แกรนด์เดินทอดน่องผิวปากอย่างอารมณ์ดีอยู่ริมถนนในขณะเดินไปที่ร้านของอริส ในมือของเขามีแหวนมิติทองแดงวงหนึ่งอยู่ในมือ ในตอนที่เคลวิสโจมตีเข้ามาและถูกข่มด้วยพลังของแกรนด์ ในขณะที่ทุกคนกำลังยืนมึนงงทำอะไรไม่ถูก เขาได้รูดเอาแหวนมาจากนิ้วของเคลวิสอย่างรวดเร็ว แกรนด์สำรวจของที่อยู่ในแหวนวงนี้พบว่ามีหินเสริมพลังธาตุไฟและดาบคุณภาพดีอีกหลายสิบเล่ม
‘อืม หมอนี่มันเป็นักสะสมดาบรึไง ป่านนี้ไอ้งั่งนั่นมันคงคลั่งแล้วมั้งที่ไม่รู้ว่าทำแหวนหายอยู่ไหน ฮ่าๆ ๆ ๆ’
แกรนด์รู้ดีอยู่แล้วว่าการมีปัญหากับคร็อกคัสนั้นเป็เื่ที่จะนำปัญหาน่ารำคาญตามมา แต่มันก็ไม่น่าจะเป็เื่ใหญ่ในเร็วๆ นี้แน่นอน ถึงคร็อกคัสจะเป็ลูกชายของหัวหน้าอัศวิน แต่การที่จะขอร้องให้พ่อมาจัดการปัญหาของตัวเอง แถมยังเป็แค่สามัญชนที่มีอายุพอๆ กับเขาอีกด้วย ถ้ามันกล้าบากหน้าไปขอร้องพ่อแสดงว่ามันต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดและกลายเป็ขี้ปากให้คนทั้งเมืองเยอะเย้ยแน่นอน คนที่หยิ่งยโสและถือเกียรติคงไม่ยอมทำเช่นนั้นแน่ แต่ก็ต้องระวังคนที่มันจะส่งมาหลังจากนี้จะดีที่สุด
เมื่อถึงหน้าร้านของอริส แกรนด์มองไปที่กรงที่ขังโคโบลด์ทั้ง 5 ตัวไว้ เหมือนจะมีตัวนึงที่าเ็ ตามแผ่นหลังไล่ลงมาจนถึงขามีรอยเฆี่ยนเต็มไปหมด เป็ร่องรอยของการถูกทรมานอย่างทารุณ
“ข้าจะให้คนขับรถม้าเอาโคโบลด์พวกนี้ไปส่งยังที่พักของท่าน”
“ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้ที่ร้านของเ้ามีลูกธนูหัวเหล็กเท่าไหร่?”
“ร้านเรามีตุนไว้ตลอด เตรียมไว้สำหรับท่านโดยเฉพาะ ตอนนี้มี 3000 ดอก”
อริสกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แกรนด์มาทีไรจำต้องขนลูกธนูไปเยอะทุกที เธอจึงสั่งของมาตุนไว้เยอะๆ เพราะคาดคะเนว่าแกรนด์เข้ามาที่ร้านครั้งนี้ หนึ่งในสิ่งของที่เอาไปต้องมีลูกธนูหัวเหล็กเป็แน่ ซึ่งก็เป็ไปตามที่คาด
“ลูกธนูเหมาหมด เอาแหวนมิติทองแดงมาด้วย 10 วง เหล้าอีกสัก 50 ถัง”
“ท่านโปรดรอสักครู่”
อริสเดินเข้าไปในร้านของเธอ สักพักก็ออกมาพร้อมกับแหวนมิติทองแดงในมือหลายวงและมีคนงานหลายคนแบกลูกธนูหัวเหล็กซึ่งทำเป็มัดๆ ไว้ออกมา
“ทั้งร้านเราตอนนี้มีแหวนมิติทองแดงแค่เพียง 7 วง ส่วนลูกธนูหัวเหล็ก 3000 ดอกทั้งหมดของร้านเราอยู่นี่แล้ว และเหล้าอีก 50 ถัง ต้องขอขอบคุณท่านอีกครั้งสำหรับกำไรในการประมูลครั้งนี้ ของพวกนี้ให้ถือเป็ของขวัญจากทางร้านของเราท่านโปรดรับไว้ด้วย”
“ขอบคุณมาก ถ้าขาดเหลืออะไรเดี๋ยวข้าติดต่อผ่านอักขระสื่อสารทางไกลหรือไม่ก็จะแวะมาที่ร้านเอง”
“ทางร้านเรายินดีต้อนรับท่านเสมอ ถ้าไม่สะดวกมาเราสามารถขนไปส่งท่านถึงที่ได้”
“อืม งั้นข้าไปล่ะ”
แกรนด์โบกมือลาอริสพร้อมกับล่วงหน้าไปก่อนรถม้า ความเร็วของแกรนด์แน่นอนว่าเขาไม่อยากนั่งบนรถม้าที่บรรทุกกรงโคโบลด์ที่แสนเชื่องช้านี่อย่างแน่นอน แหวนมิติทองแดงในมือของแกรนด์ตอนนี้มี 9 วง วงที่ได้มาจากชายหน้าเดฟที่บ็อบจัดการ วงที่ได้มาจากเคลวิสและอีก 7 วงจากร้านของอริส แหวนมิติทั้งหมดนี้ต้องเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพราะแหวนมิติจะเก็บไว้ในแหวนมิติวงอื่นไม่ได้ มิติไม่อาจทับซ้อนกัน
เมื่อมาถึงที่พักดูเหมือนว่าการก่อสร้างจะคืบหน้าไปพอสมควร ผู้คนที่ฝึกอยู่ลานใต้ต้นไม้ใหญ่เห็นแกรนด์เดินมาต่างหยุดฝึกและยืนโน้มศีรษะทำความเคารพ
“เป็ไงบ้างลูกพี่? ของที่ข้าสั่งได้มารึเปล่า?”
บ็อบผละออกมาจากลานฝึกแล้วตรงดิ่งมาถามแกรนด์ทันที คำถามแรกก็ถามไปงั้นๆ เขาอยากได้ยินคำตอบจากคำถามที่สองมากกว่า
“ไปได้สวย ของที่เ้าฝากซื้อได้มาเต็ม เดี๋ยวคืนนี้มาฉลองกัน”
“ได้เลยๆ อ้อลูกพี่ วันนี้มีหลายคนที่ฝีมือพัฒนาขึ้น อีกไม่กี่วันน่าจะพร้อมที่จะทำงานง่ายๆ แล้ว”
“ดีมาก ตอนนี้ให้ฝึกดาบเป็พื้นฐานฝึกพลังไปก่อน อีกสักระยะค่อยทดสอบความถนัดในการใช้อาวุธประเภทต่างๆ ของแต่ละคน จะได้ใช้อาวุธที่เหมาะสมกับตัวเอง”
แกรนด์เดินมาดูนักเวทย์ฝึกหัดที่กำลังฝึกการรวบรวมพลังเวทย์ ซึ่งตอนนี้จากคำแนะนำของเอเลน่าทุกคนได้สร้างแก่นเวทย์ของตัวเองได้แล้ว มีหนึ่งคนที่มีทักษะค่อนข้างดี เขาสามารถสร้างลูกไฟเท่าหัวแม่มือได้แล้ว แต่ยังไงก็ยังห่างไกลกับการเอาไปต่อสู้จริงอยู่มาก เพราะลูกไฟแค่นี้หายใจรดใส่ก็ดับแล้วกระมัง
หลังจากดูทั้งสองกลุ่มเสร็จเดินมาให้คำแนะนำเหล่าเด็กๆ กลุ่มพิเศษที่อ่านหนังสือและฝึกกันเองอยู่ที่ลานใกล้ๆ หน้าบ้านของแกรนด์ เด็กกลุ่มนี้ถือว่าโชคดีเพราะได้เรียนรู้ศาสตร์การต่อสู้ั้แ่อายุยังน้อยกว่ากลุ่มที่ฝึกอยู่ในลานกว้าง เด็กๆ กลุ่มนี้ดูกระตือรือร้นเป็พิเศษเพราะแกรนด์บอกว่าถ้าฝีมือพัฒนาเร็วก็จะให้งานไปทำด้วยเช่นกันและในวันนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้รับการแต่งตั้งเป็หัวหน้ากลุ่ม ทำให้เด็กเหล่านี้ตั้งใจฝึกหนักเหมือนกลุ่มผู้ใหญ่ แต่ด้วยความที่เป็เด็กวัยรุ่นจึงมีการแข่งขันข่มกันและต่างคนต่างฝึก
ไม่นานนักขณะที่แกรนด์กำลังให้คำแนะนำเด็กๆ อยู่นั้น รถม้าที่บรรทุกกรงโคโบลด์ก็มาถึงที่ลานใต้ต้นไม้ใหญ่ เหล่าผู้คนที่ฝึกอยู่รวมถึงชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างมองมาที่กรงด้วยความประหลาดใจ ชาวบ้านไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้แต่ก็รู้จักจากคำบอกเล่าหรือนิทานต่างๆ ว่านี่คือโคโบลด์ เผ่ามนุษย์หมาที่มีภูมิปัญญาใกล้เคียงกับมนุษย์
“ลูกพี่ ท่านไปได้โคโบลด์มาจากหอประมูล?”
บ็อบถามด้วยความแปลกใจเขาเองก็รู้จักโคโบลด์เป็อย่างดีเช่นเดียวกันกับแกรนด์ หลังจากที่ยกกรงลงแล้วคนขับรถม้าก็ขอตัวกลับไปที่ร้านทันทีเพราะตอนนี้เป็่ใกล้อาทิตย์ตกดินแล้ว
“บ็อบ เปิดกรงให้พวกเขา”
บ็อบผงกหัวเดินไปกระชากโซ่ที่พันอยู่ประตูกรงหลุดออก เหล่าโคโบลด์ทยอยเดินออกมาอย่างคอตก ใบหน้าเศร้าหมอง การถูกขายนั้นเ้านายใหม่สามารถทำอะไรกับพวกตนได้ตามที่้า แม้จะเป็การเอาชีวิตหรือสั่งไปตายก็ตามที แต่มีโคโบลด์สองตัวที่พยายามจะไปพยุงตัวที่าเ็ให้ลุกขึ้นเพื่อเดินออกมาแต่ติดกุญแจมือเหล็กที่พันธนาการไว้ แกรนด์สั่งให้คนที่ยืนอยู่สองคนไปพาโคโบลด์ตัวที่าเ็ออกมา จากนั้นก็ไขกุญแจปลดพันธนาการทั้งหมดออกจากทั้งห้า โคโบลด์ตัวที่ดูเหมือนจะแข็งแรงที่สุดในกลุ่มหันไปมองตัวที่าเ็ด้วยสายตาที่ดูเ็ปเป็อย่างมาก เหมือนกับตัวมันเองาเ็ไปด้วย
“เ้าชื่ออะไร?”
แกรนด์ถามไปที่โคโบลด์ตัวที่อยู่ตรงหน้าของเขา รูปร่างของโคโบลด์ตัวนี้ดูกำยำแข็งแรงกว่าตัวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องเดาเลยว่าในอดีตต้องเป็นักรบที่เก่งกาจแน่นอน หูตั้ง หน้าตาดูคล้ายหมาป่า ขนสีครามเข้มทั้งตัว ตรงหน้าอกไปจนถึงท้องมีขนสีขาว แววตามุ่งมั่นไม่ยอมจำนอนแม้ร่างกายจะกลายเป็ทาสเพราะสัญญาเืที่ถูกร่ายเวทย์ไว้ให้ผู้ที่สัญญานี้สั่งอะไรก็ได้โดยที่ทาสไม่มีทางขัดขืนได้เลย ตามตัวเต็มไปด้วยาแจากรอยเฆี่ยน คงเพราะสายตาแบบนั้นมันไปทำให้เ้านายเก่าหงุดหงิด ตามข้อมูลสินค้าระบุว่าทั้ง 5 สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ เนื่องด้วยเป็ทาสมาหลายปี
“ไคลน์ขอรับ”
โคโบลด์ขนสีครามเข้มตอบผู้เป็นายใหม่ด้วยน้ำเสียงขึงขังเหมือนไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้อีกฝ่ายจะมีสัญญาเืในมือ
“เ้าตัวขนสีเงินนั่นลูกชายของเ้าใช่มั้ย?”
“ใช่ขอรับ ลูกชายของข้าคือตัวที่าเ็กับตัวที่กำลังพยุงเขาอยู่”
“ดี! ข้าจะให้โอกาสเ้าได้พิสูจน์สายเืนักรบของเ้าอีกครั้ง เอาอาวุธเ้าออกมา!”
แกรนด์ท้าทายโคโบลด์ขนสีครามเข้ม แววตาของไคลน์เปลี่ยนไปจากหม่นหมองเป็รู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจว่านายใหม่ที่เพิ่งซื้อพวกเขามานั้น้าอะไรกันแน่
“ชักอาวุธเ้าออกมา ถ้าเ้าเอาชนะข้าได้ข้าจะช่วยลูกของเ้าและทำลายสัญญาทาสนี้ทิ้ง พร้อมทั้งปล่อยพวกเ้าให้เป็อิสระ เ้าอยากจะตายอย่างหมาข้างถนนหรือจะเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีนักรบล่ะ? ถึงเ้าจะตายเ้าอยากกลับไปบอกบรรพบุรุษของเ้าว่าเ้าตายคากรงทาสหรือกลับไปบอกพวกเขาว่าเ้าตายคาอาวุธเยี่ยงนักรบผู้มีเกียรติแห่งเผ่าโคโบลด์กัน”
ไคลน์รู้สึกสะท้านทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของแกรนด์ นักรบ? ไม่มีคนที่กล่าวให้เกียรติข้าในฐานะนักรบมากี่ปีแล้วนะ
แกรนด์รู้จักนิสัยของเผ่าโคโบลด์ดี พวกเขาภาคภูมิใจในเกียรติของเผ่าพันธุ์อย่างมาก และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาภาคภูมิใจในอาวุธของตน อาวุธที่โคโบลด์ทุกตัวมีติดตัวมาั้แ่เกิด โคโบลด์ทุกตัวจะเกิดมาพร้อมกับอาวุธคนละชิ้น ซึ่งอาวุธพวกนี้จะอยู่ในช่องมิติภายในหัวใจของพวกเขาและสามารถเรียกออกมาได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพกแหวนมิติ แต่ในนั้นจะเก็บได้เฉพาะอาวุธชิ้นนี้เท่านั้น ดังนั้นโคโบลด์ทุกตัวจึงเป็นักรบโดยกำเนิด แต่มีอย่างหนึ่งที่เป็ที่รู้กัน นอกจากการโจมตีจุดตายแล้ว การคร่าชีวิตของโคโบลด์นั้นมีอีกวิธีหนึ่ง วิธีนั้นคือการทำลายอาวุธของโคโบลด์ตัวนั้นซะ มันจะตายทันทีแม้จะไม่มีรอยขีดข่วนบนร่างกายแต่อาวุธถูกทำลายก็เหมือนหัวใจถูกทำลาย โดยปกติโคโบลด์จะไม่เก็บอาวุธไว้ในร่างกายแต่จะเอาออกมาไว้ข้างนอกเพราะถึงแม้จะสามารถซ่อนอาวุธไว้ได้แต่ต้องแลกมากับพลังที่ลดน้อยลงเป็อย่างมากเมื่ออาวุธถูกเก็บไว้ในร่างกาย ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์ถึงชีวิตจริงๆ คงไม่มีโคโลด์ตัวไหนที่อยากทำแบบนี้
ไคลน์ดึงดาบออกมาจากช่องมิติที่เปิดขึ้นที่หน้าอก ดาบคมด้านเดียวเล่มหนึ่งถูกดึงออกมาและตวัดลงพื้น หญ้าบริเวณใต้พื้นที่ปลายดาบตวัดผ่านกลายเป็รอยบากเส้นยาวเหมือนเอามีดขนาดใหญ่มากรีด ออร่าพลังพวยพุ่งออกมาจากร่างกายอย่างช้าๆ แกรนด์ซึ่งคุ้นเคยอย่างดีกับโคโบลด์ประเมินพลังของไคลน์ในตอนนี้ได้เทียบเท่ากับคลาส 4 ขั้นกลาง ถ้าไม่ใช่เพราะถูกจับมาเป็ทาสหลายปีพลังของเขาต้องไม่ใช่แค่นี้แน่นอน
“โอ้..โคโบลด์ซอร์ตซะด้วย เข้ามาเลย แสดงพลังของนักรบเผ่าโคโบลด์ให้ข้าเห็นหน่อย”
เผ่าโคโบลด์ถึงแม้จะวิวัฒนาการแล้วรูปร่างจะไม่เปลี่ยนแปลงไปดังเช่นเผ่าอื่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือลักษณะของอาวุธ แรกเกิดนั้นอาวุธประจำกายที่โบโบลด์เรียกออกมาได้คือ หอก เมื่อมีความสามารถจนวิวัฒนาการแล้วหอกจะกลายสภาพเป็ดาบ เรียกโคโบลด์ประเภทนี้ว่า โคโบลด์ซอร์ต แม้ร่างกายไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่พลังและทักษะต่างๆ จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก ถ้าวิวัฒนาการขึ้นไปอีกจะกลายเป็ โคโบลด์ไนท์ ดาบธรรมดาจะเปลี่ยนรูปร่างไปเป็ ดาบเคลย์มอร์
“ชักอาวุธของท่านออกมาก่อน ข้าไม่เคยเอาเปรียบใครในการต่อสู้”
ไคลน์พูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง เป็คำพูดที่จริงใจอย่างมากสำหรับผู้ที่มีโอกาสที่จะฆ่านายทาสเพื่อปลอดปล่อยตัวเอง โดยปกติผู้ที่มีสัญญาเืจะไม่สามารถโจมตีนายทาสผู้ถือสัญญาได้ นอกจากเ้านายจะเป็คนสั่งเอง
“เอาเปรียบ? ถ้าข้าไม่ใช้อาวุธจะถือว่าไม่ให้เกียรติกันสินะ”
พูดจบแกรนด์ดึงเอาโซ่ของเขาออกมาพร้อมตวัดให้มันพันรอบมือไปจนถึงต้นแขนจนดูคล้ายกับแขนเหล็ก การต่อสู้ระยะประชิดใช้หมัดดุ้นๆ แบบนี้ล่ะถึงจะสะใจ ผู้คนทั้งหมดมามุงรอบๆ การประลองที่กำลังจะเกิดขึ้น
เช้ง! เช้ง! เช้ง! เช้ง! เช้ง!
ทั้งสองะโเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว เสียงโลหะกระทบกันอย่างต่อเนื่อง แกรนด์ใช้ทักษะการต่อสู้และร่างกายเพียวๆ สู้กับไคลน์ เพราะถึงอย่างไรเขาก็มีพลังที่สูงกว่าอยู่แล้ว แต่ทางนั้นเองมากกว่าที่สีหน้าแสดงความประหลาดใจออกมา ไคลน์ไม่เคยเจุ์ที่อายุยังน้อยแต่แข็งแกร่งขนาดนี้ แถมยังกดดันเขาโดยใช้แค่การเคลื่อนไหวและการโจมตีธรรมดา ไคลน์รับรู้ได้ถึงความต่างชั้นทันที มนุษย์ผู้นี้รู้อยู่แล้วว่าตนเองจะชนะอยู่แล้วก็เลยเล่นกับข้างั้นหรือ? เขาหลอกให้ข้าสู้เพื่อความหวังลมๆ แล้งๆ งั้นหรือ? ความโกรธเกรี้ยว สิ้นหวัง และความอัดอั้นตันใจที่มีตุ่์ของไคลน์กลายเป็พลังที่ถูกอัดลงในดาบจนแกรนด์รับรู้ถึงอันตรายจากการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ไคลน์คิดจะตัดสินจากการโจมตีครั้งนี้แน่
ฟุ๊บ!!!
โคโบลด์สีครามเข้มพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมเงื้องดาบไปด้านหลัง พลังที่อัดแน่นภายในดาบพร้อมที่จะตวัดเอาชีวิตผู้ที่เป็นายคนใหม่
วูบ!
แกรนด์ปลดปล่อยพลังสูงสุดและใช้พลังจิตข่มขู่ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็เพิ่งใช้ข่มขู่พวกคร็อกคัสไป โคลน์โดนพลังจิตข่มได้อย่างสมบูรณ์ การโจมตีของเขานั้นหยุดชะงักกลางอากาศ ตัวพุ่งลงกระแทกพื้น แต่มือยังกำดาบไว้ไม่ปล่อย โคโบลด์สีครามเข้มหายใจหอบอย่างติดๆ ขัดๆ ตัวสั่นเทา เืในกายเหมือนหยุดไหลไปชั่วขณะ พลังที่เคยใช้ได้ตามใจกลับรีดเร้นออกมายากยิ่ง แต่มือยังกำดาบและสายตายังมองมาที่แกรนด์อย่างไม่ยอมแพ้
“โห้ ยอดเยี่ยม จิติญญานักสู้ยอดเยี่ยม”
แกรนด์เอ่ยปากชมอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเป็เผ่าไหนก็ตาม นักรบที่แท้จริงสมควรได้รับการยกย่องอยู่แล้ว
ฟุ๊บ!
ไคลน์พุ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่ความเร็วตกลงหลายสิบเท่า ความเร็วที่พุ่งเข้ามาพอๆ กับพวกนักรบฝึกหัดที่แกรนด์เพิ่งรับเข้ามาเท่านั้น
ตุ๊บ!!!
เสียงหมัดเหล็กกระแทกท้องของโคโบลด์สีครามเข้มอย่างรุนแรง ผลจากการโจมตีนั้นทำให้ไคลน์สลบคาหมัดทั้งๆ ที่ยังยืนอยู่
“เอาไปรักษาหน่อย”
แกรนด์บอกให้คนพาโคโบลด์ตัวนี้ไปรักษา ผู้ชมที่มามุงดูต่างแยกย้ายกลับเพิงที่พักของตัวเอง ในคืนวันนี้เองแกรนด์ได้วางแผนการจัดการในส่วนที่ขาดเหลือรวมถึงจัดการทรัพย์สินและอื่นๆ ที่ได้มาใหม่ เขามองมาที่โคโบลด์ทั้ง 4 ที่ยังให้อาศัยอยู่ในกรงไปก่อน
“ท่านพ่อ! ท่านฟื้นแล้ว!”
โคโบลด์ขนสีเงินเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ดูเหมือนจะดีใจมากที่พ่อของตนไม่เป็อะไรมาก ไคลน์ฟื้นขึ้นมาในตอนเช้าของวันถัดมา เขารู้สึกตัวชาและมึนงงเล็กน้อย าแต่างๆ ถูกปิดด้วยผ้าพันแผล ดาบของเขาในขณะนี้ยังถูกวางอยู่ที่ข้างกายและตอนนี้นอนอยู่ในเพิงที่ใช้เป็สถานที่สำหรับปฐมพยาบาลชั่วคราว
“โอ้ ฟื้นตัวเร็วดีเหมือนกันนะ”
ไคลน์ได้ยินเสียงชายหนุ่มพูดขึ้น ถึงตาจะมองเห็นพร่ามัวอยู่บ้างแต่เขาก็รู้ว่านี่คือเ้านายคนใหม่ที่เพิ่งซื้อพวกเขามาเมื่อวาน
“ท่านพ่อ ท่านไม่เป็อะไรนะ”
“ข้าไม่เป็อะไรมาก แล้วเ้าหายแล้วงั้นเรอะ?”
ไคลน์เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อวานอาการของลูกชายเขายังดูหนักเสียจนลูกเองก็แทบจะไม่ไหว
“ข้าดีขึ้นมากแล้วล่ะ นายท่านรักษาให้ข้าเมื่อคืนนี้”
ใน่กลางคืนแกรนด์ได้ใช้ยาฟื้นฟูของเอเลน่าฟื้นฟูาแของโคโบลด์ขนเงินตัวนี้ ให้ยาชาเพื่อบรรเทาอาการเ็ป รวมถึงให้คนช่วยรักษากันตามสภาพ ถึงจะช่วยฟื้นฟูได้ไม่มากแต่ก็อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ่เช้านี้เอเลน่าใช้ทักษะฮีลช่วยรักษา ใช้ยาและพันแผลให้ ซึ่งการรักษาของเอเลน่าแค่แป๊บเดียวดีกว่าที่แกรนด์รักษาทั้งคืนกว่าสิบเท่า อาการจึงดีขึ้นอย่างมากจนใกล้จะหายเป็ปกติ เมื่อครู่เอเลน่าก็เข้ามารักษาให้ ทำให้ไคลน์ฟื้นขึ้นมาเร็วกว่าปกติ
“พวกเ้ากินให้อิ่มก่อนแล้วกัน อีกเดี๋ยวข้ามีเื่จะคุยด้วย”
แกรนด์ชี้ไปที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีเนื้อวัวสามหางย่างทั้งตัววางอยู่บนจานขนาดใหญ่ จากนั้นเขาก็เดินออกไปข้างที่ลานฝึกพร้อมกับเอเลน่า ไคลน์รู้สึกมึนงงกับเื่ที่เกิดขึ้นเหมือนกับความฝัน จำได้แค่ว่าเมื่อวานได้ประลองกับแกรนด์แล้วสลบตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีเจอกับลูกชายทั้งสองที่เรียกได้ว่าเกือบจะหายดีแล้วและพรรคพวกมายืนเฝ้าที่เตียง แถมเ้านายคนใหม่นอกจากจะไม่ล่ามพวกเขากับโช่ตากแดดตากฝนหรือขังในคุกที่มืดที่ชื้น สกปรก ทั้งยังรักษาอาการาเ็รวมทั้งจัดหาอาหารอย่างดีมาให้ นี่คือความฝัน?
“ท่านพ่อ มาเถอะ นายท่านดีกับพวกเรามาก เมื่อคืนนายท่านยังกล่าวชมท่านพ่ออยู่หลายครั้ง”
โคโบลด์ทั้งห้านั่งล้อมวงกันกินอาหารที่โต๊ะอย่างหิวกระหาย นานเท่าไหร่แล้วที่พวกเขาไม่ได้กินอาหารแบบนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่พวกเขากินแต่เศษอาหารที่สกปรกบางทีก็บูดเน่าอย่างไร้ศักดิ์ศรี นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อสัตว์เต็มคำจนเกือบจะลืมแล้วด้วยซ้ำว่ารสชาติของมันเป็อย่างไร ทั้งห้าแม้จะไร่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่ตอนนี้พวกเขาสนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามากกว่า
“อาหารของพวกเราเป็ยังไงบ้าง?”
ผ่านไปนานสักพักแกรนด์เดินมายังโต๊ะอาหารที่พวกโคโบลด์นั่งอยู่ ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขากินใกล้จะเสร็จกันแล้ว
“ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตาทาสอย่างพวกเรา เพียงแค่นี้ก็เกินพอสำหรับเราแล้ว”
ไคลน์ลุกขึ้นมาทำความเคารพเ้านายคนใหม่แล้วความนอบน้อมและหวาดกลัว โดยปกติเขาจะไม่มีทางหวาดกลัวเ้านายที่พลังอ่อนด้อยกว่าเขาเด็ดขาด ที่ทำตามคำสั่งเพียงเพราะอีกฝ่ายถือครองสัญญาเืเท่านั้น แต่เมื่อวานเขาได้โดนพลังจิตข่มอย่างสมบูรณ์ ความกลัวและยอมรับในพลังของเ้านายคนใหม่จึงก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขา
“ไม่ๆ ข้าไม่ได้ต้องทาสอย่างพวกเ้า”
โคโบลด์ทั้งห้าได้ยินคำๆ นี้ออกมาจากปากเ้านายคนใหม่ถึงกับวางอาหารลงและตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ไม่้าทาส? หรือนี่จะเป็อาหารมื้อสุดท้ายของพวกเรา? ถึงแม้แบบนั้นข้าต้องขอขอบคุณที่ท่านมีน้ำใจเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษนี้ก่อนตาย”
ไคลน์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง การประลองเมื่อวานเขารู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าแพ้ ถ้าชนะจะได้เป็อิสระ ถ้าแพ้ก็หมายถึงความตายสินะ
“ไม่ๆ ข้าไม่ได้้าทาส แต่ข้า้านักรบเผ่าโคโบลด์ ถ้าพวกอยู่กับข้าที่นี่จะได้รับสิทธิ์และสถานะเท่าเทียมกับทุกคน มีบ้านมีอาหารอย่างพอเพียง และที่สำคัญกระดาษแผ่นนี้ข้าไม่้ามัน”
แกรนด์หยิบกระดาษสัญญาเืห้าแผ่นออกมาแล้วทำลายจนเป็ผงด้วยพลังสายฟ้า ทั้งห้าที่เห็นและได้ยินสิ่งที่เ้านายคนใหม่พูดถึงกับนิ่งอึ้งไป่หนึ่ง เป็อิสระ ฐานะเท่าเทียม มีบ้านและอาหาร สัญญาเืถูกทำลาย ทุกสิ่งที่โหยหามาตลอดชีวิตในตอนที่เป็ทาสได้มาจนหมดสิ้นในการสนทนาเพียงไม่ถึง 10 นาที
“เอาล่ะ กินให้เต็มที่แล้วพักผ่อนซะ ข้าจัดหาจุดที่จะสร้างบ้านให้แล้ว พวกเ้าไปถามกับคนพวกนั้นได้”
ตุ๊บ!
เสียงคุกเข่าของไคลน์ดังขึ้น ทั้ง 4 ที่อยู่ข้างหลังก็คุกเข่าตาม
“ขอบคุณที่นายท่านเมตตา พวกข้าซึ้งใจที่ท่านปฏิบัติกับพวกข้าเช่นนี้ ต่อจากนี้ข้าจะขอรับใช้ท่านจนกว่าท่านจะไม่้าพวกเรา ข้าขอมอบชีวิตของข้าให้ท่าน”
ไคลน์คุกเข่ากล่าวอย่างจริงจัง ทั้ง 4 ที่อยู่ด้านหลังก็ไม่ต่างกัน นี่สิสิ่งที่แกรนด์้า เมื่อเผ่าโคโบลด์ยอมรับผู้ใดเป็เ้านายแล้วจะรับใช้อย่างพลีกายถวายหัวและซื่อสัตย์อย่างถึงที่สุด
“เอาล่ะๆ คืนนี้มาหาข้าที่ห้อง ข้ามีงานให้พวกเ้าไปทำ”
ใน่ค่ำหลังจากที่โคโบลด์ทั้ง 5 พักผ่อนและสำรวจจุดที่จะสร้างบ้านให้พวกเขาเสร็จแล้ว ทั้ง 5 ก็เข้ามาหาแกรนด์ที่ห้อง บรรยากาศในบ้านหลังนี้กดดันผู้ที่มีพลังต่ำต้อยพอสมควร ผนังห้องโถงประดับด้วยหัวกระทิงเขาเกลียวซึ่งสตาฟติดฝาบ้านไว้ เพดานบนหัวของห้องโถงมีโมบายที่ทำจากเขี้ยวของงูเห่าไฟดำ 2 ซี่ กับงูน้ำเกล็ดเงิน 3 ซี่ห้อยอยู่ (อยู่ที่คอเอเลน่า 1 ซี่) พรมเช็ดเท้าที่ปูอยู่ทางห้องโถงทางเข้าห้องของแกรนด์ทำจากหนังของจิ้งจอกเพลิงจ่าฝูง บ้านหลังนี้มีกลิ่นอายของสัตว์อสูรชั้นสูงอยู่จางๆ
“นายท่าน พวกเรามาแล้ว”
แกรนด์เหลือบมองไปที่พวกเขาแล้วพาเดินไปยังแผนที่ผืนใหญ่แผ่นหนึ่งที่ติดผนังเอาไว้ มันกินพื้นที่ว่า 1 ใน 4 ของพื้นที่ผนังห้องทั้งหมดเลยทีเดียว แผนที่ฉบับนี้เป็แผนที่แสดงภูมิศาสตร์คร่าวๆ ของเมืองกลอเซนและบริเวณโดยรอบ แกรนด์ฝากให้เอเลน่าหาแผนที่ฉบับใหญ่นี้มาั้แ่หลายวันก่อนแต่มันเพิ่งจะถูกเขียนเสร็จและส่งมอบมาเมื่อเช้านี้ ในแผนที่มีสถานที่สำคัญต่างๆ ูเา ป่า ลำน้ำ หมู่บ้าน เหมือง ทั้งหมดที่ถูกระบุในแผนที่ เป็สิ่งที่ถูกสำรวจมาแล้วทั้งสิ้นซึ่งในความเป็จริงนั้นยังมีอีกมากมายที่ยังไม่ถูกสำรวจหรือถูกค้นพบ
“ตรงนี้คือจุดที่เราอยู่ รอบๆ ที่นี่รัศมี 5 กิโลเมตรพวกข้าสำรวจมาอย่างละเอียดแล้ว”
แกรนด์ชี้ไปที่แผนที่ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับภูมิประเทศและอื่นๆ มากมาย
“รับไป”
แกรนด์โยนแหวนมิติทองแดงให้ไคลน์วงหนึ่ง
“ในนั้นมีอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็อื่นๆอยู่ ข้า้าให้พวกเ้าค้นหาบางอย่างหน่อย”
“เชิญนายท่านสั่งพวกเราได้เลย”
“พวกเ้าไปค้นหารังก็อบลินภายในรัศมี 20 กิโลเมตรมาให้หมด”
ชายหนุ่มออกคำสั่งพร้อมทั้งยิ้มอย่างมีเลศนัย