มืด...เทียนหลงมองไม่เห็นนิ้วมือตนเอง ทั้งๆที่มืออยู่วางอยู่บนหน้า เสียงครึกๆดังรอบๆตัวทั้งไกล้และไกลๆ ร่างกายทุกส่วนถูกบีบอัดทั้งเย็นและแน่น ยิ่งขยับตัวยิ่งอึดอัดเริ่มคิด “เกิดอะไรขึ้น... เราตกหลุมหรือ...เราจะออกไปได้ยังไง?” จุดที่เขาตกลงมา ไกลจากจุดที่จางเหว่ย ขุดสมุนไพรไกลพอสมควร ปู่จางไม่รู้แน่ว่าเขาตกลงมาในหลุมนี้ ถึงเสียงหินกลิ้งตกกระทบภายในหลุมจะดังยังไม่หยุดคนบนผิวดินน่าจะไม่ได้ยิน กว่าปู่จางจะรู้อย่างน้อยก็เป็ชั่วโมง.”
ตอนนี้เขาตกลงมาในหลุมยุบลึกหลายสิบเมตร ถูกถมทับด้วยหิมะและหิน เขาพยามดิ้นรนกระเสือกกระสนแต่ยิ่งดิ้นยิ่งแน่นท้ายที่สุดเขาต้องหยุดนิ่ง ร่างกายเริ่มเย็นรู้สึกชาไปทัวทั้งตัว ถึงร่างกายถูกตรึงขยับไม่ได้แต่ความคิดกลับไม่หยุดนิ่งคิดฟุ้งซ่านไปมาไม่หยุด ยิ่งคิดยิ่งตำหนิติเตียนตัวเองที่ไม่ระวัง เป็ความประมาทที่ไม่ควรให้อภัยความจริงนี่ไม่ใช่เื่แปลกใหม่เลย เพียงแต่เขาไม่คิดให้ละเอียดเท่านั้นในสภาพร่างกายถูกฝังตรึงความคิดกลับเหมือนกวางะโ คิดย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะมาโพล่ที่โลกนี้ “เขาไปเที่ยวูเาไฟฟูจิกับบริษัทที่ทำงานข้างลานจอดรถบนเขา เ้าหน้าที่ ขึงแถบผ้ากั้นไม่ให้เดินไปบนลานหิมะข้างๆนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ฝ่าแนวแถบผ้าเพื่อไปถ่ายรูปูเาไฟฟูจิผลคือเดินไปได้สองสามก้าวบนลานหิมะที่ดูราบเรียบ ก็ตกลงไปในหลุมดีที่เป็หลุมตื้นๆ แค่ทำให้ขาหักและหัวแตกมีแผลเืออกเต็มตัว” ขนาดตรงนั้นเป็แค่พื้นที่หลังลานจอดรถ แต่ตอนนี้เขาอยู่ในป่า...ในป่า!...ป่าที่มีสัตว์อสูรดุร้ายเดินเพ่นพ่าน ...เขาช่างไร้เดียงสานัก
เมื่อหิมะตกลงมาได้ระยะหนึ่งจะปกคลุมพื้นป่า ในป่ามีหลุมตื้นบ้างลึกบ้างกระจายอยู่ทั่ว บางหลุมตื้นไม่กี่ฟุตบางหลุมเป็โตรกเหวแคบๆ บางครั้งมีกิ่งไม้น้อยใหญ่หักพาดเมื่อหิมะตกลงมาชั่วครู่ก็เกาะทับถมกันจนเรียบดูเหมือนทางเดินเรียบๆมีพื้นอยู่ด้านล่าง เขาไม่ระวังเอง ...ยิ่งคิดยิ่งเครียต..อับจนหนทางไปหมด ตอนนี้นอกจากขยับไม่ได้แล้ว เริ่มหายใจลำบากเขามีเวลาเหลือไม่มาก ถูกฝังใต้ดินลึกขนาดนี้ อากาศก็เริ่มหมดลง ดินหินหิมะเริ่มแน่นขึ้นจากแรงกด้าเวลาผ่านไปเพียงชั่วสองสามอึดใจ...เหมือนทรมาณมาหลายปี...สิ้นหวัง... หดหู่...เห็นความตายค่อยๆเดินมาหาอย่างช้าๆ นี่โชคชะตาเล่นตลกกับเขาหรือให้เขารอดมาจากหายนะ สร้างความหวังใหม่ให้เขา จู่ๆกลับมาเล่นตลกหักมุมให้เขาตายตรงนี้เสียอย่างงั้น ในขณะที่เขาเริ่มหมดแรงที่จะหายใจ เทียนหลงกลับคิดถึงเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ที่ตัวเองได้ประสพมา
ปาฏิหาริย์ที่พาเขามาสู่โลกนี้ก่อนเกิดเหต เขากำลังกลับจากการไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น เดินทางด้วยเครื่องบินไฟล์กลางคืนจู่ๆก็เกิดพายุไต้ฝุ่นขวางเส้นทางบินแถวเกาะฮ่องกง หลังเครื่องบินออกมาแล้ว หนึ่งชั่วโมงต้องบินอ้อมไปทางตะวันออกผ่าน ทะเลปีศาจ*หลังจากกัปตันประกาศบินเลี่ยงเส้นทางได้ครึ่งชั่วโมงเขานั่งริมหน้าต่างมองไปเห็นท้องฟ้าแปลกประหลาดมีแสงเหลือบรุ้งบนท้องฟ้าคล้ายแสงเหนือ บริเวณขั้วโลก ดาวบนฟ้าขยายใหญ่เหมือนใกล้ขึ้นบางดวงหมุนและกำลังเคลื่อนที่จนเห็นได้ชัดเพียงชั่วครู่เดียวก็เห็นกลุ่มดาวตกหลายร้อยดวง พุ่งมาจากขอบฟ้าตรงมาที่เครื่องบินมีอยู่ลูกหนึ่งถึงกับพุ่งดิ่งมาที่เขาผู้โดยที่เห็นต่างส่งเสียงร้องะโด้วยความใอึดใจต่อมาเขารู้สึกถึงแสงสว่างวาบและแรงะเิอัดเข้ามาที่ร่างกายภายในพริบตานั้นเขาพบตัวเองลอยอยู่ในก้อนควันพลังงานหลากสีที่วิ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงตัวเขาเหมือนเป็แกนดาวตกที่กำลังลุกไหม้ นอกจากความรู้สึกถูกไฟไหม้ยังรู้สึกถึงแรงบีบอัดบนร่างกายทั่วทุกทิศทุกทาง เหมือนถูกโยนเข้าไปในเครื่องหลอมโลหะอัดแรงดันสูงแรงบีบนั้นมหาศาลเกินบรรยาย ผิวถูกบีบอัดจนหนังติดกระดูก เสียงกระดูกลั่นทั่วตัวซี่โครงเริ่มถูกกดให้แฟ่บลง ก่อนที่หน้าอกจะถูกบีบจนแบนเละเขาดิ้นรนพยายามสูดอากาศเข้าไปเพื่อสู้แรงบีบแต่สิ่งที่สูดเข้าไปคือกลุ่มควันแสงหลากสีรอบตัว นาทีนั้นไม่มีเวลาสนใจว่าเป็ควันพิษหรือไม่เขาพยามสูดมันเข้าไปสุดชีวิต แรกรู้สึกเหมือนไม่ได้สูดควันเหมือนกับสูดของเหลวมากกว่าแต่เขาไม่สำลักน้ำมันเหมือนสูดอากาศธรรมดาเขารีบสูดควันหลากสีให้เต็มปอดด้วยความเคยชิน เขาใช้วิธีหายใจเข้าขนิดหนึ่งที่ฝึกฝนมาั้แ่เด็กเรียกว่า ซี่กงทุกครั้งที่เขาตื่นเต้น..หวาดกลัว..หรือ้าสมาธิร่างกายจะเข้าสู่ภาวะการฝึกซี่กง โดยอัตโนมัติ
หลังสูดลมหายใจด้วยวิธีนี้เขารับรู้ถึงแรงขยายที่มาจากภายในไม่ได้มาจากปอดเพียงอย่างเดียวแต่มาจากทุกส่วนในร่างกายมันมาพร้อมกับความรู้สึกว่าอวัยวะภายในทุกส่วนในร่างกำลังหลอมละลายปอดที่ถูกกดจนแฟ่บก็พองขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อต้านแรงบีบ ยิ่งสูดควันหลากสีผ่านขบวนการฝึกซี่กง มากเท่าไหร่แรงดันภายในต้านแรงบีบก็เพิ่มขึ้นก้อนควันหลากสีที่ล้อมรอบตัวเขาเล็กลงเรื่อยๆ ยิ่งสูดเข้าไปมันยิ่งเล็กลงแรงบีบรอบตัวยังคงมหาศาล แรงขยายในตัวค่อยๆเพิ่มขึ้น
แต่ว่าเหมือนมันแย่ลงพลังงานที่ได้จากการฝึกซี่กงจากควันหลากสีมมันรุนแรงเกินไปอวัยวะภายในทุกส่วนเหมือนถูกหลอมเขาไม่รับรู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าใด เอาแต่ฝึกซี่กงเพื่อต่อต้านแรงอัดรู้สึกว่าตัวเขาเองมีความเร่ง คงจะกระแทกพื้นในไมช้าเขารู้ว่าแย่แน่แต่ไม่มีทางเลือก ตายช้าดีกว่าตายในทันทีท้ายที่สุดพลังงานภายนอกและพลังงานจากภายใน ก็ะเิออกในทุกทิศทุกทางกระดูกเริ่มแตก อวัยวะภายในเริ่มหลอมละลายไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากความเ็ปแล้วก็หมดสติไป รู้สึกตัวอีกทีก็เจอ จางเหว่ย
สติถูกดึงกลับมาที่ร่างกายตัวเริ่มเย็นลง..เขาถอดใจแล้ว..หยุดความคิดที่สับสนร่างกายเข้าสู่ภาวะ...ฝึกซี่กง...โดยอัตโนมัติ ความรู้สึกถึงตัวตน เริ่มห่างออกไป...สติเริ่มเลอะเลือน...จิต..เริ่ม ลอยไปไกล
ทันใดมีความอบอุ่นเกิดขึ้นภายในร่างกาย...มันเริ่มจากอุ่นเล็กน้อย ...ค่อยๆร้อนขึ้น.. ร้อนขึ้น ... เขาไม่ได้คิดไปเอง...มันร้อนขึ้นจริงๆ..สติเริ่มคืนมาเขาพบว่ากำลังฝึกซี่กง...ฝึกได้ไง..ในเมื่อเขาไม่ได้หายใจ...เขาไม่มีอากาศหายใจแล้ว..การฝึกซี่กง ตอนนี้ไม่ได้ใช้อากาศจากภายนอกแต่พลัง...มาจากภายใน...ทุกอณูของร่างกายเริ่มตื่นขึ้นส่งประสานพลังซี่ไหลมารวมกันที่จุดศูนย์ ถึงเขาหลับตาอยู่เหมือนมองเห็นด้วยจิตภายในตัวเกิดก้อนพลังงานสีรุ้ง มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆยิ่งมากระแสพลังก็ถูกปลดปล่อยจากทุกเซลในร่างกาย เทไหลบ่ามารวมกันเหมือนน้ำป่าไหลทะลักท่วม จากสายน้ำซึมเป็ลำธารไหลรินชั่วพริบตากลายเป็อุทกภัยไหลบ่าท่วมขุนเขามารวมที่จุดศูนย์ จากตาน้ำน้อยกลายเป็มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ลึกล้ำร่างกายเปรียบเหมือนภาชนะขนาดเล็ก ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำขนาดนี้พลังสีรุ้งปริมาณมหาศาล...อัดแน่น...มันกำลังหาทางออก...พลัง..ยิ่งมายิ่งเพิ่ม..จนถึง....จุดแตกหักทันใดนั้น มันะเิออกรอบทุกทิศทาง …!
ดังะุปืนในลำกล้องถูกยิงด้วยแรงะเิของดืนปืนร่างกายของเทียนหลงเปรียบดังหัวะุ หลุมลึกเปรียบดังลำกล้องปืนพลังงานสีรุ้งที่ะเิออกจากร่างเปรียบดังดินปืนที่ะเิออกเมื่อเกิดแรงดันมหาศาลในที่แคบ ทุกสิ่งทุกอย่างภายใน ก็ถูกดันไปยังทางออกหินดินที่ทับอยู่ถูกะเิออกไปพร้อมร่างของเทียนหลงทุกอย่างในหลุมถูกแรงะเิส่งให้พุ่งขึ้นไปทางปากหลุมรอบตัวเทียนหลงมีแสงสีรุ้งที่ะเิออกปกคลุม ประดุจเกราะพลังงานชนกระแทกหินดินทรายให้กระจายออกอย่างรวดเร็วรุนแรง กลุ่มควันสีเทาพุ่งคลุ้งปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศพริบตาเดียวร่างของเทียนหลงก็พุ่งพ้นผิวดิน ลอยสูงไปถึง หนึ่งร้อยเมตรมีเสียงะเิจากพลังอัดดังตามหลังมา “……ตูม…..” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเหมือนใครมายิงปืนใหญ่ในป่าแห่งนี้พอร่างเริ่มตกลงเทียนหลงก็ได้สติ ก็ใช้วิชาตัวเบาเทวราชข้ามลำธารพริ้วกายร่อนลงบนโขดหินใหญ่หลายคนโอบที่ห่างปากหลุมไปเกือบ หนึ่งร้อยเมตร
จางเหว่ยใได้ยินเสียงเงยหน้ามองยังทันเห็น เทียนหลงร่อนลงที่โขคหินเวลานี้พลังงานสีรุ้งรอบตัวเทียนหลง ยังไม่สลายไป เทียนหลงขยับตัวอีกครั้งถึงกับพุ่งไปได้ไกลถึงหนึ่งร้อยเมตรเมตร กลับมาถึงข้างตัวจางเหว่ยในพริบตา จางเหว่ยถามเสียงสูง “...เกิดอะไรขึ้น..?.” ผ่านไปชั่วครู่แสงสีรุ้งรอบตัวเทียนหลงเริ่มจางลง ทั้งสองนิ่งตะลึงไปชั่วขณะ จางเหว่ย “… เ้าใช้พลังดาวตกนั้นได้แล้ว..หรือ? “
เทียนหลงยังมึนงง พลังอะไร?ตอนนี้เขาไม่สามารถรับรู้พลังนั้นได้อีก นิ่งอยู่ชั่วขณะก็เล่าเื่ที่ตกลงไปในหลุมให้จางเหว่ยฟัง “ตอนนี้ข้าไม่รับรู้ถึงพลังนั้นอีกแล้วมันหายไป..!” หลังจากฟังเื่แล้วคิดอยู่ครู่หนึ่งจางเหว่ยก็พูดขึ้น “เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว...ข้าขุดเสร็จแล้ว ..กลับไปบ้านให้ข้าตรวจเ้าหน่อย แล้วค่อยว่ากันเถอะ แต่เอ๊ะ!... “ เขามองผ่านตัวเทียนหลง...” ขยับปากจะพูดแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ
ผ่านการตรวจจาก จางเหว่ยเขาไม่พบอะไรผิดปรกติไม่มีพลังวัตรพุ่งพล่าน ร่างกายของเทียนหลงเหมือนทุกครั้งที่เขาตรวจ ค่ำนั้นเทียนหลงพยามเข้าถึงพลังในตัวเองด้วยวิถีัขนด แต่ฝึกเท่าไหร่ก็เงียบ....ไร้ผล หลังจากคิดไปคิดมาความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวตัดสินใจว่าวันพรุ่งนี้เขาจะทุบผิวน้ำแข็งแล้วดำน้ำลงไปฝึกพลังใต้น้ำดู เมื่อได้ข้อสรุปก็ผ่อนคลายเข้านอน
ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับนั้นเองมีความอบอุ่นแ่เบาเกิดขึ้นมาเล็กน้อย ความจริงทุกยามค่ำคืนก่อนเข้านอนเขาก็มีความรู้สึกเช่นนี้ แต่ไม่ได้ใส่ใจ แต่วันนี้แตกต่างไปความรู้สึกนี้พึ่งสร้างปรากฏการณ์รอดชีวิตเมื่อกลางวัน มันยังใหม่สดต่อความทรงจำเขาตื่นขึ้นทันที ความรู้สึกนั้นเด่นชัด เขาลุกขึ้นฝึกพลัง ซี่กงตามวิถีที่เคยฝึกในวัยเด็ก ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเขาก็ััถึงพลังงานภายในร่างกาย มันค่อยๆสะสม เพิ่มขึ้นเป็กลุ่มก้อนถึงไม่ได้มากมายเหมือน่กลางวันแต่ก็ชัดเจน ถึงระดับพลังจะเทียบกันไม่ได้เลยในตอนนี้พลังที่ก่อตัวขึ้นเหมือนน้ำในแก้วเปรียบกับพลังระดับห้วงมหาสมุทรในตอนนั้น ช่างต่างกันยิ่งกว่าขอบฟ้ากับก้นเหว
พลังนี้ค่อยๆรวบรวมสร้างขึ้นจากการฝึกซี่กง ไม่ได้มาจากอณูเซลภายในร่างกายตลอดเวลาที่เขาฝึกรวมพลังวัตรด้วยแนวทางของวิถีัขนด ไม่เคยได้ผลใดๆกลับเป็วิธีการฝึกซี่กง ดั้งเดิมที่ฝึกมาั้แ่เด็กๆกลับสามารถรวมพลังวัตรเขาแน่ใจว่านี่เป็พลังวัตร และเป็พลังวัตรที่ได้จากการฝึก
ปู่จางบอกเขาว่าทุกครั้งที่ตรวจพลังปราณของเทียนหลงพบว่าพลังวัตรของเขาเพิ่มขึ้นทุกครั้งแสดงว่าที่จริงเขาสร้างและสะสมพลังวัตรอยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาไม่รู้สึกตัวร่างกายเขาจะฝึกซี่กงสะสมพลังวัตรได้เอง เมื่อเขาตื่น สติเข้าควบคุมร่างกาย พลังวัตรที่ฝึกได้ก็กระจายไปตามอวัยวะภายในต่างๆ พลังสีรุ้งเมื่อกลางวันน่าจะเป็พลังวัตรที่เกิดจากการฝึกซี่กง ในหมอกสีรุ้ง มีพลังงานมหาศาลระดับทำลายสังขารพลัดกล้ามเนื้อ นั้นอาจเป็เหตุผลที่ทำให้เขาถึงกับพลัดร่างกำเนิดใหม่
แล้วทำไมเขาไม่นำพลังวัตรนี้โคจรตามวิชาัขนดละคิดแล้วก็ทดลองชักนำกลุ่มพลังวัตรน้อยๆ โคจรไปตามเส้นทางของ วิถีัขนด......พระเ้า......ให้โปเกมอนถูกหวยเถอะ ... เขารีบหยุดการกระทำทั้งหมดในทันที …สำเร็จ... เขาทำได้ ในที่สุดเขาก็สามารถฝึกพลังวัตรให้โคจรไปตามวิถีัขนดได้ ถึงแม้ว่าจะเป็พลังวัตรอันน้อยนิดโคจรด้วยความเชื่องช้า แต่เขาก็ััได้ ความพยามมากกว่า สามเดือนในที่สุดก็เห็นผลแล้ว
ที่แท้การฝึกรวมพลังวัตรของวิถีัขนดไม่สามารถใช้กับเขาได้ กลับเป็วิธีฝึกดังเดิมของตัวเองที่รวมพลังวัตรได้เขาฝึกซี่กงมาั้แ่เป็เด็ก เพื่อฝึกสมาธิขยายความจุปอด ตลอด่ชีวิตในโลกเก่าลองคำนวนดูเขาฝึกซี่กง รวมๆกันมากกว่าสี่สิบห้าปีคิดๆดูไม่ว่าจะทำอะไรเขาจะฝึกซี่กงตลอดเวลาอย่าว่าแต่ตอนคับขันหรือเล่นกีฬาที่้าสมาธิ ขนาดขับรถทางไกลเมื่อเริ่มง่วงนอนเขาจะฝึกซี่กงไปขับรถไป แล้วความง่วงก็จะหายไป
ตลอดคืนนั้นเทียนหลงไม่ได้นอน ฝึกการเคลื่อนพลังวัตรจนเช้า เขาตื่นเต้น....ในที่สุดเขาก็ “ััปราณ” ได้ ประตูฝึกยุทธ์ที่แท้จริงเปิดออกแล้ว ถึงแม้เส้นทางการฝึกฝนจะอีกยาวไกล...แต่เขาสามารถเริ่มก้าวเดินแล้วจะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นกับวาสนา แต่ขึ้นอยู่กับความพยายามของเขาเอง...
* ทะเลปีศาจ (คือสามเหลี่ยมตั้งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นเป้นบริเวณที่มีการสูญหายของเรือและเครื่องบินอย่างลึกลับเป็จำนวนมากได้ชื่อว่าเป็ สามเหลี่ยมเมอร์บิวดาแห่งเอเชีย คนญี่ปุ่นเรียกว่า Dragon'sTriangle)