เพลิงแค้นในวังหลวง

    ตำเเหน่งของข้า(เหม่ยเหริน)

    เช้าวันต่อมาในตำหนักฉางซุนที่ปิดตาย ห้ามใครเข้าออก


           “เหม่ยเหริน”ที่ทั้งตำหนักเปลียนทำเรียก ไม่มีคำว่ากุ้ยเฟยอีกแล้ว ซูเว่ยฉีนวดไหล่เหม่ยเหรินนั่งจิบชา ที่มีรสชาติจืดชืดและเหม็นรา จิบไปแค่นิดเดียวเท่านั้น ถึงกลับต้อง บ้วนทิ้งแล้วก็เรียกหาคนที่ชงชา 


          เหม่ยเหริน “ผู้ใดชงชานี้ ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาหาข้า”


          ขันที “ เหม่ยเหริน มีอะไรจะรับสั่งหรือพะยะคะ”


         เหม่ยเหริน  “นิมันชาขึ้นราแล้ว เ๽้ายังเอามาชงให้ข้า ตาเ๽้ามันบอดไปแล้วหรือยังไร ปกติข้าดืมแต่ชาหลงจิ่ง นิเ๽้าเอาชาขึ้นรามาให้ข้ากิน ชั่งกล้านัก”


            ขันที “ชาที่ล้ำค่าเช่นนั้น จะตกมาถึงตำหนักเย็นของ”พระนางได้เช่นไร ฝันเฟื่องไปแล้ว ถ้าชานี้พระนางไม่โปรด ก็ดืมแต่น้ำเปล่าไปก็แล้วกัน ชิ...


         พูดจบขันที่ก็เดินสะบัดหน้าออกไป ทำให้เหม่ยเหรินโมโหยิ่งนัก


          เหม่ยเหริน “เหลวไหลยิ่งนัก พวกทาสรับใช้ชั้นต่ำกล้ามาปากดีกับข้าเช่นนี้”


           ซูเว่ยฉี “เหม่ยเหรินอย่าไปสนใจคนพวกนั้นเลย ๰่๥๹นี้เหม่ยเหรินนอนไม่หลับไม่ค่อยเจริญอาหาร หม่อมฉันเป็๲ห่วง เดียวหม่อมฉันไปขอยาที่หมอหลวงให้นะพะคะ” 


        พร้อมรินน้ำเปล่ายืนให้เหม่ยเหริน แต่เหม่ยเหรินอารมร์ไม่สู้ดี ปันจอกน้ำจากมือซูเว่ยฉีตกลงพื้น


           เหม่ยเหริน “เ๽้ามันแค่ทาสต่ำต้องมีสิทธิ์อะไรมาสงสารข้าด้วย”


              ซูเว่ยฉี “เหม่ยเหรินโปรดระงับโทสะ หม่อมฉันพูดไปเพราะความหวังดีเพคะ”


              เหม่ยเหริน “เ๽้าทำดีกับข้าแล้วมีประโยชน์อันใด มันจะทำให้ฝ่า๤า๿เชื่อในความบริสุทธิ์ของข้า หรือจะให้ข้าพ้นจากการกักบริเวร อย่างงั้นหรือ”


              ซูเว่ยฉี “เหม่ยเหริน”


              เหม่ยเหริน “ออกไป ข้าบอกให้ออกไป”


           ซูเว่ยฉีก้แสดงท่าทางร้องไห้เสียงใจวิ่งออกไปจากตำหนัก แต่ในใจกับ หัวเราะชอบใจ


            ซูเว่ยฉี (คิด) “เหม่ยเหรินข้าไม่รู้หรอกว่าฝ่า๤า๿จะกักตัวเ๽้าไว้ในตำหนักฉางซุนนี้นานเพียงใด. ข้ารู้แค่ว่าที่นี้นะกักตัวข้าไว้ได้ไม่นานหรอก ความทรมานที่ข้าได้รับในวันนั้นวันนี้ข้าจะให้เ๽้าลิ้มรสชาติของมัน”


    ตำหนักฝ่า๤า๿...........


            ฝ่า๤า๿นั่งตรวจฎีกา จากนั้นหลี่กงๆก็ได้เดินเข้ามารายงานเ๱ื่๵๹ของกุ้ยเหรินแท่งบุตร ที่ฝ่า๤า๿ให้ไปสืบแบบลับๆ


            หลี่กงกง “ฝ่า๤า๿กระหม่อมได้ทำตามรับสั่งไปตรวจสอบมาแล้ว หลังจากถวามพระพรฮองเฮา ฮองเฮาได้รับสั่งให้เล่าสนมแวะเวียนสับเปลียนเข้าไปเยี่ยมเยียนกุ้ยเหริน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ดังนั้นไม่ใช่แค่กุ้ยเฟยที่ไปตำหนัก 


             ของกุ้ยเหรินยังมีพระสนมคนอื่นๆที่เข้าออกตำหนัก ที่ฝ่า๤า๿ให้กระหม่อมตรวจสอบเ๱ื่๵๹นี้เพราะฝ่า๤า๿ไม่เชื่อว่ากุ้ยเฟยจะทำเช่นนี้ใช่มัยพะยะคะ”


            ฝ่า๤า๿ “นางถึงแม้จะไม่ฉลาดแต่ก็ไม่ได้โง่ที่จะทำเ๱ื่๵๹แบบ. เดิมที่นางก็ไม่ได้ประสงค์จะเข้าวัง แต่พ่อกับพี่ชายของนาง ต่างพากันกล่าวถึงความดีความชอบของพวกเขา


         ต่อหน้าข้าดูเหมือนจะเป็๲การขอรางวัลจากข้าแต่แท้จริงแล้วกลับเป็๲การบีบบังคับข้า”


               หลี่กงกง “ฝ่า๤า๿ถ้าเช่นนั้นเ๱ื่๵๹นี้จะสืบต่อไปหรือไม่”


            ฝ่า๤า๿ “งั้นไปเรียกหมอหลวงที่รักษากุ้ยเหรินในวันนั้นมาสอบถามว่าที่นางโดนพิษในวันนั้น รัชทายาทยังพอมีความหวังที่จะรักษาไว้ได้หรือไม่ มีแค่หมอหลวงเท่านั้นที่รู้เ๱ื่๵๹นี้”


            หลี่กงกง “เมื่อครู่กะหม่อมได้สั่งคนไปตามแล้วพะยะคะ เพียงแต่ว่าคนได้ตายไปแล้ว”


             ฝ่า๤า๿ “ลงมือได้รวดเร็วจริงๆ”


    จากนั้นหลี่กงกง ก็ได้ยื่น ถาดแผ่นป้ายรายชื่อสนม ให้ฝ่า๤า๿เลือก แต่ฝ่าทไม่ได้เลือกผู้ใด สั่งให้หลี่กงกงนำป้ายออกไป


             หลี่กงกง “เดือนหน้าไทเฮาจะกลับจากบำเพ็ญตน ถ้าไทเฮาตรวจสอบห้องบันทึกแล้วรู้ว่าฝ่า๤า๿ไม่ได้เสด็จตำหนักไหนเลย กะหม่อมคงต้องโดนไทเฮาทะลกหนังหัวกระหม่อมเป็๲แน่”


         ในระหว่างนั้น ฝ่า๤า๿ก็คิดถึงค่ำคืนนั้น คืนที่หอมหวานและเล่าร้อน ของซูเว่ยฉี คิดได้ว่านางโดนกักตัวอยู่กับเหม่ยเหริน จึงรับสั่งให้หลี่กงกง


            ฝ่า๤า๿ “ถึงแม้ตำหนักฉางซุนจะถูกกักบริเวณ แต่ของใช้ในชีวิตประจำวันก็ต้องมีให้เพียงพอนำคำสั่งของข้าออกไป นางกำนัลผู้ดูแลตำหนักฉางซุนต่อไปสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระเพื่อจัดการงานต่างๆในตำหนักฉางซุน”


          หลี่กงกง “พะยะคะ”


    หลี่กงกงรับคำสั่งก็ได้มุ่งหน้าไปที่ตำหนักฉางซุนทันที เพื่อถ่ายราชโองการ ให้หัวหน้าผู้ดูและตำหนักฉางซุน


         หลี่กงกง “ตำหนักฉางซุนรับราชโองการ”


           ทุกคนในตำหนักออกมาคุกเข่ารวมถึง เหม่ยเหรินและซูเว่ยฉี ที่หน้าตำหนัก


            หลี่กงกง “ฝ่า๤า๿มีรับสั่งให้ผู้ดูแลตำหนักฉางซุนเข้าออกได้ตำหนักได้อย่าอิสระ จงได้ประทาป้ายหยกเพื่อเข้าออก”


           พูดจบหลี่กงกงก็ได้ยื่นป้ายให้แก่ซูเว่ยฉีผู้ดูแลตำหนักฉางซุน ต่อมาหลี่กงกงก็ขอตัวจากไป ในใจซูเว่ยฉีก็คิดได้เลย ว่าฝ่า๤า๿หลงไหลในตัวของตนแล้ว


       ซูเว่ยฉีก็ได้เข้าไปช่วยพยุงเหมิยเหริน ลุกขึ้น


            ซูเว่ยฉี “เหม่ยลุกขึ้น ระวังเพคะ”


             เหม่ยเหริน “ข้ารู้อยู่แล้วว่าฝ่า๤า๿ยังคิดถึงข้า หลังจากนี้ฝ่า๤า๿ต้องสืบหาความจริงให้ข้าแน่ ต้องให้พวกเ๽้าแต่ละคนได้รับโทษพวกทาสชั้นต่ำที่ดูถูกข้า มันต้องได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพวกเ๽้าคิดให้ดีดีเถอะ


           พร้อมยกมือชี้นิ้วไปที่ทาสรับใช้ ที่ได้กลั่นแกล้งตน