ฟ้ามองไปยังใบหน้าของสาวรับใช้ที่กำลังแสดงความรู้สึกสงสัย คำถามที่เอ่ยออกไปเรียบง่าย เธอควรจะได้รับคำตอบในทันทีสาวรับใช้ที่ชื่อยี่ยี่กลับยังไม่เอ่ยคำตอบ หลังจากแสดงสีหน้าสงสัยแววตาของเธอก็เปลี่ยนไปหลากหลายทั้งเศร้าบ้าง หวาดกลัวบ้าง ฟ้าเห็นตัวของยี่ยี่ที่กำลังสั่นเทาจึงยื่นมือไปจับไหล่เบาๆเพื่อเรียกสติ
“ เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอยี่ยี่ ”
“ คุณหนูเ้าคะ คุณหนูจำเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้อย่างนั้นหรือเ้าคะ ” ต่อให้เธอจะรู้สึกกลัวแต่ก็พยายามเก็บอาการไม่ให้ร่างกายสั่นเทาจนเกินไป
“ ฉันจำอะไรไม่ได้ เมื่อคืนหัวของฉันฟาดขอบเตียง บอกฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ”
ฟ้าเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี เธอกลัวว่าจะเข้าสิงร่างของม่อเสวี่ยหรงใน่อันตราย เธอรู้สึกกลัวเช่นกันเพราะท่าทางของสาวรับใช้แสดงออกมาหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ คุณหนูเ้าคะ ท่านเ้าตระกูล นายท่าน นายหญิง ทุกๆคนถูกสังหารในคืนพระจันทร์เต็มดวงไปแล้วเ้าค่ะ ”
ตาทั้งสองของฟ้าเบิกกว้าง เธอเข้ามาอยู่ใน่หลังจากที่ตระกูลม่อถูกกวาดล้าง หากเป็ไปตามนิยาย ผู้ลงมือคือคนที่ตระกูลม่อชุบเลี้ยง พวกเขาได้รับข้อเสนอจากคนกลุ่มหนึ่ง รู้ภายหลังว่าทำงานให้กับมาร์ที่จะโผล่มาใน่กลางเื่ถึงท้ายเื่
ฟ้ารีบสงบสติ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าผ่าน่สังหารหมู่มานานแล้วหรือยัง
“ ยี่ยี่ ผ่านมากี่วันแล้ว ”
ยี่ยี่มองคุณหนูของตน ต่อให้เธอจะมีความรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดคุณหนูจึงต้องถามถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เธอจึงตอบออกไปตามตรงเพราะคุณหนูบอกว่าหัวฟาดกับขอบเตียงอาจจะทำให้ความทรงจำเสียหายไปบางส่วน
“ ผ่านมาแล้ว 1 เดือนเ้าค่ะ ”
ยี่ยี่ได้ยินเสียงสูดลมหายใจจากคุณหนู มันเป็เสียงที่ทำให้เธอใ เสียงสูดลมหายใจเมื่อครู่ราวกับว่าคุณหนูของเธอจะดึงอากาศทั้งหมดภายในห้องเข้าสู่ปอดของตนเอง
เมื่อได้รับคำตอบ ฟ้าจึงสอบถามอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าสถานที่ที่เธออยู่ตรงกับนิยาย ถ้าหากยังคงเป็ไปตามนิยาย หลังจากเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ในตระกูลม่อ สมาชิกภายในตระกูลที่เหลือรอดต่างพากันเดินทางออกจากตระกูลด้วยความหวาดกลัวคิดว่าเหตุการณ์กวาดล้างจะเกิดขึ้นอีก
“ ยี่ยี่ เหลือคนอยู่เท่าไหร่ ”
“ เหลือเพียง 5 คนเท่านั้นเ้าค่ะ คุณหนู ข้า พ่อบ้านหวาง แม่นมหลิง ส่วนอีกคนเป็ทหารยามชื่อท่านลุงหานเ้าค่ะ ”
ตระกูลใหญ่ที่มีคนนับหมื่นกลับเหลือผู้ที่กำลังอาศัยภายในตระกูลแค่ 5 คนเท่านั้น รายชื่อที่ได้ยินล้วนแล้วตรงตามนิยายทั้งหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีสิ่งใดผิดแปลกไปจากนิยายต้นเื่ที่เธออ่านมา
ความรู้สึกของฟ้าในตอนนี้ราวกับถูกค้อนทุบศีรษะแล้วถูกรถทับอีกหน เธอเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูเสวี่ยหรงแห่งตระกูลม่อ ผู้ที่จะกลายเป็บอสตอนต้นเื่ที่ถูกปราบ
ตามเนื้อเื่ที่เธออ่าน ผู้เขียน้าใช้ตระกูลม่อเปิดเื่ด้วยการทำให้ตระกูลนี้ต้องล่มสลายและเป็ต้นเหตุที่ทำให้ผู้คนรู้ว่ามาร์กลับมา
การล่มสลายของตระกูลม่อจะส่งผลกระทบหลายอย่าง พวกเขาเป็ดั่งป้อมปราการที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลความสงบทางทิศใต้ของทวีป
ด้านนอกของยุทธภพมีสิ่งที่น่ากลัวอย่างเช่นสัตว์ปีศาจ พวกมันจะเดินทางขึ้นมาจากห้วงทะเลลึกเพื่อสังหารสิ่งมีชีวิตบนบกให้สิ้นซาก
ตระกูลม่อได้รับหน้าที่สร้างข่ายอาคมป้องกันการบุกรุกของพวกมัน การที่ตระกูลม่อล่มสลายจึงหมายความว่าสัตว์ปีศาจจากห้วงทะเลลึกจะขึ้นสู่พื้นดินได้อีกครั้ง
การมาของสัตว์ปีศาจทำให้ตระกูลมากมาย พรรคน้อยใหญ่ต้องร่วมมือกันกำจัด แต่ละขุมอำนาจต่างก็ส่งคนไปยังทิศใต้ของทวีปเพื่อต้านทานสัตว์ปีศาจแทนตระกูลม่อ
ในเหตุการณ์ที่ทุกขุมอำนาจต้องส่งคนเดินทางไกลไปยังทางใต้จะเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารเกิดขึ้น การลอบสังหารเหล่านี้จะส่งผลต่อการร่วมมือของผู้คนในยุทธภพ
ในระหว่างที่ขุมอำนาจทั้งหมดร่วมมือกันจัดการกับสัตว์ปีศาจ เหล่าพรรคมารต่างก็เพิ่มพูนอำนาจของพวกเขามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่ผู้ฝึกยุทธ์อ่อนแอ มาร์ก็ได้ปรากฎตัวออกมาอีกครั้งและทำลายยุทธภพด้วยตนเอง ฉากจบของเื่เป็ดั่งที่ฟ้าอ่าน ชาวยุทธนับแสนร่วมมือกันสังหารมาร์ จนเหลือตัวเอกเพียงคนเดียว
ฟ้านั่งเรียบเรียงข้อมูลเพื่อหาทางรอดให้ตนเอง เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็เื่จริงหรือแค่ความฝัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอจะไม่ยอมตายง่ายๆ ครั้งนี้เธอจะลากพวกที่คิดจะฆ่าเธอไปด้วยให้ได้
จากที่สอบถามสาวใช้ยี่ยี่ ตระกูลม่ออยู่ใน่ถอยหลังสู่การล่มสลายอีก 1 เดือนข้างหน้าว่าไปตามนิยาย เธอจะต้องไปพบเข้ากับพลังมาร หลังจากนั้นอีก 5 เดือนจะมีคนจากภาคกลางส่งมารับมือกับสัตว์ปีศาจจากห้วงทะเลลึก การมาของชาวยุทธจากภาคกลางจะทำให้พลังมารของเธอถูกเปิดเผยจนทำให้เกิดการฆ่าล้างขึ้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นผู้คนที่เคยถูกตระกูลม่อชุบเลี้ยงและพากันหลบหนีจะออกมาเปิดเผยความจริงถึงสาเหตุที่ตระกูลม่อถูกกวาดล้างในครั้งแรก ตระกูลม่อที่คอยดูแลทิศใต้ไม่ให้ปีศาจบุกรุกจะกลายเป็หนึ่งในตระกูลที่ร่วมมือกับพรรคมาร
การใส่ร้ายจากผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในตระกูลม่อครั้งนี้ทำให้ยุทธภพตกอยู่ภายในความโกลาหนเพราะมาร์กลับมาแล้วตามข่าวที่แพร่ออกไป
เมื่อเข้าใจทุกอย่างได้ทั้งหมด ฟ้ารีบโยนเนื้อเื่่กลางและ่หลังทิ้งไปก่อน ชีวิตของเธออยู่ถึงเพียงต้นเื่เท่านั้น หากไม่สามารถหาทางรอดให้กับตนเองได้ เธอก็ไม่สามารถไปถึง่กลางเื่และ่ท้ายเื่ ตอนนี้ยังไม่ถึง่ที่คุณหนูเสวี่ยหรงและตระกูลม่อยุ่งเกี่ยวกับพลังมารจึงยังมีทางพอให้เธอเดิน
“ คุณหนูเ้าคะ แม่นมหลิงน่าจะเตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้ว เราไปกันเถอะเ้าค่ะ ”
ฟ้าพยักหน้ารับแล้วหันมองตนเองในกระจกทองเหลืองที่ตั้งห่างออกไปไม่ไกลอีกครั้งหนึ่ง
ร่างกายที่เหมือนมะขามข้อเดียวเต็มไปด้วยพุงพลุ้ยเพราะทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไป ภาพสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางอรชร สวมใส่ชุดยาวสีขาวปักทอด้วยลวดลายดอกโบตั๋น
ผิวพรรณของเธอขาวเนียนราวกับหยกละเอียด ใบหน้าสวยหวานได้รูป ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อน แก้มทั้งสองแดงระเรื่อราวกับเดินตากลมหนาว เมื่อเธอลองยิ้มทำให้ใบหน้าดูอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ผมสีขาวดุจหิมะยาวถึงกลางหลังให้ความรู้สึกราวกับเธอเป็ลูกคุณหนูผู้สูงศักดิ์
ดวงตาสีเขียวสดใสคล้ายมรกตทำให้เธอเองยังรู้สึกสะดุดตาและหลงไหลไปกับั์ตาที่เหมือนกับมีมนต์สะกด
ทรวดทรง อก เอว ทุกอย่างเหมือนตัวละครที่ปั้นขึ้นมาทั้งหมด ฟ้ารู้สึกพอใจไม่น้อยกับรูปร่างของตนเองในเวลานี้
ความจริงกลับทำให้เธอออกจากภวังค์หลังจากรู้ว่าตัวเองอยู่ได้อีกไม่เกินครึ่งปี จากนี้เธอจะต้องหาวิธีพาตัวเองออกมาจากการสังหารให้ได้
“ ไปกันเถอะ ”
“ เ้าค่ะ ”
ยี่ยี่ยกถังน้ำตามหลังคุณหนูของตนเองไปจนถึงโต๊ะอาหารแล้วแยกตัวไปเทน้ำทิ้งก่อนจะกลับมายืนข้างๆคุณหนูอีกครั้ง เธอรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดคุณหนูถึงยังไม่ลงมือทานอาหาร อีกไม่นานมันจะเย็นแล้ว
“ ยี่ยี่ เธอกินอะไรหรือยัง ” แม้คำพูดจะฟังดูแปลก เธอกลับเข้าใจอย่างน่าประหลาด ยี่ยี่จึงส่ายหน้าเพราะยังไม่ถึงเวลาอาหารของเธอ
“ ยังเ้าค่ะคุณหนู ”
“ งั้นก็นั่งสิ แม่นมหลิงก็เหมือนกัน นั่งกินข้าวเป็เพื่อนหนูหน่อย ”
แม่นมหลิงเบิกตาโต เธอรีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอโทษหากทำสิ่งใดผิดไป คำขอของคุณหนูนับว่ามากเกินไป เธอไม่สามารถนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับผู้เป็นายได้
ฟ้าเห็นท่าทีของสาวใช้และแม่นมไม่ได้รู้สึกประหลาด เธอคิดเอาไว้แล้วว่าทั้งสองจะต้องคุกเข่าอย่างแน่นอนเพราะมันเป็คำขอที่มากเกินไป สาวใช้ไม่สามารถนั่งร่วมโต๊ะได้ แต่ตอนนี้เธอ้าให้ทั้งสองนั่งร่วมโต๊ะ สาเหตุที่เธอทำแบบนี้ไม่มีอะไรมาก สถานการณ์ของตระกูลม่อในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เธอจึงอยากจะพูดคุยกับทั้งสองเพื่อหาทางออกไปพร้อมๆกับกินข้าวด้วยกัน
ฟ้าเห็นว่าทั้งสองไม่ยอมลุกขึ้นเธอจึงพยายามพูดหว่านล้อมอยู่นานแล้วยกเื่กับข้าวที่กำลังเย็นมาอ้างจนทั้งสองรีบไปนำจานและตะเกียบมาจากในครัวเพื่อนั่งกินกับเธอ
“ ไม่ต้องเกรงใจ คนกันเองทั้งนั้น เชิญๆ! ”
แม่นมหลิงมองหน้าสาวใช้ยี่ยี่ เธอรู้สึกได้ว่าคุณหนูแปลกไปในวันนี้ ยี่ยี่จึงส่งสายตาให้กับแม่นมหลิงเพื่อบอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับคุณหนูแล้วชี้ไปยังศีรษะจนอีกฝ่ายเข้าใจว่าเกิดการกระทบกระเทือนที่หัว
ฟ้าทำเป็มองไม่เห็นท่าทางของทั้งสองที่พยายามส่งสายตาคุยกัน เธอได้ยกเื่ตระกูลม่อขึ้นมาพูด หากอยากรอด เธอจะต้องรู้เกี่ยวกับการเงิน ธุรกิจ และสิ่งที่ตระกูลม่อทำทั้งหมด.