เสียงประกาศจากสายการบินดังลอดออกมาทั่วอาคารผู้โดยสารขาเข้าก่อนที่กลุ่มครอบครัวผมกับญาติจะทยอยกันเดินออกจากประตูทางออกของสนามบินน่านนครด้วยจำนวนคนทั้งหมด 18 คน สนามบินที่ไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศของเมืองเหนืออันเงียบสงบทำให้กลุ่มของผมดูโดดเด่นท่ามกลางนักท่องเที่ยวคนอื่นที่ทยอยกันลงจากเที่ยวบินเดียวกัน
ผมเดินลากกระเป๋าสัมภาระออกมาพร้อมแม่ที่เดินอยู่ข้างๆ ขณะที่พ่อก้าวนำไปข้างหน้าเพื่อไปติดต่อเรื่องรถเช่าที่จองไว้ล่วงหน้าลุงป๋องและป้าวรรณยืนพูดคุยกันถึงแผนการเดินทางต่อไป ขณะที่ลูก ๆ และหลาน ๆของแต่ละบ้านกำลังง่วนกับการจัดกระเป๋าและเช็กของของตัวเอง
หลังจากรับรถเช่าและเตรียมความพร้อมกันเรียบร้อยขบวนรถของครอบครัวก็ออกเดินทางจากสนามบินใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ข้างทางร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารป่าที่มีชื่อเสียงในจังหวัดน่าน โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความรู้สึกเย็นสบายตัวร้านออกแบบเป็นสไตล์เรือนไม้ทรงไทยประยุกต์มีชานกว้างที่ยื่นออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้นั่งรับลมชมวิวธรรมชาติบ่อปลาคราฟขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานร้าน น้ำใสสะอาดสะท้อนแสงแดดเป็นประกายแหวกว่ายไปมาราวกับสร้างบรรยากาศให้ร้านดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
เมื่อเดินเข้ามาในร้านกลิ่นหอมของอาหารป่าลอยโชยมากระทบจมูกทันทีทำให้ทุกคนที่เดินทางมาหลายชั่วโมงเริ่มรู้สึกหิวมากขึ้นเสียงน้ำตกจำลองที่ตั้งอยู่มุมร้านช่วยเพิ่มบรรยากาศของธรรมชาติให้ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก
พนักงานต้อนรับเข้ามานำทางกลุ่มครอบครัวใหญ่ไปยังโซนที่นั่งซึ่งเป็นศาลาไม้หลังใหญ่ที่สามารถรองรับแขกได้ครบทุกคนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมจานชามเซรามิกที่ดูสะอาดสะอ้าน บนโต๊ะมีแจกันดอกไม้ป่าเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เมนูอาหารก็ถูกยื่นมาให้ เมนูของร้านเน้นอาหารป่าแท้ ๆ ที่มีรสชาติจัดจ้านไม่ว่าจะเป็นแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง ไก่ย่างมะแขว่น ลาบปลาคัง ปลาทอดสมุนไพรและต้มยำหมูป่า เสียงพูดคุยสั่งอาหารดังขึ้นอย่างคึกคักบางคนเลือกตามเมนูที่พนักงานแนะนำ บางคนเลือกจากความคุ้นเคยของตัวเอง
“แม่ล่ะไม่อยากเชื่อเลยจริงจริ๊งว่าคุณโชติจะเป็นคนแบบนั้น”
น้าทิพย์ภรรยาคนสวยของลุงป๋องคุยอย่างออกรสเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของคนข้างห้องในคอนโดของลูกสาวที่ลูกสาวแอบไปสังเกตพฤติกรรมมา ขณะกำลังรออาหารมาเสิร์ฟ
“ถ้าแม่ไม่เชื่อว่าลุงโชติเป็นอย่างที่ปุณบอกจริง ๆ แม่จะลองไปอยู่กับปุณสักพักแล้วให้ปุณพาไปดูพฤติกรรมเขาให้เห็นกับตาก็ได้ เขาแอบมีอะไรกับลูกสาวตัวเองบ่อยกว่าปุณมีอะไรกับสามีเสียอีก”
ผมมองพี่ปุณซึ่งอายุห่างกันประมาณหกเจ็ดปีมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมกำลังนินทาคนข้างห้องให้ทุกคนฟัง
“ไม่ล่ะ แม่ไม่อยากเห็น... คนอะไรเอากับลูกตัวเอง”
น้าทิพย์ทำท่ารังเกียจ
“แต่ปันอยากเห็นนะ”
“งั้นปันก็ลองไปพักบ้านพี่สิ สองพ่อลูกนั่นชอบ out door กันบ่อย ๆ ด้วย เดี๋ยวจะพาไปแอบดู”
พี่ปุณหันไปพูดกับน้องชายของตนยิ้มๆ
“นี่ลูกเพี้ยนไปแล้วรึไงฮึ จะไปแอบดูพ่อลูกมีอะไรกันเนี่ยนะ”
น้าทิพย์ถลึงตาเอ็ดลูกชายกับลูกสาวเสียงเขียวส่วนคนเป็นลูกชายก็หัวเราะขำไม่ได้นำพาอารมณ์ของแม่และกล่าวต่อไปว่า
“โธ่แม่ ก็แค่มองให้มันเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตสิ... เพศผู้เพศเมียต่างดำรงอยู่เพื่อสืบพันธุ์แค่มันไม่ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมของหลายประเทศ ที่มนุษย์ตั้งขึ้นกันเอง
จริง ๆ กรอบที่มนุษย์ตั้งขึ้นนี่แหละที่ฝืนธรรมชาติ แม่มีเซ็กซ์กับลูกชาย พ่อมีเซ็กซ์กับลูกสาว หรือพี่มีเซ็กซ์กับน้องมันมีมานานกี่สหัสวรรษแล้ว หลาย ๆ คู่ที่มีสายเลือดเดียวกันคงแอบทำกันอยู่แน่นอนในไทยก็มีเยอะ แค่เปิดเผยไม่ได้ บางครั้งถึงกับตั้งท้องด้วยกันก็มี ไม่เคยเห็นข่าวต่างประเทศบ้างหรือไง”
“นี่แกจะบอกว่าถ้าแกเองมีอะไรกับแม่แก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดงั้นสิ”
ลุงป๋องแซวลูกชายตัวเองขำๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ทว่าคนเป็นแม่ออกอาการปรี๊ดแตก
“พูดอะไรของคุณน่ะ ทุเรศ!”
น้าทิพย์เหวเสียงแหลม
“แม่ลูกมีเซ็กซ์กันไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะ จริง ๆ แล้วคนในครอบครัวสามารถมีอะไรกันได้ถ้าพึ่งพอใจกัน สมยอมกัน แถมยังลดโอกาสเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศจากที่อื่นได้ด้วยถ้าปล่อยวางเรื่องปาบบุญคุณโทษมันก็เป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง แทนที่จะมอบความสุขนี้ให้คนอื่นให้กันเองในครอบครัวดีกว่า เรื่องของคนสองคน ไม่ได้เบียดเบียนใครหรือเป็นภาระสังคมซะหน่อย แถมตอนนี้สื่อหลาย ๆ รูปแบบเกี่ยวกับแนว Incest ก็เป็นที่ยอมรับมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยนะ”
พี่ปันยังคงกล่าวต่อไปหน้าระรื่นไม่สนอาการของผู้เป็นแม่
“ก็เพราะลูกยังไม่เคยมีลูกน่ะสิถึงคิดแบบนี้ได้น่ะ”
น้าทิพย์เบ้ปากใส่ลูกชายตัวเอง พี่ปันกับพี่ปุณมองหน้ากันขำ ๆ
“อืม ก็ถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจดีนะ หากลองเปิดใจให้กว้าง”
พ่อผมที่นั่งฟังทุกคนคุยกันมานานเอ่ยขึ้นพร้อมกับจด ๆ ไอเดียลงในมือถือ
“นี่แกอย่าบอกนะว่าจะใส่เรื่องพวกนี้ในงานเขียนชิ้นต่อไปน่ะ?”
ลุงป๋องมองพ่อผมอึ้งๆ
“เห้ย ฉันแค่บอกว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจแต่ไม่ได้คิดจะลองเปิดใจตอนนี้เสียหน่อย”
“อะแฮ่ม! พอเลย ๆ เลิกคุยเรื่องบัดสีกันได้หรือยัง หลานเหลนมานู่นแล้ว”
ป้าวรรณเอ็ดทุกคนเสียงเข้มหลังจากเห็นสามีของพี่ปุณที่พาเด็ก ๆ ไปดูปลาคราฟภายในสระน้ำกลางลานของร้าน กำลังเดินกลับมาที่โต๊ะอาหารหลังจากอาหารทั้งหมดเริ่มถูกนำมาทยอยเสิร์ฟจนครบทุกเมนูที่สั่งทำให้ทั้งหมดต้องหยุดคุยเกี่ยวกับเรื่องกามต้องห้ามไปโดยปริยายแล้วเปลี่ยนเป็นหัวข้อสนทนาอื่น
ซึ่งผมกับแม่เองก็กำลังตักกับข้าวใส่ใส่จานระหว่างนั้นหันมาสบตากันอย่างมีความหมาย ไม่ได้ร่วมวงสนทนากับญาติคนอื่น ๆ
กลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศลอยฟุ้งไปทั่วโต๊ะชวนให้ทุกคนตื่นเต้นกับมื้อแรกของทริปจนลืมเรื่องที่เพิ่งคุยกันอย่างออกรสไปเมื่อครู่บรรยากาศเป็นกันเอง เสียงหัวเราะ เสียงช้อนกระทบจาน และเสียงพูดคุยสลับกันไปมาทำให้ร้านอาหารแห่งนี้ยิ่งดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
ถัดจากนั้นขบวนรถของครอบครัวเคลื่อนตัวออกจากร้านอาหารมุ่งหน้าสู่จุดหมายถัดไป ซึ่งเป็นน้ำตกมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัด
ถนนที่ทอดยาวเบื้องหน้าค่อยๆ เปลี่ยนจากถนนสายหลักที่เรียบง่ายเป็นเส้นทางเล็ก ๆ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขาสองข้างทางเป็นทิวทัศน์ที่ตัดกับฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาความเขียวขจีของป่าเขาครอบคลุมไปทุกอณู ต้นไม้น้อยใหญ่ไหวเอนรับสายลมเสียงใบไม้กระทบกันเป็นจังหวะคล้ายเสียงดนตรีธรรมชาติ บรรยากาศของเมืองน่านเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและเสน่ห์ของวิถีชีวิต
เมื่อขับขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ทางเริ่มลาดชันขึ้นเล็กน้อยเมื่อขบวนรถเข้าสู่โค้งที่ลัดเลาะไปตามแนวเขาแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาสำหรับแม่ซึ่งเป็นคนขับ
แม่น้ำสายเล็กๆ ที่ไหลขนานไปกับถนนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ไม่นานนัก ขบวนรถก็มาถึงทางเข้าของน้ำตกซึ่งเป็นจุดหมายลานจอดรถถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาละอองน้ำบางเบาจากน้ำตกซึ่งอยู่ไม่ไกลนักลอยมาตามลมเย็น ๆทำให้รู้สึกชุ่มชื้นตั้งแต่ก้าวลงจากรถ เสียงน้ำตกดังแว่วมาแต่ไกลเสียงกระแสน้ำกระทบโขดหินผสมกับเสียงของธรรมชาติรอบข้างชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
ผมสูดบรรยากาศของธรรมชาติเข้าเต็มปอดก่อนจะช่วยแม่ถือของอย่างเอาใจ
เริ่มต้นด้วยทางเดินเทคอนกรีตสลับกับทางดินมีบันไดและราวจับเพื่อความสะดวก ระหว่างทางมีสะพานไม้ข้ามลำน้ำบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาเสียงน้ำไหลกระทบหินดังก้องแว่วมาเป็นระยะ
เมื่อเดินเข้ามาลึกขึ้นเสียงน้ำตกที่ดังอยู่ไกล ๆ ก็เริ่มชัดเจนขึ้นทุกทีจนกระทั่งเบื้องหน้าเผยให้เห็นน้ำตกที่ชั้นหนึ่ง สายน้ำสีขาวไหลบ่าลงจากหน้าผาสูงชันทิ้งตัวลงกระแทกแอ่งน้ำเบื้องล่างจนเกิดฟองฟูฟ่อง ละอองน้ำที่พัดมาจากน้ำตกเย็นชื่นใจน้ำใสเย็นจนมองเห็นก้อนหินเรียงรายอยู่ด้านล่าง จุดที่ลึกหน่อยก็เห็นเป็นสีฟ้าครามใกล้ ๆ กันมีโขดหินแบนที่เหมาะสำหรับนั่งพักและเล่นน้ำต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านออกไปให้ร่มเงาตามจุดต่าง ๆ
ผู้คนที่มาก่อนหน้าแล้วกำลังสนุกสนานอยู่กับการเล่นน้ำเด็ก ๆ กระโดดน้ำกันเสียงดังแจ้ว ผู้ใหญ่บางคนก็นั่งแช่เท้าริมน้ำบ้างก็นั่งเล่นบนเสื่อใต้ต้นไม้พูดคุยกันอย่างสบายใจกลิ่นอากาศสดชื่นจากสายน้ำผสมกับกลิ่นหอมของใบไม้และกลิ่นดินเปียกทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง
กลุ่มครอบครัวใหญ่ของผมตัดสินใจขึ้นไปยังชั้นอื่นเพราะจุดนี้มีคนแน่น เป็นที่นิยมมากเกินไป
ชั้นที่สองและสามไม่เหมาะสำหรับเล่นน้ำเท่าไหร่เราเลยเดินขึ้นไปอีกจนมาถึงชั้นที่ห้า เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่าจะขึ้นมาถึงทำให้ที่จุดนี้มีคนเล่นน้ำหยุมหยิมจำนวนไม่มาก โดยชั้นนี้จะแบ่งเป็นแอ่งกว้าง ๆสูงขึ้นไปเป็นขั้นบันได
พวกเราเริ่มทยอยหามุมเหมาะๆ เพื่อวางข้าวของ ก่อนจะเตรียมตัวลงเล่นน้ำ
เสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องทั่วบริเวณเสียงเจื้อยแจ้วของนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่มาเล่นน้ำพลันจางหายไปจากโสตประสาทของผมเมื่อลงจากโขดหินและปรับตัวให้เข้ากับสายน้ำเย็นจัดจนร่างกายเริ่มชิน ผมจัดแจงถอดเสื้อออกเผยให้เห็นแผงอกแน่นเปลือยเปล่ากับกล้ามหน้าท้องที่ชัดเจนกางเกงว่ายน้ำทรงทรังค์สีเข้มแนบกระชับกับช่วงล่างขับเน้นรูปร่างของชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์ให้ดูยิ่งน่ามอง
ผมปล่อยให้สายน้ำเย็นเฉียบไหลผ่านตัวช้าๆ ก่อนจะกวาดตามองรอบบริเวณ แล้วสายตาของผมก็หยุดชะงักเหมือนต้องมนต์สะกด
แม่ที่กำลังก้าวออกมาจากโขดหินซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนักแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านแมกไม้เบื้องบนสาดกระทบกับเรือนร่างของแม่ราวกับกำลังสร้างฉากหลังให้โดยเฉพาะ
ท่อนบนของแม่เป็นเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์สีฟ้าอ่อนเผยให้เห็นสัดส่วนใต้เนื้อผ้าบางเบามันแนบไปกับเรือนร่างเมื่อสัมผัสความชื้นในอากาศตัดกับช่วงล่างที่เป็นบิกินี่แบบผูกเชือกลายดอกไม้เล็ก ๆ แค่จินตนาการว่าเชือกเล็กๆ นั่นถูกแกะออก ผมก็แทบคลั่ง
ขาเรียวยาวของแม่ที่ขับผิวเนียนละเอียดสะท้อนแสงแดดเผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าอันสมบูรณ์แบบ ผมมองต่ำลงไปที่สะโพกของแม่แน่นกระชับอย่างเป็นธรรมชาติกางเกงบิกินี่ที่แทบปิดโคกหีของแม่ไม่มิดทำให้เส้นโค้งของบั้นท้ายดูชัดเจนยิ่งขึ้น ทุกย่างก้าวที่แม่เดินไปบนโขดหินเสื้อตัวโคร่งปลิวไหวยิ่งเน้นให้เห็นทรวดทรงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองรู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาจากส่วนล่างของร่างกาย ลมหายใจเริ่มติดขัดความคิดอกุศลแล่นเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ ภาพแม่ในชุดนี้มันโคตรจะเร้าใจจนทำให้เขานึกอยากจะกระชากบิกินี่ตัวนั้นออก แล้วอุ้มแม่ขึ้นโขดหิน เย็ดกันตรงนี้เลยยังได้
แม่เดินมาหยุดอยู่ริมสายน้ำพร้อมกับเหลีอบมองไปยังพ่อซึ่งกำลังนั่งตั้งวงชมธรรมชาติคุยกับกลุ่มญาติ ๆ ที่ไม่ได้ลงเล่นน้ำ
“น้ำเย็นไหมลูก?”
แม่ถามเสียงนุ่มขณะเดินเลาะโขดหินลงมายืนใกล้ ๆ
“อื้อ... เย็นสะใจเลยครับ”
ผมพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นแต่อารมณ์ทางเพศในตัวกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
สายตาผมจับจ้องที่ต้นขาเรียวยาวของแม่ที่เปียกน้ำระยิบระยับราวกับภาพตรงหน้าคือสิ่งที่ออกมาจากจินตนาการต้องห้ามของผมเอง
แม่หย่อนตัวลงในสายน้ำความเย็นของน้ำกระทบร่าง จนเผลอสะบัดหน้าเล็กน้อยเส้นผมสีดำที่เคยพาดไหล่เริ่มแนบลงกับผิวริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติเผยอขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิของน้ำภาพนั้นทำให้ผมต้องกำมือแน่นเพื่อระงับความเงี่ยนที่กำลังเดือดพล่านขึ้นมา
ด้วยความที่เราไม่ได้เย็ดกันมาสามวันแล้วหลังจากคืนนั้นในห้องนอนของพ่อแถมเมื่อวานก็เข้าสัปดาห์ฟรีสไตล์ของผม ก็ไม่ได้มีโอกาสจับแม่เย็ดให้น้ำแตกเลยสักน้ำเพราะต้องตื่นมาเตรียมตัวขึ้นเครื่องกันแต่เช้าตรู่ แม่เองก็เหมือนนกรู้ทำตัวติดหนึบกับพ่อ ไม่เปิดโอกาสให้ผมเลยสักนิดเดียว
“แม่แต่งตัวโคตรเซ็กซี่... น่าตอกมากเลยครับ”
แม่ชะงักเล็กน้อยมองไปรอบ ๆ ว่ามีใครได้ยินหรือไม่ โชคดีที่คนอื่น ๆ ยังช่วยเด็ก ๆเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับลงเล่นน้ำกันอยู่บนฝั่ง
“อะไรของเราพูดเหมือนเพิ่งเคยเห็นแม่แต่งตัวแบบนี้ครั้งแรก”
“เนพูดจริง ๆ นะ ...ไม่เชื่อแม่ลองจับดูสิ—”
ผมคว้ามือแม่มาจับเป้ากางเกงว่ายน้ำตัวเองท่อนเอ่นที่กำลังแข็งปั๊กอยู่ใต้กางเกงกำลังเต้นตุบ ๆสู้มือนุ่มของแม่ทันทีเมื่อถูกสัมผัส
หน้าตาของแม่เลิกลั่กและรีบสะบัดมือออกกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า
ผมมองแม่ยิ้ม ๆจากนั้นก็หยิบหยิบชุดชูชีพที่เช่ามาจากด้านล่างขึ้นสวมให้ตัวเองรัดสายรอบเอวให้แน่นก่อนจะหันไปหาแม่ที่กำลังแก้เขินด้วยการหันไปบิดน้ำออกจากปลายผม
“แม่ต้องใส่ชุดชูชีพด้วยนะ”
“แม่ว่ายน้ำเป็นไม่ต้องก็ได้มั้ง”
“บางจุดน้ำลึกกว่าที่คิดนะครับเกิดเป็นตะคริวขึ้นมาจะทำยังไง”
ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจังเพราะกลัวแม่เป็นอันตราย ก่อนจะหยิบเสื้อชูชีพอีกตัวขึ้นมา
แม่มองลูกชายที่ขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมจำนน ไม่คิดว่าลูกชายจะเป็นห่วงตัวเองจริงจังขนาดนี้จึงได้แต่ยอมรับความหวังดีนั้นไว้
“ก็ได้ ๆ แม่ยอมแล้ว เอาตามที่ลูกสบายใจแล้วกัน”
“งั้นเดี๋ยวเนใส่ให้แม่เองนะ”
ผมก้าวเข้าประชิดไม่รอคำตอบของแม่วางเสื้อชูชีพพาดบนไหล่แม่ ก่อนจะค่อย ๆ รัดสายรอบตัว ระหว่างนั้นแอบฉวยโอกาสสัมผัสนิ้วมือแนบลงบนเนื้อผ้าเนียนของบิกินี่ท่อนล่างลูบไปลูบมาอย่างหมั่นเขี้ยว บางจังหวะก็เอาเป้ากางเกงของเราชนกัน ถู ๆ ไถ ๆงัดขึ้นลงไปมาผ่านผ้าบาง ๆ ผมเห็นแม่ยืนนิ่งเกร็งด้วยความเสียว ผมเองก็ไม่รีบจัดแจงตรวจดูความเรียบร้อยชุดของแม่อย่างอ้อยอิ่ง