อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่ฉันเป็อยู่ตอนนี้แตกต่างกับตอนมีชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นสมัยใหม่อย่างมากฉันต้องขอบคุณมากกว่าที่พ่ออธิบายเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง
นั่นเป็ความจริงใจของพ่อที่มีต่อฉันดังนั้น ฉันเองก็จำเป็ต้องแสดงความจริงใจต่อพ่อเช่นกัน พูดง่ายๆคืออย่างน้อยฉันจำเป็ต้องมีเหตุผลมากพอที่จะทำให้พ่อยอมรับการคัดค้านอย่างชัดเจนแน่นอนนี้
ฉันจึงคิดว่าแรกสุดก็ทำได้แค่เตรียมหลักฐานว่าโวล์ฟนิสัยไม่ดีแล้วใช้เหตุผลนั้นมาเป็ข้ออ้าง ซึ่งก็กล่าวไม่ได้ว่าเป็ความคิดที่ดีสักเท่าไรนักแล้วถึงล้มเลิกการหมั้นได้ ก็เหมือนเป็การหาเื่ทะเลาะกับบ้านของดยุกรานันคูลาแทนทั้งยังกลายเป็ปัญหาว่าจะหมั้นกับใครแทนดี
ที่สำคัญกว่านั้น
“ไม่คิดว่าพวกเราจะร่วมมือกันได้เหรอ”
“ร่วมมือกันอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ก็เื่การหมั้นนี้ว่ากันตามตรงเธอก็คัดค้านสินะ”
“...เอ๊ะ”
เขารู้หรือเปล่าว่าเปล่งเสียงออกมาแค่คำว่า“เอ๊ะ” ซ้ำๆ ั้แ่เมื่อครู่แล้ว
“ก็เข้าใจว่ามีหลายเื่ อย่างเช่นความเป็ตระกูลผู้ดีหรือตำแหน่งของดยุก แต่ไม่สนใจความรู้สึกของพวกเราเลย พวกเรายังเป็เด็กจากนี้ต่อไปก็ไม่รู้จะมีการพบเจอกันแบบไหนนี่นา”
พูดแบบเป็รูปธรรมก็คือ โชคชะตาอาจพาให้โวล์ฟได้มีโอกาสไปพบเจอหญิงสาวผมทองั์ตาสีเขียวมรกตสดใส ที่โรงเรียนซึ่งเขาจะเริ่มไปเรียนั้แ่อายุสิบสองปีเพียงแต่เธอย้ายมาในปีที่หกซึ่งเขาเรียนอยู่ปีสุดท้ายแล้วเป็เื่ในอนาคตที่ยังห่างไกล
“ดังนั้น ฉันคิดว่าไม่จำเป็เลยที่จะต้องเชื่อฟังและแต่งงานตามที่พ่อบอกแต่จากสถานะทางสังคมของพวกเราแม้ปฏิเสธการหมั้นก็มีแต่จะนำเื่วุ่นวายเข้ามามากขึ้นเท่านั้น”
“...”
“พูดง่ายๆคือเราแกล้งทำเป็ยอมรับการหมั้นด้วยกันดีไหม แต่อยากให้จำเอาไว้ว่าถ้าเธอมีคนอื่นที่อยากแต่งงานด้วยก็ช่วยบอกมา แล้วการร่วมมือกันก็จะจบ”
แต่ไม่ได้บอกไปว่าดังนั้นอย่าแทงฉันตายเลยนะ
เป็ข้อสรุปที่มีความจริงใจที่สุดในแบบของฉันที่คิดจะรับมือเื่การหมั้นหมายนี้
“แล้วเธอล่ะ...”
เป็เื่เหนือความคาดหมายของฉันอย่างสิ้นเชิงที่โวล์ฟทำเสียงห่อเหี่ยวแบบนี้
“เธอมีคนที่อยากแต่งงานด้วยแล้วเหรอถึงไม่เห็นผมอยู่ในสายตา”
โวล์ฟยื่นมือมาจับข้อมือฉัน
ไม่ได้แรงจนทำให้รู้สึกเจ็บแต่เพราะเป็เื่ที่เกิดขึ้นกะทันหันจึงรู้สึกเหมือนมีมือยื่นออกมาจากความมืดมิดทำให้ใ
“...เื่อะไรเหรอ”
เมื่อฉันพยายามจะสลัดมือเขาแรงที่กำข้อมือกลับเพิ่มขึ้น พร้อมกับร่างของโวล์ฟที่ขยับเข้ามาใกล้
ทั้งที่ฉันสูงกว่าแท้ๆแต่มือของโวล์ฟใหญ่กว่าฉันมาก ถ้าคนเรียนฟันดาบก็อาจเป็เื่ปกติธรรมดาแต่พลังในการบีบก็แรงมากด้วย
ฉันไม่อาจผละร่างกายออกห่างได้เลยจึงต้องเผชิญหน้าอย่างใกล้ชิดกับั์ตาสีม่วงอมน้ำเงินล้ำลึกราวกับจะถูกดูดเข้าไปทั้งอย่างนั้น
“เธอพูดว่า ‘จากนี้ต่อไปก็ไม่รู้จะมีการพบเจอกันแบบไหน’วิธีการพูดของเธอตัดโอกาสที่ผมจะได้เป็คู่ของเธอ ดังนั้น ผมเลยถามอยู่นี่ไงว่าแล้วการพบกันที่โชคชะตานำมาสำหรับเธอเกิดขึ้นแล้วเหรอ”
เสียงที่เหมือนตำหนิความไม่ซื่อสัตย์ของคนรักทำให้ฉันประหลาดใจ
ฉันไม่ได้คิดทำนองว่าคู่หมั้นที่พ่อเป็คนกำหนดและไม่เคยเห็นหน้าจนถึงวันนี้จะไม่มีสิทธิ์พูดเื่แบบนั้นเพียงแต่ใเื่ที่เกิดขึ้นฉับพลัน อย่างไรเสียก็ต้องปฏิเสธ ฉันจึงส่ายหน้าส่ายหน้าจนเกิดเสียงขวับๆ
แล้วหางตาของโวล์ฟที่บ่งบอกบรรยากาศโกรธจนถึงเมื่อครู่นี้ก็ผ่อนคลายลงต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนหน่ายใจเล็กน้อย
“เธอใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีหนุ่มๆรุมล้อมขนาดไหนกันนะ ไม่สิ เป็เื่ปกติธรรมดาในฐานะบุตรสาวดยุกอยู่แล้วสิ...”
“เอ๊ะ แล้วโวล์ฟมีสาวๆ รุมล้อมเหรอ อ๊ะเอ่อ หรือว่าจะเป็พวกพี่สาวที่เป็นางกำนัลสวยๆ...”
คงใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างคนไม่มีเพื่อนแต่มีคู่นอนอย่างนั้นเหรอพอฉันจินตนาการไปไกลก็เลยหน้าบึ้ง
“ไม่มีทางเป็แบบนั้นอยู่แล้วตัวผมเองเป็คนซื่อตรง แต่ในบรรดาคนรับใช้ก็มีคนที่เป็คู่รักกันอยู่ด้วยแล้วข่าวชู้สาวของพวกชายหญิงที่เข้าออกวังก็ลอยมาเข้าหูให้ได้ยินถึงจะไม่อยากฟังก็เถอะ”
ดังนั้นเขาเองก็ช่ำชองเื่ความรักความสัมพันธ์มากกว่าลูกสาวที่ถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมเหมือนไข่ในหินไม่ยอมให้ออกจากบ้านโวล์ฟอยากพูดอย่างนั้น ฉันไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นสีหน้าเช่นนี้ของโวล์ฟซึ่งรู้สึกเหมือนทั้งเพื่อนและน้องชายทำให้รู้สึกร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก
มือของโวล์ฟยังคงจับอยู่ที่ข้อมือกระตุ้นให้ฉันเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น
ไม่ได้เจ็บแต่รู้สึกร้อนวูบวาบตรงที่ถูกจับใบหน้าก็ใกล้กัน
ในใจฉันเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่าน ‘ใครจะไปยอมแพ้’ พร้อมๆ กับความรู้สึกหวั่นไหว
ถึงอย่างไรฉันจะปล่อยให้เป็ไปตามจังหวะของอีกฝ่ายอย่างเดียวไม่ได้ทำไมไม่ได้น่ะเหรอ ก็เพราะใบหน้าของฉันร้อนผ่าว ทั้งรู้สึกถึงอันตรายแต่พอคิดว่าอีกฝ่ายเป็เด็กสิบขวบ ความรู้สึกก็ผสมปนเปกันหลากหลาย
ฉันจะใช้ความทรงจำของชาติก่อนพูดอะไรให้เขาหมดความกล้าดีไหมแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะพูดเื่แบบไหนดี
เื่ใต้สะดือ
ความรู้เื่สุขศึกษา
ทั้งๆที่เขาเป็ตัวละครที่เกลียดผู้หญิงแท้ๆ เข้ามาใกล้ขนาดนี้จะดีเหรอ
อ่า คือว่าจนตอนนี้แล้วฉันก็ยังคงมีข้อสรุปั้แ่เมื่อสักครู่นี้ว่าโวล์ฟคนนี้ต่างกับ ‘โวล์ฟกัง’ ในเกม
ฉันกำลังสับสน
โวล์ฟผุดรอยยิ้มแบบผู้ใหญ่ทันทีราวกับมองออกถึงความสับสนของฉันน่าจะเป็วิธียิ้มที่แฝงความเ้าเล่ห์มากกว่าจะเรียกว่ารอยยิ้มแบบผู้ใหญ่
“พูดง่ายๆว่าเธอไม่ได้เกิดอารมณ์ในความหมายแบบนั้นเท่านั้นเองเหรอ”
ระเื่แบบนั้นไม่อยากฟังเด็กสิบขวบเอามาพูดเลย! ไม่เอาเด็ดขาด!
“อย่ามัวแต่หลงใหลเ้าชายในนิทานเท่านั้นลองคิดถึงผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าจะสร้างสรรค์กว่านะ”
ฉันไม่อยากให้เขาพูดถึงเื่แบบนั้นด้วย! เื่หลงใหลเ้าชายฉันพอจะนึกออกอยู่แล้ว ไม่ต้องยุ่งเลย!!
การประท้วงของฉันไม่ได้ออกเสียงเพราะมันช่างน่าสมเพชเหลือเกิน
“...จะไม่มีการถอนหมั้น”
โวล์ฟพูดอย่างเด็ดขาดชัดเจนนิ้วที่กำรอบข้อมือของฉันคลายออกในที่สุด
แต่ไม่ได้ปล่อยออกทั้งหมดปลายนิ้วเขาลูบบริเวณที่กดฉันอย่างแรงเหมือนกับจะปลอบโยน
การตกอยู่ภายใต้การควบคุมของโวล์ฟั้แ่เมื่อครู่ทำให้ฉันขัดขืนได้ไม่ถนัด
ไม่เอาไหนเลยจริงๆ หน้าฉันแดงไปหมดแล้วคิดว่าไม่ใช่แดงระดับแก้มแดงเป็ลูกแอปเปิลบางทีอาจจะแดงั้แ่ติ่งหูหรือแดงั้แ่หน้าผากแดงไปหมดเหมือนปลาหมึกั์ที่โดนต้ม ตอนนี้ไม่ว่าจะพูดอะไรก็รู้สึกว่าเสียท่าไปหมด
ตอนที่โวล์ฟลุกขึ้นยืน พูดว่า ‘กลับห้องกันเถอะ’ ฉันพยักหน้าหลายครั้งอย่างว่าง่ายรู้สึกอยากสงบจิตสงบใจอยู่คนเดียว
“ราตรีสวัสดิ์คุณคู่หมั้น ฝันดีนะ”
ตอนที่โวล์ฟมาส่งจนถึงห้องรับแขกแล้วแยกตัวไปเขาจุมพิตตรงหางตา (น่าจะเหนือไฝ) เป็การส่งท้ายโดยไม่ขออนุญาตเสียก่อนแต่ฉันก็ไม่อาจทำหรือต่อว่าอะไรได้เลย
ฉันอยากบอกว่าคู่หมั้นที่พ่อกำหนดให้เป็ยันเดเระมากๆ
ทั้งดูเหมือนว่าเขาจะเป็คนที่ดูถูกไม่ได้เลยทีเดียว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc