ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
++++++++++++++++++++++
"เหอะ!!เห่าหอนออกมายืดยาวเช่นนี้ ที่แท้ก็อยากได้ตำลึงนี่เอง แต่ข้ายังไม่อยากบริจาคทานตอนนี้ ได้ยินหรือไม่ ถ้าได้ยินแล้วก็ไปซะ"
"นี่เ้า!!..ข้าไม่ใช่ขอทานนะ"
"หื้ม!!...เห็นมาขอตำลึงจากข้า ข้าก็คิดว่าพวกเ้าเป็พวกขอทาน"
"มันจะมากไปแล้ว!! เ้ามันตัวซวย!! พอพวกเ้ามาถึงก็มีพายุหิมะทันที ทำให้บ้านของข้าต้องถล่มลงมา "
"ยายเฒ่าฮั่ว!!พอได้แล้ว"
ผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งจะวิ่งมาถึงก็รีบมาห้ามคนบ้านฮั่ว แต่ท่านป้าซ่งไม่ได้สนใจผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ต่อล้อต่อเถียงกับนางฮั่วต่อ
"ข้าน่ะหรือคือตัวซวย แต่ข้าคิดว่าเป็พวกเ้ามากกว่านะที่เป็ตัวซวย จิ๊ จิ๊ จื๊ ...พวกเ้านี่มันไร้สาระยิ่งนัก"
"เหอะ!! พวกเ้าอยากเจอดีใช่หรือไม่ พวกเ้ามาอยู่ใหม่เช่นนี้คงจะไม่รู้สินะว่าลูกชายของข้าเป็ใคร"
ท่านป้าซ่งกำลังจะเถียงต่อ แต่หยางเจี้ยนที่เดินเข้ามา แล้วพูดสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
"จะเป็ใครหรือยิ่งใหญ่มาจากไหนข้าไม่สนใจทั้งนั้น แล้วมีบ้านหลังไหนถล่มลงมาบ้าง"
"บ้านของข้า แล้วก็บ้านหม่า"
ยายเฒ่าฮั่วพูดออกมาอย่างถือดี แล้วมองหยางเจี้ยนด้วยสายตาเหยียดหยาม แต่ไม่ใช่กับแม่ม่ายลูกติดอย่างนางส่วง ซึ่งนางเป็ลูกสาวคนเล็กของยายเฒ่าฮั่ว ที่ตอนนี้กำลังมองหยางเจี้ยนด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม
"หึหึ..บ้านของข้าไม่เห็นจะเป็อะไร ทั้งๆที่มันก็เก่ามาก แต่กลับเป็บ้านของพวกเ้าที่ดูเหมือนจะเพิ่งสร้างใหม่ได้ไม่นาน
ที่ถล่มลงมา อย่างนี้เขาเรียกว่าคนดีฟ้าย่อมคุ้มครอง ส่วนคนที่ชอบคิดแต่เื่ชั่วๆ ฟ้าย่อมซ้ำเติม โชคดีแค่ไหนที่ฟ้ามันไม่ผ่าลงมาบนหัวเ้า!! แต่ถ้าหากคิดแต่เื่ชั่วๆไม่ยอมเลิกลาเช่นนี้ คงต้องมีสักวันที่เ้าต้องถูกฟ้าดินลงโทษ"
"จะ เ้า..."
"ข้าขอถามลุงผู้ใหญ่ ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ เคยมีพายุหิมะเกิดขึ้นหรือไม่ขอรับ"
"พายุแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน แต่ปีนี้ราชสำนักไปเชิญหลวงจีนท่านหนึ่งมาประจำที่วัดหลวง แล้วท่านก็ได้
ทำนายออกมาว่าสิ้นปีนี้จะมีพายุหิมะลูกใหญ่พัดพาเข้ามา ให้เตรียมตัวเอาไว้ ข้าก็เลยเอามาแจ้งลูกบ้าน ทุกบ้านเขาก็เชื่อตามที่ทำนาย จึงได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า มีแต่คนบ้านฮั่วกับบ้านหม่าเท่านั้นที่บอกว่าข้าไร้สาระ หึหึ "
"ผู้ใหญ่บ้าน!! เ้าเข้าข้างพวกมันเช่นนั้นหรือ"
"ข้าพูดเื่จริง!! เ้าก็อายุขนาดนี้แล้ว เจอพายุแบบนี้มาตั้งกี่ครั้งจำไม่ได้แล้วหรือ..."
หยางเจี้ยนมองคนบ้านฮั่วด้วยสายตาคมกริบ
"ตอนนี้เ้ายืนยันที่จะกล่าวหาหาพวกข้าเช่นเดิมหรือไม่"
"ท่านแม่กลับก่อนเถอะ "
ลูกสาวของยายเฒ่าฮั่วพยายามดึงแขนแม่ตัวเองกลับบ้านให้ได้ นางกลัวว่าถ้าหากมารดาของนางก่อเื่แผนการจับคนบ้านจ้าวที่เพิ่งคิดได้จะไม่สำเร็จ
"อาส่วงจะดึงแม่ทำไม"
"ท่านแม่กลับก่อน ข้ามีเื่จะคุยด้วย"
"หึ้ย!!ข้าฝากไว้ก่อนเถอะ"
"จะเล่นงานใครใช่หัวคิดบ้างนะ ถ้ามีอีกครั้งก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
ท่านป้าซ่งเอ่ยเสียงเย็นออกมา ทำให้คนบ้านฮั่วต่างก็รีบวิ่งกลับบ้านในทันที
"อาเจี้ยนไม่ใช่เ้าคนเดียวที่โดนหรอกนะ หลายบ้านก็โดนพวกนางเช่นเดียวกัน ข้าก็ช่วยได้เท่าที่กำลังข้ามี"
"นางชอบหาเื่คนอื่นเช่นนี้เสมอหรือขอรับ"
"ใช่แล้ว..เพราะลูกเขยยายเฒ่าหม่าทำงานในศาลไต่สวนเมืองไห่เฟิง ส่วนลูกชายของยายเฒ่าฮั่วเป็ผู้ช่วยผู้ตรวจการในเมืองไห่เฟิง"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ...แต่ถ้ามีครั้งต่อไปข้าจะไม่ยอมปล่อยไปเช่นนี้อีกแน่"
"ถ้ามีอีกเ้าก็จัดการได้เลย แต่ต้องระวังลูกเขยและลูกชายของพวกนางให้ดี คนบ้านเจิ้งโดนมาแล้ว พวกนั้นทำให้คนบ้านเจิ้งเสียที่ดินเพาะปลูกไปทั้งหมด เหลือเพียงที่ดินแห้งแล้งกับบ้านหลังเล็กๆ เท่านั้น เห้อ.."
"ขอรับ...เออแล้วคนบ้านเจิ้งเป็คนนิสัยอย่างไรหรอขอรับ"
"คนบ้านเจิ้งก็นิสัยดี ซื่อตรง ซื่อสัตย์ แต่โชคร้ายถูกกลั่นแกล้งจากคนบ้านฮั่วและบ้านหม่า ก็เลยไม่มีใครกล้าจ้างงาน ก็มีแต่บ้านของข้านั่นแหละที่ยังจ้างคนบ้านเจิ้ง ว่าแต่เ้าถามทำไมหรือ"
"พอดีว่าข้ากำลังคิดอยากจะได้คนงานมาช่วยทำงานในไร่อยู่พอดีขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย คนบ้านเจิ้งจะได้ไม่ลำบาก "
"บ้านของครอบครัวเจิ้งอยู่ตรงไหนหรือขอรับ"
"อยู่ตรงเนินเขาฝั่งตรงข้ามกับเ้าน่ะ"
"ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านมากขอรับ"
"ไม่เป็ไรๆ ข้าไปก่อนน่ะ"
เมื่อจัดการตัวปัญหาออกไปจากหน้าบ้าน หยางเจี้ยนจึงบังคับรถม้าเข้ามาในบ้าน แล้วช่วยกันยกของลงจากรถม้า
"เ้าซื้อของมาเยอะเลยนะอาเจี้ยน"
"ขอรับท่านป้า จะได้ไม่ต้องเข้าเมืองบ่อยๆ ว่าแต่คนพวกนั้นมาหาเื่บ้านเรานานหรือไม่ขอรับ"
"ไม่นานหรอก...ก่อนเ้าจะมาถึงนั้นแหละ"
"ท่านย่า..เถียงกับคนแบบนั้นสิ้นเปลืองน้ำลายเ้าค่ะ"
"ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้วมี่เอ๋อร์พูดถูก ปู่ก็เตือนย่าของเ้าแล้วว่าอย่าไปเถียง...จัดการทำให้สลบแล้วจับโยนออกไปแบบนั้นยังดีเสียกว่า"
"ใช่เ้าค่ะท่านปู่"
"หลังจากที่ออกจากหมู่บ้านหนานจง ย่าก็เหงาปาก ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับคนอื่นมานานแล้ว หึหึ "
"แล้วจางหลงกับเ้าหู่ไปไหนหรือเ้าคะ"
"อยู่ในบ้านกับเฉินเอ๋อร์ ปู่ไม่ให้มันออกมา ปู่กลัวว่าพวกนั้นหัวจะหลุดออกจากบ่าโดยไม่รู้ตัว หึหึ"
หยางเจี้ยนถอนหายใจทันทีที่ได้ยินคำพูดของท่านป้าและท่านลุงส่วนลูกสาวตัวน้อยของข้าก็ร้ายไม่เบา แล้วเช่นนี้จะฝากให้ท่านป้าสั่งสอนความเป็สตรีให้กับบุตรสาวของเขาได้หรือไม่นะ
"ท่านพ่อขอรับ ท่านจะไปจ้างคนบ้านเจิ้งตอนไหนหรือ"
"เร็วๆนี่แหละ ทำไมหรือจื่อเอ่อร์"
"ไม่มีอะไรขอรับ ข้าเพียงคิดว่าจ้างคนบ้างเจิ้งก็ดี ข้าได้ยินท่านลุงอี้พูดถึงอยู่เช่นกันว่าจะจ้างรดน้ำต้นสมุนไพร ข้าจะได้ไป
ช่วยน้องขายของได้ด้วย"
ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยที่จะจ้างคนบ้านเจิ้ง ถ้าทำงานดีพวกเขาก็พร้อมจะจ้างมาประจำเช่นกัน แต่ต้องดูที่นิสัยเสียก่อนว่าเป็อย่างที่ผู้ใหญ่บ้านพูดหรือไม่
หยางมี่จัดเก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่เข้าทาง และจัดการล้างถ้วย ตะเกียบ กาน้ำชาที่เพิ่งซื้อมาใหม่ให้เรียบร้อบ
จากนั้นก็มาลองชิมซีอิ้วกับน้ำส้มหมักโดยการเอานิ้วจุ่มไปที่ซีอิ้วนำขึ้นมาชิม
"อื้ม..รสชาติใช้ได้เลยนะเนี่ย ซีอิ้วที่หมักธรรมชาติไม่มีสารเติมแต่ง พอกินแล้วมันก็รู้สึกสบายใจล่ะนะ"
ส่วนน้ำส้มสายชูของที่นี่ก็เปรี้ยวพอดี กลิ่นไม่ฉุน และมีกลิ่นผลไม้อ่อนๆ ออกมาหลังจากนันก็เดินมาหาน้องชาย
"เฉินเอ๋อร์พี่เอาขนมมาให้"
"เย้..ได้กินขนมแล้ว"
หยางมี่มองขนมหนวดัแล้วก็คิดถึงขนมไหมฟ้าในโลกก่อน นางชอบซื้อกินเป็ประจำ แต่นางว่าขนมหนวดัของที่นี่อร่อยกว่าภพก่อนมาก
พอกินแล้วก็รู้สึกถึงความแตกต่างทันที ภพก่อนนางไม่แน่ใจว่ามันทำจากน้ำผึ้งแท้หรือไม่ แต่ภพนี้สายไหมทำจากน้ำผึ้งแท้แน่นอนรสชาติก็เลยหอมและหวานละมุนลิ้น พอกินกับถั่วก็ยิ่งเพิ่มความมันอร่อย โอ้ยฟิน…
"มี่เอ๋อร์ มันอร่อยมากหรือ ถึงต้องหลับตาพริ้มเช่นนั้น"
"เ้าค่ะท่านพ่ออร่อยมาก ท่านต้องลองกินดูเ้าค่ะ"
"เออ...ไม่ดีกว่า"
หยางเจี้ยนไม่ชอบกินของหวานที่สุด จึงรีบเดินหนีลูกออกมา เพราะกลัวลูกสาวจะบังคับให้ลองกิน หยางจื่อที่เห็นน้องสาวกำลังจะมองมาที่ตนเอง เขาก็รีบออกไปเช่นเดียวกัน
"อะไรกัน...พวกท่านพลาดของอร่อยแล้ว แต่ก็ดีจะได้ไม่มีคนมาแย่งเรา จริงหรือไม่เฉินเอ๋อร์"
"จริงขอรับพี่สาว"
"ว่าแต่ขาของเ้าเป็อย่่างไรบ้าง"
"ไม่ปวดเลยขอรับ...เวลาข้าไปฝั่งเข็ม ลุงอี้เอาอะไรไม่รู้อุ่นๆ มาทาที่ขาของข้า ทำให้ขาไม่ปวดขา"
"พี่หวังว่าเ้าจะหายแล้วกลับมาเดินได้เหมือนเดิม"
"แล้วถ้าข้าเดินไม่ได้เหมือนเดิมล่ะขอรับ"
"เ้าอย่าได้ห่วง พี่จะดูแลเ้าไปตลอดชีวิตของพี่เลย "
"ขอบคุณขอรับพี่สาว"
"ขอบคุณทำไม เ้าเป็แบบนี้ก็เพราช่วยพี่ เอาล่ะๆ ถ้าเ้าไม่รีบกินพี่แย่งเ้าแล้วนะ"
"ท่านจะแย่งข้าไม่ได้นะขอรับ ขนมของท่านก็ยังเต็มกล่อง"
"แต่พี่ว่าแย่งเ้ากินอร่อยกว่า มาให้พี่ดูหน่อย พี่ทดสอบยาพิษให้"
"อ้ากกกก...ท่านพ่อ พี่สาวจะแย่งขนมของข้าอีกแล้วขอรับ"
เสียงเล็กๆ ของหยางเฉินดังลั่นออกมาจากในบ้าน ทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ด้านนอกต่างมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
"มี่เอ๋อร์อย่าแกล้งน้อง"
"เหอะ..ไม่แกล้งก็ได้ "
หลังจากที่หยางมี่แกล้งน้องชายแล้ว นางก็เอาจอบขุดดินทรงพัดด้ามไม้ แล้วก็คราดมือเสือที่เพิ่งจะซื้อมาใหม่ แบกขึ้นไหล่เดินไปหลังบ้าน
เพื่อที่จะจัดการกับเศษใบไม้เปียกชื้นเก่าๆ ที่มันทับถมกันมานานหลายปี พื้นที่ตรงนี้หิมะเริ่มละลายเกือบหมดแล้ว
นางจะพลิกหน้าดินกลบใบไม้เปียกเอาไว้ก่อน เมื่อถึงฤดูเพาะปลูก นางจะได้ลงมือปลูกทันที
"มี่เอ๋อร์ทำอะไรหรือ"
"ข้าจัดการกับเศษใบไม้พวกนี้เ้าค่ะ แล้วเอาเศษใบไม้มาหมักเป็ปุ๋ย เสียดายที่ไม่มีขี้วัวหรือขี้ม้าตากแห้ง "
"เ้าทำสิ่งนี้เป็ด้วยหรือ"
"ข้าเคยเห็นคนอื่นทำเ้าค่ะท่านพ่อ"
"เอาไว้พ่อจะลองไปหาชี้วัวขี้ม้ามาให้นะ"
"ขอบคุณเ้าค่ะ"
หลังจากนั้นที่หยางจื่อกับหยางเจี้ยนก็มาช่วยทำความสะอาดบริเวณรอบบ้านจนสะอาด
ยามอู่ (11.00-12.59)
หยางเจี้ยน ซ่งกงิและซ่งลี่อิงเดินทางไปที่หอการค้าเพื่อไปติดต่อนายช่ายมาต่อเติมซ่อมแซมบ้าน
"คารวะนายท่าน ไม่ทราบว่านายท่านมาติดต่อด้วยเื่อะไรขอรับ"
"ข้ามาติดต่อสร้างบ้านน่ะ"
"เชิญทางนี้ขอรับ"
หยางเจี้ยนได้พูดคุยรายละเอียดต่างๆ กับนายช่างโดยตรง รวมถึงท่านลุงท่านป้าก็เช่นเดียวกัน
"แล้วเ้า้าให้ข้าทำส่วนไหนก่อนล่ะ หรือจะให้ทำพร้อมกัน"
"ทำพร้อมกันขอรับ"
"ได้ๆ พรุ่งนี้ตอนเช้าข้าจะไปดูพื้นที่ในการก่อสร้างก่อนนะ แล้วเราค่อยมาตกลงเื่ราคากันอีกที
"ได้ขอรับนายช่าง"
ท่านลุงท่านป้า้าบ้านที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่มาก ห้องนอนใหญ่1ห้อง ห้องนอนเล็ก 4ห้อง ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องโถงอย่างละ 1 ห้อง
รวมถึงทำทางขึ้นลงเขาให้มาตรงชายป่าด้านหลังเขาเส้นทางเดียวกับบ้านของหยางเจี้ยนและหมอต้วนอี้
แต่ดีตรงที่ว่าทางขึ้นไปบนเขาที่ดินริมผาไม่ชันมากนัก รถม้าสามารถวิ่งขึ้นไปได้ และสามารถเดินลัดขึ้นเขาจากทางป่าหลังบ้านของเขาได้เช่นเดียวกัน
+++++++++++++++++++
ขอบคุณค่าา