"นั้นชื่ออาณาจักร นี้เหรอ รึว่า เจ้าชื่อน่าส่วนเขารัก" ภูติสาวผิวเขียวเอ่ยปาก "อะไรนะ ไม่ใช่.." ผมตอบกลับ "อ๋อ กลับกันใช่มั้ยขออภัย" "เปล่าๆ ผมหมายถึง…" "แม่เจ้าเธอโผล่มาจากไหนเนี้ย" บลูส์ พึ่งรวบรวมสติคิดคำถามได้ ภูติสาวหันซ้ายขวาสำรวจสิ่งของรอบตน เธอก้มตัวลงคว้าเอาดินบนพื้นขึ้นมาหนึ่งกำมือ สาวเจ้าทำทีท่าแปลกเหมือนไม่คุ้นชินกับมัน หล่อนเอานิ้วเขี่ยดินในอุ้งมือช้าๆพินิจพิจดูรายละเอียดอะไรในเม็ดดินนั่น เธอยืนหน้าเข้าใกล้แล้วสูดดมอยู่สักพักพระเจ้าอย่าทำอย่างที่คิดเชียวนะอย่าทำมันนะ ผมรีบดึงมือเธอออกจากหน้าสวยๆทันที "อย่า!.." สาวเจ้ามองหน้าผมด้วยท่าทีขุ่นเคือง "บังอาจ!! นี่เจ้ากล้าแตะต้องตัวข้าอย่างนั้นรึ? " เธอสะบัดมือออกจากผม ทันควัน อะไรกันเล่ายัยนี่ ทีกับของแหยะแหยงที่เปื้อนเสื้อกลับไม่เห็นทำท่ารังเกียจเท่ามือเราเลย ชักจะไม่น่ารักแล้วล่ะ "อ่อนี่ถือตัวว่างั้น ได้… " ผมเอ่ย "ถ้าดินเป็นอาหารของเผ่าพันธุ์ประหลาดๆตัวเขียว ฉันก็จะไม่ขัดละนะ เชิญ!" "อะไรนะ? นี่เจ้าคิดหรือว่าข้าจะกินมัน นี่เจ้าโง่นักรึไงข้าแค่จะเป่าฝุ่นธุลีในมือข้าเท่านั้นเองเจ้าโง่ปัญญาอ่อน!!" 'ปัญญาอ่อน' เหรอเกลียดคำนี้ที่สุด ไอ้พวกชอบแกล้งที่โรงเรียนมันก็พูด ครูบางคนก็พูด ไม่ชอบเลยว่ะ การที่เราคิดแตกต่างออกไปการที่เราใช้ชีวิตไม่เหมือนพวกนั้น การที่ฉันเป็นฉันมันแปลกตรงไหนถ้าฉันโง่นักแล้วมาขอลอกการบ้านฉันทำไม ถ้าฉันปัญญาอ่อนนักจะส่งฉันไปแข่งทักษะวิทย์ยาศาสตร์เพื่ออะไร พวกผู้คนเหล่านั้นยังแยกไม่ออกเลยว่าร่องตรงมุมปากปลากระเบนไม่ใช่ตาของมัน พวกที่ แยกไม่ออกว่ามะเขือเทศเป็นผลไม้ไม่ใช่ผัก พวกที่ไม่รู้ว่าต้นไผ่เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้า พวกครูที่ไม่รู้ว่า เซอร์โจเซฟ สวอน คือคนประดิษฐ์ หลอดไฟฟ้าเป็นคนแรกไม่ใช่เอดิสัน ผมหลังให้เธอแล้วเดินหนีจากไป เธอจะเป็นใครก็ช่างแต่มาเรียกคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรกว่า 'คนปัญญาอ่อน' มันคงไม่ใช่คน ที่คิดถึงใจผู้อื่นนักหรอก หวังว่าไอ้พวกนี้โตไปจะเสียผู้เสียคนไม่ได้ดีสักอย่างเดียว "เดี๋ยวสิเจ้าน่ะยังไม่ตอบคำถามข้าเลยนะ เดี๋ยว.. " "แย่ล่ะสิ นายท่านโกรธเข้าให้แล้ว ดันไปเอ่ยคำไม่ควร" บลูส์เอ่ย "นายท่านเหรอ เจ้านั้นน่ะนะเป็นนายของเจ้า" "ขอรับเขาเป็นคนเก่ง แต่แค่คิดมากกับขี้น้อยใจ อะไรที่เป็นบุญเป็นคุณหรือใครทำร้ายเขาๆจะจำฝังใจไม่ลืม " "อย่างงั้นรึ…" หญิงสาวหยิบจี้ผลึกที่ห้อยคอติดตัวมา นัยย์ตามรกตดูเศร้าสร้อยไม่เกรียวกราจเหมือนตอนตะหวาดโตโต้ไป จี้ผลึกที่ห้อยคอสีซีดจางลงจนเหมือนเป็นแค่เศษแก้วที่ถูกรมควันจนมีคราบเขมาแปดเปื้อนอยู่ให้มัวหมอง "หึ ข้าคงต้องทนอยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะถึงเวลาสินะ" เธอกล่าวอย่างแผ่วเบา~~~~~~~~~~ "นี่แกทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ ให้อาหารหนอนทรายครบทุกคอกแล้วงั้นรึ?" ป้าเกรซพูดทักขณะที่แกเดินออกมาจากบ้านกระโจมของแก "ยังเลยครับบังเอิญมีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ตกจากฟ้าลงมาใส่ รถเข็นก่อน" ผมตอบ "ตกลงมาจากฟ้าเหรอ เป็นเด็กเป็นเล็กริหัดโกหกผู้ใหญ่นะ พวกมนุษย์ นี้.. " "ผมเปล่าโกหกนะครับป้า มันมีวงแหวนเรืองแสงลอย กลางอากาศ กว้างขนาดล้อมคนๆหนึ่งได้ แล้วอยู่ดีๆเธอก็หล่นลงมาจากวงกลมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย..." "พอๆ จะหาเรื่องอู้งานการให้ได้นะ แกนี่เอาดีด้านหลอกคนไม่ได้หรอก" ป้าเกรซตัดบท "นั้นไงป้าเกรซ ผู้หญิงคนนั้นที่ผมบอก" ผมชี้นิ้วไปทางเธอ ผู้หญิงตัวปัญหา ทำชีวิตผมที่กำลังเริ่มจะดี ตั้งแต่เจอเรื่องแปลกๆมานี่ให้วุ่นวาย อีกรอบผมรู้สึกได้ ซึ่งเจ้าหล่อนกำลังเดินมาทางนี้ พร้อมกับเจ้ามดบลูส์ที่ลากรถเข็นอาหารอันเป็นหลักฐานมาเก็บในโรงเรือนของป้า~~~~~~~~~~ "ท่านคงเป็นท่านป้าเกรซ เกรซ ที่บูบลูส์ พูดถึง" ยัยภูติเขียวหูยาว หยุดยืนตรงหน้าป้าเกรซ ท่าทางการยืนของหล่อนดูโอหังไม่ค่อยอ่อนน้อมต่อนหน้าผู้ใหญ่เลย แต่มันกลับดูขึงขังองค์อาจน่าเคารพเป็นธรรมชาติราวกับผู้สูงศักดิ์ "นี้เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใครหึ๊ม?" ป้าเกรซเริ่มหุนหันทำท่ามือเท้าสะเอว "เขาไม่สั่งไม่สอนเธอเรื่องกิริยาต่อหน้าผูหลักผู้ใหญ่เหรอ" "ขออภัยเรื่องมารยาทตัวข้ามิใช่พื้นเพคนแถวนี้" หล่อนยกมือเขียวปี๋ขึ้นแตะหน้าผากตน แล้วย่อตัวโค้งท่าถอนสายบัว อันอ่อนน้อมผิดแผกจากแรกเริ่ม "ข้ามีนามว่า 'เนฟริทิส' ตัวข้าได้เดินทางมาจากอาณาจักร ในดินแดนที่แสนไกล.. " เธอเว้นประโยคอยู่ครู่ "และเป็นเจ้าหญิง"
~~~~~~~~~~ โปรดติดตามตอนต่อไป ~~~~~~~~~~
ปล. ตอนนี้สั้นหน่อยนะครับช่วงนี้ยุ่งวุ่นวายกับงานการเหลือเกินครับ.. พยามยามเขียนทุกวันเพื่อจะได้อัพต่อเนื่องไปครับ..