ความสุขเล็กๆ กำลังก่อตัวขึ้นในจวนแม่ทัพหวงฟู่เฉิน ภายในจวนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักจางๆ แม่ทัพหวงยังไม่มีงานด่วนหรือต้องออกลาดตระเวน เขาจึงมีเวลาทำงานที่จวนทั้งวัน และไม่ค่อยชอบออกไปสุงสิงกับใครที่ไหน ด้วยนิสัยชอบอยู่เงียบสงบ อาจจะมีบ้างบางครั้งที่ต้องออกไปฝึกร่างกายเป็ครั้งคราว และอีกอย่างทางการอนุญาตให้เขาหยุดพักเพราะเห็นว่ามีครอบครัวแล้ว คง้าเวลาพักผ่อนสัก่หนึ่ง แม่ทัพหวงฝึกวรยุทธเพียงลำพังอย่างสบายอารมณ์ ร่างกายกำยำมัดกล้ามแน่นหนั่นแข็งแรงกระทบกับอากาศหนาวเหน็บ แต่เขาหาได้สะทกสะท้านไม่ ยังคงปล่อยพลังอย่างออกรส แม้ความเย็นเยียบมากระทบิัสีแทนเข้ม หากหยาดเหงื่อกกลับไหลโทรมกายเหมือนร้อนระอุ เขาะโถีบเตะสิ่งที่คล้ายกระสอบทรายของนักมวยเสียงดัง ปึ้ก ปึ้ก ไม่ขาดระยะ ซึ่งเป็กิจวัตรที่บ่าวไพร่เห็นมาแต่ไหนแต่ไร หลินเฟยหลิงยืนดูเขาอย่างตื่นเต้น นางเกิดความ'อยาก'ปล่อยพลังอย่างเขาบ้าง ได้แต่กัดปากเก็บอาการของกุลสตรี ทำได้เพียงพึมพำออกมาเบาๆ "ข้าอยากเตะกระสอบทรายบ้าง เขาช่างเก่งนัก อยากฝึกจัง" นางเผลอชกลมเตะอากาศตามเขา เมื่อหันรีหันขวางไม่เห็นผู้ใด ได้ทีทำอยู่เป็นานสองนาน จนกระทั่งสาวรับใช้เฒ่าเดินมาพบเข้าถึงกับตกอกใยกใหญ่ รีบเข้ามาห้ามด้วยความระมัดระวังเพราะกลัวแม่ทัพรู้เห็นเข้าแล้วนางจะลำบากภายหลัง
“นายหญิงเ้าคะ ไม่งามเลยพอเถอะเ้าค่ะ” นางกุลีกุจอดึงมือไม้ให้เข้าที่ ห้ามปรามอย่างเด็ดขาด พลางจูงมือชักชวนเข้าครัวด้วยกัน
“ไปทำขนมให้แม่ทัพกันเถิดเ้าค่ะ เราเป็กุลสตรีควรจะเก่งงานบ้านงานเรือนดีกว่า” สาวรับใช้ที่เป็เสมือนแม่นมของหวงฟู่เฉินเอ่ยชักชวน นางเลี้ยงดูเขามาั้แ่เล็กย่อมรู้จักนิสัยดีทุกอย่าง ส่วนหลินเฟยหลิงนั้นนางก็รักเอ็นดูเหมือนเป็ลูกคนหนึ่ง อยากอบรมให้ได้ดีคู่ควรกับตำแหน่งฮูหยินของเขาเช่นกัน หลินเฟยหลิงไม่ได้ขัดข้องยอมเดินตามอย่างว่าง่าย แต่ในใจนึกเสียดายอยู่ไม่น้อยที่ยังไม่ได้เริ่มสักกระบวนท่าก็ถูกขัดจังหวะเอาดื้อๆ ซะแล้ว สาวสูงวัยนำทางเข้ามายังห้องครัวในจวนด้านข้าง
“วันนี้ข้าจะสอนทำขนมนะเ้าคะ มาเถิดเรามาทำขนมกัน”
“ขนมอะไรหรือ?” หลินเฟยหลิงมีท่าทางสนใจใคร่รู้เพราะชอบกินขนมอยู่แล้ว
“ข้าจะพาทำง่ายๆ ก่อนเ้าค่ะ ขนมจีบไส้หมู”
นางมีแววตาเปล่งประกายสดใสขึ้นมาทันควัน
“ว้าว! ขนมจีบไส้หมูเหรอ ข้าชอบกิน”
“ท่านแม่ทัพก็ชอบเหมือนท่าน เอ้ะ! พวกท่านใจตรงกันสมแล้วที่เป็คู่กันเ้าค่ะ” สาวรับใช้แอบแซวทำให้นางรู้สึกเขินอายเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็งุนงง ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องเขินอายขนาดนั้นด้วย หลินเฟยหลิงกับสาวใช้ได้ช่วยกันทำขนมจีบไส้หมูอย่างเพลิดเพลิน นางพึ่งรู้ตัวว่าชอบทำขนมทำอาหารอยู่ไม่น้อยไปกว่าการเล่นโลดโผนเลย
เมื่อขนมนึ่งจนสุกแล้ว นางได้ยกจานเข้ามาในห้องทำงานของแม่ทัพหวง แต่ไม่พบใครสักคน นึกสงสัยจึงเดินออกไปดูที่ลานหน้าจวนก็ไม่พบใครอีกเช่นเดิม ทันใดนั้น มือหนาใหญ่โอบกอดจากด้านหลังกะทันหัน นางรู้ทันทีว่าเป็แม่ทัพหวงเขาหัวเราะพอใจแกล้งหอมแก้มซุกไซร้เรือนผมไปมา นางได้แต่เบี่ยงหลบซ้ายทีขวาทีพร้อมสะบัดเขาออกจากตัว
“โอ๊ยอย่าแกล้งสิจะหายใจไม่ออกแล้ว” นางบ่นให้ทำหน้าตาบู้บี้ เป็เพราะตัวเล็กนิดเดียวจึงทำให้นางดูเหมือนถูกร่างสูงใหญ่ของเขากลบจนแทบมิด ชายหนุ่มชอบใจแต่ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“ข้าทำของว่างมาให้ท่าน ไปทานเถิดเ้าค่ะ” นางเอ่ยปากชวนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แม่ทัพหวงเลิกคิ้วแปลกใจปนพึงพอใจอยู่ไม่น้อยที่นางเอาใจใส่กระทั่งอาหารว่างของเขา
“เ้าทำของว่างเองรึ” เขาเอ่ยถามทำหน้าฉงน
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” นางตอบไปลุ้นไป อยากให้เขาปล่อยตัวเพื่อจะได้รีบกลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองเสียที
“แต่ข้าอยากกินเ้ามากกว่า” เขากระซิบข้างหูเสียงพร่าทำตาหวานฉ่ำ หลินเฟยหลิงทำตาโตตื่นตระหนกรีบแกะมือออกเป็พัลวัน
“ฮ่าๆๆ เ้ากลัวอีกแล้ว” เขาปล่อยนางหัวเราะร่วนอารมณ์ดี แม่ทัพยื่นมือมาจับมือของนางให้เดินไปทานด้วยกัน โปรยยิ้มเบาๆ ให้อย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบใจให้หายตื่นตระหนก แต่นางยังมองเขาด้วยสายตาระแวง บิดมือออกจากการเกาะกุมแ่า
“ไปทานเถอะเ้าค่ะ…ข้า…” นึกคิดหาทางหลบเลี่ยง เขาจึงยื่นมืออีกข้างจับคางของนางให้มองที่ใบหน้าของเขาตรงๆ เอ่ยขึ้นจริงจัง
“เรียกข้าว่า…ท่านพี่” เขามองตานางนิ่งงัน หลินเฟยหลิงตาโตยังมีแววตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เล็กน้อย กลอกตามองเขาตรงๆ พลางคิดในใจ 'เขาชอบจริงจังอยู่เสมอไม่เว้นแม้แต่เื่เล็กน้อย'
"เรียกสิ…น้องหญิง' เขาใช้สรรพนามแทนตัวนางว่าน้องหญิง น้ำเสียงอบอุ่นที่รู้สึกได้พร้อมกับรอฟังคำตอบไปในตัว
“โธ่!” นางยังปากหนักรู้สึกกระดากที่ต้องเรียกคนไม่คุ้นเคยอย่างนั้น แล้วก็ยังปรับตัวกับสิ่งที่พบเจอได้ไม่มากนัก เขาเริ่มทำหน้าเข้มตาดุ คล้ายๆ จะอารมณ์ไม่ดี ชักสีหน้าชัดเจน ปล่อยมือจากคางและปล่อยจากมือนางเดินไพล่หลังไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ หญิงสาวถอนหายใจใหญ่รู้สึกเหนื่อยใจกับอาการขึ้นๆ ลงๆ ของเขา แต่นางไม่อยากง้อแล้วจึงปล่อยให้เขาเดินจากไปง่ายๆ นางรู้สึกเบื่อๆ จึงเดินเล่นไปเรื่อยๆ เจอขอนไม้ยาวอยู่ข้างหลังจวน คิดบางอย่างออก รีบลงมือดึงลากออกมาตรงท่าน้ำใบหน้ายิ้มกริ่ม
“ข้าอยากเดินเล่นกลางน้ำ” นางคิดซุกซนหัวเราะคิกๆ พอดีพบเห็นบ่าวไพร่ผู้ชายสองคนเดินผ่านมาจึงร้องเรียกให้ช่วย
“นี่ๆ พี่ชายสองคนนั้น ช่วยอะไรข้าที” ชายสองคนแปลกใจมองหน้ากันงงๆ
“นายหญิงมีสิ่งใดให้พวกข้ารับใช้หรือขอรับ”
“เอาขอนไม้นี่พาดผ่านท่าน้ำให้ข้าได้ไหม” นางชี้มือทำท่าทางคึกคัก
“มันอันตรายนะขอรับ” หนึ่งในสองคนนั้นแย้งขึ้น
“ไม่เป็ไรหรอก น้ำตื้นๆ เอง เอาไม้นี่เรียงคู่กันไง นะ นะ” นางอธิบายพลางทำท่าคำนับขอร้องจนบ่าวไพร่ใรีบโบกมือห้าม
“นายหญิงอย่าทำอย่างนั้นขอรับ พวกข้าไม่อยากหัวขาด ได้โปรด” พวกเขามีทีท่าใแล้วรีบวิ่งหนีเตลิดไป
“อ้าว! กลับมาก่อน” นางร้องเรียกเสียงดังจนถึงห้องทำงาน หวงฟู่เฉินได้ยินเสียงคนพูดดังเข้าหู จึงเดินออกไปดูอย่างว่องไว ชายหนุ่มเดินออกมาเห็นภรรยากำลังลากขอนไม้มาพาดกับขอบท่าน้ำตื้นๆ พร้อมกับถลกกระโปรงทำเหมือนผ้าเตี่ยวแลเห็นเรียวขาสวย ผิวขาวผุดผ่องต้องแสงแดดจับออร่า เขาใจเต้นตึกตักเดินเข้าหานางไม่รอช้า
“เ้าเล่นอะไรอีกแล้ว” เขาถามขึ้นเสียงดัง เรียวคิ้วดาบขมวดมุ่นหน้าตาบึ้งตึง หลินเฟยหลิงเงยหน้ามองอ้าปากค้างสักครู่ จึงพูดเลี่ยงความผิดหน้าตาเ้าเล่ห์แสนกลที่ซ่อนไม่มิด
“ขะ…ข้า…ทำ..อ่า…ที่ให้ท่าน…พี่…ฝึกวิชาไงเ้าคะ” เขามองนางอย่างไม่เชื่อรีบเดินไปคว้าแขนตัวลอยละลิ่วขึ้นฝั่งพร้อมๆ กับขอนไม้หลุดมือลงน้ำไปแล้ว
ชายหนุ่มรีบดึงกระโปรงลงคลุมเท้าดังเดิม ออกคำสั่ง
“ใส่รองเท้าซะ แล้วอย่าทำอย่างนี้อีก” เขาทำเสียงดุบ่นต่อ
“ไม่เคยจำเลยจริงๆ ฝ่าฝืนทุกคำสั่ง ข้าเพิ่งเคยเห็น” เขาพูดไปหน้าเริ่มแดงหูแดง นางรู้ว่าอาการเริ่มต้นของความโมโหกำลังปะทุ
“บ่นเป็ตาแก่ไปได้ อายุก็ยังไม่มาก” นางยอกย้อนตรงๆ แม่ทัพตาลุกวาว หน้าตาเข้มดุอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าเ้าไม่เชื่อฟัง คราวนี้ข้าจะล่ามโซ่ไว้ในห้องไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวัน”
เขาพูดเอาจริงเอาจังขึ้นมาทันทีทันใด หลินเฟยหลิงหน้าตาตื่นตระหนกอีกเป็ครั้งที่เท่าไหร่ก็นับไม่ได้
“เผด็จการแม้แต่กับผู้หญิง!” นางขึ้นเสียงเถียงคอเป็เอ็น ชักจะไม่ยอมแพ้
“หลินเฟยหลิง!”
เขาเรียกชื่อเสียงกร้าว ทำให้นางต้องหุบปากยืนก้มหน้านิ่งเงียบ มือกำชายกระโปรงแน่นอย่างเคย กัดปากจนเป็สีแดงเข้ม หน้าตาเริ่มแดงตาแดง ใบหน้ารอนผ่าว น้ำตาคลอไม่รู้ตัว ทั้งตื่นกลัวที่โดนข่มขู่และคับแค้นใจที่ทำตามใจไม่ได้ ผู้หญิงช่างไม่มีสิทธิ์มีเสียงอย่างที่ใจอยากจะเป็ ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นเขากลับรู้สึกใจอ่อนทั้งที่ไม่เคยเป็อย่างนี้มาก่อนเขาเองก็ไม่อยากเห็นนางตื่นกลัวอย่างนี้ ชอบที่จะเห็นนางสดใสร่าเริงมากกว่าเพราะในสายงานที่ทำอยู่เขาเจอแต่เื่เครียดมามากพอแล้ว
เขาเดินเข้ามาโอบกอดนางเอาไว้แนบกับอกแข็งแรงที่พร้อมปกป้องตลอดเวลา นางขัดขืนไม่อยากอยู่ใกล้คนอย่างเขาที่บางครั้งเขาดีกับนางมากๆ แต่หลายครั้งกลับมีแต่ความน่ากลัวก้าวร้าวเสมือนเป็นักฆ่า หวงฟู่เฉินไม่ยอมปล่อยหญิงสาวให้เป็อิสระง่ายๆ เขากอดนางแนบชิดเอาไว้อย่างนั้นเหมือนง้องอนไปในตัว สุดท้ายแล้วเขาก็พ่ายแพ้หัวใจอันแข็งแกร่งทุกครั้งที่เห็นหญิงสาวแสดงออกว่าเกรงกลัวและเฉยชา คล้ายกับว่าจะทนกับอาการเ่าั้ไม่ได้