ได้ยินเสียงอุทานของสหาย เจี่ยอี้หันไปมองยังด้านหลังของตัวเองในทันที แน่นอนสิ่งที่เขาเห็นคือรองคณบดีฟางหลินในชุดของอาจารย์สถาบันฟ้ากระจ่างกำลังยืนกอดอกจับจ้องมาที่เขาด้วยใบหน้าที่ดูจริงจัง
"ข้าจะไปไหนมาไหนจำเป็นต้องรายงานท่านด้วยหรือ รองคณบดีฟางอย่าลืมสิว่าแม้ข้าจะเป็นอาจารย์ในสถาบันฟ้ากระจ่าง แต่ข้าก็ยังมีอิสระอยากจะทำอะไรก็ได้"
คำกล่าวของเจี่ยอี้ ทำให้จางหลินถึงกับคิ้วกระตุกในทันใด ผู้ชายคนนี้นับวันยิ่งปากร้ายเข้าไปทุกที
"หึ! ข้าก็แค่ถามดูในฐานะที่เป็นอาจารย์ในสถานบันฟ้ากระจ่างเหมือนกันก็เท่านั้น ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร"กล่าวจบเธอก็หันหลังและเดินจากไป
เมื่อฟางหลินหายลับจากสายตาชายร่างกำยำที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็หันกลับมามองเจี่ยอี้ด้วยความประหลาดใจ
"เห้อ ข้าล่ะไม่เข้าใจเจ้าเลยจริงๆ ในอดีตเจ้าดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ครองคู่กับฟางหลิน ไฉนตอนนี้จึงได้กลายเป็นลิ้นกับฟันไปได้"
"หึ! เรื่องของข้าบางเรื่องมันก็ซับซ้อนเกินไป ดังนั้นเจ้าไม่รู้เลยจะดีซะกว่า" ว่าแล้วเจี่ยอี้ก็ยกสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง ส่วนทางด้านสหายร่างกำยำก็พลันส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย
"ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นข้าก็จะไม่ถามอะไรให้มากความ"
ตัดกลับมายังทางด้านไป๋ฉี หลังจากที่เขานั่งสมาธิมานานในที่สุดก็ได้ลืมตาขึ้นเสียทีพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
"ช่างมหัศจรรย์จริงๆอัตราการฟื้นฟูพลังของข้ารวดเร็วจนหน้าหวาดกลัว" ว่าแล้วไป๋ฉีก็ทำลายหินหน้าถ้ำแล้วบินออกไปด้านนอกทันที
ระหว่างที่บินอยู่นั้น ชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะศึกษาภารกิจทั้งหนึ่งร้อยอย่างที่อาจารย์รับมาให้ เพราะถ้ามันเป็นภารกิจที่ทำได้ในตอนนี้ ไป๋ฉีก็จะทำมันเสียเลยจะได้ไม่ค้างคา
"เห้อโชคดีที่อาจารย์ยังเมตตา เอาแต่ภารกิจง่ายๆมาให้"
หลังจากได้อ่านข้อมูลภารกิจทั้งหมดไป๋ฉีก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มพุ่งทะยานร่างไปตามต้นไม้ใหญ่ เขาพบกับสมุนไพรที่ล้ำค่ามากมายและเก็บมันเข้ามิติเก็บของไร้ขอบเขตของตัวเองในทันที และเป็นที่แน่นอนว่าเขาเจอสมุนไพรในภารกิจด้วยเช่นเดียวกัน
"บูมม!!"
ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังจะเก็บสมุนไพรต้นสุดท้ายเสียงระเบิดครั้งใหญ่ก็ดังขึ้นมาทำให้ไป๋ฉีต้องหันหน้ามองไปยังจุดนั้นด้วยความสงสัย จากนั้นเขตแดนไม่เหล็กไฟฟ้าของไป๋ฉีก็ถูกใช้งานและแผ่ขยายออกไปเพื่อตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน
ทว่าหลังจากที่มาถึงไป๋ฉีถึงกับต้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ เพราะในเวลานี้กำลังเกิดการปะทะระหว่างนักสู้สองฝ่ายซึ่งมันเต็มไปด้วยความดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง
"พี่ชายไป๋หมิงเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร"ชายหนุ่มอุทานอย่างช่วยไม่ได้
ใช่! หนึ่งในกลุ่มคนที่ปะทะกันนั้นคือไป๋หมิงอย่างแน่นอนเพราะไป๋ฉีจำชุดเกราะอันโดดเด่นและขวานขนาดใหญ่ของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ
เมื่อเห็นเช่นนั้นไป๋ฉียังไม่คิดจะยื่นเมื่อเขาช่วยเหลือและสังเกตุการณ์ต่อไป หลังจากที่ปะทะกันอยู่นั้นก็เป็นอีกฝ่ายที่เพลี้ยงพล้ำให้กับพวกไป๋หมิงและพากันถอยร่นออกไป
"แห๊กๆ เจ้าพวกมนุษย์เรื่องในวันนี้ข้าจะจดจำเอาไว้ พวกถอย!"
สิ้นเสียงนั้น ร่างกายของฝ่ายตรงข้ามก็พลันกลายเป็นเส้นแสงหายไป ทำให้บริเวณนี้เหลือเพียงไป๋หมิงและสมาชิกกลุ่มของเขาอีกสามคน
ไป๋ฉีที่เฝ้าสังเกตุการณ์อยู่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมา ในเวลานี้ไป๋หมิงนับว่าแข็งแกร่งว่าตอนประลองกับเขามาก แถมสมาชิกอีกสามคนก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา และหนึ่งคนในนั้นยังเป็นถึงระดับราชาดวงดาวขั้นสูง หรือก็คือเป็นระดับสูงสุดแล้วของนักสู้ที่เข้ามายังดินแดนโบราณแห่งนี้
"นี่เจ้าหนู จะแอบดูไปถึงไหนกัน"ขณะที่ไป๋ฉีกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา ทำให้ไป๋ฉีถึงกับสะดุ้งเฮือก ก่อนที่จะตัดสินใจพุ่งออกมาจากที่ซ่อนของตัวเองไป
"ขอโทษที่เสียมารยาท ข้าผ่านมาทางนี้พอดีไม่ได้มีเจตนาจะแอบดูพวกท่าน"ไป๋ฉีกล่าวอธิบาย ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้ไป๋หมิงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเขาจำชุดเกราะพันธุกรรมที่ไป๋ฉีสวมใส่ได้ดี
"น้องชายเป็นเจ้า!"ไป๋หมิงเปิดชุดเกราะส่วนหัวแล้วอุทานขึ้นมา
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ปลดชุดเกราะส่วนหัวออกมาเช่นเดียวกัน จากนั้นก็ยกยิ้มให้กับไป๋หมิงแล้วกล่าวตอบว่า "เป็นข้าเองพี่ชาย"
ได้ยินเสียงของไป๋ฉี ไป๋หมิงเผยรอยยิ้มออกมาและพุ่งเข้าไปกอดน้องชายของตัวเองด้วยความอารมณ์ดี ปล่อยให้สมาชิกกลุ่มอีกสามคนพากันงุนงงสงสัย
"ฮ่าๆๆ น้องชายไม่เคยเลยว่าจะพบเจ้าเร็วขนาดนี้ แล้วนี่เจ้ามาได้อย่างไร กลุ่มของเจ้าอยู่ที่ไหนกัน"ไป๋หมิงกล่าวถามและมองซ้ายมองขวาเพื่อหากลุ่มของไป๋ฉี
"พี่ชายไม่ต้องหาหรอกขอรับ ข้ามาที่นี่ตัวคนเดียว อาจารย์ของข้าให้ข้าเข้ามาฝึกฝนที่นี่"ไป๋ฉีกล่าวตอบไปตามตรงโดยไม่ปิดบังแต่อย่างใด
"หืม! เข้ามาฝึกคนเดียว อาจารย์ของเจ้าบ้าไปแล้วหรือไง สถานที่แห่งนี้อันตรายมากแม้แต่ระดับราชาดวงดาวก็อาจจะตายได้หากไม่ระวัง เห็นๆอยู่ว่าเจ้าเป็นเพียงระดับจ้าวพิภพขั้นที่สามเท่านั้น น้องชาย! เจ้าใจกล้าเกินไปจริงๆ" แม้ไป๋หมิงจะรู้ว่าไป๋ฉีเก่งมากก็ตามที แต่การที่น้องชายของเขาบ้าบิ่นขนาดนี้ก็ทำให้เขาอดบ่นไม่ได้
"หุหุ พี่ชายข้าไม่เป็นไร ว่าแต่ท่านควรกลับเข้ากลุ่มก่อนดีไหม ดูเหมือนทั้งสามคนนั้นจะสงสัยความสัมพันธุ์ของพวกเราแล้วในตอนนี้"ไป๋ฉีหันมองไปยังร่างในชุดเกราะทั้งสามที่ยืนอยู่ด้านหลังของไป๋หมิงแล้วกล่าวกระซิบ
ไป๋หมิงหัวเราะ "อ่อ สามนั้นน่ะหรือ ไม่ใช่คนอื่นคนไกล มาๆเดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะแนะนำให้เจ้าได้รู้จัก"
ว่าแล้วไป๋หมิงก็ดึงมือน้องชายบินไปหาสมาชิกอีกสามคนโดยไม่รอช้า จากนั้นก็เริ่มแนะนำไป๋ฉีให้ทั้งสามคนได้รู้จักในทันที
"ท่านพี่ นี่คือน้องชายไป๋ฉีที่พวกท่านอยากเจอไงขอรับ"สิ้นเสียงของไป๋หมิง เป็นไป๋ฉีที่ดวงตาเบิกกว้างขึ้นมา เขาพอจะคาดเดาได้แล้วว่าทั้งสามคนนี้เป็นใคร
"ไป๋ฉีคาราวะ ท่านพี่ไป๋ฮ่าวเอ่อร์ ท่านพี่ไป๋หยุนเอ่อร์ ท่านพี่ไป๋ยี่"