ตอนที่ 9 จุมพิต
“หนิงเซียน…ช่างเป็ชื่อที่เหมาะกับท่านยิ่งนัก” เฟยอวี่เผยรอยยิ้มชื่นชมจากใจจริง แม้าแจากคมมีดยังฝากทิ้งความรู้สึกเจ็บแสบปวดร้าวเอาไว้ ชายหนุ่มยังคงรักษาความสงบสุขุมขณะจับจ้องดรุณน้อยเบื้องหน้า
นางราวกับเด็กสาวที่ขาวสะอาดปราศจากมลทิน ทว่า คู่ั์ตาแดงฉานดุจโลหิตงามหยาดล้ำแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นไร้อารมณ์ทอดมองทุกอย่างตรงหน้าประหนึ่งวัชพืช รูปลักษณ์ของเด็กสาวบริสุทธิ์น่าทะนุถนอมตัดกับนิสัยเ็ากลับกลายเป็เสน่ห์ร้ายกาจเฉพาะตัว หนิงเซียน…นางฟ้าผู้สงบเสงี่ยม
หากมองลึกลงไปในแววตาของนาง เฟยอวี่ััได้ถึงความยโสทระนงตนสุดจะเปรียบปาน เป็แววตาที่ให้ความรู้สึกหลงใหลเคลิบเคลิ้มและน่าหวาดสะพรึงในเวลาเดียวกัน ฝ่ามือเรียวงามเริ่มขยับไหว นางชี้นิ้วเนียนนุ่มมาทางเฟยอวี่ เพียงชั่วพริบตาเดียว คลื่นความเย็นหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกหมุนกรรโชกรุนแรงดุจพายุรอบกายของเฟยอวี่
“อ๊ากกกก” เสียงกรีดร้อยโหยหวนดังสะท้านทั่วทั้งผืนป่า คล้ายร่างกายของเขาอยู่ในใจกลางของพายุน้ำแข็ง ผิวเนื้อล้วนััเข้ากับความหนาวเย็นพลันชาด้าน นี่เป็พายุน้ำแข็งที่ประหลาด ชายหนุ่มตระหนักได้อย่างแจ่มชัดว่าคลื่นความเย็นที่หมุนรอบกายของเขาไม่เกินเลยที่จะเรียกว่านรกน้ำแข็ง เฟยอวี่ควรจะถูกแช่แข็งในทันที นี่ล้วนสามารถสังเกตเห็นได้จากโลหิตที่ถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ทว่า ร่างกายของเขากลับด้านชามิอาจขยับไหวได้เพียงเท่านั้น
“ส่งบัญญัติแห่งการสูญสลายมาให้เรา” สุ้มเสียงไพเราะของหนิงเซียนแทรกผ่านลมหมุนนรกน้ำแข็งก้องในโสตประสาทของชายหนุ่ม ร่างกายที่ไร้สิ้นความรู้สึกอันใดล้วนก่อร่างสร้างความหวาดกลัวขึ้นภายในจิตใจอย่างเงียบงัน เฟยอวี่ะโกลับออกไปด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “บัญญัติ! บัญญัติ!…บัญญัติอะไรของท่านมาั้แ่เมื่อครู่นี้! ข้าไม่รู้เื่!!”
คิ้วเรียวงามของหนิงเซียนขมวดชิดเป็ปมแน่น สายตาเกรี้ยวกราดมองลึกไปยังข้างในลมหมุน “ยังคิดโป้ปดต่อหน้าเรา เราััได้ถึงการคงอยู่ของบัญญัติแห่งการสูญสลายที่ตัวเ้า ถ้าเ้ามอบมันให้แก่เรา เราย่อมปราณีไว้ชีวิตที่ไร้ค่าของเ้า”
ทันใดนั้น นางควบคุมให้พายุเย็นอุณหภูมิดิ่งลงฮวบ คราวนี้เองที่เฟยอวี่ร้องโอดครวญอย่างน่าอนาถ คลื่นความหนาวเย็นเข้าจู่โจมร่างกายของเฟยอวี่กระทันหัน ปลายนิ้วของชายหนุ่มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ประติมากรรมน้ำแข็งพลันลุกลามไปส่วนอื่นในเวลาอันรวดเร็ว ั์ตาของเขาเบิกโตกว้างจับจ้องความน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นกับตนเองอย่างหวาดกลัว
เด็กสาวเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ “นี่เขาไม่คิดใช้มันเพื่อสลายพลังเย็น?” นางครุ่นคิดในใจอย่างตื่นตระหนก หนิงเซียนยกยิ้มเล็กน้อยคล้ายภูมิใจที่ไม่ตกหลุมพรางของมัน “อย่าคิดได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับเรา รีบเปิดเผยที่อยู่ของมันออกมา ถ้าเ้าไม่ใช้มัน เ้าก็จะแข็งตาย”
“เ้าพูดอะไร…ข้าไม่รู้เื่!!” เฟยอวี่ยืนหยัดจนวินาทีสุดท้ายที่ร่างกายกลายเป็น้ำแข็งกว่าเก้าในสิบส่วน ทันใดนั้นเองที่คลื่นความเย็นเคลื่อนผ่านจากบริเวณคอลุกลามขึ้นไปผ่านปาก จมูก จังหวะที่ก่อนเขาจะสิ้นสติ สายตาของเฟยอวี่จับจ้องออกไปนอกลมพายุปราศจากสิ้นความหวาดกลัว วินาทีที่เขาเฉียดใกล้ความตายประหนึ่งเข้าใจในสัจธรรม ชายหนุ่มสลัดทิ้งซึ่งความกลัวสรรพสิ่งไป…
ฟุบ…
ลมพายุน้ำแข็งนรกพลันสลายหายไปพร้อมกับน้ำแข็งที่แช่ร่างของเขา แววตาของเฟยอวี่ขยายโตกว้างด้วยความตกตะลึง เขาคิดว่าชีวิตน้อยๆนี่จะต้องถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่ซะแล้ว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของเด็กสาวกลับกลายเป็เสียงที่ดังที่สุด หนิงเซียนเดินเข้าหาเฟยอวี่ด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว สองแขนเนียนนุ่มบอบบางแกว่งไปมา ท่าทางเดินเข้าหาคล้ายอันธพาลมาท้าต่อยตี
“เ้า ยัง กล้า โป้ ปด ต่อ หน้า เรา อีก!!” หนิงเซียนเว้นจังหวะการพูดชัดถ้อยชัดคำ ถ้านางช่วยช้ากว่านี้มันคงได้ไปเยือนยมโลกพร้อมกับบัญญัติแห่งการสูญสลายแล้ว! นางรู้สึกทึ่งใอยู่มาก ชายหนุ่มตรงหน้ากลับยอมเก็บความลับไว้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
“…นี่ข้ายังไม่ตาย?!” เฟยอวี่ตกตะลึงเล็กน้อยที่สามารถหลีกพ้นขอบเหวแห่งความตายมาได้ ทันใดนั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธขึงจับจ้องเด็กสาวตรงหน้า “…นี่เ้า! เ้าเด็กฟังภาษาคนไม่รู้ความ! ข้าจะพูดดังๆชัดๆให้ได้ยิน ข้า! ไม่! เข้า! ใจ! เ้า!!”
แววตาของหนิงเซียนฉายประกายแผ่รังสีฆ่าฟัน นางสบัดฝ่ามือเบาบาง ร่างของเฟยอวี่ปลิวกระเด็นไปชนเข้ากับต้นไม้เสียงดัง บึ้ม!! แรงกระแทรกนี้เกือบทำให้ชายหนุ่มสิ้นสติอย่างแท้จริง ไม่ทราบว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่เรือนร่างของเด็กสาวหายวับไปและปรากฏขึ้นอีกครั้งต่อหน้าเฟยอวี่ ฝ่ามือเรียวงามบอบบางเคลื่อนไปมาในอากาศเชื่องช้า เื่ราวน่าอัศจรรย์ตะลึงโลกบังเกิดขึ้น าแมากมายบนร่างของเฟยอวี่พลันสลายหายเป็ปลิดทิ้ง
ความตกตะลึงลานวาดผ่านใบหน้าของเฟยอวี่ครั้งแล้วครั้งเล่า แววตาจับจ้องเด็กสาวตรงหน้าพลันร่างสั่นสะท้าน
“…นี่เ้าเป็ใครกันแน่?!!”
เฟยอวี่เรียกได้ว่าเป็เด็กที่ขยันที่สุดในเมืองธาราคราม ด้วยความขยันมั่นเพียรอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มหยิบตำราทั่วทั้งหอสมุดตระกูลซูมาหยิบอ่านจนหมดสิ้นแล้ว หนังสือเ่าั้แบ่งแยกเป็หลายแขนงย่อมมีหนังสืออ่านผ่อนคลายอารมณ์อย่างนิทานหรือตำนาน เฟยอวี่มั่นใจอย่างมากว่ากระทั่งแพทย์ที่เก่งที่สุดในทวีปัยังมิอาจกระทำได้เฉกเช่นดรุณน้อยเบื้องหน้า นางรักษาาแภายนอกและภายในได้ในชั่วพริบตาเดียว!
“ส่งมอบสมบัติ์ลำดับที่สามมาให้เราเสียดีๆ มิเช่นนั้น เราจะทำให้เ้ารู้จักกับคำว่าตกตายดีกว่ามีชีวิต คราวนี้เราเอาจริง!” ั์ตาแดงฉานดุจโลหิตทอประกายวูบหนึ่ง นอกจากรูปลักษณ์ที่ขาวบริสุทธิ์ทุกสัดส่วน ยกมีเพียงแววตาสีแดงฉานของนางเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกแตกต่าง
จิตสังหารสูงล้ำแผ่ซ่านเข้ากดดัน ต่อหน้าเด็กสาวที่ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเฟยอวี่กลับร่ำร้องเตือน …รอบนี้นางเอาจริง การจู่โจมครั้งต่อไปย่อมต้องเป็ไปตามคำกล่าวของนางจริงๆ! “ตกตายดีกว่ามีชีวิต” การที่เฟยอวี่รอดพ้นจากความเป็ความตายซึ่งอยู่ใกล้เพียงปลายเส้นผมทำให้เขาสลัดทิ้งความกลัวในสรรพสิ่ง อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มยังคงเป็มนุษย์ธรรมดา เขาย่อมมีความรู้สึก…และนั่นย่อมเป็ความรู้สึกเดียวที่เขาไม่คิดอยากัั!!
จู่ๆ…ปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กสาวกลับผิดปกติ
“อ๊า…อัก…ไอ้คำสาปที่น่ารังเกียจ…” สีหน้าของหนิงเซียนแสดงออกถึงความเ็ป เด็กสาวแหงนศีรษะมองขึ้นมาทางเฟยอวี่อย่างเชื่องช้า “…เร็วเข้า บัญญัติแห่งการสูญสลายอยู่ตรงไหน”
“ข้าไม่เข้าใจที่เ้าพูดสักคำ! บัญญัติอะไรของเ้า?!”
“…นี่เ้า…ล้อเล่นใช่ไหม” สีหน้าของหนิงเซียนบิดเบี้ยวเนื่องจากอาการเ็ป ปราณเซียนในร่างของนางถดถอยลงอย่างรวดเร็ว นอกจากความเ็ปทางกายภาพแล้ว จิตใจของนางล้วนหนักอึ้ง สิ่งที่นางฝึกฝนมาทั้งหมดกำลังเหือดหายไป
“ขะ…ขอร้อง…เ้าซ่อนบัญญัติแห่งการสูญสลายไว้ที่ไหน” ั์ตาของเด็กสาวสั่นสะท้านขณะจับจ้องเขา เฟยอวี่มองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสับสนสุดขั้ว สีหน้าเย่อหยิ่งของเด็กสาวแปรเปลี่ยนเป็รวดร้าวเจ็บแสบ จิติญญาของนางกำลังถูกกัดกิน ร่างบอบบางของหนิงเซียนร่วงหล่นลงดุจใบไม้ แววตาของชายหนุ่มขยายกว้าง เฟยอวี่ทะยานร่างโอบเอวรับร่างของเด็กสาวได้อย่างฉิวเฉียด
“จะ…เ้า” ความยโสโอหังจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าสายตาเกรี้ยวกราด ทว่า เป็แววตาที่ทั้งร้ายกาจและเ็ป ทันใดนั้นที่หนิงเซียนััได้ถึงการคงอยู่ของบัญญัติแห่งการสูญสลายในร่างกายชายหนุ่ม “ปะ…เป็ไปไม่ได้ จะ…จูบข้าที…”
หากเป็คนปกติคงอ้ำอึ้งและเอ่ยถามคำถามบางประการออกไป จูบ?! นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนแปลกหน้าสองคนจะกระทำเื่นี้กันได้โดยง่าย ถึงกระนั้น เฟยอวี่กลับจุมพิตนางอย่างไม่รีรอ ชายหนุ่มหาได้รู้ไม่ว่าเด็กสาวกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสิ่งใด แต่เื่ที่เขาถูกนางช่วยชีวิตเอาไว้ล้วนเป็ความจริงที่เที่ยงแท้ เฟยอวี่ติดบุญคุณคนย่อมชดใช้คืน!
ั์ตาของหนิงเซียนขยายกว้างเล็กน้อย นางกระจ่างแจ้งถึงคำพูดบ่ายเบี่ยงของเฟยอวี่ทันทีที่ริมฝีปากกัน เฟยอวี่ดื่มด่ำกับริมฝีปากชมพูอ่อนนุ่มนวลละอ่อนอย่างเคลิบเคลิ้มหลงใหล ต่อหน้าความงามเหนือจินตนาการของหนิงเซียน บุรุษมากมายขอเพียงปรารถนาได้เห็นมอง การจุมพิตย่อมกลายเป็สิ่งที่บุรุษมากมายเพ้อฝัน และเฟยอวี่บรรลุในสิ่งนั้นแล้ว เขายังได้ทำมันมากถึงสองครั้ง!! โดยครั้งที่สองนี้นานมากกว่าครั้งแรกหลายเท่าตัว
อาการของหนิงเซียนดีขึ้นมาทันตาเห็น สองมือของนางผลักเฟยอวี่ออก ชายหนุ่มล้วนตื่นขึ้นจากภวังค์หลงใหล ภาพแรกที่เขาได้เห็นคือสีหน้าของหนิงเซียนที่กลายเป็สีแดงระเรื่อทั่วใบหน้า เด็กสาวสุดเย่อหยิ่งเปี่ยมทระนงหลบสายตาของเฟยอวี่ที่จับจ้องอย่างขวยเขิน ขณะนี้นางดูไม่ต่างอันใดไปจากเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง…
“เ้ามองอะไร…” หนิงเซียนกล่าวขึ้น เด็กสาวยังคงไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มเบื้องหน้า
“ตอนเ้าเขินนี่…บุรุษมากมายคงยอมถวายชีวิตให้เพื่อได้เห็นสีหน้าของเ้าในตอนนี้” เฟยอวี่กล่าวตอบจากใจจริง ชายหนุ่มมิอาจละสายตาไปจากทีท่าของเด็กสาวตรงหน้า เยว่ชิงที่ขึ้นชื่อว่างามล่มเมืองยังเสียเปรียบเด็กสาวผู้นี้! ่เวลาที่นางโตขึ้นเป็ผู้ใหญ่คงไม่อาจนิยามคำใดแก่นางได้อีก “เสน่ห์ร้ายกาจปานกระชากิญญา”
“เ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ บัญญัติแห่งการสูญสลายที่เ้าพูดถึงคือสิ่งใด?” คงไม่มีคนปกติที่ไหนยอมพูดคุยดีๆด้วยกับคนที่มีเจตนาสังหารตนเองเป็แน่ เฟยอวี่นับว่าเป็ข้อยกเว้นหนึ่ง เหตุผลของเขาช่างเรียบง่าย เด็กสาวตรงหน้าช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ฉะนั้น ชายหนุ่มสามารถเมินเฉยต่อเจตนาฆ่าฟันเมื่อครู่นี้ได้ไม่ยากนัก
อากัปกิริยาของหนิงเซียนล้วนเสียความสุขุมไปโดยสิ้นเชิง ฝ่ามือน้อยๆยังััริมฝีปากเนียนนุ่มของตนเองด้วยสีหน้าขวยเขิน เป็นางเองที่มอบจุมพิตแรกให้เขาเพื่อประสานพันธะิญญา และเป็นางเองที่ขอให้เขาจุมพิตเพื่อช่วยชีวิตตัวเองไว้ เด็กสาวกระแอมเล็กน้อย ทันใดนั้น นวลหน้าดุจน้ำนมแดงระเรื่อกลับกลายเป็เรียบนิ่งสงบ นางเปิดปากกล่าวท่าทางดูเป็กันเองมากขึ้น
“สมบัติ์ลำดับที่สาม…บัญญัติแห่งการสูญสลาย ความสามารถสุดน่าสะพรึงของมันคือทำให้สรรพสิ่งสลายหายไปโดยไม่สนกฎเกณฑ์ ไม่มีพลังอำนาจใดบนโลกสามารถต่อต้านการลบล้างของบัญญัติแห่งการสูญสลายได้ เว้นแต่ว่า…สิ่งนั้นมีความสามารถอยู่ในระดับสมบัติ์เช่นกัน”
บัญญัติแห่งการสูญสลาย? สมบัติ์? สลายสรรพสิ่ง?
“…เฮ้! ถ้าข้าสิ่งที่เ้าพูดจริง ข้าคงไม่ถูกผู้คนทั้งเมืองตราหน้าว่าเป็ขยะแน่ๆ” เฟยอวี่ผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากรังสีฆ่าฟันที่หายไป และท่าทางของนางซึ่งสงบเสงี่ยมขึ้น ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าตอนที่เด็กสาวแผ่จิตสังหารออกมาอีกแล้ว
“หือ?” หนิงเซียนเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ นี่เขาไม่ทราบเื่นี้เลยจริงๆหรือ?…เป็ขยะ? “เ้าเข้าใจผิดแล้ว บัญญัติแห่งการสูญสลายอยู่กับเ้าจริงๆ ทว่า มันได้ผสานหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายเ้าเสียแล้ว ไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่าเ้าคือบัญญัติแห่งการสูญสลายเคลื่อนที่”
“หลอมรวมกับร่างกายข้า?!” เฟยอวี่ตกตะลึงพรึงเพริด ถ้าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสุดขั้วนั่นหลอมรวมกับร่างกายของเขาเข้าจริงๆ นี่ไม่ใช่ว่าเขาจะตายตอนไหนก็ได้งั้นหรือ? …ตายโดยไม่รู้สึกตัว …สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เราตอบคำถามเ้าแล้ว ถึงคราวที่เ้าต้องตอบคำถามของเราบ้าง” สายตาของหนิงเซียนแปรเปลี่ยนเป็คมกล้าประดุจเพชร นางร่ายคำถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นซึ่งไม่สมควรเป็น้ำเสียงของเด็กสาวคนหนึ่ง “เ้า้ากลายเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกนี้หรือไม่?”
คำถามของหนิงเซียนนั้นเรียบง่ายอย่างมาก แต่สำหรับเฟยอวี่ เขาราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่ ชายหนุ่มไม่รีรอพลันผงกศีรษะอย่างถี่ระรัว หนิงเซียนยกยิ้มขึ้น “เ้าต้องรับปากเงื่อนไขเราสามข้อ”
ในความกระหายอยากที่จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งของเฟยอวี่เหนือคณาล้น ชายหนุ่มตอบรับทันทีทันใด “ได้”
“ประการแรก…เ้าต้องสร้างร่างเนื้อให้แก่เรา ประการสอง…เ้าต้องช่วยเราตามหาพี่สาว ประการสาม…ก้มกราบเราในฐานะอาจารย์” หนิงเซียนเอ่ยพูดด้วยสีหน้านิ่งสงบ
เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น เงื่อนไขของนางหลายข้อล้วนคลุมเครือจนเกินไป …สร้างร่างเนื้อ? …พี่สาว? ชายหนุ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจประการสามมากที่สุด ก้มกราบเด็กคนหนึ่งนับถือเป็อาจารย์ นี่นางล้อเล่นใช่หรือไม่? ข้าถูกเยว่ชิงรักษาเกียรติของบุรุษในฐานะสามีที่บกพร่อง นี่ข้าต้องสูญเสียเกียรติของบุรุษเพื่อก้มกราบกรานเด็กสาวผู้หนึ่งอีกงั้นหรือ?
“เ้าอายุเท่าไหร่?” เฟยอวี่เอ่ยถามออกไป
หนิงเซียนประสานสายตากับเฟยอวี่เงียบงัน ท่าทางของนางคล้ายกำลังลำบากใจบางอย่าง “ตามหลักกายวิภาคตอนนี้เราสมควรมีอายุสิบสามปี แต่ถ้าวัดกันที่ดำรงอยู่มานานแค่ไหนแล้ว เราคงต้องบอกว่าหนึ่งพันปี”
“…นี่ล้วนเป็ความจริง?” สีหน้าของเฟยอวี่กลับกลายเป็ตกตะลึงงัน ด้วยอุปนิสัยการตัดสินใจและการใช้คำพูดของนาง เขาคาดเดาไปว่าคงเป็ยายเฒ่าอายุร้อยปี ความจริงกลับมากกว่านั้นถึงสิบเท่าตัว! นางอายุหนึ่งพันปี! ทว่า นี่ย่อมขัดแย้งกันกับร่างกายที่นางเป็อยู่ นางราวกับเด็กสาวไร้เดียงสาคนหนึ่งเท่านั้น
“เหตุอันใดที่เราต้องโป้ปดเ้า?”