ตอนที่ 12
เมื่อบ่ายคล้อยของวันอารมณ์ที่ไม่สงบนิ่งมาแต่เช้า ก็ทำให้กงจักรไม่อาจทนอยู่ในที่ทำงานอีกต่อไปแม้ยังไม่รู้จะไปไหน แต่มันก็ดีกว่าจะต้องมาอุดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีสีดำของผนังห้องถึงสองด้านเป็นตัวจำกัดเอาความรู้สึกหม่นมัวในใจเข้าไปหลวมรวม
กงจักรหยิบสูดสีเทาเข้ม ขึ้นพาดท่อนแขนแล้วก็คว้ากุญแจรถยนต์ตั้งท่าจะออกไปจากที่นี่ พอเปิดประตูห้องทำงานออกมาจึงเห็นนิดายืนอยู่บริเวณด้านนอกของห้องในส่วนรับแขก
ทว่านิดามิได้อยู่ลำพังหล่อนกำลังสนทนากับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในชุดนักศึกษาชาย เขาแต่งตัวสะอาดสะอ้านรับกับรูปพรรณโดยรวมคือผิวขาวจัดจนเรียกว่าผิวขาวราวหยวกกล้วยแต่ที่สะดุดตาก็น่าจะเป็นเครื่องหน้าทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยคิ้วหนาดกดำรับกับดวงตารียาว หางตานั้นยกชี้ขึ้นนิดดั่งเทพเจ้าในตำนานจีนส่วนจมูกนั้นโด่งเป็นสัน อยู่เหนือริมฝีปากบางที่ค่อนไปทางชมพูระเรื่อและเวลาที่เขาส่งยิ้มให้คู่สนทนานั้น เป็นเอกลักษณ์ถึงความมีเสน่ห์
กงจักรไม่ได้คิดจะมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนแต่ก็อดมิได้ในความสงสัยใคร่รู้ ทั้งคู่พูดคุยสนิทสนมกันพอควรแต่ในเสียงหัวเราะน้อยๆนั้น เห็นท่าทีใช้ความคิดของคนทั้งคู่เขาเผลอมองพินิจพิเคราะห์อยู่นาน จนนิดาเหลือบตาเห็น หล่อนจึงลุกจากที่โซฟาตัวนั้นแล้วสะกิดให้ผู้ชายข้างๆลุกขึ้นตาม
ทั้งคู่เดินตรงมาที่กงจักรเขาจึงสังเกตเห็นว่า ผู้ชายคนนั้นยังมีรูปร่างสูงโปร่งไล่เลี่ยกับเขาแถมช่วงตัวยังกำยำล่ำสัน สังเกตจากเสื้อนักศึกษาที่ตัดมาพอดีตัว
ผู้ชายคนนี้อาจดูดีในสายตาของใครต่อใครหรือแม้แต่ในความคิดแวบแรกที่เขาเห็น แต่มันก็อดนึกเขม่นอยู่ในใจไม่ได้โดยไร้สาเหตุ
ชายหนุ่มตรงหน้ายกมือขึ้นสวัสดีเขาและยิ้มให้เมื่อนิดาเอ่ยแนะนำ “เพื่อนรุ่นพี่ของนิดเองค่ะคุณกงจักร ชื่อปถวี...พอดีเขาแวะมาหาชมพูน่ะค่ะ”
แค่พูดว่ามาหาชมพูรักสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นไม่ยินดียินร้าย และไม่นึกจะต่อคำสนทนาใดแม้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นจะพูดทักทายด้วยความนอบน้อม “ขออนุญาตคุณกงจักรด้วยนะครับ ที่มารบกวนในเวลางานพอดีผมผ่านมาทำธุระแถวนี้ ก็เลยนึกถึงว่านิดกับชมพูฝึกงานอยู่ที่นี่เลยแวะมาชวนคุยด้วย แต่คงไม่นานนัก เดี๋ยวก็คงกลับ”
“เสียดายจังเลยค่ะ ที่พี่ปัดมาไม่เจอชมพู”นิดาพูดขึ้นเสียงอ่อย
“นั่นสิ ถ้าไม่เจองั้นเดี๋ยวเราสองคนแวะไปหาชมพูที่บ้านกัน ดีไหม”
นิดาทำท่าดีอกดีใจและสนทนาต่อ “ดีเลยค่ะพี่ปัด นิดว่าจะแวะไปดูชมพูซะหน่อยว่าเป็นไงบ้าง ดูท่าทางจะซึมๆ”
กงจักรมองคนทั้งคู่ยิ้มจางๆหุบลง และปากก็ไวเท่าความคิด “เพื่อนของเธอไม่อยู่ที่บ้านหรอกป่านนี้ก็คงมีความสุข จนลืมเพื่อนลืมฝูงอย่างเธอไปแล้ว”
เขาพูดใส่อารมณ์เสียงนั้นทุ้มต่ำผสานกับใบหน้าบูดบึ้ง และจ้องมองชายผิวขาวผู้นั้นเหม็นขี้หน้าจนบอกไม่ถูก
หลายคนอาจไม่เคยเชื่อเรื่องความไม่ถูกชะตากับคนเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกเพราะมันเป็นทฤษฎีที่ไม่อาจหาบทสรุป แต่สำหรับกงจักรไม่ต้องเรียนรู้ความรู้สึกส่วนนี้จากหนังสือเล่มไหน เขาก็ตอบตนเองได้เป็นอย่างดี
ช่างไม่ถูกชะตากับหมอนี่เลย...พับผ่าสิ
ดวงตาของปถวียังคงยิ้มแต่เขากลับรู้สึกว่ามันซ่อนความรู้สึกลึกล้ำบางอย่างเอาไว้ยิ่งท่าทีที่ปถวีแสดงออกว่ากระตือรือร้น อยากพบชมพูรักนั่นอีก...
หมอนี่คงจะไม่ใช่แค่รุ่นพี่ธรรมดาทั่วไปแน่นอน
..........................................