“ เป็อะไรไป บาโรลท์ ” เอมอสเอ่ยถาม เพราะบาโรลท์นั้นเซื่องซึมั้แ่กลับมาจากดันเจี้ยน แม้ว่าพวกเขาจะได้กำไรเป็กอบเป็กำจากกองหินเวทมนต์ระดับต่ำ ขนาดแบ่งกันเป็ 3 ส่วน ยังได้คนละ 200 กว่าก้อน ถ้านำไปขายจะทำให้พวกเขามีกินมีใช้ได้อีกนาน
“ โล่ของพ่อฉันน่ะสิ มันเสียหายหนักมากเกินไปไม่รู้ว่าจะซ่อมมันได้ไหม ” บาโรลท์เอ่ย พลางหยิบโล่ขนาดใหญ่ออกมาจากด้านหลัง เอมอสมองไปที่บนตัวโล่ก็พบว่า มันมีรอยร้าวตรงกลางลากยาวไปจนสุดปลายโล่ แถมรอยร้าวยังลามไปยังจุดต่างๆทั่วบริเวณโล่
“ ฉันก็พอรู้จักร้านซ่อมอาวุธดีๆอยู่บ้าง บางทีเขาอาจจะช่วยเราได้ ” เอมอสเอ่ยจบ ดวงตาของบาโรลท์ก็ทอประกายไปด้วยแสงแห่งความหวัง
“ ขอบใจนะ ! เอมอส ” บาโรลท์ลุกขึ้นยืน ด้วยความดีใจเขาจะสวมกอดเอมอส แต่คราวนี้เอมอสหลบได้ทันเพราะเขาไม่อยากเเบนเป็กล้วยทอดอีก
“ เห้อ ! โชคดีนะที่พวกเราเจอห้องสมบัติ ไม่งั้นขาดทุนย่อยยับ ” เสียงของลอเรียลบ่นขึ้นจากด้านหลัง เธอนำภารกิจการเคลียร์ดันเจี้ยนไปส่งมา ก็พบว่าผลตอบแทนได้มาแค่ไม่กี่พันเหรียญทอง แค่ลูกธนูกับน้ำยาฟื้นฟูพลังก็ขาดทุนเเล้ว
“ เอาน่า ถึงยังไงพวกเราก็ได้กำไร แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญฉันต้องซ่อมโล่ก่อน ” บาโรลท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ ฉันขอเวลาแปปนึง ” เอมอสกล่าว พลางมองตำราเวทมนต์ที่กางอยู่บนโต๊ะ 2 เล่ม เขากำลังคิดอยู่ว่าจะอัพทักษะเวทย์ไหนก่อนดี บาโรลท์ที่ปกติเป็คนมุทะลุไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังอยู่แล้ว จึงกล่าวกับเอมอสว่า
“ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย นายก็ยัดมันลงใส่ไฟร์บอลให้หมดก็สิ้นเื่ ยิ่งเยอะมันก็ยิ่งดีอยู่แล้วจริงไหม ”
“ ฉันหวังว่านายคงไม่บ้าตามหมอนี่หรอกนะ ” ลอเรียลเอ่ย เธอคิดว่ายังไงคนฉลาดแบบเอมอส คงไม่ทำตามที่บาโรลท์พูดอยู่แล้ว
“ นั่นสินะ ” เอมอสเอ่ย ลอเรียลถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เอมอสเห็นด้วย ไม่ไปบ้าตามบาโรลท์
แต่ทว่าเธอคิดผิด
“ ยัดมันลงไปให้หมดนี่แหละ ” เอมอสเทหินเวทมนต์ทั้งหมด 200 ก้อนจากในกระเป๋ามิติ ลงไปในตำราเวทมนต์ ไฟร์บอล ทันทีที่หินเวทมนต์ัักับตัวตำรามันก็สูบหินเวทมนต์ทั้งหมดเข้าไปเพียงรวดเดียว
“ เดี๊ยวสิยะ ! ” ลอเรียลพยายามห้าม
แต่ไม่ทันการเสียแล้ว ซึ่งตอนนี้ตำราเวทย์ไฟร์บอลลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง จนบาโรลท์และลอเรียลต้องลุกหนี ส่วนเอมอสดวงตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นตัวเขาไม่ได้รู้สึกร้อนจากเปลวเพลิง กลับกันมันให้ความรู้สึกที่อบอุ่นคล้ายแสงตะวันอ่อนๆ
โชคดีที่ตอนนี้ภายในกิลด์นักผจญภัยไม่มีใครนอกจากพวกเขา ไม่เช่นนั้นคงจะโดนซุบซิบนินทาหาว่าโง่เง่าอย่างแน่นอน ไม่มีใครที่ไหนยอมทุ่มหินเวทมนต์ขนาดนี้ลงไปในตำราเวทมนต์ระดับต่ำอย่าง ไฟร์บอล สู้เอาไปขายและซื้อทักษะเวทย์ดีๆมาใช้ยังดีเสียกว่า
“ ไปถึงระดับไหนกัน " บาโรลท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เอมอสลองอ่านตำราเวทย์ไฟร์บอล ก็พบว่ามันไปหยุดอยู่ที่ระดับกลาง
“ ตอนนี้มันไปค้างอยู่ที่ระดับกลางน่ะ ” เอมอสตอบ
“ แหงสิยะ ! ใช้หินเวทมนต์กับทักษะระดับต่ำไปขนาดนั้น มันก็ต้องไปถึงระดับกลางอยู่แล้ว แต่จากนี้ไปนายอย่าอัพสกิลนี้อีกดีกว่า เพราะนายจะใช้หินเวทมนต์อีกเป็หมื่นก้อนหรืออาจจะมากกว่านั้น กว่ามันจะไปอยู่ระดับสูงสุดคงใช้หินเวทมนต์ไปพอๆกับการอัพสกิลระดับสูง แถมเมื่อใช้ทักษะเวทย์แต่ละครั้งยังกินมานามหาศาลพอๆกับสกิลขั้นสูงอีก คนดีๆเขาถึงไม่ทำกัน เพราะมันไม่คุ้ม ”
“ แล้วถ้าฉันอัพมันไปจนถึงระดับสูงสุดหละ ” เอมอสถาม ซึ่งเื่นี้เขาไม่ได้ศึกษามันอย่างระเอียด จึงไม่รู้อะไรมาก
“ นี่นายยังจะอัพมันต่ออีกหรอ ฉันว่านายเอาเงินไปซื้อทักษะที่ดีกว่านี้มาใช้ดีกว่าไหม ” ลอเรียลกุมขมับ เขาไม่คิดว่าเอมอสจะมีความคิดแบบบาโรลท์ แค่บาโรลท์บ้าจนฉุดไม่อยู่คนเดียวเธอก็ปวดหัวจะแย่แล้ว
“ อ่าา ” เอมอสลากเสียงอย่างไม่สนใจ ตอนนี้เขามีความคิดแปลกๆเข้ามาในหัวเป็ที่เรียบร้อย ลอเรียลที่เห็นสีหน้าของเอมอสแล้วเธอคงต้องทำใจ
“ ไปกันเถอะ ! ” บาโรลท์เอ่ยอย่างกระตือรือล้น
“ ไปไหนก็ไป เห้อ " ลอเรียลถอนหายใจ ตอนนี้เธอคงได้แต่ยอมรับชะตากรรม ว่าเธอได้คนที่จะทำให้ปวดหัวเพิ่มมาอีก 1
ระหว่างทางเดินไปยังร้านซ่อมอาวุธให้กับบาโรลท์นั้น ทั้งเอมอสและบาโรลท์ก็พากันแวะเข้าร้านค้าต่างๆกันอย่าเมามัน ส่วนลอเรียลไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เธอกำลังวุ่นอยู่กับการจัดระเบียบเงินและสิ่งของต่างๆสำหรับปาร์ตี้อยู่ ซึ่งเอมอสนั้นเป็คนเสนอเองว่าให้มีการจัดสรรค์เงินกองกลางที่ได้จากภารกิจ เอาไว้ใช้ซื้อของใช้ต่างๆที่จำเป็ต่อปาร์ตี้ และเอมอสยังมอบกระเป๋ามิติที่เขาไม่ได้ใช้มาให้อีก 1 ใบ เพราะเอมอสเห็นว่าทั้งเธอและบาโรลท์ต้องคอยหิ้วกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ตลอดเวลา
แต่ในขณะที่เธอกำลังสาละวนจัดของอยู่นั้น ก็ได้มีชายฉกรรจ์ 3 คนหน้าตาหื่นกระหายเดินมาขวางทางเอาไว้
“ มีปาร์ตี้หรือยังจ๊ะ สาวน้อย ” ชายคนแรกเอ่ยเชื้อเชิญ แต่น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความหื่นกาม
“ พวกเราเป็นักผจญภัยระดับ E แต่พวกเราเชี่ยวชาญเื่การลงดันเจี้ยนมากเลยนะจ๊ะ ถ้าน้องสาวมาอยู่กับพวกเรารับประกันได้เลยว่าจะเจอแต่เื่น่าตื่นเต้น ” ชายอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน มันเลียริมฝีปากพลางมองเรือนร่างของลอเรียลอย่างโจ่งแจ้ง
“ ขอบใจ แต่ฉันมีปาร์ตี้อยู่แล้ว ช่วยหลีกทางหน่อยได้ไหม " ลอเรียลกล่าว
“ เถอะน่าสาวน้อย มาเล่นกับพวกเราดีกว่ารับรองว่าเธอจะติดใจ ” ชายคนสุดท้ายกล่าวด้วยใบหน้าอันน่าขยะแขยง มันพยายามจะจับแขนของลอเรียล แต่ลอเรียลรู้ทันพวกมันจึงคว้าได้แต่ลม
“ หลีกไป ฉันไม่อยากมีเื่ ” ลอเรียลเอ่ยอย่างใจเย็น เธอไม่อยากจะมีเื่ในอาณาจักรแห่งนี้
“ เล่นตัวซะด้วย ต้องอย่างงี้สิถึงจะมันส์หน่อย ” ชายคนแรกกล่าวจบก็ห้อมล้อมลอเรียลทันที โชคดีที่เสียงเอะนั้นดังจนเอมอสและบาโรลท์ได้ยิน
“ ถอยไป ! ” เอมอสกับบาโรลท์ะโออกมาพร้อมกัน ชายฉกรรจ์ทั้ง 3 ได้ยินเสียงก็ถอยออกมาเล็กน้อย พวกมันดูไม่ได้มีท่าทางเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับกันพวกมันมีท่าทางอยากจะเเสดงศักยภาพให้ลอเรียลเห็น โดยการเล่นงานคนในปาร์ตี้ของเธอให้เละ
“ อ้าว นึกว่าใครที่ไหนคุณหมอผู้โด่งดังนี่เอง เป็ยังไงบ้างครับตอนนี้รักษาแมลงได้สักตัวหรือยัง ฮ่าๆ ” ชายคนแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก
“ ช่วยรักษาผมทีสิครับ คุณหมอสุดห่วย ! ” ชายอีกคนทำท่าแขนห้อยต่องแต่งอย่างยียวน บาโรลท์ที่เห็นเอมอสโดนดูถูกถึงขนาดนี้ เขาจะปรี่เข้าหาชาย 3 ทั้งคนอย่างทนไม่ได้แต่ถูกลอเรียลห้ามเอาไว้
“ อย่าบาโรลท์ ใจเย็นๆหน่อย พวกนี้มันก็มีดีแต่ปากแหละ ” ลอเรียลห้ามบาโรลท์ที่ตอนนี้กำลังเืขึ้นหน้า
เธอไม่อยากจะมีเื่ในอาณาจักรที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตัวเอง ถ้ามีปัญหาขึ้นมากฎหมายของอาณาจักรยังไงก็ต้องเอื้อเฝื้อแก่คนพวกนี้มากกว่าอยู่ดี ถึงเธอจะเป็ฝ่ายถูกกระทำก่อนก็ตาม ซึ่งถ้าเื่เเบบนี้เกิดในอาณาจักรของเธอ 3 คนนี้จะลงไปนอนกับพื้นั้แ่พยายามจะแตะต้องตัวเธอ เธอไม่รอให้พวกนี้ได้ดูถูกเอมอสอย่างแน่นอน
“ เอ้าๆ คุณหมอ ไม่พูดอะไรหน่อยหรอครับ หรืออาชีพหมอทำให้เป็ใบ้ไปแล้วฮ่าๆ " พวกมันหัวเราะออกมาดั่งลั่น ในน้ำเสียงนั้นส่อแววดูถูกและเย้ยหยันเป็อย่างมาก
สติของบาโรลท์ขาดผึงทันที เขาสะบัดแขนของลอเรียลออก พร้อมกับเตรียมตัวจะพุ่งเข้าใส่ทั้ง 3 คน แต่ถูกเอมอสเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ
“ ฉันเองบาโรลท์ ขอบใจที่โกรธแทนฉัน พอดีอยากจะลองของเล่นใหม่อยู่เหมือนกัน ” แม้ว่าเอมอสจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่อารมณ์ที่พลุ่งพล่ายของเขานั้นเปลี่ยนไปคนละคน จนบาโรลท์และลอเรียลยังสังเกตุเห็น
“ จะรักษาผมตรงไหนก่อนดีครับ ” ชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ากำลังจะโดนอะไร
“ ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ” เอมอสร่ายเวทย์ 3 ครั้งติดอย่างรวดเร็วจนชายทั้ง 3 คนตั้งตัวไม่ทัน พวกมันไม่คาดคิดว่าเอมอสจะมีทักษะเวทย์โจมตีติดตัว แต่ทว่าสิ่งที่น่าใยิ่งกว่าคือ ไฟร์บอลของเขามันมีขนาดพอๆกับจานข้าวั์ขนาด 1คนโอบของบาโรลท์ พวกมันทั้ง 3 คนประมาทมากเกินไปจนไม่ระวังตัวและยากที่จะหลบทัน เพราะพวกเขาอยู่ไกล้กับเอมอสแทบจะประชิดตัว
ตู้ม !
เสียงอันดั่งสนั่นดังไปทั่วอาณาจักร ร่างของชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คน ถูกไฟร์บอลเข้าไปเต็มๆ และความรุนแรงของเวทย์เอมอสไม่ได้หยุดแค่นั้น มันทำให้ร่างของพวกเขากระเด็นไปไกลจนชนเข้ากับบ้านของคนในอาณาจักรเต็มๆ และความรุนแรงของไฟร์บอลยังทำให้เกิดเพลิงลุกท่วมบ้านผู้เคราะห์ร้ายทันที ชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนได้แต่ดิ้นทุรนทุรายกับพื้นด้วยความทรมาน ร่างของพวกเขาลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง พวกมันต่างพยายามกลิ้งไปกลิ้งมาเพื่อดับไฟที่เผาไหม้ร่างกายพวกเขาอยู่
“ ไฟไหม้ ! ไฟไหม้ ! ” เสียงของชาวบ้านเริ่มโหวกเหวกโวยอย่างตื่นตระหนก
“ ใครบังอาจมาเผาบ้านฉัน ! ”
เสียงอันคุ้นหูดังขึ้น เมื่อประตูบ้านที่กำลังลุกไหม้ถูกถีบออกมา ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่บ้านของวาลัสนั่นเอง วาลัสเพียงโบกมือเบาเบา บ้านที่เคยลุกไหม้ก็ดับลงก่อนจะไปช่วยดับไฟให้กับชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คน
“ ฝีมือนายหรือไอหนู ! ” วาลัสมองไปยังเอมอส ที่ยืนหน้านิ่งอยู่เขามองไปด้านหลังก็พบกับ บาโรลท์และลอเรียลที่กำลังตกตะลึงกับไฟร์บอลของเอมอสอยู่ จากเดิมที่มันมีขนาดเท่ากับกำปั้นมันกลับก้าวะโขึ้นมามีขนาดที่ใหญ่พอๆกับจานข้าวขนาดั์ของบาโรลท์
“ หึหึ รีบไปก่อนที่พวกทหารจะมา เื่เ้าพวกนี้ฉันการเอง " วาลัสเอ่ยอย่างยินดี ที่เห็นการพัฒนาของเอมอสเขาััได้ถึง กลิ่นอายพลังเวทย์ของเขา จากร่างของทั้ง 3 คนนี้อย่างเด่นชัด และความรุนแรงของเวทย์ ไฟร์บอล ที่เอมอสร่ายนั้นมันมีความรุนแรงมากขนาดส่งร่างของคนพวกนี้ให้กระเด็นมาชนบ้านเขาได้
เอมอสที่ได้ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวขอบคุณวาลัส และพาทั้งสองคนไปยังร้านซ่อมอาวุธทันที บาโรลท์กับลอเรียลได้แต่โค้งศรีษะขอบคุณก่อนจะวิ่งตามเอมอสไป
“ ทำไมเธอถึงชอบห้ามฉันจังเลยหะ ลอเรียล ” บาโรลท์บ่น ั้แ่มาอาณาจักรนี้เวลาลอเรียลถูกคุกคาม เธอจะคอยห้ามและหลีกเลี่ยงการปะทะตลอดเวลา
“ ฉันบอกไปตั้งกี่รอบละตาทึ่ม ถ้ามีเื่กันขึ้นมาพวกเราจะโดนสั่งห้ามเข้าอาณาจักรอีกเลย ต่อให้เราเป็ฝ่ายถูกก็เถอะ แล้วทีนี้พวกเราจะไปหาภารกิจจากเมืองไหนได้อีก ” ลอเรียลเขกหัวบาโรลท์ไปด้วยความหมันใส้
“ คนคนนั้นเป็ใครหรอเอมอส ดูท่าทางไม่ธรรมดาเลย ” บาโรลท์ลูบหัวพลางถามเอมอส
“ เพื่อนของพ่อฉันน่ะ เป็นักผจญภัยระดับ S .” เอมอสตอบ
“ หืม ปกตินักผจญภัยระดับนั้นจะไม่ค่อยว่างนี่ หาตัวยากมาก ” ลอเรียลกล่าว ตามปกติแล้วนักผจญภัยระดับสูงนั้น จะทำภารกิจแทบตลอดเวลาไม่มีใครได้พบเจอบ่อยมากนัก
“ ปกติก็ไม่เห็นตัวหรอก เจอกันแต่ละที่ก็าเ็มาตลอด แต่พักหลังมานี้รู้สึกจะป้วนเปี้ยนอยู่ในอาณาจักร ” เอมอสเอ่ย หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเห็น วาลัสเข้าออกห้องควีนกับในอาณาจักรเกือบทุกวัน ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะไม่เคยเจอหน้าเลยถ้าไม่มาให้พ่อเขารักษา
“ ร้านนี้แหละ ” เอมอสเดินนำเข้าไปยังร้านซ่อมอาวุธเล็กๆ เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นของโลหะฉุนจมูกขึ้นมาทันที แถมอุณหภูมิภายในร้านยังร้อนจัด ทำให้พวกเขาต้องคอยปาดเหงื่ออย่างช่วยไม่ได้
“ มีธุระอะไรหรือ คุณหมอ ” เสียงจากหลังร้านดังขึ้น แต่น้ำเสียงเขาไม่ได้ส่อแววดูถูกแต่เต็มไปด้วยความเอ็นดู หลังจากนั้นก็ปรากฎร่างของชายวัยกลางคนที่มีความสูงพอๆกับเอมอส เขามีใบหน้าที่หยาบกร้านจากการอยู่หน้าเตาเผาร้อนๆตลอดเวลา
“ อยากให้ดูโล่ของเพื่อนผมให้หน่อย ว่ามันพอจะซ่อมแซมได้ไหม อารอน ” เอมอสกล่าวด้วยน้ำสุภาพ บาโรลท์ยื่นโล่ที่เสียหายหนักให้กับอารอน เขามองโล่ของบาโรลท์เพียงเเวบเดียวก็ส่ายหน้าทันที
“ อาา ยากมาก ! มันไม่มีทางกลับไปเป็เหมือนเดิมได้แน่นอน ถึงต่อให้ทำได้มันก็ไม่ทนทานเฉกเช่นเมื่อก่อน ” อารอนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่สลดของบาโรลท์ก็เอ่ยว่า
“แต่ก็ยังพอมีอีกทาง ฉันสามารถหลอมมันขึ้นมาให้ใหม่ แต่ฉันไม่มีวัตถุดิบสำหรับโล่นี่ พวกนายต้องไปหาเอาเอง และสถานที่ที่มีวัตถุดิบนี้ค่อนข้างอันตรายพอสมควร ส่วนเื่ค่าแรงค่อยตกลงกัน ” อารอนกล่าวจบ ดวงตาของบาโรลท์ก็ทอประกายทันที
“ แต่ ! มันอันตรายสำหรับพวกเธอในตอนนี้พอสมควร กล้าที่จะเสี่ยงไหม ” อารอนพูดอย่างไม่ปิดบัง เอมอสเเละลอเรียลมองหน้ากันต่างพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“ โล่ระดับนี้ ต้องใช้ส่วนผสมของ มอนส์เตอร์หลายชนิดแต่เื่นี้ไม่ใช่ประเด็นหลัก ปัญหามันอยู่ที่แกนหลักของโล่ต้องใช้มอนส์เตอร์ที่มี กระดอง ซึ่งมันมีความเเข็งแกร่งมากและยากที่จะกำจัดมัน ถ้าพวกเธอไม่จ้างนักผจญภัยระดับสูงไปด้วยคงยากเกินไปที่จะล้มมัน และแถบนั้นมีแต่ความอันตรายรอพวกเธออยู่ ฉันจะจดรายการส่วนผสมว่า้าอะไรบ้าง และจะหามันได้จากที่ไหนให้พวกเธอ วิธีการที่จะได้มาอยู่ที่พวกเธอจะตัดสินใจ ” อารอนอธิบาย ใจจริงเขาอยากจะบอกว่าซื้อโล่อันใหม่ง่ายกว่า ถ้าจะทุ่มเงินจ้างนักผจญภัยระดับสูงราคาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก แต่เขาเห็นถึงความรักและผูกพันธ์จากสายตาของบาโรลท์ จึงเลือกที่จะไม่พูดออกไป
“ ขอบคุณ อารอน ” เอมอสรับรายการสิ่งของที่ต้องใช้ ก่อนจะพากันเดินออกจากร้าน หลังจากนั้นเอมอสก็ยื่นถุงเงินให้กับลอเรียลและกล่าวว่า
“ เตรียมเสบียงให้พร้อม แล้วก็ของใช้จำเป็ต่างๆ เราน่าจะเดินทางกันหลายวัน ส่วนฉันจะไปซื้อวัตถุดิบทำอาหาร ที่เหลือฝากเธอกับบาโรลท์ด้วย ” เอมอสกล่าวจบ ก็ไม่รอคำทัดทานจากลอเรียลและบาโรลท์
“ พวกเราโชคดีแค่ไหนกันนะ ที่เจอคนเเบบเขา ” บาโรลท์เอ่ยกับลอเรียล
“ คนอย่างเขา อย่าคิดจะหักหลังหรือทำลายความไว้ใจเด็ดขาด "
- –----------- -
หยุดลงดันเจี้ยนก่อนน้า รับประกันความมันส์เตรียมลุ้นระทึกกันได้เลย อย่าคิดว่ามันจะจบง่ายๆ อ่อยๆไปก่อน 555555