธาน... รับทราบ เจอกันที่จุดนัดพบครับท่านรองประธาน... เอมี่ รีบมาได้แล้ว เราไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด”ปาร์คคุยโทรศัพท์ออกมาเสียงดังตามแผนของพวกเขา หรืออีกอย่างก็คือพวกเขาอยากให้กฤษณ์นั้นรู้ว่าพวกเขานั้นจริงจังแค่ไหน แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนคนหนึ่งที่อยู่หลังพุ่มไม้ได้ยินอย่างชัดเจน ในขณะที่เอมี่เดินเข้าไปเพื่อที่จะเช็กพุ่มไม้ที่เธอสงสัยนั้นเธอก็ถูกเรียกตัวเสียก่อน เธอหันมาตอบรับกับปาร์ค และหันไปมองพุ่มไม้นั้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ารถตู้ไปด้วยความสงสัย “นึกว่าจะไม่รอดแล้ว... ทำไมฉันต้องอยากรู้อยากเห็นอะไรมากขนาดนี้กันล่ะเนี้ย... สงสัยติดโรคมาจากยัยทิพย์แน่ๆเลย.. ฉันต้องรีบโทรหาตำรวจก่อน...” แอมเอามือป้องไว้ที่อกด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดถึงก็ปรากฏขึ้น“ไม่นะ แบต!! แบตโทรศัพท์ฉันหมด.. มาหมดอะไรตอนนี้กันล่ะเนี้ย” แอมทุบมือถือของเธออยู่อย่างนั้น เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เมื่อกี้มันตื่นเต้นจนเกินไป มันทำให้เธอตื่นตูมจนลืมแม้แต่จะจดป้ายทะเบียนรถตู้คันนั้น และอีกอย่างเธอจะโทรเรียกให้ใครมารับได้ในสถานที่ที่ห่างไกลขนาดนี้“เอาไงเอากัน!!! แอมเธอทำได้..” และตัวเลือกเดียวที่เธอคิดได้ในตอนนี้นั้นก็คือการที่เข้าไปหลบในรถเก๋งอีกคันที่จอดเหลือทิ้งไว้ นั่นมันเป็นทางเดียวที่เธอจะรอดได้ในเหตุการณ์อย่างนี้ แอมค่อยๆเดินมาหลบอยู่ที่กระโปงหลังรถ แถมยังโชคดีที่เจ้าของนั้นไม่ได้ล็อกรถเอาไว้ ทำให้เธอขึ้นไปได้อย่างง่ายเลยทีเดียว ไม่นานอาร์ทกับริสาก็เดินออกมาจากร้าน และขึ้นรถเก๋งคันที่แอมอยู่ รถเก๋งค่อยๆเคลื่อนตัวจากจุดที่จอด พร้อมกับความรู้สึกนึกคิดหลากหลายอย่างของแต่ละคน แอมที่ใจเต้นตุบๆไม่เป็นจังหวะ ถ้าถูกจับได้เธออาจจะไม่ปลอดภัย ในขณะที่ริสาเองก็หันไปมองหน้าของอาร์ทแล้วก็คิดอะไรต่างๆนานา “เธอเป็นอะไร จ้องกันอยู่ได้.. มีอะไรจะถามก็รีบๆถามมา” อาร์ทเอ่ยถามกับริสาที่หันๆมองๆมายังเขา“ฉันแค่สงสัยนะว่านายกำลังจะทำอะไร จับตัวแฟนฉัน.. อย่างกับมืออาชีพ เหมือนกับทำมันมาบ่อยๆอย่างไรอย่างนั้นแหละ นายแน่ใจนะว่านายเป็นรองประธานบริษัทไลท์น่ะ คงไม่ใช่มีอาชีพเสริมเป็นโจรลักพาตัว” ริสากล่าวออกมาแซวเล็กน้อย อาร์ทที่ได้ยินก็หัวเราะออกมา “เธอดูหนังมากไปหรือเปล่าเนี้ย ...ฮ่าๆๆๆ คิดมาได้ไงกันล่ะเนี้ย” อาร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับเหงื่อไหลบนหน้าผากแบบซึมๆ ถึงมันจะไม่ใช่ความจริง แต่มันก็ใกล้เคียงมากจนเขาต้องเลิ่กลั่ก“อื้มม... นั่นซินะ ช่างมันเถอะ.. ว่าแต่เราจะไปไหนกันล่ะ แผนต่อไปว่ายังไง บอกกันบ้างซิ” ริสากล่าวถาม อาร์ทหันมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์หน่อยๆ ก่อนจะตอบกลับ“แผนเหรอ.. เดี๋ยวไปถึงเธอก็รู้เอง แต่หลังจากนี้หน้าที่ของเธอ ก็แค่ดูเพียงเท่านั้นก็พอแล้ว ดูความสนุกนะ ฮ่าๆๆ” อาร์ทพูดพร้อมกับเร่งเครื่องยนต์ของรถให้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาสองคนไม่รู้นั้นก็คือแอมที่หลบอยู่ด้านหลังได้ยินทุกอย่าง  ‘อาร์ทกับพี่ริสากำลังจะทำอะไรกัน... แล้วแผนที่พวกเขาพูดถึงคืออะไรกัน’ เธอได้ตั้งคำถามอยู่ในใจ ตอนนี้เรื่องราวเหล่านี้มันทำให้เธอนั้นสับสนเป็นอย่างมาก แต่อย่างหนึ่งที่เธอรู้แล้วในตอนนี้นั้นก็คือ นายอาร์ทคือท่านรองประธานคนที่เธออยากจะขอบคุณมาโดยตลอด คนที่คิดว่าเป็นคนดี ให้โอกาสคน แต่ตอนนี้เธอกลับไม่มั่นใจเสียแล้ว ไม่นานนักรถยนต์ของอาร์ทก็หยุดตัวลง “ถึงแล้ว... เธอตามฉันมา..”:อาร์ทพูดกับริสาก่อนจะเดินลงจากรถ ริสาเองก็พยักหน้าให้กับเขาก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปยังโกดังร้างแห่งหนึ่ง แอมที่ยังไม่กล้าทำอะไร เธอกำลังใช้ความคิดอยู่ว่าจะทำอะไรหรืออย่างไรดี แอมได้แต่นอนอยู่ในท่านั้นภายในกระโปงหลังรถ อาร์ทให้ริสานั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง จากนั้นเขาก็เดินไปเปิดม่านสีแดงที่ถูกปิดเอาไว้ เมื่อม่านถูกเปิดออกมา สิ่งแรกที่ริสาได้เห็นนั้นก็คือกฤษณ์ถูกมัดด้วยเชือกติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ปากของกฤษณ์ถูกแปะด้วยสก็อตเทปหนาแน่น สายตาของกฤษณ์จ้องมองไปยังชายชุดดำหลายคนที่กำลังเดินวนๆล้อมตัวของเขาอยู่“ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกน่า.. เขาไม่เห็นเธอหรอก อีกอย่างฉันยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลยแม้แต่นิดเดียว…เธอนั่งดูไปก็แล้วกัน ละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” อาร์ทกล่าวออกมาอย่างยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องที่กฤษณ์ถูกมัดอยู่“แก!!...” กฤษณ์มองไปยังประตูที่กำลังเปิดออกมา แน่นอนว่ามันเป็นชายคนที่ทำให้เขามาอยู่ในสภาพนี้ และยังไม่พอมันยังเป็นชายที่ทำให้ริสาแฟนของเขาไม่มีทางเลือกมากนัก อาร์ทที่ได้ยินก็ยิ้มๆก่อนที่เขาจะหยิบเก้าอี้มานั่งตรงกันข้ามกับกฤษณ์“ดูเหมือนว่าแกจะสบายดีนะ.. แต่ฉันก็สบายใจที่ได้ยินอย่างนั้น ในตอนนี้ที่ฉันกำลังจะ....กับอดีตแฟนของนาย พอนึกถึงหน้า และน้ำเสียงของนายฉันจะได้ไม่ลังเลที่จะทำมันให้รุนแรงขึ้น” อาร์ทกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าโรคจิตนิดหน่อย เขาเน้นถึงเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่าให้กฤษณ์ มันทำให้กฤษณ์โกรธมากกว่าเดิมที่ได้ยินอย่างนั้น ครืน!! เสียงเข้าเก้าอี้ไม้ที่ถูกเลื่อนมาทางอาร์ทด้วยอารมณ์โกรธของกฤษณ์ “แก...”