คืนนี้ลมพัดเอื่อย ๆ กลิ่นหญ้าแห้งและกลิ่นดินหลังฝนตกยังลอยอยู่ในอากาศ คุณอ้อนออกมานั่งเล่นอยู่เงียบ ๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมกริบของเชิดกำลังเฝ้ามองอยู่ เชิดย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟนีออนจนร่างอ้อนถูกกลืนเข้าไปในเงา เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็เขาก็ยิ้มบาง ๆ
“พี่เชิด…ใหมดเลย” อ้อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ทำไมต้องใ…ก็เห็นว่าอยู่คนเดียว กลัวใครมาทำอะไรเอา” เชิดพูดเสียงเบา พร้อมโน้มให้ใบหน้าไปแนบอยู่ข้างหูคุณอ้อน น้ำเสียงทุ้มต่ำก้องอยู่ในหู ร่างของอ้อนสั่นเล็กน้อยเมื่อเชิดเข้าใกล้จนได้กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นกายอุ่น ๆ ของชายหนุ่ม
เชิดนั่งลงข้าง ๆ มือของเขาแตะกับมืออ้อนโดยไม่ตั้งใจ ความอุ่นและความหยาบกร้านแทรกเข้ามาจนเด็กสาวชะงัก ใบหน้าสีแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เชิดสบตาเธอ ดวงตาคมนั้นเหมือนดึงดูดทุกลมหายใจของอ้อน
“คุณอ้อน…โตขึ้นเยอะเลยนะครับ จากที่ผมเห็นหลายปีก่อน” เชิดพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
คำพูดแ่เบา แต่กลับทำให้หัวใจเด็กสาวเต้นแรงราวจะทะลุอก บรรยากาศรอบตัวนิ่งเงียบลงจนเหลือเพียงเสียงหัวใจทั้งสองคน เชิดกระเถิบตัวเข้ามาใกล้อีก มือหยาบยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หล่นมาปรกแก้มของเธอ แววตาของอ้อนหลบเลี่ยง แต่ร่างกายกลับยืนนิ่ง ไม่ถอยหนี โลกทั้งใบของอ้อนเหมือนหมุนช้าลง เชิดโน้มตัวลงมาใกล้ ริมฝีปากหยุดห่างเพียงคืบ อ้อนเม้มปากแน่น รู้สึกถึงความร้อนแรงที่กำลังจะกลืนกินสติ
“พี่เชิด…อย่า…” เธอพึมพำเสียงเบา แต่แววตากลับไม่ได้ผลักไส
เชิดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเ็าที่แฝงด้วยความแน่วแน่—นี่คือก้าวแรกที่เขาจะทำให้ “ลูกสาวกำนัน” ไม่อาจย้อนกลับไปเป็เด็กสาวใสซื่อได้อีก ริมฝีปากของเขาประกบลงช้า ๆ เป็การจูบที่ไม่ใช่แค่การแตะต้อง แต่คือการ “” อ้อนเบิกตากว้าง ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง ปล่อยให้ความร้อนแรงของอารมณ์และลิ้นอุ่นพาเธอข้ามเส้นที่ไม่เคยพบเจอ เพียงรสจูบและการััเพียงเล็กน้อยสำหรับเด็กสาวไร้เดียงสาก็มากเกินพอ เชิดรำพึงในใจ
เวลาหยุดนิ่งในค่ำคืนนั้น…เชิดได้ทิ้ง “ตราประทับแรก” ไว้ในหัวใจและร่างกายของคุณอ้อน ลูกสาวกำนันเก่งและนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของบาปที่กำลังจะบานปลาย ไอ้กำนัน...เชิดคิด