ร่างบางพลิกกายในยามเช้าในหัวสมองนึกได้ถึงเื่ค่ำคืนผ่านมา รีบลุกพรวดมองสำรวจตนเองสีหน้าตระหนกกวาดตามองรอบห้อง ไม่ได้อยู่ในห้องของชายใจร้าย แต่ที่นี่คือห้องของตนเองถอนหายใจโล่งอก ทว่า... แล้วหล่อนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเกิดอะไรขึ้นกับหล่อนหรือเปล่าร่างกายไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ กัดริมฝีปากจนเป็ห้อเื โชคดีเท่าไหร่แล้วรอดมาได้แทบไม่อยากคิดเลย ร่างกายยังสั่นเทา ความทรงจำค่ำคืนผ่านมาตามหลอกหลอนทำไมเขาต้องทำร้ายหล่อนถึงขนาดนี้ แค่เพียงเพราะ้ายกเลิกงานแต่งถึงกับกระทำการไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้ หล่อนจะไม่หลงเชื่อชายคนนี้อีกแล้ว
ฝืนความรู้สึกตัวเองตัดสินใจอาบน้ำจัดกายแต่งกายเรียบร้อยเดินลงมาชั้นล่างก้าวไปยังห้องรับประทานอาหาร หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามกับธานุภาพชายชรายิ้มให้เช่นเคย แล้วหันสั่งให้สาวใช้ตักข้าว เสียงฝีเท้าดังอยู่่บันได้ดวงตาเรียวช้อนมองเห็นเขากำลังเดินลงมาแถมยังมองมาแล้วยิ้มเย้ย
ดวงตาเรียวสวยหลุบมองพื้นใจเต้นโครมครามความกลัวแผ่ซ่านธานต์เมธาจงใจหย่อนกายลงบนเก้าอี้ข้างว่าที่ลูกสะใภ้ของพ่อแต่ความกลัวของอีกฝ่ายทวีความรุนแรง มือบางที่กำลังถือช้อนอยู่สั่นระริกจนมันหล่นลงธานุภาพมองหญิงสาวด้วยความแปลกใจ มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่รู้ว่ามันเป็เพราะสาเหตุใดและเขาก็รู้สึกสนุกที่ได้แกล้งหล่อน
“เป็อะไรหรือเปล่าลูกเมื่อคืนนอนหลับไม่ค่อยสบายเหรอ” ธานุภาพถามเหมือนเห็นหญิงสาวมีอาการแปลกๆ
“ปะ...เปล่าค่ะญาหลับสบายดีค่ะ”
“หลับสบายก็ดีแล้วลูกพักผ่อนให้มากๆ เื่ยายก็อย่าไปกังวลรู้ไหม ยายไปดีแล้วอีกหน่อยเราต้องไปทำงานกับพี่เขาแล้ว”
คนฟังกำมือแน่นทำงานกับเขางั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
“ค่ะ”
“เ้าธานต์จะให้หนูญาไปทำงานกันแกได้วันไหน” คนเป็พ่อหันมาถามบุตรชาย
ร่างสูงชะงักมือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากวางช้อนลงด้วยความไม่พอใจ เหลือบมองหญิงสาวแล้วหันไปหาบิดาเพื่อตอบคำถาม
“ผมจะรู้ได้ยังไงละครับ! ผมไม่ใช่เ้าของบริษัท ผมก็แค่พนักงานคนหนึ่งเท่านั้นผมว่าพ่อตัดสินใจเองจะดีกว่า” เขาประชด
ธานุภาพกระตุกริมฝีปากไอ้ลูกคนนี้นี่! มันช่างกวนอารมณ์เสียจริง
“ถ้าตามใจพ่อพ่อก็จะให้หนูญาไปทำงานวันนี้ได้ไหมล่ะเ้าธานต์!” ธานุภาพย้อน
เขาพ่นลมหายใจออกมาพ่อเขานี้ช่าง สรรหาเื่มาให้เสียเหลือเกินจำเป็ไหมต้องให้ผู้หญิงคนนี้ไปทำงานกับเขา ความรู้แค่งูๆ ปลาๆทำอะไรได้แค่ไหนกันเชียว คิดแล้วน่าเบื่อหน่าย
“ได้ครับพ่อ! ผมไม่ขัดใจท่านประทานใหญ่อยู่แล้ว ให้นั่งรถไปกับผมเลยไหมล่ะครับ จะได้เปิดตัวเลยว่าอีกหน่อยจะมาเป็เมียผม!” ชายหนุ่มไม่วายตอกกลับบิดาด้วยถ้อยคำประชดประชันแต่ดูเหมือนอีกฝายไม่ได้รู้สึกรู้สา
“ก็ดี!ความคิดแกนี่ใช่ได้เลยเ้าธานต์!”
หล่อนอ้าปากค้างด้วยความใไปกับเขาไม่ได้เด็ดขาด เขาฆ่าหล่อนแน่ แค่เมื่อคืนก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว หากนั่งรถไปด้วยกันมีหวังถูกบีบคอตายคามือ
“หนูญา...จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยลูก จะไปไปทำงานพร้อมพี่เขา” ธานุภาพหันมาสั่งหญิงสาว
มือบางจับกันไปมาเหงื่อเริ่มผุดเต็มใบหน้า หล่อนกลัวมากจริงๆ ผู้ชายคนนี้คาดเดาอะไรไม่ได้แถมอารมณ์รุนแรงอีกต่างหาก
“แต่ว่า... ญายังไม่พร้อมเลยค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่น
“ไม่พร้อมอะไรเหรอลูก”
ริมฝีปากสั่น จะตอบเช่นไรดี“คือว่า... ญาไม่อยากรบกวนคุณธานต์น่ะค่ะ ถ้ายังไงให้ญาไปเองได้ไหมคะ”
ธานุภาพพอเข้าใจสิ่งที่หญิงสาว้า
“ไปด้วยกันนั่นแหละประหยัดดีจริงไหม จะไปขึ้นรถเมล์ทำไมในเมื่อพี่เขาก็ไปทำงานอยู่แล้ว”
ศศิรญาไม่ตอบมีเพียงสีหน้าซึ่งซีดลง ชายชราเริ่มเห็นใจ
“หนูญาไม่ต้องกลัวนะลูก หากเ้าธานต์มันทำอะไรมาบอกพ่อได้”
หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธธานุภาพอีกร่างบางเดินขึ้นไปชั้นบน แล้วแต่งตัวลงมาด้านล่าง ธานต์เมธายืนรอหญิงสาวอยู่ที่รถศศิรญาเร่งฝีเท้าเดินตามไปก่อนที่เขาจะเข้าไปนั่งประจำที่คนขับโดยมีหล่อนอยู่เบาะหน้าคู่กัน ไม่นานรถเคลื่อนออกจากรั้วบ้าน
“เธอยังกล้านั่งเสนอหน้าในบ้านฉันอีกเหรอ!” เขาเยาะขณะขับรถไปได้สักระยะ
าของเขาเริ่มขึ้นหล่อนคิดไว้แล้ว เขาต้องหาทุกวิถีทางเล่นงานหล่อนแน่ตอนนี้ไม่กล้าพูดตอบโต้ ไม่มีเสียงใดตอบมีเพียงความเงียบเขาเหลียวมองเห็นอีกฝ่ายกำมือแน่น ขอบตาเริ่มแดง กลัวกันงั้นหรือ
“กลัวหรือ? ถ้ากลัวแล้วทำไมไม่ออกไปจากบ้านฉันซะ!”เขาตวาดขึ้นมาอีกครั้ง
ศศิรญาสะดุ้งด้วยความใก้มหน้าลงหลับตานิ่ง อารมณ์เขารุนแรงน่ากลัวมากเหลือเกิน
“คุณธานต์ค่ะ....เราสองคนต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอค่ะ” หล่อนบอกเสียงแ่เบาพยายามไม่ใช้น้ำเสียงเพื่อยุยงให้อีกฝ่ายมีอารมณ์มากขึ้น
“ถ้าต่างคนต่างอยู่ แล้วทำไมพ่อฉันถึงต้องบังคับให้ฉันแต่งงานกันเธอ แล้วนี่อีก ให้พาไปทำงานด้วยฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว!”
“ฉันไม่ทราบค่ะ เพราะนี้เป็การตัดสินใจของคุณท่านแต่ถ้าคุณไม่อยากแต่งงาน ญาจะพยายามไปหว่านล้อมคุณท่านให้นะคะ” หญิงสาวพยายามเอาตัวรอด
“ลองถ้าพ่อของฉันได้พูดออกมาแล้วล่ะก็ไม่มีวันกลืนคำพูดตัวเองหรอก!”
“แล้วคุณ้าให้ญาทำอะไรคะทุกวันนี้ญาก็ตกเป็เบี้ยล่างของคุณอยู่แล้ว คุณหาว่าญาไม่ดีแล้วที่คุณทำกับญามันดีนักหรือไงคะ!” ความโกรธทำให้หล่อนย้อนเมื่อคืนทำอะไรไว้เขาน่าจะรู้แก่ใจ หล่อนต้องอับอายเสียศักดิ์ศรีมากแค่ไหน
“อย่ามาปากกล้ากับฉัน! และสิ่งที่ฉัน้าคือเธอต้องออกไปจากบ้านฉันซะ!”ชายหนุ่มตวาด
คนตัวเล็กน้ำตาคลอหล่อนจะทำเช่นไร อยากออกไปจากที่นี่ หากมีหนทาง ในเมื่อไม่มีญาติสักคน
“ขอเวลาสักหน่อยนะคะแล้วญาจะทำตามที่คุณ้า” หญิงสาวประวิงเวลา หากได้ทำงานพอเก็บเงินได้สักก้อนหล่อนจะไปจากที่นี่ แม้รู้สึกเสียดายไม่ได้รับใช้คุณธานุภาพอีกแต่หล่อนไม่อยากสู้รบปรบมือกับลูกชายของเขา
คนฟังหงุดหงิดกับคำตอบเลยย้อนถาม “เพราะอะไร!”
ไม่อยากบอกเหตุผล ถ้าพูดความจริง สุดท้ายแล้วชายผู้นี้ต้องหาว่าหล่อนรอเวลากอบโกยสมบัติแล้วจากลาแน่นอนไม่ว่าทางไหนคนอย่างหล่อนก็ดูแล้วร้ายเสียหมด
“เพราะญายังมีเื่ต้องทำค่ะ”
“ทำอะไรงั้นเหรออย่างเธอมีอะไรต้องทำด้วย อย่ามาโกหกเพื่อประวิงเวลาหน่อยเลย!”
“ไม่ได้โกหกนะคะ”
“อยากได้เงินใช่ไหม! ฉันจะให้ศศิรญา ้าเท่าไหร่บอกมา!”
เงินงั้นเหรอ อยากได้ก็จริงแต่ต้องไม่ใช่เงินของเขา หล่อน้าหามันด้วยตัวเองต่างหาก
“ฉันไม่้าเงินของคุณ!”
เอี๊ยด!
รถของชายหนุ่มจอดลงที่ข้างทางทันทีคนกำลังโมโหหันมาจ้องมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มเยาะ
“เธออยากได้ตัวฉันสินะศศิรญาเพราะถ้าได้ตัวฉันเธอจะได้สมบัติมหาศาลด้วยใช่ไหม!”
“คุณ!” ร่างบางกัดริมฝีปากตอบโต้ออกไปด้วยความโกรธ“ถ้าญา้าทรัพย์สมบัติของคุณจริง ญาก็สามารถจะทำได้เพียงแค่ญาเอาใจคุณธานุภาพเพียงไม่นาน ญาเชื่อว่ายังไงเสียสมบัติของคุณก็ต้องตกเป็ของญาแน่นอน!”
ธานต์เมธาขบกรามแน่นมือกำพวงมาลัยบีบมันเพื่อสะกดอารมณ์ที่กำลังจะะเิอยู่ในเวลานี้สารภาพความโสมมของตัวเองออกมาจนหมด รอเวลาพ่อเขาตายใจให้ยกสมบัติให้สินะผู้หญิงไร้ยางอาย
“ในเมื่อเธอ้าที่จะเชื่อฟังพ่อของฉันได้! ได้เลย! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ศศิรญาเธอกับฉันลองดูกันว่าใครมันจะแน่กว่ากัน นับจากวันนี้เธอกับฉันเราคือศัตรูกัน!”
ชายหนุ่มทะยานรถออกไปด้วยความเร็วสูง คนตัวเล็กจับเบาะแน่นด้วยความกลัวเขาขับปาดไปปาดมาจนหัวใจของหญิงสาวร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สีหน้าเริ่มซีดลง รถยนต์เลี้ยวเข้าไปในตัวตึกก่อนเบรกลงอย่างกะทันหันเล่นเอาหญิงสาวหัวโขกเข้ากับคอนโซลด้านหน้า
“โอ้ย!” หล่อนร้องยกมือกุมศีรษะตนเอง
ธานต์เมธาเมินหน้าหนี เปิดประตูเดินลงจากรถโดยไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะตามเขาไปหรือไม่ร่างบางรีบหยิบข้าวของเร่งฝีเท้าตาม ขายาวก้าวอย่างรวดเร็วไม่รอ้ากลั่นแกล้งอีกฝ่าย คนตัวเล็กกึ่งวิ่งกิ่งเดินเพื่อติดตามเมื่อถึงหน้าลิฟท์เขาหยุดกะทันหัน หญิงสาวไม่ทันระวัง
“อุ้ย!” หญิงสาวใเมื่อทรวงอกอวบชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาเต็มที่
เขาทำเป็ไม่สนใจพร้หันไปทำหน้าดุใส่อีกครั้งเดินเข้าไปในลิฟท์ร่างบางรีบเดินตามประตูลิฟท์เปิดออกเขาเดินออกมาจากลิฟท์เธอรีบสาวเท้าลงชั้นเดียวกับเขาธานต์เมธาเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนเองโดยที่ปล่อยให้หญิงสาวยืนเคว้งอยู่หน้าห้องโดยไม่สนใจ
“ขอโทษนะครับ”ศศิรญาหันไปมองตามเสียง
หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นผู้ชายหน้าตาสุภาพคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าศศิรญาได้แต่ทำหน้างงๆ เมื่อเห็นเขายิ้มให้
“ใช่คุณศศิรญาหรือเปล่าครับ?”
“ใช่ค่ะ”
“ผมนันทวัฒน์นะครับ”เขาแนะนำตัว
“เอ่อ..ค่ะ”
“นับจากวันนี้ไปผมมีหน้าที่ดูแลคุณนะครับพอดีคุณธานุภาพโทรมาสั่งกับผมไว้ครับ”นันทวัฒน์ยิ้มให้หญิงสาวด้วยท่าทีที่เป็มิตร
“อ๋อ ค่ะ”หญิงสาวรับคำก่อนจะยิ้มให้เช่นกัน
“เดี๋ยวคุณศศิรญาตามผมมาเลยนะครับผมจะเริ่มสอนงานให้”นันทวัฒน์บอกก่อนจะเดินนำหญิงสาวไป
ศศิรญาถูกนำไปที่ต่างๆของบริษัท หล่อนยิ้มแย้มให้กับพนักงานทุกคน และทุกคนต่างก็มีท่าทางที่เป็มิตรกลับมา มีเพียงพนักงานคนเดียวเท่านั้นที่มองหล่อนแปลกแถมมีท่าทีที่ดูถูกหล่อนเสียอีกแต่หญิงสาวไม่อยากจะสนใจอะไรนักเพราะมันไม่สำคัญหากจะมีพนักงานแค่คนเดียวที่รังเกียจหล่อน
“คุณศศิรญาครับ”
“คะ”
“งั้นวันนี้คุณศศิรญานั่งทำงานกับผมที่ห้องไปก่อนนะครับ่นี้ท่านรองอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่ด้วยครับ” นันทวัฒน์บอกปลายเสียงกระซิบกระซาบเพราะเกรงว่าใครจะได้ยิน
“ทราบแล้วค่ะแต่คุณนันทวัฒน์ไม่ต้องเรียกชื่อศศิรญาก็ได้ค่ะ เรียกแค่ญาเฉยๆก็พอ”
“ได้เหรอครับ?”
“ได้สิคะ”
“งั้นคุณญาก็เรียกผมว่าวัฒน์เฉยๆก็ได้นะครับ”
“ค่ะ”
นันทวัฒน์มีท่าทีลังเลเล็กน้อยเขาอยากจะถามเื่ที่ข้องใจอยู่ในเวลานี้แต่เขาเองก็กลัวจะไปก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของหล่อนเข้า
“คุณญาครับ...หากคุณไม่ว่าอะไรผมอยากจะถามคุณสักเื่ได้ไหม?”
“ได้ค่ะ จะถามอะไรเหรอคะ”
“คือผมอยากทราบว่าคุณญาเป็อะไรกับคุณธานุภาพเหรอครับ เพราะผมเพิ่งเคยเห็นท่านโทรมาแบบนี้ครับ”
“เอ่อ...ยายของญากับคุณธานุภาพรู้จักกันค่ะตอนนี้ท่านเสียไปคุณธานุภาพก็เลยรับญามาอุปการะค่ะ”
“อ๋อ ผมเข้าใจแล้วละครับขอบคุณมากนะครับที่ตอบคำถามผม”
“ค่ะไม่เป็ไรหรอกค่ะหากคุณวัฒน์มีอะไรสงสัยถามญาอีกก็ได้ค่ะ”
“จริงเหรอครับงั้นผมขออนุญาตถามอีกคำถามได้ไหม?”นันทวัฒน์เอ่ยถามเสียงเบา
“ได้ค่ะ”
“คุณญา...มะ...มีแฟนหรือยังครับ!”พนักงานหนุ่มกลั่นใจถาม
ชายโสดอย่างนันทวัฒน์ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอผู้หญิงที่เขาถูกใจแบบนี้เพียงแค่เห็นแผ่นหลังกับเส้นผมเงางามก็เหมือนถูกสะกดให้เดินเข้าไปหาได้ไม่ยากนักยิ่งเมื่อเขาได้มาเห็นใบหน้าหวานปนเศร้าของหล่อนแล้วเขาแทบอยากจะเข้าไปโอบกอดหล่อนไว้จริงๆนี้เป็ครั้งแรกที่เขากล้าพอที่จะถามผู้หญิงตนเองพึงพอใจเกี่ยวกับเื่ส่วนตัวไม่รู้เหมือนกันว่าชายโสดอย่างเขาจะได้ใจของหล่อนหรือเปล่า
“ยังหรอกค่ะ”ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะรู้ความคิดของชายหนุ่มดี
ความจริงหล่อนก็ไม่ได้รังเกียจใครที่จะเข้ามาทำความสนิทชิดเชื้อกับหล่อนเท่าใดนักเพียงแต่ว่าเมื่อก่อนหล่อนอยากจะดูแลยายให้ดีเลยไม่ได้ใส่ใจกับบรรดาหนุ่มๆที่มาจีบ นันทวัฒน์ก็ใช่จะขี้เหร่ออกดูดีเสียด้วยซ้ำผิวขาวสะอาด ใบหน้าสไตล์เกาหลีผู้หญิงสมัยนี้นิยมกันจะตาย
“เหรอครับ”นันทวัฒน์ยิ้ม
จวบจนเวลาใกล้พลบค่ำหลังจากที่หญิงสาวนั่งทำงานกับนันทวัฒน์จนสามารถเรียนรู้งานได้บางส่วนแล้ว จึงวางมือจากเอกสาร มายืนรอเขาหน้าห้องไม่เช่นนั้นอาจหงุดหงิดใส่หล่อนอีกก็เป็ได้ศศิรญายืนรอเป็เวลานานแต่เขาไม่ออกมาสักที ร่างบางหันหลังกลับคิดเดินออกไปแต่ก่อนจะทำเช่นนั้นห้องกลับถูกเปิดออก ภาพเบื้องหน้าทำเอาหน้าชา ร่างอวบอัดของหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามารัดรึงเขาไว้อีกรอบแล้วบดขยี้ริมฝีปากด้วยความเมามันต่อหน้าอย่างไม่สนใจไม่แคร์สายตาหล่อนที่กำลังมองด้วยความตระหนก
ทั้งคู่คลายอ้อมกอดหญิงสาวเห็นริมฝีปากของผู้หญิงคนนั้นกระตุกเหมือนเยาะหล่อนและเขายังปรายตามองเหมือนหล่อนเป็อากาศธาตุ
“คุณธานต์คะ คืนนี้ไปคอนโดฟ้านะคะ” เพียงฟ้าออดอ้อน
“ได้สิ” ตอบรับคำชวนเหลือบมองร่างบางยืนนิ่งค้างอยู่หน้าห้อง
ศศิรญารีบหันหลังกลับ หล่อนอับอายแทนพวกเขา ไร้ยางอายไม่มีมารยาทขนาดในบริษัแท้ๆ ยังทำแบบนี้ เป็ถึงผู้บริหาร น่ารังเกียจเสียงจริงไม่แปลกใจเลยทำไมคุณธานุภาพถึงได้ตำหนิเขาเช่นนั้นไม่อายลูกน้องตนเองบ้างหรือไงกัน
“ทุเรศที่สุด! ขนาดที่ทำงานยังกล้าทำได้ขนาดนี้”หญิงสาวนึกบริภาษในใจ