บทที่ 7 ปวงชนล้วนล่วงรู้
ฮูหยินว่านหยิบกระดาษตรงหน้าขึ้นมา ก่อนจะฉีกทิ้งทันที ทั่วร่างสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “อนุก็เป็เพียงอนุ ลูกสาวของนางเกิดมาย่อมไร้ค่า”
ซูซีหัวตบหน้านางอย่างรุนแรง สาวใช้สกุลว่านเริ่มขยับเข้ามาแต่กลับถูกบ่าวของซูซีหัวขวางไว้ทันที
หลังเกิดการปะทะกันเล็กน้อยสาวใช้สกุลว่านก็นอนกระจัดกระจายบนพื้นร้องครวญครางด้วยความเ็ป
ซูซีหัวหัวเราะ สะบัดข้อมือถอยห่างออกไปหลายก้าว กล่าวอย่างสงบ “ลูกของอนุภรรยาก็ยังดีกว่าลูกของภรรยาเอกที่ขี้เหร่มิใช่หรือ ว่านฮูหยิน วันเกิดแปดอักษรของบุตรชายท่านยังอยู่ในมือข้านะ”
การกำหนดคู่ครองจำเป็ต้องใช้วันเกิดแปดอักษร ช่างน่าสนใจจริง ๆ เป็ดั่งเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน
ฮูหยินว่านยืนนิ่งอยู่กับที่ ครู่ใหญ่จึงค่อยได้สติ “เ้า เ้า… เ้าจะทำอะไร”
“ก็ไม่ได้้าทำอะไร เพียงคิดว่าวันเกิดแปดอักษรของคุณชายสามสกุลว่านเหมาะจะติดไว้ที่…”
ซูซีหัวลูบคางตนเอง พลันหันไปถามสาวใช้ “พวกเ้าคิดว่าคนพลุกพล่านที่ใด?”
ลี่จือตอบเป็คนแรก “บ่าวคิดว่าตลาดสดน่าจะไม่เลวนะเ้าค่ะ”
อิงเถาพูดต่อทันที “ตลาดสดที่ปะาชีวิตนะนั่น”
“ตลาด… ตลาดสด” เสียงฮูหยินว่านสูงขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยว “พวกเ้า พวกเ้า…”
ซูซีหัวผินสายตาไปยังฮูหยินว่านราวกับถูกรัดคอจนมิอาจร้องเรียกได้อีก
“เ้า เ้าห้ามติดมันไว้ที่นั่น!”
ตลาดสดเป็สถานที่สำหรับนักโทษปะา วันเกิดแปดอักษรของบุตรชายนางไม่อาจติดไว้ที่นั่น
ซูซีหัวขยับข้อมือ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “คงต้องดูการกระทำของฮูหยินว่านแล้วกระมัง ข้าเป็เพียงบุตรสาวที่อนุภรรยาให้กำเนิด ถูกถอนการหมั้นหมายจนไร้ชื่อเสียง ไม่มีอะไรจะสูญเสียอีกแล้ว การดึงบุตรชายของสกุลว่านลงมาด้วย ข้ายังได้กำไรเสียอีก"
พูดถึงตรงนี้นางก็หยุดชั่วขณะ แล้วเสริมว่า "มิเพียงบุตรชายของท่านเท่านั้น แต่รวมถึงสกุลว่านด้วย”
ใบหน้าของฮูหยินว่านบิดเบี้ยวอีกครา ยิ่งซูซีหัวพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ฮูหยินว่านก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว พลางคิดในใจ หากใครกล้าเหยียบย่ำนางในยามที่ตกต่ำ นางก็จะทำให้คนนั้นต้องตายไป
ซูซีหัวเห็นฮูหยินว่านเผยความหวาดหวั่น ความคิดของนางหมุนเวียนไปมา จนนางตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
“เชิญนั่งก่อนเถิด ยืนพูดคุยกันมันเหนื่อยนัก เราค่อย ๆ หารือกัน ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ออกไปก่อนเถิด”
ภายใต้การข่มขู่ด้วยวันเกิดแปดอักษร ซูซีหัวเอ่ยสิ่งใด ฮูหยินว่านย่อมทำตามทุกอย่าง ไม่นานนัก ในห้องโถงก็เหลือเพียงนางและคนที่ซูซีหัวพามาเท่านั้น
“ข้าจะไม่พูดมาก” ซูซีหัวเปิดปาก “ข้า้าวันเกิดแปดอักษรของข้ากลับคืนมา”
ฮูหยินว่านอ้าปากค้าง ลุกขึ้นยืนต่อหน้าซูซีหัว “มานี่ ไปเอากล่องในห้องข้ามา”
กล่องอีกแล้วหรือ? ซูซีหัวใคร่สงสัย คนที่นี่ชอบเอาของใส่กล่องทั้งนั้นหรือไร?
แผ่นกระดาษวันเกิดแปดอักษรถูกส่งมาให้ซูซีหัว หลังตรวจสอบแล้วไม่มีข้อผิดพลาด นางจึงชี้ไปที่กล่องสองใบบนพื้น “นั่นคือสินสอดของสกุลว่าน วันนี้เราแลกเปลี่ยนคืนกัน เราสองสกุลก็จะไม่มีสัมพันธ์กันอีกต่อไป”
ฮูหยินว่านกัดฟันพูด “ไม่มีปัญหา”
“เื่การถอนหมั้น เป็ข้าที่เริ่มก่อน เข้าใจหรือไม่”
“...เข้าใจแล้ว”
ซูซีหัวจ้องฮูหยินว่านเนิ่นนาน ก่อนจะหยิบวันเกิดแปดอักษรของว่านเจิ้นเหยียนออกมาวางบนโต๊ะ “เราไปกันเถิด”
“เ้าค่ะ”
กลุ่มคนเดินออกจากจวนสกุลว่านอย่างองอาจ ซูซีหัวพินิจกระดาษในมือ “ลี่จือ เผาทิ้งเสีย”
สิ่งที่ผ่านมือสกุลว่านมาแล้ว นางไม่อยากเก็บไว้
ลี่จือเดินเข้ามารับ “เ้าค่ะ”
กลับมายังจวน ซูซีหัวสั่งให้อิงเถาไปแพร่ข่าว โดยเน้นที่สาเหตุการถอนหมั้น
“ต้องเน้นว่าข้าถอนหมั้นเพื่อไม่ให้เป็ภาระ”
อิงเถาพยักหน้า แล้วรีบวิ่งจากไป
เมื่อเื่นี้จบลง ซูซีหัวล้มนอนบนเตียง ไม่คิดจะขยับตัวสักพักใหญ่
วันรุ่งขึ้น ข่าวการถอนหมั้นของสกุลซูและสกุลว่านแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง คำวิจารณ์ต่าง ๆ พลุ่งพล่านทันที
ฮูหยินใหญ่ไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้ยินมาจากปากฮูหยินผู้เฒ่าก็รีบเรียกซูซีหัวเข้าไปในห้อง
“เ้าจัดการเื่นี้เองหรือ”
ซูซีหัวยิ้มอย่างสุภาพ “ฮูหยินใหญ่ไม่ต้องกังวล ข้าตั้งใจให้เป็เช่นนี้”
“ตั้งใจให้เป็ช่นนี้…?” ฮูหยินใหญ่ขมวดคิ้ว ใจเต็มไปด้วยความวิตก “เ้ารู้หรือไม่ว่าพูดแบบนี้ ชื่อเสียงของเ้าก็พังลงแล้ว”
“ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของนางพังเท่านั้น!”
เสียงบุรุษดังมาจากนอกห้อง ท่ามกลางสายตาของซูซีหัว ชายวัยกลางคนผู้สวมเสื้อนักปราชญ์พุ่งเข้ามาในห้อง พูดด้วยความโกรธ “ลูกสาวคนอื่นของสกุลซูก็ถูกนางทำให้เสียหายไปด้วย”
ซูซีหัวเลิกคิ้วขึ้น “คำพูดของลุงรองผิดแล้ว การถอนหมั้นเป็เื่ของข้า จะไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องคนอื่น ๆ ได้อย่างไร”
ผู้มาถึงคือท่านผู้เฒ่าคนที่สองของสกุลซู ซูชิ่งเฉิง
“เื่ของเ้า?” ซูชิ่งเฉิงโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ นิ้วหนึ่งกำลังจะจิ้มที่คอของซูซีหัว “หากเ้ายังไม่ได้แต่งงาน เ้าก็ยังเป็คนของสกุลซู ชื่อเสียงย่อมเกี่ยวข้องกับสกุลซู”
เขาะโเสียงดัง ซูซีหัวพยายามพูดหลายครั้งแต่กลับถูกขัดจังหวะ ฮูหยินใหญ่มองด้วยสายตาไม่พอใจ
“พอแล้ว!”
ซูชิ่งเฉิงเบิกตากว้าง “พอแล้วงั้นหรือ? ข้ากล่าวผิดหรือไร?”
ฮูหยินใหญ่เอ่ย “อารอง พูดเช่นนั้นได้อย่างไร? หากสกุลว่าน้าถอนหมั้น แล้วสกุลซูจะต้องจ่ายค่าปรับหรือ?”
“แท้จริงแล้วก็เป็เพียงสตรีที่ขาดวิสัยทัศน์”
เสียงบุรุษอีกคนดังแทรกเข้ามา ฮูหยินใหญ่เปลี่ยนสีหน้า “อาสาม พวกท่านมาด้วยกันหรือ?”
ซูชิ่งฮุยเดินเข้ามา คารวะด้วยท่าทางสุภาพ “พี่สะใภ้ ข้ามาด้วยเื่การถอนหมั้น เื่นี้ช่างน่าสับสนนัก”
ฮูหยินใหญ่ใหญ่เม้มริมฝีปาก แม้ซูชิ่งฮุยจะเรียกนางว่าพี่สะใภ้ ทว่ากลับไม่มีท่าทีให้เกียรติแม้แต่น้อย
ซูซีหัวพึมพำในใจ วันนี้วุ่นวายจริง ๆ ก่อนหน้านี้เป็ซูชิ่งเฉิง ต่อมาก็ซูชิ่งฮุย นางถอนหมั้นคนเดียว กลับทำให้ผู้ชายร่างใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในสกุลซูต้องออกมาทั้งหมด
“อารองและอาสาม การแต่งงานถูกยกเลิกแล้ว ยามนี้พวกเ้าไม่ต้องมายุ่งวุ่นวาย ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเคยสนใจ ต่อไปก็มิต้องสนใจ”
ฮูหยินใหญ่ยังคงสงบท่ามกลางวิกฤต ซูซีหัวแทบไม่อยากมองหน้าซูชิ่งเฉิงและซูชิ่งฮุย
“เ้าหมายความว่าอย่างไร” ซูชิ่งเฉิงโมโหราวกับถูกจุดะเิ "ชนรุ่นหลังกล้าพูดแทรกขณะที่ผู้าุโกำลังพูดอยู่หรือ?"
ซูชิ่งฮุยหัวเราะเย็น “อนุสอนลูกหลานได้ไร้ระเบียบวินัย”
เพียงสองวัน ซูซีหัวถูกโจมตีหลายครั้ง แม้นางจะตระหนักถึงสาเหตุ ทว่าความโกรธก็ยังพลุ่งพล่านขึ้นมา
“ข้าอาจไร้ระเบียบ แต่ก็ยังดีกว่าคนขี้ขลาดทั้งสอง!”
“เ้าว่าใครเป็คนขี้ขลาด!” ซูชิ่งเฉิงโกรธจนกระทืบเท้า
ซูซีหัวเหลือบมองอย่างเหยียดหยาม แล้วหันไปจ้องซูชิ่งฮุย “ท่านอารอง ท่านอาสามยังไม่พูดอันใดเลย ท่านจะรีบร้อนทำไมกัน?”
ซูชิ่งเฉิงโมโหจนสติแตก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็เพียงหุ่นเชิดที่ถูกควบคุม
ซูชิ่งฮุยหลุบตา แสร้งยิ้มพลางกล่าวว่า “หลานสาวพูดเช่นนี้ หมายถึงอาสามใช่หรือไม่?”
“หึหึ…”
ซูซีหัวหัวเราะแต่ไม่ตอบ ผู้ที่เป็คนขี้ขลาดนั้นย่อมรู้กันดี พูดออกไปก็ไร้ความหมาย
ขณะนั้นเสียงร้องห้ามดังขึ้นจากนอกประตู “แม่ทัพเซียว ท่านไม่สามารถรุกล้ำเข้ามาได้ แม่ทัพเซียว…”
ทุกคนหันไปทางเสียงนั้น พลันเห็นเซียวฝานก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้“ช่างคึกคักกันจริง ๆ ”
ซูซีหัวหน้าเปลี่ยนสี เซียวฝานมาทำอะไรในยามนี้กัน?
“ท่านมาทำอะไร?” ด้วยความประหลาดใจ
ซูซีหัวจึงถามออกไปโดยไม่รู้ตัว เซียวฝานเดินมาหยุดหน้าซูซีหัว “ข้ามาดูสภาพของเ้าหลังการถอนหมั้น” พลางหันไปด้านข้าง แล้วเลิกคิ้ว “ไม่คิดว่าที่นี่จะค่อนข้างคึกคักเช่นนี้”
สกุลซูในตอนนี้ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจของตระกูลได้อยู่ตรงนี้กันทั้งสิ้นแล้ว