“Rrrrr”
โทรศัพท์ดังอยู่นานเบอร์ที่โทรเข้ามาก็เป็ไอ้เลวนั่นแหละหายหัวไปหลายวันก็นึกดีใจหายใจโล่งพอจะนอนหลับได้อย่างสบายใจบ้างคิดเื่ของมันจนจะเป็บ้า ต้องโทรไปขอแคนเซิลงานทั้งอาทิตย์จากเจ๊นีน่าหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง รู้สึกผิดที่โกหกคนที่หวังดีที่สุดในชีวิต
พอสายไหมไม่รับโทรศัพท์ก็ดังอีกครั้ง เธอมองจนหน้าจอดับไป
“Garfile รับสายอย่าให้พี่ต้องโมโห” ข้อความเด้งขึ้นมาหน้าจอสายไหมถอนหายใจไม่รู้ว่าทำไมถึงตามรังควานไม่หยุด
“Garfile รับเดี๋ยวนี้”ข้อความอันใหม่เด้งขึ้นมารัวๆ
“Garfile ครั้งสุดท้ายจะไม่ใช่แค่เตือน”
“ตึ้ด” สายไหมตัดสินใจรับสาย
“มีอะไรนักหนากำลังเรียนอยู่จะโทรมากวนอะไรตอนนี้” น้ำเสียงหงุดหงิด
“เหรอ เรียนอยู่จริง…?”ถามเสียงสูง
“ก็เออสิไม่เรียนแล้วจะให้ทำอะไร” โมโหจริงไรจริงจะมาจับผิดอะไรนักหนา
“เด็กโกหกต้องโดนกี่รอบดี”เขาเอ่ยเสียงเหี้ยม
“พูดบ้าๆ ใครจะโกหก”เสียงสูงตอบไปแต่ก็เริ่มไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ ไอ้บ้านั่นน้ำเสียงจริงจัง
“มองมาฝั่งตรงข้ามดิเห็นใครในรถบ้างมั้ย” สายไหมมองตามใจหายวาบไอ้เลวนั่นโบกมือให้เธอ
“เอ่อไหมไม่../ข้ามฝั่งมา ขึ้นรถสายไหม” คำพูดสวนเด็ดขาดมองระยะไกลก็ยังเห็นความดุดันในแววตาเธอถอนหายใจเป็ทาสมันั้แ่ชาติไหนถึงตามล้างตามเช็ดไม่จบสิ้น
“ไหมเอารถมาเองมีอะไร”เธอเสียงอ่อนลงบ้างแต่ไม่ได้รู้สึกผิดที่โกหกไอ้บ้านั่นคนไม่อยากไปด้วยมาบังคับอยู่ได้
“ไม่มีแล้วจะมาหาทำไมอย่าเยอะไหม มาขึ้นรถอย่าให้ย้ำบ่อยๆ ”กาฟิวตัดสายทิ้งคิดจะเหลี่ยมกับเขาใช่ไหม
“ปึ้ง” เสียงปิดรถอย่างแรงตามอารมณ์ สายไหมหน้าตาบูดบึ้ง
“อยากโดน…? ถึงได้โกหก”เขาถามเสียงเรียบ สายไหมทำหน้าเชิดใส่
“ก็พรุ่งนี้ไหมมีสอบคงไม่สะดวกไปกับพี่” เธอยกมาอ้างไม่ได้อยากขอความเห็นใจจากเขาหรอกแต่มันคือเหตุผลจริงๆไม่ได้สอบพรุ่งนี้แต่สอบวันมะรืน่ที่ว่างก็อยากเต็มที่กับการเรียน
“แล้วไงพี่ต้องสนไหมละ มันเื่ของน้อง” เขาตอบเจ็บแสบจิ๊ดไปทั้งหัวใจนี่แค่เริ่มต้นเจอกันเขายังทำให้อารมณ์เธอปรี๊ดได้ง่ายๆถ้าอยู่กันไปเป็ชั่วโมงไม่ฆ่ากันตายก่อนหรือ
“ไม่ต้องมองแบบนั้นโกรธเกลียดยังไงก็หนีพี่ไม่พ้นหรอก” เขาแหย่เล่นสนุกๆและเป็ไปตามคาดสายไหมหันขวับมามองด้วยดวงตาวาวโรธ
“แล้วเมื่อไหร่จะปล่อยไหมไปสักที”
“ปล่อยเหรอรอให้เบื่อก่อนไม่เกินสามเดือนหรอก”
“แน่นะ พี่พูดเองอย่าเสียหมาแล้วกัน”
“ไอ้คำพูดคำจาแบบนี้แหละไหมเธอจะโดนลากยาวเป็ปี ไม่แน่น้องอาจเป็รายแรกที่พี่ไม่คิดปล่อย”
“ไอ้/พูดอีกอย่าหาว่าไม่เตือนบอกกี่ครั้งแล้วพี่ไม่ชอบผู้หญิงพูดหยาบ อย่ามาไอ้กับพี่”
สายไหมจึงเงียบปาก บอกตรงๆว่าเธอก็กลัวอารมณ์ของเขาอยู่ไม่น้อยถ้าไม่เพราะความใจร้อนทุกอย่างคงไม่พังแบบนี้และเธอคงไม่ต้องมานั่งให้เขาชี้นิ้วสั่งปาวๆ
เขาออกรถรวดเร็วโดยไม่ได้พูดกันอีกต่างคนต่างเงียบมีแต่เสียงเพลงและแอร์เย็นๆในรถเท่านั้น
-ผับ-
“ลงมา”
“ส่งไหมที่คอนโดก่อนแล้วพี่ค่อยแวะไปหาไหมอีกครั้ง” เธอทำใจดีต่อรองให้ทางเลือกกับเขา ไม่อยากใกล้ไอ้คนใจหมาไอ้หื่น ไอ้….อีกสารพัดที่จะให้นิยามกับเขาไม่อยากให้มันเข้าใกล้
“อย่ามาต่อรองให้ยากสายไหมพี่ชักจะไม่อยากทนกับน้องแล้วนะ”
“พี่นั่นแหละ จะอยากอะไรนักหนาทนไม่ไหวก็เรียกเด็กพี่มาสักคนสิ”
“ก็ไม่น่าสนใจเท่าน้อง”
“พี่/อย่ามาเยอะใส่”
“ชุดนักศึกษามันดูน่าเกลียดใครจะมองยังไง”
“พี่มีชุดให้น้องเปลี่ยนลงมาก่อน” เขาเริ่มจะหงุดหงิด สายไหมมีข้อแม้ทุกอย่างทุกทาง
“ไหมไม่สะดวกนี่"เธอเถียงกลับอย่างไม่ยอมลดละ
“พูดแล้วฟังเดินตามต้อยๆจะมีบ้างมั้ยพี่เริ่มจะไม่ไหวกับเราแล้วนะ”
สายตาเขาดุดันและเธอเริ่มเรียนรู้ว่าเขาเริ่มโมโหอารมณ์ที่รู้ดีว่าอย่าไปล้อเล่นกับมันสายไหมจึงเปิดประตูรถเดินตามเขาไปด้วย อย่าให้ถึงคราวเธอบ้างจะเอาคืนให้เจ็บแสบ
“หวัดดีค่ะพี่ฟิววันนี้เข้าร้านเร็วนะคะ”พอเข้าไปถึงก็โดนทักทายด้วยผู้หญิงคนหนึ่งสวยมากหุ่นดีมองชายหนุ่มด้วยดวงตาซุกซนเป็ประกาย
“อืมเข้าเร็วมั่งพวกเธอจะไม่ลืมพี่ไปก่อน”
“อุ้ยตายปากหวานจังใครจะกล้าลืมพี่ได้ลง แล้วนี่พาใครมาด้วยแฟนพี่เหรอ” หญิงสาวยิ้มเขินมีจริตจะก้านสายไหมเบือนหน้าหนี ผู้หญิงในร้านก็ออกจะเด็ดดวงทำไมไม่เลือกสักคน
“เปล่า เพื่อนนะ”เขาตอบแล้วมองหน้าสายไหม ก็ยังดีที่มีความคิดและตีค่าเธอเป็เพื่อน
“งั้นพี่ไปห้องทำงานก่อนนะิเคลียร์งานเสร็จเร็วอาจจะมานั่งดื่มด้วย” ดูๆแล้วนายนี่น่าจะเป็เ้าของหรือไม่ก็หุ้นส่วนที่นี่สังเกตเห็นว่าคนอื่นที่เดินผ่านไปมาไหว้เขาทุกคนเฮ้อไอ้คนเลวทำไมต้องร่ำรวยเหลือล้น
“มาเร็วๆนะคะิจะรอ”
เธอยิ้มหวานตอบกลับชายหนุ่มอย่างหยดย้อยคงจะคุ้นเคยกันดีสินะถึงได้ดูสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัว ดีใจซะอีกถ้าคืนนี้เขาปลดปล่อยกับคนอื่นผู้หญิงคนนั้นพอหันสบตากับสายไหมก็เปลี่ยนเป็คนละคนหน้าที่ยิ้มแย้มก็เรียบเฉยแววตาเรืองโรธ ไม่บอกก็รู้ว่าโดนหึงโดยไม่ได้ทำอะไร
“มาทำงานจะเอาไหมมาด้วยทำไมไหมก็ต้องอ่านหนังสือ ใกล้สอบแล้วด้วย” สายไหมบ่นอุบอิบ กาฟิวเหลือบมองแต่ก็ไม่ได้สนใจยังก้มหน้าดูเอกสารในมือของตัวเอง
“หิวแล้วสั่งอะไรกินได้ไหม” ท้องร้องประท้วงหลายครั้งนั่งโง่ๆอยู่กับในห้องเกือบจะสองชั่วโมงไอ้บ้านั่นดูจริงจังกับงานดูไม่เหมือนพวกแบดบอยเลย
“อยากกินอะไรเดี๋ยวสั่งให้คนเอาขึ้นมาให้”
“อะไรก็ได้ไหมไม่เลือกหรอก”
“แน่ใจเหรอว่าไม่เลือกเห็นเื่มากตลอด” พูดเื่อาหารยังจะมาแขวะเธออีกสายไหมเลือกที่จะไม่ต่อปากคำ กาฟิวสั่งอาหาร ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอาหารก็มาส่ง
“ก๊อกๆๆ”
เสียงเคาะประตูเป็สัญญาณเตือนว่ากำลังจะมีคนเข้ามาผู้ชายสองคนเข้ามาพร้อมถาดอาหาร ต้มยำ ผัดผักและปลาทอดกระเทียมอาหารน่าตาน่าทานทำให้สายไหมกลืนน้ำลาย กลิ่นหอมของมันยั่วอารมณ์
“หิวก็กินก่อนเลยไม่ต้องรอพี่” เป็คำอนุญาตกลายๆ สายไหมจึงไม่รีรอกว่าเขาจะมากินข้าวเธอก็เกือบจะอิ่มแล้ว
“อร่อยขนาดนั้นเชียว”เขามองหน้าเธอที่ตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่สนใจเลยว่าเขาจะอยู่ตรงหน้ามองดูเธอก็เพลินดียอมรับว่าเธอก็น่ารักไม่เบากว่าเธอจะเงยหน้ามามองสบตากับเขาเ้าตัวก็คงอิ่มพอดี
“ถ้าการนั่งมองไหมแล้วทำให้พี่อิ่มก็ตามใจ”เพราะปากว่างจึงได้รับคำเหน็บที่เจ็บแสบ เขาส่ายหัวไม่เคยเจอใครที่แวดใส่เขาได้ตลอดเวลาแต่ก็สนุกดีเขาชอบปราบพยศ
“ปากเก่งนะน้องระวังจะไม่ได้กินแค่ข้าวอย่างเดียว จะได้กินอย่างอื่นด้วย” สายไหมชะงักทันทีสายตาคมเข้มไม่ได้แค่ขู่ เขาขยับจนมาชิดเธอ ฝ่ามือหนาจับตรงเอวบาง
“จะ จะทำอะไร”น้ำเสียงตะกุกตะกัก เห็นเขาปรายตาไปยังโซฟาเธอก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาแล้วไอ้สายตาชวนขนลุกนั่นอีก
“ทำหน้าที่ของน้องไง”
“ไม่ ไหมยังไม่พร้อม”
“แล้วเมื่อไหร่ถึงพร้อมละคืนนี้ พรุ่งนี้ หรือเดือนหน้า” เขาประชดเข้าให้เบียดชิดเธอมากกว่าเดิมซุกหน้าเข้ากับซอกคอขาวผ่อง
“อย่าพี่ฟิวไหมยังไม่ได้อาบน้ำ ตัวเหม็น”เขายิ้มมุมปากรู้ทันคนอย่างสายไหมคงหาทางเลี่ยงเขาให้ได้ ไม่เป็ไรจะทนได้แค่ไหนก็ให้รู้ไป
“ก็พี่อยากจะห้ามยังไงไหว”เขายิ้มเ้าเล่ห์
“กินข้าวก่อนเดี๋ยวไหมป้อนให้”
สายไหมเปลี่ยนน้ำเสียงเป็อ้อนแทนสายตาหวานที่ส่งผ่านทำให้เขายิ้มมุมปาก ถ้าจะทำตัวให้น่ารักแบบนี้บ้างคงจะดีไม่น้อยผู้ชายจะ้าอะไรมากแค่ความสบายใจเล็กๆน้อยๆ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน
“หิวไหมมากกว่า”เขากวาดตามองทั่วร่างอย่างเ้าเล่ห์ สายไหมไม่ได้เปลี่ยนชุดยังเป็ชุดเดิมก็ไม่ได้ว่าอะไรส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอมันก็ปรากฏชัดเจน ไม่ชอบอย่างเดียวที่กระโปรงสั้นจนเห็นเรียวขานวลผ่องน่าลูบไล้ทั้งนุ่มลื่นติดมือ
“กินข้าวเถอะค่ะอร่อยจริง” สายไหมตักข้าวป้อนเข้าปาก เขาก็เคี้ยวข้าวจบคำแรกคำต่อไปก็ตามติดๆเธอชวนเขาคุยถามโน่นนี่ด้วยเสียงเล็กกังวานใสเขาแอบยิ้มคนเดียว
“อิ่มแล้ว พอก่อน”เขาบอกเธอ สายไหมวางช้อน พร้อมกับยื่นแก้วน้ำจ่อที่ปากถ้าเอาใจแบบนี้ั้แ่แรกคงไม่ต้องขู่
“มานี่มา” เขาคว้าเอวเธอขึ้นมานั่งบนตักและสวมกอดจากด้านหลัง ใบหน้าหล่อเหลาเกยที่ไหลบางกลิ่นตัวหอมๆที่ไม่เหมือนใครดีแค่ข้ามคืนเขาก็จำกลิ่นเธอได้
“ง่วงหรือยัง”
น้ำเสียงที่เขาใช้มันอ่อนโยนกว่าครั้งไหนอ้อมกอดที่อุ่นอย่างที่ไม่เคยได้รับถ้าเพียงแต่คนสองคนจะรักใคร่ชอบพอกันมาก่อนคงจะรู้สึกดีได้ไม่ยากไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาเป็ของใครจะรู้สึกผูกพันลึกซึ้งต่างกับผู้ชายที่้าแค่ร่างกายอย่างเดียวเพราะเขาสามารถไปกอดคนอื่นในเวลาต่อมาโดยไม่ต้องรู้สึกอะไร
“เปล่า ไม่ง่วงส่วนใหญ่ไหมนอนดึก”เธอตอบเขาไปตามจริง ที่นอนดึกเพราะทำงานไม่มีงานก็อ่านหนังสือบางครั้งเธอก็โดดเรียนเพื่อรับงาน้าแค่อนาคตและความมั่นคงให้กับตัวเอง
“ทำไมนอนดึกละ อาชีพที่น้องทำต้องพักผ่อนให้เพียงพอไม่ใช่เหรอ”เธอหันหน้ามองเขาแปลกใจว่าเขารู้เื่พวกนี้ด้วย
“เหอะน้องไม่ต้องมองสงสัยหรอกว่าพี่รู้ได้ไงพวกนางแบบก็ต้องอาศัยรูปร่างและผิวพรรณใช่ปะ เื่แค่นี้เด็กอนุบาลยังรู้เลยแล้วตอบมาก่อนทำไมต้องนอนดึก” เขาพูดยิ้มๆ
“รับงานเลิกดึกก็ต้องนอนดึกสิ”
“บ่อยไหมรับงานนะ”สายตาเขาอยากรู้ เขากระชับอ้อนแขนให้แน่นขึ้นใบหน้าก็กดลงบนซอกคอหอมกรุ่นจนเธอขนลุกซู่
“อาทิตย์นึงก็ประมาณสี่วันบางทีก็ห้าวัน แล้วแต่” สายไหมเริ่มเสียงสั่นเพราะมือไม้เขาไม่หยุดนิ่งลูบวนตามเอวและหน้าขา
“อยากได้เงินไปทำไรเยอะแยะ”
“ก็เงินมีไว้ใช้พี่ก็ถามแปลก”
“อย่าถามมากได้ปะพี่ทำงานเสร็จแล้วเรากลับกันเถอะ” เผลอเล่าเื่ส่วนตัวให้เขามากไปเธอจึงหยุดแล้ววกเข้าเื่อื่น
“ว่าจะพาไปนั่งข้างล่างรีแลกซ์สักหน่อยจะรีบกลับไปไหน หรือว่าอยากนอนกับพี่แล้ว” เขายิ้มเ้าเล่ห์
"มะไม่ใช่" เธอพูดติดอ่าง พูดอะไรไม่คิดสายไหมเข้าทางเขาพอดี
เขายังคงยุ่มย่ามกับร่างกายของเธอไม่หยุดมือหนาสอดเข้าไปใต้เสื้อ เธอต้องคอยพยายามดันมือเขาออกลมหายใจผ่าวๆที่รดต้นคอทำให้ขนลุกชัน หัวใจเต้นรัวเร็ว พอดีกับเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้นก่อนเขาจึงลุกไปรับอย่างเสียดาย
“มีอะไรไอ้กราฟ”
“เด็กมันบอกว่ามึงอยู่ข้างบนลงมากินเหล้ากับกูหน่อย”
“วันนี้เมียอนุญาตเหรอมึงอยู่ดึกได้…?”เขาแซวพี่ชายเล่น
“พูดมากสัส ลงมาเร็วๆ”
“เออ เดี๋ยวลงไป”
“พี่ชายชวนกินเหล้าลงไปนั่งกับมันสักหน่อย แล้วค่อยกลับห้อง" กาฟิวบอกสั้นๆกราฟก็คือพี่ชายเขานั่นแหละห่างกันปีเดียวถือเป็เพื่อนมากกว่าสายไหมพยักหน้ารับรู้