บรรยากาศภายในห้องพักที่เซเลส ไอวี่ และสกาย พักอยู่ด้วยกันนั้นดูผ่อนคลายและเป็ส่วนตัวมากกว่าโถงใหญ่หลายเท่า ไอวี่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงด้วยท่าทางหมดแรงพลางถอนหายใจยาวขณะที่เซเลสนั่งฟังเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ
สกายที่กำลังนั่งจัดที่นอนของตัวเองอยู่มุมห้องหันมามองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
สกาย "ให้ตายเถอะ... แค่พิธีวัดระดับแกนพลังวันนี้ ทำไมต้องทำให้บรรยากาศเครียดขนาดนั้นด้วยนะ แถมยัยเบลล่ากับพวกแคสเซียก็ยังปากคอเราะร้ายไม่เลิกอีก"
ไอวี่พยักหน้าเห็นด้วยพลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง
ไอวี่ "ก็ปกติของคนพวกนั้นแหละ ฉันเห็นมาั้แ่เล็กจนโต ฉันว่ามันเป็นิสัยติดตัวขุนนางชั้นสูงบางคนนั่นแหละมั้ง"
ไอวี่หันกลับมามองสกายพร้อมกับเปลี่ยนเื่กะทันหัน
ไอวี่ "อีกอย่างนะสกาย ฉันว่าเรามาคิดเื่ัที่จะอัญเชิญพรุ่งนี้กันดีกว่า"
สกายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะทำหน้าเหวอใส่เพื่อนสาว
สกาย "ห๊ะ? นี่เธอ... ถามอยู่ดี ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนเื่หน้าตาเฉยแบบนี้ล่ะ"
สกายถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความระอาใจในความเอาแต่ใจของเพื่อน ทำให้เซเลสที่นั่งฟังอยู่ขยับยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากอย่างนึกขำในจังหวะของทั้งคู่
ไอวี่ "นั่นสิพรุ่งนี้แล้ว! เราจะได้รู้กันว่าัแบบไหนที่จะเลือกพวกเรา แต่ว่านะเซเลส... เมื่อกี้ตอนที่เดินออกมาน่ะ ฉันเห็นไอ้หมอนั่น—วาน—เดินตามพวกเรามาแบบแปลก ๆ อีกแล้ว หมอนั่นจงใจขยับเข้ามาใกล้เธอตลอดเลย ไม่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ บ้างเหรอ"
เซเลสรับฟังเงียบ ๆ ขณะนึกถึงเหตุการณ์ที่โถงใหญ่ เธอทำเพียงยักไหล่ด้วยท่าทีที่ไม่ใส่ใจนัก แม้ในใจจะแอบสงสัยพฤติกรรมของวานอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
เซเลส "อาจจะไม่มีอะไรหรอกมั้ง... อย่าคิดมากไปเลยนะไอวี่ พรุ่งนี้เราต้องเข้าพิธีอัญเชิญัไม่ใช่เหรอ ฉันว่าพวกเราควรพักผ่อนกันได้แล้วล่ะ"
เมื่อเซเลสเอ่ยจบ ไอวี่และสกายต่างพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปจัดการธุระส่วนตัว ทิ้งให้เซเลสค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนเพื่อเตรียมต้อนรับเช้าวันใหม่ วันที่ชะตาชีวิตของพวกเขาในฐานะผู้ถูกเลือกจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในพิธีอัญเชิญั
แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างหอพักนักเรียน กระทบเข้ากับร่างของเซเลสที่ตื่นขึ้นมา เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้า ๆ ก่อนจะทอดสายตาเหม่อลอยออกไปอย่างไร้จุดหมาย ในใจยังคงวนเวียนอยู่กับนิมิตประหลาดจากความฝันเมื่อคืน มิติที่มืดมิดและตัวตนปริศนาที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดนั้นทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าในจังหวะที่เธอนั่งเหม่ออยู่นั้น ไอวี่ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้วก็หันมามองพอดี และสิ่งที่เธอเห็นคือเซเลสที่จู่ ๆ ก็ตัวสั่นเทาขึ้นมา ความเจ็บแปลบที่รุนแรงแล่นริ้วขึ้นจากใจกลางหน้าอกของเซเลสทันที มันรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอรีบยกมือกุมอกซ้ายไว้แน่น
ไอวี่ "เซเลส เป็อะไรไปน่ะ! ไหวไหม? ทำไมถึงมีอาการแบบนี้อีกแล้ว"
สกาย "เซเลส! เป็อะไรไปอีกแล้ว?"
สกายและไอวี่รีบถลาเข้ามาหาเซเลสที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยความใ ไอวี่มีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอแอบสังเกตเห็นอาการเจ็บหน้าอกของเพื่อนสาวเป็ระยะ แม้ครั้งนี้จะดูหนักหนาผิดปกติแต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวอาการปวดที่รุนแรงก็ค่อย ๆ บรรเทาลงจนเหลือเพียงความรู้สึกหน่วง ๆ
เซเลส "ฉันไม่เป็ไรหรอกค่ะ คงเพราะ่นี้หักโหมเกินไปหน่อยแค่นั้นเอง"
สกาย "เธอไหวแน่นะเซเลส? ยิ่งวันนี้เป็วันพิธีผูกพันธสัญญากับัด้วยแล้ว..."
เซเลสยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อนทั้งสองโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากคำยืนยันสั้น ๆ
เซเลส "ฉันไม่เป็ไรจริงๆ ค่ะ"
เมื่อเพื่อนทั้งสองคนสังเกตเห็นว่าอาการของเซเลสเบาลงและไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นอีก ทั้งหมดจึงเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปยังสถานที่นัดหมายตามที่อาจารย์คาร์ลอสได้แจ้งไว้เมื่อวาน แต่ถึงอย่างนั้นสกายและไอวี่ก็ยังคงเหลือร่องรอยของความกังวลไว้ในแววตา พวกเขายังคงคอยเหลือบมองเซเลสด้วยความเป็ห่วงตลอดเวลา แม้จะพยายามปกปิดไว้ก็ตาม ทั้งสามจึงรีบมุ่งหน้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่หอศิลา
เมื่อทั้งสามคนมาถึงและเปิดประตูเข้าไปด้านในก็พบว่านักเรียนคนอื่น ๆ ต่างทยอยมากันเกือบครบแล้ว ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของเหล่านักเรียนที่ต่างจับกลุ่มสนทนาถึงพิธีอัญเชิญัในวันนี้ ในขณะที่เซเลส ไอวี่ และสกายเดินเข้าไปนั้น สายตาของกลุ่มขุนนางชั้นหนึ่งก็หันมาจับจ้องทันที ลูซี่และวิเวียนที่นั่งอยู่ใกล้กับแคสเซียหันมามองกลุ่มของเซเลสก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกัน
วิเวียน "นี่ลูซี่ เธอคิดว่าท่านแคสเซียจะอัญเชิญัแบบไหนออกมากันนะ ฉันว่ามันจะต้องเป็ัที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และเหมาะสมกับท่านแคสเซียที่สุดแน่นอน"
ลูซี่ "ใช่เลยวิเวียน ฉันเองก็คิดแบบนั้น ัของท่านแคสเซียจะต้องสูงส่งและยอดเยี่ยมที่สุดเหนือใครในที่นี้แน่"
เบลล่าซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะของตนเองตามลำพังและได้ยินบทสนทนานั้นเธอก็แค่นหัวเราะในลำคอ พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อสำรวจกลุ่มนักเรียนคนอื่น ๆ ด้วยสายตาเย้ยหยัน
เบลล่า "หึ อยากรู้เหมือนกันว่าคนบางคนจะอัญเชิญัอะไรออกมา จะสมกับที่โอ้อวดไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้"
ขณะที่บรรยากาศในห้องโถงอื้ออึงไปด้วยเสียงซุบซิบของเหล่านักเรียน ประตูหอศิลาก็เปิดออกด้วยเสียงแกร๊ก วานเดินนำเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสุขุมนิ่งสงบตามมาด้วยอาจารย์คาร์ลอสที่เดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่านักเรียนมารวมตัวกันครบแล้ว ท่านจึงนำทางทุกคนเดินทางต่อไปยังวิหารั เป็เวลาเกือบ 10 นาทีที่พวกเขาสังเกตเห็นยอดวิหารตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
เมื่อถึงทางเข้าวิหาร บานประตูขนาดมหึมาเปิดรอไว้อยู่ก่อนแล้ว ภายในนั้นมีอาจารย์เวโรนิก้ายืนรออยู่กับอาจารย์ท่านอื่นที่กำลังสนทนากันด้วยท่าทีเคร่งขรึม โดยมีอาจารย์าุโยืนประจำตำแหน่งอยู่ข้างแท่นหินวงกลมใจกลางวิหารเพื่อเตรียมการสำหรับพิธีการ
ทันทีที่เซเลสก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไป เธอก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่งกับภาพเบื้องหน้า วิหารแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าและยิ่งใหญ่ ผนังหินอ่อนสีขาวนวลสลับลวดลายทองอร่ามทอดตัวสูงตระหง่านดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์
แสงสว่างสาดส่องลงมาจากเบื้องบนตกกระทบพื้นหินขัดเงาจนเกิดประกายระยิบระยับ ใจกลางห้องโถงมีแท่นหินวงกลมลักษณะนูนเด่น และเหนือแท่นหินนั้นมีผลึกคริสตัลสีม่วงมหึมาลอยวนเวียนอยู่เป็จุดศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียว
พร้อม ๆ กับที่ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ปรากฏชัดในสายตา ความรู้สึกประหลาดก็แล่นพล่านไปทั่วร่างของเซเลส หัวใจของเธอเต้นตุบ ๆ อย่างรุนแรงและเป็จังหวะที่แปลกหู ราวกับััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
มันเป็ความรู้สึกที่คล้ายความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยพบเจอที่ไหนมาก่อนในส่วนลึกของความทรงจำ แต่กลับจับต้นชนปลายไม่ได้ ไม่ใช่ความรู้สึกมุ่งร้าย แต่เป็ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ว่าเหตุใดมันถึงได้สั่นไหวอยู่ในอกของเธอเพียงคนเดียว
เมื่อนักเรียนทุกคนประจำที่เรียบร้อย อาจารย์าุโก็ก้าวไปที่แกนกลางวิหารแล้วเริ่มร่ายเวทมนตร์เปิดพิธีอัญเชิญั ทันใดนั้นพื้นดินสั่นะเื ผลึกคริสตัลสีม่วงที่เคยลอยอยู่เหนือแท่นหินก็ลอยสูงขึ้นไปทางเพดาน
ขณะที่แท่นหินใจกลางห้องยุบตัวจมหายลงไปใต้พื้น ทำให้เกิดลานวงกลมกว้างขวางขึ้นมาแทนที่ พร้อมกับเสาศิลาเวทมนตร์ 8 ต้นที่ผุดขึ้นจากพื้นดินล้อมรอบฐานวงกลมอย่างงดงาม ทุกอย่างเงียบสังัดลงจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเหล่าผู้รอคอยการพิสูจน์สายเื
อาจารย์าุโ "เริ่มพิธีอัญเชิญัได้"
สิ้นคำประกาศ บรรยากาศภายในวิหารก็ดูจะหนักอึ้งขึ้นถนัดตา อาจารย์เวโรนิก้าก้าวออกมาข้างหน้า สายตาของเหล่าอาจารย์ทั้งหมดจับจ้องไปยังกลุ่มนักเรียน ก่อนที่ท่านจะประกาศรายชื่อคนแรกด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและก้องกังวาน
อาจารย์เวโรนิก้า "สำหรับการอัญเชิญัในครั้งนี้ เพื่อเป็เกียรติแก่ผู้ที่แสดงศักยภาพได้โดดเด่นและสม่ำเสมอที่สุดตลอดปีที่ผ่านมา... วาน ก้าวออกมาข้างหน้า"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมวิหารชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังระงมขึ้นทันที วานที่ยืนนิ่งสงบมาตลอดค่อย ๆ ก้าวออกมาจากแถวด้วยท่าทีเรียบเฉย ผิดกับบรรยากาศโดยรอบที่ตื่นเต้นกันจนห้ามไม่อยู่ อาจารย์าุโที่ยืนอยู่ข้างลานพิธีมองวานด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความคาดหวัง การเลือกวานเป็คนแรกไม่ใช่แค่เื่ของคะแนน แต่เป็การเปิดพิธีด้วยตัวตนที่ถูกจับตามองที่สุด
วานก้าวเข้าไปยืนนิ่งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของฐานอัญเชิญั เขาหลับตาลงช้า ๆ เพื่อรวบรวมสมาธิ เค้นพลังมหาศาลจากแกนกลางร่างกายออกมา ทันใดนั้น อักษรโบราณที่สลักลึกลงบนพื้นหินรอบฐานก็เริ่มเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาทีละตัวราวกับกลไกเวทมนตร์กำลังถูกปลุกให้ตื่น
เพียงเสี้ยววินาที เสาศิลาแห่งธาตุน้ำก็ตอบรับพลังของเขา แสงสีฟ้าใสที่เคยเป็ออร่าปกติกลับบิดเบี้ยวและแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน มันพวยพุ่งออกมาเป็ไอหมอกสีขาวหนาทึบที่แผ่กระจายตัวราวกับควันเย็นจัด ความชื้นในอากาศรอบเสาถูกแช่แข็งจนกลายเป็เกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น
อุณหภูมิภายในวิหารลดฮวบลงจนเกิดเป็ไอเย็นะเืปกคลุมไปทั่วลานพิธี บรรยากาศที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็ความหนาวเหน็บที่ััได้ถึงกระดูก ทำให้เหล่านักเรียนต่างต้องกอดแขนตัวเองไว้แน่นด้วยความสั่นสะท้าน บ่งบอกถึงพลังแห่งธาตุน้ำแข็งอันทรงพลังที่กำลังจะอุบัติขึ้น
ท่ามกลางหมอกสีขาวหนาที่หมุนวน เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทที่เย็นเยือกไม่เพียงแต่ดังก้องไปทั่ววิหาร แต่มันกลับสั่นะเืลึกไปถึงขั้วหัวใจของผู้ที่ได้ยิน ัน้ำแข็งร่างมหึมาสีขาวบริสุทธิ์ค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้น...
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาเหล่านักเรียนและอาจารย์ต่างเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เสียงซุบซิบด้วยความฮือฮาดังระงมไปทั่วโถง เพราะการอัญเชิญัน้ำแข็งระดับ S ที่แสดงพลังออกมาเหนือเกณฑ์มาตรฐานเช่นนี้ เป็สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นั้แ่นักเรียนคนแรกที่เริ่มพิธี
ในขณะที่ทุกคนยังคงตกตะลึง วานก็เดินก้าวเข้าไปหาัน้ำแข็งตัวนั้นอย่างมั่นคง เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าสิ่งมีชีวิตอันทรงพลัง ก่อนจะยื่นมือออกไปััที่ส่วนหัวของมันช้า ๆ พร้อมกับหลับตาลงเพื่อส่งกระแสจิตทำทีเป็ผูกพันธสัญญา ัตัวนั้นนิ่งสนิทและยอมรับการกระทำของวานอย่างว่าง่าย ราวกับเป็สัญชาตญาณที่สอดประสานกันอยู่แต่เดิม
ชั่วพริบตานั้น ร่างมหึมาของัน้ำแข็งก็สลายกลายเป็ละอองหิมะแล้วหายวับไป ทิ้งไว้เพียงแสงสว่างวูบหนึ่งที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของวาน ทันใดนั้นที่บริเวณข้อมือขวาของเขาก็ปรากฏสัญลักษณ์เวทมนตร์ขึ้นมา มันเป็รอยประทับรูปผลึกน้ำแข็งที่ดูซับซ้อนและงดงามราวกับวงแหวนเวทมนตร์ขนาดจิ๋วที่หมุนวนช้า ๆ บนิั เป็เครื่องยืนยันว่าการผูกพันธสัญญาเสร็จสมบูรณ์
อาจารย์เวโรนิก้าและอาจารย์าุโต่างพยักหน้าให้กันด้วยความพึงพอใจสูงที่สุด ก่อนที่เสียงกระซิบจากเหล่าอาจารย์จะดังขึ้น "ัน้ำแข็งระดับ S... ในรุ่นนี้เนี่ยนะ? ธาตุน้ำแข็งถือเป็ธาตุที่หายากที่สุด ไม่เหมือนัไฟหรือัดินที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่นี่คืออัจฉริยะที่แท้จริงในรุ่นนี้โดยไม่มีข้อกังขา"
เสียงของอาจารย์ยิ่งกระตุ้นให้นักเรียนที่เหลือซุบซิบกันหนักกว่าเดิมด้วยความตื่นตะลึง
"ัน้ำแข็งระดับ S เชียวเหรอ? ขนาดอาจารย์ยังบอกว่าหาตัวจับยากสุดๆ เลยนะ!"
"วานอัญเชิญัระดับ S ั้แ่คนแรกแบบนี้ คนอื่นจะเอาอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย!"
"เห็นสัญลักษณ์ที่ข้อมือเขานั่นไหม... สวยและขลังมาก ดูเหนือชั้นกว่านักเรียนคนไหนๆ ที่เคยเห็นมาเลย"
ทว่าอาจารย์เวโรนิก้าก็ก้าวออกมาข้างหน้า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงเพื่อหยุดเสียงเ่าั้
อาจารย์เวโรนิก้า "สงบสติอารมณ์กันได้แล้ว... พิธีอัญเชิญยังไม่จบสิ้น คนต่อไป... ก้าวขึ้นมา"
สิ้นคำสั่ง พิธีสำคัญก็ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในวิหารเริ่มเปลี่ยนสีสันไปตามพลังของัแต่ละตนที่ถูกเรียกออกมา นักเรียนแต่ละคนต่างก้าวขึ้นมาบนฐานอัญเชิญเพื่อปลดปล่อยพลังเวทมนตร์เฉพาะตัว บางคนอัญเชิญัธาตุไฟที่แผ่ไอร้อนระอุจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
บ้างก็เป็ัธาตุลมที่มาพร้อมกับเกลียวพายุหมุนวนและเสียงคำรามที่แหลมสูง บางคนสามารถเรียกัธาตุดินที่มีร่างกายกำยำราวกับหินผาปรากฏตัวพร้อมแรงสั่นะเืมหาศาล หรือแม้แต่การเรียกัธาตุแสงที่ส่องประกายเจิดจ้าไปทั่วโถงจนทุกคนต้องหรี่ตาหนี และัธาตุไม้ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซึ่งบางครั้งก็พบเห็นัสีดำที่หาได้ยากยิ่งปรากฏกายออกมาด้วยความเงียบเชียบและทรงพลัง
ตลอดระยะเวลาของการทดสอบนักเรียน 17 คนที่เหลือ เสียงฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าอาจารย์ดังขึ้นเป็ระยะ ๆ เมื่อัระดับ A หรือ S ผลัดเปลี่ยนกันปรากฏกาย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เฝ้าดูไม่ขาดสาย
บรรยากาศภายในวิหารเต็มไปด้วยความผันผวนของพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งเสียงฝีเท้าและจังหวะการทำพันธสัญญาเริ่มทิ้งห่างออกไป บรรยากาศจึงค่อย ๆ หวนกลับสู่ความสงบนิ่งอีกครั้ง เพื่อเตรียมรับ่เวลาสำคัญของนักเรียนระดับหัวกะทิ 8 คนสุดท้ายที่กำลังรอคอยถึงลำดับของตนเอง...
Ep 23 ลงอีกทีตอนหนึ่งทุ่มนะคะ เื่กำลังเข้มข้นแล้วน๊า