กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ

    กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ_49_ภพหน้า

    เมื่อคณะราชของอาณาจักรตงเสินมาถึง ยามนี้ภายในนครหลวงเย่ว อู่ ต่างเนืองแน่นไปด้วยเหล่าราชนิกุล ทหาร ขุนนาง และ ข้าราชบริพาร ได้ออกมาจากพระราชวัง เพื่อแสดงความเคารพ และ เป็นการส่งลา คณะราชของอาณาจักรตงเสิน ออกจากพระราชวัง จนไปถึงถนนหลวงตงไห่

    ถนนหลวงต่างเนืองแน่นไปด้วยเหล่าราษฎร และ ทหาร เหมือนกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น ที่พวกเขาต่างร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งตัวเจ้าชาย อู่ อวี้ ผู้รุ่งโรจน์ออกจากพระราชวัง และจอมพลอู๋ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย พวกมันต่างฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับจ้องมองไปยังคณะราชของอาณาจักรตงเสิน ที่กำลังเดินทางจากไป

    " นับจากนี้เป็นต้นไป นามของข้า และ ชื่อเสียงของอาณาจักรเย่วอู่จะเป็นที่เลื่องลือขจรขจาย สั่นสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้ง แผ่นดินบูรพา! " ฮ่องเต้ หยวน ฮ่าว กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ

    ทันใดนั้นกลุ่มขุนนางก็เริ่มส่งเสียงสรรเสริญ ร้องตะโกนขนานนาม ฮ่องเต้ หยวนฮ่าว ผู้ซึ่งเปรียบดั่งขุนพลเทพ เปี่ยมล้นไปด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่างยิ่ง

    ไทเฮา หยวนซี เผยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยนออกมา ด้วยเพราะภูมิใจในความรุ่งโรจน์ของบุตรชาย

    " ไฉนเสิ่น อู๋เต้า ถึงไม่มาส่งองค์หญิง อู่หยู ในเมื่อทุกผู้คนในนครเย่วอู่ ต่างมาส่งองค์หญิง " หยวนซีหันศีรษะมองไปรอบ ๆ เมื่อนางไม่เห็นแม้แต่เงาของ เสิ่น อู๋เต้า จึงรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง

    ในเวลานี้ขบวนรถม้าของอาณาจักรตงเสิน กำลังเคลื่อนขบวนผ่านถนนหลวงตงไห่ บริเวณรอบ ๆ เส้นทางหลักของถนนหลวงตงไห่ มีราษฎรมารวมตัวกันกว่าหนึ่งแสนคน ถ้าไม่มีทหารองครักษ์คอยป้องกันเส้นทาง คาดว่าเหล่าราษฎรคงได้เข้ามาปิดกั้นทั่วทั้งถนนหลวงตงไห่นี้แล้ว

    "องค์หญิง"

    "องค์หญิง อู่หยู! "

    ท่ามกลางฝูงชน ประชาชนบางคนส่งเสียงโห่ร้องคร่ำครวญออกมาด้วยความโศกเศร้า ดังสลับขึ้นมาเป็นครั้งคราว

    ราษฎรส่วนใหญ่ พยายามข่มกลั้นน้ำตาไม่กล้าให้มันไหลออกมา พวกเขาร่ำไห้อย่างไม่มีเสียง เพราะพวกเขานั้นไร้ซึ่งหนทางที่จะช่วยเหลือองค์หญิง จึงทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านไป

    ผู้นำของขบวนรถม้านี้คือ จิ่ว ซื่อจุน และ มีทหารองครักษ์ของกองนาวีระดับสูงเฝ้าคุ้มกันอีก 8 นาย พวกเขาเหล่านี้ขี่อาชาสีดำสูงใหญ่องอาจ มันช่างสง่างามน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ทหารระดับสูงทั้ง 8 ควบม้าขี่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้ามอง หรือ หาญกล้าสบตากับ จิ่ว ซื่อจุน แม้แต่น้อย

    ตรงด้านหน้ามีเกี้ยวรถม้า 2 คัน หนึ่งในนั้นมีสีแดงสดใส ประดับประดาด้วยลวดลายสลักมังกร กับ หงส์สา อย่างงดงาม เกี้ยวขบวนนี้เป็นขององค์หญิง อู่หยู ส่วนเกี้ยวอีกคันของขบวนรถม้านี้ปิดสนิทมิดชิดอย่างยิ่ง ราวกับป่าอันมืดครึ้มก็ไม่ปาน มันจึงทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างตื่นตระหนกเพราะความหวาดกลัว

    " ชาวเมืองนครเย่วอู่ช่างโง่เง่าสิ้นดี ไฉนพวกมันถึงไม่ปรารถนาให้องค์หญิง อู่หยู อภิเษกกับข้า " จิ่ว ซื่อจุน ไม่สามารถทนที่จะหัวเราะเยาะอย่างดูถูกออกมาได้ มันรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ เงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นว่าประตูเมืองนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว

    ทันใดนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้น

    ภายในเกี้ยวรถม้านั้น ลมหายใจขององค์หญิง อู่หยู เริ่มติดขัด มือทั้งสองข้างต่างสั่นสะท้าน ในครานี้นางกำลังเตรียมใจเพื่อที่จะแขวนคอตาย

    " จิ่ว ซื่อจุน ไอ้ฆาตกร จิตใจของเจ้ามันเหี้ยมโหดอำมหิตยิ่งนัก ไอ้คนใจชั่วช้าใจบาป ไอ้สุกรอัปลักษณ์ เจ้ามันไม่คู่ควรกับองค์หญิง อู่หยู ของพวกเรา! "

    " จิ่ว ซื่อจุน ส่งมอบ องค์หญิง อู่หยู คืนมาให้พวกเรา! "

    ในยามนี้ผู้มีวรยุทธหลายร้อยคน ได้กระโจนขึ้นมา พร้อมกับวิ่งผ่านไปตามหลังคาบ้านเรือนของถนนหลวงตงไห่ ผ่านไปเพียงไม่นาน กองคาราวานของอาณาจักรตงเสินก็ถูกห้อมล้อมปิดขวางเส้นทางเอาไว้

    สิ่งที่พวกเขากระทำกันนั้นมิได้นัดหมาย

    "ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ มันคุ้มค่าเช่นนั้นหรือ? " จิ่ว ซื่อจุน ไม่อาจกลั้นหัวเราะได้ และ ความรู้สึกเย้ยหยันได้ ในวันนี้อารมณ์ของมันรู้สึกรื่นรมย์อย่างยิ่ง เหล่าผู้ฝึกยุทธที่อยู่ด้านหน้าของมันตอนนี้ สำหรับมันแล้วไม่มีอะไรมากไปกว่า เห็นพวกเขาเป็นเพียงแค่ตัวตลกเท่านั้น

    องค์หญิง อู่หยู ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ในยามนี้นางกำลังสวมผ้าคลุมหน้าอยู่ ผ้าที่ปกคลุมใบหน้านางอยู่นั้น ทำให้นางไม่สะดวกที่จะปรากฏกาย แต่… นางก็กังวลในความปลอดภัยของผู้ฝึกยุทธที่มาขวางขบวนเกี้ยว แต่นางไม่อาจห้ามใจไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวได้ นางรีบเปิดผ้าม่านคลุมเกี้ยว แล้วกล่าวขึ้นทันทีว่า " อู่หยู ผู้นี้ขอขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของพวกท่าน แต่ว่าตัวข้าอภิเษกกับ จิ่ว ซื่อจุน ด้วยความสมัครใจ เช่นนั้นแล้ว ขอให้ท่านจอมยุทธทั้งหลายโปรดเปิดทางให้เกี้ยวของข้าด้วย "

    นางนั้นรู้ดีอย่างยิ่ง หากผู้ฝึกยุทธเหล่านี้ได้เผลอพลั้งประมือกับ จิ่ว ซื่อจุน จริง ๆ แล้วล่ะก็ เท่ากับพวกเขานั้นรนหาที่ตาย

    " องค์หญิง อู่หยู ...ท่าน! "

    ผู้ฝึกยุทธหลายร้อยคนที่อยู่ตรงนั้น ต่างมองหน้าด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียดเพราะโทสะ พวกเขายอมหลั่งเลือด เพื่อมาช่วยเหลือองค์หญิง อู่หยู แต่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่า องค์หญิง อู่หยู จะเอ่ยคำเหล่านั้นออกมา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ และ เข้าใจความหมายของการกระทำนี้ขององค์หญิง อู่หยู ว่านางกำลังปกป้องชีวิตของพวกเขาอยู่!

    " รีบไปเร็วเข้า! " องค์หญิง อู่หยู มองไปยังเกี้ยวรถม้าที่อยู่ด้านหลังอย่างหวาดวิตกพร้อมกับกล่าวขึ้น

    " ในเมื่อก้าวเข้าสู่ประตูนรกมาแล้ว ไฉนคิดว่าจะสามารถกลับออกไปได้? "

    ที่ด้านหลัง ได้มีเสียงดั่งเทพธิดาดังขึ้นภายในความมืดมิดเบื้องหลังเกี้ยวม้า อย่างไรก็ตามเสียงนี้กลับทำให้ อู่หยู สั่นสะท้านไปถึงกระดูก

    ทุกอย่างนั้นสายเกินไป!

    " บัญญัติเงาปีศาจบรรพกาล "

    หวืด!

    ทันใดนั้นเอง เมื่อบัญญัติเงาปีศาจบรรพกาลถูกใช้ออก เงาทมิฬขนาดใหญ่ก็แผ่กระจายออกมาจากเกี้ยวม้า กล่าวได้ว่าความเร็วของมันนั้นอยู่เหนือยิ่งกว่าขีดจํากัดที่มนุษย์ประชาชนธรรมดาจะสามารถหลีกหนีได้ เงาทมิฬได้เข้าล้อมรอบเหล่าจอมยุทธหลายร้อยคนเอาไว้ ท่ามกลางเหล่าผู้ฝึกยุทธ บุคคลผู้แข็งแกร่งมากที่สุดอยู่เพียงแค่ชั้นฟ้าระดับ 5 เท่านั้น และส่วนใหญ่ก็จะมีระดับการฝึกตนอยู่ชั้นฟ้าระดับ 3 ซึ่งเมื่อเงาดำนี้ได้กวาดผ่านพวกเขาไป ภาพที่ปรากฏขึ้นนั้น คือภาพที่เหล่าผู้คนไม่สามารถทำใจที่จะจ้องมองดูได้!

    ตูม ตูม ตูม!

    ชั่วพริบตา เงาทะมึนนั้นก็กลับเข้าไปในรถม้า

    หลังจากนั้นจอมยุทธหลายร้อยคน ก็กลายเป็นเพียงซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดเรียงรายบนถนนหลวงตกไห่ ถูกต้องแล้ว จอมยุทธทั้งหมดไม่มีผู้ใดหลงเหลือ หรือ มีชีวิตรอด ซากศพของพวกเขาเหลือเพียงหนัง และ กระดูกเท่านั้น ส่วนเลือด และ เนื้อ โดนสูบหายออกไปจนแห้งเหือดอย่างสมบูรณ์ เหล่าผู้ฝึกยุทธผู้มีชื่อเสียงสะเทือนเลือนลั่น พวกเขาทั้งหมดต่างตกตายไปอย่างน่าสยดสยองอย่างถึงที่สุด

    " ปีศาจ! "

    ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวสยดสยองนี้ ราวกับมีสายอัสนีฟาดผ่าลงกลางนครหลวงเย่ว อู่ ผู้คนเริ่มส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด บางคนถึงกับอึฉี่เรี่ยราดบางคนก็ร่ำไห้ เพียงแค่ชั่วพริบตาผู้พบเห็นเหตุการณ์ก็เริ่มหนีเตลิดด้วยความหวาดกลัว ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโกลาหลขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความชุลมุนนั้นทำให้ราษฎรหลายคนถูกเหยียบย่ำจนตาย

    สิ่งที่เกิดขึ้น ภายในนครเย่วอู่ในวันนี้ราวกับเป็นดั่งฝันร้าย

    ขนาดจอมยุทธหลายร้อยคน ซึ่งมากด้วยฝีมืออันล้ำเลิศ ยังตกตายไปกลายเป็นเพียงซากศพอันแห้งเหือด เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น!

    " ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ " ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายนั้น มีบุคคลเพียงผู้เดียวซึ่งนั่งอยู่ภายในเกี๊ยวม้าสีดำสนิท ที่ยังคงหัวเราะออกมาอย่ารื่นรมย์ผ่อนคลาย

    " เดินหน้าต่อ! " จิ่ว ซื่อจุน ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันตะโกนสั่งขบวนรถม้าให้เคลื่อนตัวต่อ

    เพี๊ยะ! ตามมาด้วยเสียงแส้ฟาดเข้าใส่ม้า

    องค์หญิง อู่หยู นางย้อนกลับไปมองด้านหลัง ขณะที่ขบวนรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ มืออันละเอียดอ่อนของนางกุมบีบแน่นไปที่หน้าอก ด้วยลมหายใจที่หอบถี่รัว

    " โย่ว หลิงจี นางน่าหวาดกลัวยิ่งนัก! "

    ตุ๊บตุบ! ตุ๊บตุบ! ตุ๊บตุบ! ตุ๊บตุบ!

    แม้ว่านางพยายามสะกดข่มจิตใจที่กำลังตื่นกลัว ให้สงบลง แต่นางก็ไม่อาจจะทำได้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่นางเท่านั้น เพราะ มี่ฉาง สาวใช้ของนางเองก็ยังขวัญผวาอยู่บนรถเกี้ยวเช่นกัน

    " ไม่ดีแล้ว อู่ อวี้ไม่มีทางจัดการ โย่ว หลิงจี ได้ ..."

    หัวใจของนางเต้นถี่รัว ใบหน้าไร้สีเลือด เสมือนกับว่านางไม่อาจแบกรับภาพเหตุการณ์อันเลวร้าย ที่เกิดขึ้นในนครหลวงเย่วอู่ ตอนนี้ได้

    "น้องชาย เจ้าห้ามปรากฏตัวออกมา..."

    อู่หยู ทำได้เพียงเฝ้าอธิษฐาน นางได้ซุกซ่อนเม็ดยาสีแดงไว้ในมือ ยามนี้เหงื่อของนางได้ไหลซึมผสมเขากับเม็ดยา ทำให้นางสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือ อย่างไรก็ตามความเจ็บปวดนี้ ได้เรียกคืนสติของ อู่หยูกลับคืนมา

    กึก∼ กึก∼ กึก

    ล้อไหมที่อยู่กับพื้นธรณี ทำให้เกิดเสียงดังอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้น

    ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ได้ถูกจับขังเอาไว้ในเกวียนคุก เขาก็ผ่านถนนหลวงตงไห่ และ ออกจากนครหลวงเย่วอู่ไป

    ยามนี้ ผู้คนมากมายทำได้เพียงหลบหนีออกไปด้านข้างเท่านั้น ส่งผลให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นวังเวง มีเพียงเสียงของล้อและเกือกม้าเท่านั้น อู่หยู เปิดม่านขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง ประตูเมืองอยู่เบื้องหน้านาง อีกไม่นานนางจะออกจากนครหลวงเย่ว อู่

    "ด้วยลักษณะนิสัยของเขา ถ้าเขาต้องการที่จะปรากฏตัว ป่านนี้เขาควรปรากฏตัวขึ้นมานานแล้ว"

    "ยอดเยี่ยม เจ้าเติบโตขึ้นแล้วจริง ๆ เจ้าได้เลือกเส้นทางที่เหมาะสม พี่สาวคนนี้ได้แต่หวังว่าเจ้า จะมีชีวิตอย่างมีความสุข"

    ดวงตาของ อู่หยู เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา

    นางไม่ต้องการตกตายในนครหลวงเย่ว อู่ รอจนกระทั่งออกจากประตูเมือง นางจะกลืนกินเม็ดยาที่อยู่ในมือนี้

    สำหรับครอบครัว และ พระมารดาที่นางเป็นห่วงกังวล นางเชื่อว่า อู่ อวี้ สามารถดูแลพวกท่านได้

    "ครั้งนั้นเขาได้ออกจากนครหลวงเย่ว อู่ ไป ครานี้ถึงตาของข้าแล้ว"

    อู่หยูเช็ดปาดน้ำตาอันกระจ่างของนาง นางเผยยิ้มขึ้นเล็กน้อย หวนรำลึกถึงเหตุการณ์กว่าทศวรรษในอดีต เมื่อครั้งวัยเยาว์ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับ อู่ อวี้ เขาในช่วงเยาว์วัยนั้นช่างเป็นเด็กซุกซน และ ไม่เกรงกลัวสิ่งต่อใด ทำให้องค์หญิง อู่หยู ต้องคอยเข้มงวด เพราะห่วงใยในตัวเขาอยู่เสมอ

    "หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะขอเกิดมาเป็นพี่สาวของเจ้าอีกครั้ง"

    เอี๊ยดดดดด!

    เสียงประตูเมืองเปิดออก เพื่อให้ขบวนเกี้ยวม้าได้เคลื่อนผ่านประตูเมือง บัดนี้นครหลวงเย่ว อู่ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

    อู่หยูหลับตาลง นางถือบางอย่างเอาไว้ในมือ เบื้องหน้านาง มันเป็นเม็ดยาสีแดง นี่คือยาพิษร้ายแรงที่นางสั่งปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ มันจะทำให้ร่างกายของนาง กลับคืนสู่ตะวันตก[1](#_ftn1)

    "เสิ่น อู๋เต้า? "

    ในขณะนี้ เสียงของ จิ่ว ซื่อจุน ที่ดังขึ้นจากด้านหน้า ทำให้เม็ดยาที่อยู่ในมือขององค์หญิง อู่หยู ร่วงหลุดกระเด็นออกจากมือ เนื่องจากการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากเกี้ยวม้า เพียงไม่นานนักเม็ดยาก็กลิ้งตกจากเกี้ยวม้าไป ซึ่งแน่นอนว่า อู่หยูได้พลาดโอกาสในการใช้เม็ดยานี้

    "อ๊ะ ..."

    เท่ากับว่านางได้สูญเสียโอกาสในการปลิดชีพตนเอง แต่ อู่หยู ก็หาได้สนใจที่จะก้มลงไปเก็บเม็ดยาเม็ดนั้นไม่ ระหว่างที่นางเปิดม่านขึ้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับขบวนรถม้าหยุดลง

    นางจ้องมองผ่านร่างของ จิ่ว ซื่อจุน นางต้องตกตะลึงเมื่อมองเห็นร่างสีทอง ของคนผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ด้านหน้า เงาร่างนั้นสูงใหญ่มาก เขาสวมใส่หน้ากากวานร พลองสีทองส่องประกายถูกวางตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นธรณี ราวกับว่าคนผู้นี้ได้รอคอยกองคาราวานมาเนิ่นนานแล้ว!

    "อู่ อวี้! "

    เขามาจริงๆ

    อย่างไรก็ตาม อู่หยูไม่ต้องการให้เขาปรากฏตัวขึ้น แต่นางรู้ดีว่านางไม่สามารถหยุดยั้งอู่ อวี้ได้ เกรงว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ นางจะทำได้เพียงอธิษฐานเท่านั้น

    ภายใต้แสงตะวันอันร้อนแรงในยามเที่ยงสาดส่อง ในครั้งหนึ่งชายผู้นี้เคยเป็นเพียงแค่เด็กชายซุกซน แต่ในยามนี้เขาช่างดูเจิดจ้าหยิ่งทะนง กลายเป็นผู้มีพลังฝีมืออันสูงล้ำ เสมือนกับว่าเขานั้นสามารถสยบทั้งโลกหล้าลงได้

    "เขาเลือกที่จะรออยู่นอกนครหลวงเย่ว อู่ ด้วยความที่เกรงว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจะรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อเหล่าราษฎรในนครหลวง"

    ในตอนแรก อู่หยู มิได้คาดคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย ซึ่งมันทำให้นางปรารถนาที่จะทำการอสัญกรรมตนเองมากยิ่งขึ้น

    ภายในเกี้ยวรถม้า ดวงตาของนางกำลังจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ สิ่งที่นางมองเห็นจากเขาในยามนี้ คือความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ

    สำหรับเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในวิถีแห่งเต๋านั้น ความกล้าหาญเป็นสิ่งแรกที่สมควรจะมี

    " เสิ่น อู๋เต้า ซ่างเซียน เพราะเหตุใด ท่านถึงได้เข้ามาขวางเส้นทางของข้า? " จิ่ว ซื่อจุนถามขึ้นเสียงดังอย่างมิเกรงกลัว

    ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปยังกำแพงเมืองของ เย่ว อู่ จากนั้นก็แพร่กระจายปากต่อปากจากเหล่าทหารเข้าไปในนครหลวง เย่ว อู่ และเข้าไปในพระราชวังอย่างรวดเร็ว หลังจากฮ่าวเทียน และ ซีเฟยได้ยินข่าว พวกมันก็หันมามองหน้ากันและกัน พร้อมกับแย้มรอยยิ้มขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ พวกมันได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว

    "ไปเถอะ ไปดูจุดจบของเสิ่น อู๋เต้า จุดจบที่มันก่อขึ้นมาเอง"

    หากมองตามหลักวิถีแห่งเต๋าแล้ว การฝึกตนในวิถีมารอาจไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้อง แต่เมื่อพิจารณาในเส้นทางแห่งการเข่นฆ่าสังหารแล้ว การฝึกตนในวิถีมารนี้อาจอยู่เหนือระดับยิ่งกว่าระดับทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด

    ท่ามกลางสายตาของเหล่าฝูงชน อู่ อวี้ นั้นสงบเยือกเย็นอย่างยิ่ง เขายื่นพลองพิชิตมารออกมา พร้อมกับชี้ไปทางเกี้ยวรถม้าขององค์หญิง อู่หยู พร้อมกับตะโกนขึ้นด้วยเสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโลกหล้า ว่า "จิ่ว ซื่อจุน โย่ว หลิงจี และฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ข้าขอบอกกล่าวต่อพวกเจ้า ว่าสตรีที่อยู่ในเกี้ยวรถม้านั้น เป็นของข้าอู่ อวี้ผู้นี้ ถูกต้องแล้ว ข้านั้นชมชอบในตัวขององค์หญิง อู่หยู ฉะนั้นในวันนี้พวกเจ้าต้องปล่อยนางไป”

    ตูม!

    เสียงที่ดังก้องกังวานสั่นสะท้านไปทั่ว ได้ทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นในนครหลวง เย่ว อู่

    ซ่าง เซียนผู้พิทักษ์คนใหม่ แท้จริงแล้วกลับชมชอบในตัวขององค์หญิงผู้เป็นมนุษย์ปุถุชน! ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้กระโจนเข้าไปขวางกั้นขบวนรถม้าของอาณาจักรตงเสิน อย่างไร้ซึ่งความลังเล...

    ตั้งแต่อดีตกาล มีตำนานความรักของเหล่าชาวสวรรค์ (เทพเซียน) และ มนุษย์ปุถุชนอยู่มากมาย ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะมีจุดจบที่มิค่อยสวยหรูเท่าใดนัก อย่างไรก็ตามยังมีผู้คนที่เฝ้าใฝ่หาปรารถนาถึงเรื่องแบบนี้อยู่มากมายเช่นกัน และ ในวันนี้ ตำนานบทใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครา!

    ซ่างเซียนลึกลับ ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องอาณาจักร มีใจเสน่หาต่อองค์หญิงผู้เลอโฉม

    ทั้งสองเคียงคู่ร่วมกัน มันช่างเป็นความรักอันน่าริษยาอย่างยิ่ง

    ในยามนี้ ด้วยความปรารถนาของฝูงชนจำนวนมาก ผู้ต้องการจะได้มีส่วนร่วมที่จะได้เป็นสักขีพยานต่อเหตุการณ์ทั้งหมดในนครหลวง เย่ว อู่ พวกเขาเหล่านั้นต่างพากันวิ่งขึ้นไปยังทิศทางของกำแพงเมือง ราวกับว่าตอนนี้ได้ปรากฏความหวังใหม่ขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเขาแล้ว อู่ อวี้นั้นดีกว่า จิ่ว ซื่อจุน มาก!

    "เจ้าว่ากระไรนะ! " แน่นอนว่าเมื่อเห็นเช่นนั้น จิ่ว ซื่อจุน ไม่ย่อมเกิดความไม่พอใจอย่างยิ่ง ในยามนี้ความดุร้ายของมันทวีคูณเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด ถึงแม้ในสายตาของ อู่ อวี้ ทั้งระดับการฝึกตน หรือ ความสามารถของมัน นั้นจะอยู่ในระดับสามัญธรรมดาอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความดุร้ายราวกับสัตว์ป่าของมัน ซึ่งก็ดูแล้วไม่เลวเลยทีเดียว

    "ตูมมมม! "

    โย่ว หลิงจี รอคอยเวลานี้มาเนิ่นนาน ในยามนี้นางได้ทำลายเกี้ยวรถม้าแตกกระจายออกเป็นชิ้น ๆ ขณะที่ร่างของนางพุ่งกระโจนออกมา พร้อมกับถอดผ้าคลุมออก รอยยิ้มอันแสนลี้ลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางค่อย ๆ ก้าวขาเข้าไปหา อู่ อวี้ ทีละก้าว ๆ พร้อมกับแลบลิ้นสีแดงสดขึ้นมาเลียริมฝีปาก จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า " เมื่อครั้งที่ข้ายังเยาว์วัยมีอายุได้ 10 ขวบปี ข้าก็เริ่มเข่นฆ่าสังหารผู้ฝึกตนเป็นครั้งแรก เสิ่น อู่เต้า เจ้าคือคนที่ 336”

    เชิงอรรถ

    1.กลับคืนสู่ตะวันตก หมายถึง การกลับคืนสู่ความตาย

    ---------------------------------------------------------------

    [1](#_ftnref1)