ในห้องนอน
ใบหลิวเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง ภายในห้องเงียบสนิท หญิงสาวก้มมองซองเอกสารในมืออยู่ครู่หนึ่งก่อนค่อย ๆ ดึงกระดาษด้านในออกมา
ชื่อของเธอปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษอย่างชัดเจน--- ต่ำลงมามีข้อความแสดงความยินดีที่ได้รับทุนเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เธอใฝ่ฝัน
ความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาก็ไม่สูญเปล่า ร่างเล็กอดนึกย้อนไปถึง่เวลาที่ต้องนั่งอ่านหนังสือจนดึก หลายวันที่ต้องสละเวลาพักผ่อนเพื่อทำกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มโอกาสได้ทุน รวมถึงการเตรียมตัวสัมภาษณ์ที่ทำเอาเธอเครียดจนนอนไม่หลับอยู่หลายคืน
ทุกอย่างล้วนเป็เธอที่ต่อสู้ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ทำมันสำเร็จจนได้
จากผู้สมัครจำนวนมาก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับเลือก และเธอก็คือหนึ่งในนั้น
ใบหลิวมองชื่อตัวเองแล้วคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
ตอนที่รู้ผลเธอดีใจมาก ดีใจจนอยากกลับบ้านมาแบ่งปัน่เวลาดี ๆ นี้กับคนเป็แม่ เธออยากเห็นสีหน้าภาคภูมิใจของท่าน อยากได้ยินคำชมเพียงแค่สักคำก็ยังดี แต่เื่สำคัญในชีวิตของเธอกลับสู้การสอบเข้าปอหนึ่งของน้องชายไม่ได้ด้วยซ้ำ
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกแล้วเก็บกระดาษกลับลงไปในซองอย่างทะนุถนอม อย่างน้อยในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ก็จะมีคนคนหนึ่งร่วมดีใจไปความสำเร็จของเธออย่างแน่นอน
เมื่อไหร่ป๊าจะกลับมาสักทีคะ
...
สี่ทุ่ม
เรวัตกลับบ้านมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าสุดขีด การประชุมที่ยืดเยื้อมาั้แ่่บ่ายทำเอาสมองเขาแทบไม่ได้หยุดพักเลย
หนุ่มใหญ่ปลดเนกไทแล้วถอนหายใจยาวขณะเดินเข้ามาในบ้าน ความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบตัวบ่งบอกว่าทุกคนน่าจะเข้านอนกันหมดแล้ว ตอนนี้เขาอยากแช่น้ำอุ่นแล้วล้มตัวนอนพักชะมัด
ทว่าในจังหวะที่กำลังเดินขึ้นบันได สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟที่ลอดออกมาจากประตูห้องนอนของลูกเลี้ยงสาวเข้า
คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เธอยังไม่นอนอีกเหรอ
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนทิศทางและเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องนั้นแทน
“ป๊า... ทำอะไรหน้าห้องพี่หลิวค้าบ”
ร่างหนาสะดุ้งเฮือก แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดก็หันกลับไปมองลูกชายตัวน้อยที่น่าจะตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำด้วยอารมณ์สงบ
“ลูกเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ”
เด็กชายพยักหน้า สีหน้ายังงัวเงียไม่น้อย เรวัตเห็นอย่างนั้นก็ตัดสินใจพาเขาเข้านอนก่อน ร่างหนาเดินเข้าไปจูงมือเล็กแล้วเอ่ยชวน “ไปครับ เดี๋ยวป๊าไปส่งเข้านอน”
“ค้าบ” ต้น รับคำอย่างว่าง่าย เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าคำถามของตัวเองไม่ได้รับคำตอบ
ไม่ถึงห้านาทีหลังจากนั้นเรวัตก็กลับออกมาจากห้องนอนของลูกชาย แต่ไฟในห้องของใบหลิวถูกดับไปแล้ว เขาชะงักฝีเท้า มองบานประตูนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความลังเลผุดขึ้นมาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วตัดสินใจกลับห้องตัวเองเพื่อพักผ่อนแทน
เตียงคิงไซซ์ที่กว้างเกินกว่าจะนอนคนเดียวยังคงมีเพียงเขาที่ได้มัน
มือหนาลูบลงบนผ้าปูที่นอนเย็นเฉียบ เครื่องนอนชั้นดี เตียงหนานุ่มช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากวันอันแสนวุ่นวายได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่สามารถเติมเต็มหัวใจอันว่างเปล่าของเขาได้
เรวัตหลับตาลงช้า ๆ พรุ่งนี้เป็วันหยุดเขาจะได้พักสักที
...
เช้าวันเสาร์ ทันทีที่แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง ใบหลิวก็ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
เก้าโมงยี่สิบเจ็ดนาที
หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินงัวเงียลงไปชั้นล่างโดยไม่ลืมถือซองเอกสารสำคัญของตัวเองติดมือไปด้วย ครั้งนี้เธอไม่มีความคิดจะบอกคนเป็แม่อีกแล้ว เรวัต--- พ่อเลี้ยงของเธอต่างหากที่ใบหลิว้าบอกข่าวดีให้เขาได้รับรู้
บ้านทั้งหลังเงียบสนิท ใบหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเดินเข้าไปในครัว บนโต๊ะอาหารมีเพียงจานอาหารเช้าถูกครอบเอาไว้พร้อมกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก
แม่กับป๊าพาน้องไปดูโรงเรียน
แค่นั้น... ร่างเล็กยืนมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาจากมัน จริง ๆ แล้วเธอก็ไม่ได้อยากไปดูโรงเรียนของเด็กประถมหรอก แต่การถูกทิ้งเอาไว้กับการเลือกไม่ไปเองนั้นให้ความรู้สึกต่างกันมาก
หญิงสาวนั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้วเริ่มลงมือกินอาหารเช้าเย็นชืดที่ใครสักคนเตรียมเอาไว้ให้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ กินเสร็จก็นั่งเหม่ออยู่ตรงนั้นต่ออีกพักใหญ่อย่างคนไม่มีอะไรทำ กระทั่งสายตาเหลือบไปมองเอกสารที่วางอยู่ข้าง ๆ รอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเรียวกดเลื่อนหารายชื่อของเขา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วกดโทรออก เสียงสัญญาณดังไม่กี่ครั้งปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็ว
“หนู ว่าไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ไม่รู้ทำไมแค่ได้ยินเสียงของเขา ใบหลิวก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
“ป๊าอยู่ไหนคะ”
“กำลังดูอาคารเรียนครับ หนูมีอะไรรึเปล่า” มีเสียงคนพูดคุยแว่วมาจากด้านหลัง “กินข้าวรึยัง ป๊าเตรียมเอาไว้ให้ น่าจะเย็นไปแล้วหนูอย่าลืมอุ่นก่อนด้วยนะ”
“กินไปแล้วค่ะ เย็นแต่ก็อร่อย”
“น่าจะอุ่นก่อนสักนิดนะ” เสียงบ่นของเรวัตฟังดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย “ถ้ากินตอนอุ่น ๆ น่าจะอร่อยกว่า”
หญิงสาวเผลอยิ้มออกมา “ป๊าคะ”
“หืม?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” จริง ๆ เธอก็แค่เหงาเพราะโดนทิ้งเอาไว้ข้างหลังคนเดียว แต่พอถึงเวลากลับไม่รู้จะพูดออกไปอย่างไร
“โกหกแน่ ๆ”
“ป๊ารู้ทันตลอดเลย”
“ตกลงว่ามีอะไรบอกป๊าได้รึเปล่า หรือว่าเกิดเื่อะไรขึ้น” คำถามง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำเอาดวงตาของใบหลิวร้อนผ่าวขึ้นมา ั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวนี่แหละที่ถามเธอแบบนี้
“เปล่าค่ะ หนูแค่มีข่าวดีจะบอก ป๊าจะกลับกี่โมงคะ” น้ำเสียงหม่น ๆ ไม่เข้ากับที่บอกว่ามีข่าวดีทำให้เรวัตชะงัก เขาหันไปมองลูกชายกับภรรยาทันที
“ป๊าไม่แน่ใจเลย หนูอยากออกมาเจอกันข้างนอกรึเปล่า”
ใบหลิวปฏิเสธทันที... ให้ออกไปเจอพวกเขาตอนกำลังตื่นเต้นเื่โรงเรียนของน้องเพื่อบอกข่าวดีของตัวเองงั้นเหรอ เธอไม่เอาด้วยหรอกสงสารน้อง วันดี ๆ ของเธอยังไม่อยากให้ใครมาแย่งไปเลย
“หนูไม่อยากไป”
“แต่ป๊าอยากเจอหนูนะ” ใบหลิวฟังความหมายในประโยคสั้น ๆ นั้นออกจึงแกล้งถามออกไป
“แล้วป๊าอยากเจอหนูทำไมเหรอคะ”
“ก็แล้วใครบอกจะไม่ทิ้งป๊า” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแฝงความออดอ้อนที่ฟังยังไงก็ไม่เข้ากับตัวถูกเขานำมาใช้กับเธออย่างง่ายดาย “เขาไม่รักษาสัญญาเลย”
“หนูขอโทษค่ะ ่นี้ยุ่งมากเลย” ใบหลิวออดอ้อนเสียงหวาน จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็ฝ่ายฟันเขาแล้วทิ้งยังไงก็ไม่รู้