"ฮ่าๆๆ! เลเวล 500อ่อนแอเหรอ แกคงกลัวเฟนริลจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วล่ะสิ!เื่ที่พวกข้าถูกซัดกระเด็นไปเมื่อกี้ก็คงเป็แค่ลูกไม้ตื้นๆไม่ก็พลังของไอเทมเวทมนตร์อะไรทำนองนั้นแน่ๆ! แต่เ้านี่น่ะคือของจริงเลเวล 500เลยนะ ข้าจะเป่าแกไปพร้อมกับลูกไม้ตื้นๆ นั่นแหละ!ลองก้มกราบคลานกับพื้นแล้วร้องขอชีวิตดูหน่อยเป็ไง?ถ้าแกอ้อนวอนขอชีวิตได้น่าขำจนข้าขำกลิ้งล่ะก็บางทีข้าอาจจะเปลี่ยนใจไม่ฆ่าแกก็ได้นะ? เอ้า! รีบทำเข้าสิวะ!"
แน่นอนว่าต่อให้อ้อนวอนขอชีวิตอย่างไรเขาก็ไม่มีความคิดที่จะไว้ชีวิตอยู่ดี
พวกวัยรุ่นคนอื่นๆนอกจากกาลูต่างก็เข้าใจเื่นั้นดี พวกเขาจึงพากันแสยะยิ้มและส่งสายตาดูแคลนมายังไลท์
ในขณะที่ไลท์กลับทำเพียงถอนหายใจออกมาด้วยความระอาแทนที่จะร้องขอชีวิต เขากลับกระตุ้นให้อีกฝ่ายโจมตีเข้ามาเสียอย่างนั้น
"นี่อสูรเลเวลแค่ 500เป็ไพ่ตายจริงๆ เหรอครับ... เอาเถอะครับผมจะไม่ขยับไปไหนจากตรงนี้แม้แต่ก้าวเดียว เพราะงั้นเชิญลงมือตามสบายเลยครับ"
ไลท์กางแขนทั้งสองข้างออกราวกับกำลังยั่วยุ
ท่าทางของเขาแสดงชัดเจนว่าไม่มีความตั้งใจที่จะขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียวตามที่ลั่นวาจาไว้จริงๆ
และแน่นอนว่าท่าทียั่วยุของไลท์ที่ตนแสนดูแคลนยิ่งทำให้กาลูโกรธเกรี้ยวจนใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
"ถ้าอย่างนั้นก็ตายแบบไม่ต้องเหลือแม้แต่กระดูกตามที่้าไปซะ!ลุยเลยอสูรเฟนริล! ปืนใหญ่อสูรคำราม!"
'โฮกกกกกกกก!'
ผู้ที่ทุบลูกแก้วอสูรจะได้รับการยอมรับว่าเป็เ้านายของอสูรตัวนั้นเป็การชั่วคราวและจะสามารถรับรู้ถึงเลเวล คุณสมบัติรวมถึงวิชาเฉพาะของมอนสเตอร์ที่อัญเชิญออกมาได้
ด้วยพลังนั้นกาลูจึงออกคำสั่งให้อสูรเฟนริลใช้ 'ปืนใหญ่อสูรคำราม'ซึ่งเป็วิชาที่มีอานุภาพการโจมตีร้ายกาจที่สุด
มันคือการโจมตีปิดฉากของอสูรเฟนริลโดยการแปรเปลี่ยนมานาทั้งหมดให้กลายเป็การโจมตี
พลังเวทสีฟ้าขาวพลันควบแน่นในปากที่อ้ากว้างจนสุดพร้อมเสียงคำรามกึกก้อง—ก่อนจะถูกยิงออกมา!
สมกับที่เป็การโจมตีปิดฉากที่แปรเปลี่ยนมานาทั้งหมดของเลเวล500 หากเป็คู่ต่อสู้ในระดับเลเวลเดียวกันโดนเข้าไปย่อมต้องสลายหายไปไม่เหลือซากอย่างแน่นอน ทว่า
"—การโจมตีระดับแค่ทำให้ฝุ่นตลบเ้าสัตว์ป่านั่นกลับทำเป็เื่ใหญ่โตเกินเหตุซะจริง น่าลำบากใจจริงๆเลยครับ"
"ปะ เป็ไปไม่ได้...ไร้รอยขีดข่วนงั้นเหรอ..."
แม้จะรับปืนใหญ่อสูรคำรามเข้าไปตรงๆจากด้านหน้า ทว่าไลท์กลับไม่ได้รับาเ็ใดๆ เลยแม้กระทั่งเส้นผมหรือเสื้อผ้าก็ไม่มีรอยไหม้เลยสักนิด
ปืนใหญ่อสูรคำรามเป็การโจมตีปิดฉากของเฟนริลเลเวล500 ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการตั้งรับแบบครึ่งๆ กลางๆหรือไอเทมเวทมนตร์ทั่วไป
หากจะมีสิ่งที่เป็ไปได้เช่นนี้...ก็มีเพียงแค่ความต่างชั้นของพลังและระดับเลเวลที่ห่างกันลิบลับเท่านั้น
ไม่ใช่เพียงแค่กาลูเท่านั้นแต่พวกมนุษย์สัตว์คนอื่นๆ ที่พากันยกย่องอสูรเฟนริลเมื่อครู่ต่างก็พากันยืนจ้องมองไลท์ตาค้างด้วยความตะลึงลาน
ไลท์กลับไม่ได้ใส่ใจเื่นั้นเขาเผยรอยยิ้มบางเบาออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"ต่อไปเป็ตาของผมบ้างนะครับ"
เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อเช่นเดียวกับกาลูก่อนจะหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา
"ถ้ามีคนเข้าใจผิดคิดว่าสุนัขจรจัดท่าทางมอซอแบบนั้นเป็เฟนริลละก็น่าสงสารแย่เลยครับเพราะงั้นผมจะยอมแสดงให้ดูเป็พิเศษแล้วกันครับว่า 'ของจริง' น่ะมันเป็ยังไง'การ์ด UR เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด เลเวล 9000' รีลีส "
การ์ดที่หยิบออกมาส่องแสงเจิดจ้าตามเสียงของไลท์
แสงสว่างจางหายไปในเวลาอันรวดเร็วพลันปรากฏร่างของอสูรตัวหนึ่งขึ้นมาแทนที่
มันคือร่างั์ที่มีความยาวกว่า15 เมตร ทั่วทั้งร่างปกคลุมด้วยขนสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกและแยกเขี้ยวที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งพลังอันมหาศาล
ไม่จำเป็ต้องอธิบายใดๆทุกคนต่างก็เข้าใจได้ในทันทีที่สบตา
ว่าตัวตนตรงหน้าที่ไลท์อัญเชิญออกมานี้แหละคือ'เฟนริล' ของจริง
จริงแท้แน่นอนว่าหากรู้จัก'การ์ด UR เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด เลเวล 9000' แล้วล่ะก็ ย่อมต้องยอมรับว่า'อสูรเฟนริล เลเวล 500' เป็เพียงสุนัขจรจัดท่าทางมอซอจริงๆ
ไลท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างสูงตามประสาเด็ก
"เฟนริลต้นกำเนิดฆ่าสุนัขจรจัดตัวนั้นซะ"
'บรู๊ววว!'
เมื่อได้รับคำสั่งจากนายเหนือหัว'เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด' ก็ขยับร่างพร้อมส่งเสียงคำรามในลำคอเบาๆ
เพียงแค่ยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นสะบัดเบาๆ'อสูรเฟนริล'—หรือไอ้ตัวเลียนแบบเฟนริลก็ถูกฉีกกระชากออกเป็สองซีกตามแนวตั้งและแช่แข็งในทันทีจากนั้นรอยร้าวก็ลุกลามจนสลายกลายเป็ผงธุลีไป
ราวกับว่าไม่มี 'อสูรเฟนริลเลเวล 500' อยู่ตรงนี้ั้แ่แรกมันสลายหายไปจากโลกนี้โดยไม่หลงเหลือแม้แต่เส้นขนสักเส้นเดียว
"เก่งมาก ทำได้ดีมาก"
'โฮ่ง! บรู๊ว!'
ไลท์ลูบหัวเพื่อเป็รางวัลหลังเอ่ยชมที่มันกำจัด'อสูรเฟนริล' ลงได้อย่างง่ายดายตามคำสั่ง
ดูเหมือนว่า 'เทพอสูรเฟนริลต้นกำเนิด' จะดีใจที่ได้รับการชื่นชมและลูบหัวจากเ้านายราวกับสุนัขบ้านมันจึงแกว่งหางไปมาและคลอเคลียออดอ้อนไลท์อย่างสุดชีวิต
"......"
เมย์ที่ยืนเตรียมพร้อมอยู่ด้านหลังจ้องมอง'เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด'ที่ถูกไลท์ลูบหัวและชื่นชมด้วยสายตาอิจฉาริษยาอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าในฝั่งของพวกมนุษย์สัตว์อย่างกาลูนั้น...
"อะ อา..."
"ฮึก ฮึก ฮืออ"
"......"
ทุกคนต่างก็เค้นเสียงออกมาไม่เป็ภาษาและพากันทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
แน่นอนว่ากาลูเองก็ตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างรุนแรงความกลัวต่อเหตุการณ์ที่สติปัญญาของตนไม่อาจทำความเข้าใจได้ทำเอาเขาถึงกับแข้งขาอ่อนแรงจนทรุดนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
"อะ อะไร... กะ แก... ละเลเวล 500... กำจัดเฟนริลได้ในชั่วพริบตา... ถะแถมยังบงการอสุรกายพรรค์นั้นได้ยังไงกัน..."
"ถึงไม่ยอมอัญเชิญ'เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด' ออกมาด้วยตัวผมในตอนนี้ก็สามารถฆ่าอสูรระดับนั้นได้ในชั่วพริบตาอยู่ดีละครับ ก็แหงละครับเพราะเลเวลของผมในตอนนี้คือ 9999 แล้วนี่นา"
"...หา?"
"เลเวลของผมคือ 9999ครับ"
ไลท์เปิดเผยสเตตัสของตนออกมาเช่นเดียวกับที่กาลูทำเมื่อครู่
บนสเตตัสนั้นมีคำว่า 'เลเวล9999' แสดงเอาไว้เด่นชัดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
สีหน้าของพวกมนุษย์สัตว์แปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือดลงไปยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่ทอดสายตามองไปยังพวกเขาไลท์ก็เอ่ยคำพูดที่มอบความสิ้นหวังให้มากยิ่งขึ้น
"ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกครับเมย์ก็เลเวลเท่ากันด้วยครับ เมย์"
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของไลท์เธอก็เปิดเผยสเตตัสออกมาโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
บนสเตตัสนั้นมีคำว่า 'เลเวล9999' แสดงอยู่เช่นเดียวกับของไลท์
พวกมนุษย์สัตว์พากันแสดงสีหน้าสิ้นหวังและเค้นเสียงครางออกมา
"ละ เลเวล 9999งั้นเหรอ..."
"โกะ โกหกน่า..."
"ขะขีดจำกัดเลเวลของพวกฮิวแมนมันแค่ประมาณ 100 ไม่ใช่หรือไงวะ"
"แบบนี้มันไม่มีทาง...มะ... ไม่มีทางชนะได้เลยไม่ใช่หรือไง..."
ไม่มีพวกมนุษย์สัตว์วัยรุ่นคนใดปฏิเสธระดับเลเวลอันนอกคอกอย่าง'เลเวล 9999' ได้เลย ในเมื่อภาพของ 'เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด' ที่กำจัดเฟนริลเลเวล500 ลงได้อย่างง่ายดายกำลังหยอกล้ออยู่ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้
กาลูเองก็นั่งทรุดลงไปกับพื้นพลางขวัญเสียต่อการโจมตีเพียงครั้งเดียวของ'เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด' เช่นกัน
ในสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครสักคนที่สามารถปฏิเสธคำพูดของไลท์ผู้ครอบงำและกุมชีวิตของพวกเขาเอาไว้ได้เลย
กาลูหลั่งเหงื่อเย็นออกมาดั่งน้ำตกพลางจ้องมองไลท์ด้วยใบหน้าซีดเผือด
(ทำไมกัน...ทำไมข้าถึงไม่เอะใจเลยสักนิดล่ะว่าไลท์ไม่ได้เติบโตขึ้นเลยตลอดสามปีที่ผ่านมาทำไมข้าถึงไม่เอะใจเลยนะ!)
ไลท์เป็เพียงเด็กชายอายุ 12ปีที่มาจากหมู่บ้านเกษตรกรรม
นับจากวันนั้นมาก็ประมาณสามปีแล้วเขาควรจะอายุ 15 ปี
่อายุ 12 ถึง 15ปีนั้นเป็่วัยเจริญเติบโตของฮิวแมน ร่างกายต้องสูงใหญ่ขึ้นลูกกระเดือกต้องโผล่ และใบหน้าต้องดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยย่อมเป็เื่ที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าไลท์กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเ่าั้เลยแม้แต่น้อย
รูปร่างหน้าตาของเขายังคงเหมือนเดิมทุกประการกับตอนที่พวกตนทรยศและลงมือจะฆ่าเขาเมื่อประมาณสามปีก่อนไม่มีผิด
แล้วทำไม'ปรากฏการณ์ที่เป็ไปไม่ได้' เช่นนี้ถึงเกิดขึ้นได้ล่ะ?
(เลเวล 9999นั่นไม่ใช่เื่โกหกพกลมที่เด็กปัญญาอ่อนกุขึ้นมาสินะ...แต่ถ้ามันเป็เื่จริงละก็ เื่ที่ไม่เติบโตขึ้นเลยหรือเื่ที่เขามีตัวประหลาดอย่าง 'เทพอสูร เฟนริลต้นกำเนิด'ไว้ในก็สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที หรือก็คือไลท์กลายเป็สัตว์ประหลาดเลเวล9999 ไปแล้วจริงๆ อย่างนั้นเรอะ...!)
หากพูดให้ถูกต้องแล้วมันไม่ใช่เพราะระดับเลเวล แต่เป็เพราะการมีอายุขัยที่หยุดนิ่งด้วยพลังของอาร์ติแฟกต์ระดับตำนานที่ชื่อว่า'กำไลไร้ชรา' ซึ่งได้มาจากการกดกิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด' ต่างหาก
เพื่อไม่ให้ลืมเลือนความสิ้นหวังความโศกเศร้า และความโกรธแค้นจากการถูกหักหลัง ไลท์จึงจงใจใช้ 'UR กำไลไร้ชรา'เพื่อรักษาร่างกายในวัย 12 ปีเอาไว้ตลอดเวลา
ในระหว่างที่กาลูเริ่มปักใจเชื่อคำพูดของไลท์และกำลังสั่นเทาด้วยความกลัวอยู่นั้นพวกมนุษย์สัตว์คนอื่นๆ ต่างก็พากันหดหางและส่งเสียงคร่ำครวญพร้อมสายตาอ้อนวอนออกมา
"พะ พี่ใหญ่กาลู..."
"ทะ ท่านกาลูจะเอายังไงดีครับ"
"พวกเราควรทำยังไงดีครับพี่ใหญ่กาลู..."
พวกวัยรุ่นที่ถูกกาลูชักชวนด้วยคำล่อลวงที่ว่า'มีงานรายได้ดี' และพาเข้ามาใน 'นรก' ต่างก็ร้องขอคำสั่งจากเขาผู้เป็หัวหน้า
พวกเขารอคอยว่าควรทำอย่างไรดีและควรทำอย่างไรถึงจะเอาชีวิตรอดไปได้
ส่วนกาลูที่ตกเป็เป้าสายตาของทุกคนในตอนนี้นั้น...
เขาหมอบกราบลงบนพื้นพลางทำหน้าซีดเผือดดั่งสีทาบ้าน
"เื่ไร้มารยาทก่อนหน้านี้กระผมต้องกราบขออภัยจริงๆ ครับ! ข้าไม่สิ—กระผมถูกประเทศสั่งมาให้หลอกลวงท่านไลท์ครับ!ไม่ใช่ความตั้งใจของกระผมเองเลยครับ! เพราะงั้นได้โปรดอภัยให้กระผมด้วยเถอะครับ!ไอ้พวกนี้จะเป็ยังไงก็ช่างมันเถอะครับ ได้โปรดช่วยชีวิตกระผมไว้แค่คนเดียวด้วยนะครับ!ขอร้องล่ะครับ!"
"พะ พี่ใหญ่กาลู!?จะหักหลังพวกเราเหรอครับ!?"
"ไอ้ขี้ขลาด!เพิ่งจะมากลับคำตอนนี้ ไม่ละอายใจบ้างหรือไงวะ!?"
"หุบปาก!ข้าไม่เหมือนพวกแกโว้ย! จริงอยู่ที่ข้าเคยหักหลังท่านไลท์ไปครั้งหนึ่งแต่ตอนที่ท่านไลท์เข้าไปในเมือง ข้าก็คอยดูแลเอาใจใส่ท่านในหลายๆเื่ไม่ใช่เหรอครับ!? ใช่ไหมครับ ท่านไลท์?"
กาลูถูไม้ถูมือพลางส่งยิ้มประจบสอพลอราวกับว่าท่าทางหยิ่งยโสก่อนหน้านี้เป็เื่โกหก
"กระผมเคยเลี้ยงเนื้อเสียบไม้ที่ร้านแผงลอยแถมยังเคยซื้อน้ำผลไม้ให้ดื่มด้วยแล้วก็เคยมีเื่ทะเลาะวิวาทเพื่อขับไล่พวกที่มาเหยียดหยามท่านไลท์ด้วยไม่ใช่เหรอครับ!?ใช่ไหมครับ!? กระผมกับท่านไลท์มีความทรงจำและบุญคุณต่อกันตั้งหลายอย่าง!เพราะงั้นอย่างน้อยกระผมก็สมควรได้รับการละเว้นชีวิตสิครับ!"
"......"