วันต่อมาริวและคิมเดินทางไปเยี่ยมชาวสลัมขณะที่ทั้งสองนั่งกินข้าวอยู่กับชาวสลัมนั้น คิมก็นึกอยากกินแอปเปิ้ลจึงหยิบลูกแอปเปิ้ลมาจะกินริวเห็นว่าแอปเปิ้ลยังไม่ปลอกเปลือกจึงรีบแย่งแอปเปิ้ลมาจากมือคิม
ริว: มา เดี๋ยวปลอกให้
จากนั้นริวก็บรรจงใช้มีดปลอกเปลือกแอปเปิ้ลแต่แล้วริวก็ต้องสะดุ้งเพราะโดนมีดบาดมือคิมเห็นจึงรีบดึงมือริวมาแล้วทำแผลให้ทันที โดยการติดปาสเตอร์
คิม: เห้อ..ปลอกไม่เป็ก็ยังจะปลอกอีก
คิมพูดแบบยิ้มๆ
ริว: กูปลอกเป็นะแต่แค่ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ พลาดนิดเดียวเอง
คิม: นี้ขนาดพลาดนิดเดียวนะเนี่ยถ้าพลาดกว่านี้ กูคงได้กินนิ้วมึงแทนแอปเปิ้ลแน่ๆเลย
ทั้งสองหัวเราะ
คืนนั้นริวและคิมนอนที่บ้านพักชาวสลัม(บ้านโวยาวิน) ทั้งสองนอนห้องเดียวกันแต่นอนแยกเตียงขณะที่คิมมั่นใจว่าริวหลับไปแล้ว คิมก็ค่อยๆย่องมานั่งข้างเตียงของริวพร้อมกับจ้องใบหน้าอันหล่อเหล่าของริว เขามองไปด้วยยิ้มไปด้วยคิมเริ่มพูดความในใจออกมา
คิม: เฮ้ ริว ...
ริว: ….zzZ
คิม: ไอ่ริว หลับแล้วหรอ
คิมทำเสียงกระซิปเขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ริว จากนั้นก็ทำหน้าเศร้าแล้วมองไปที่หน้าต่างจ้องมองไปที่หมู่ดาว
คิม: ไอ่ริว ........... กูชอบมึงนะแต่ไม่ใช่แบบเพื่อนกันนะ แต่มึงคงไม่มีวันได้รู้หรอก เพราะกู จะไม่บอกมึงอีก
จากนั้นคิมก็เริ่มร้องไห้
คิม: กูขอโทษ ที่คิดกับมึงเกินคำว่าเพื่อนกูขอโทษ ที่เคยผิดสัญญากับมึง แถมทำให้มึงเดือดร้อนไปด้วยในบางเื่ จริงๆกูกับมึงก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่จริงๆแล้ว ยามแบบกูกับเ้าชายอย่างมึงเนี่ยอยู่กันคนละโลกเลยนะ กูคงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้ถ้าไม่มีมึงช่วย จริงๆแล้วถ้ากูไม่เจอมึง กูอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้
คิม:กูไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้เจอมึงอีก ขอบคุณมากนะที่มึงยังอยู่เป็เพื่อนกูซักวันนึงมึงก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว พอถึงวันนั้น กูก็คงไม่ได้อยู่กับมึงแล้วแต่ได้เจอกับมึงแค่นี้ กูก็ดีใจแล้วแหล่ะ
จากนั้นคิมก็นั่งร้องไห้อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกลับไปนอน
เช้าวันต่อมาริวเข้าประชุมที่บริษัทตามเดิม ขณะที่พนักงานกำลังนำเสนองานอยู่นั้นพี่รินก็สังเกตว่า ริวนั้น นั่งเหม่อลอย จนไม่ได้สนใจแผนงาน
พนักงาน: ท่านประธานมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างคะ
ริว: ……….
พนักงาน: ท่านประธานคะท่านประธานเอ่อ.... ท่านคะ
พี่รินสะกิดให้ริวรู้ตัวริวจึงหลุดจากอาการเหม่อลอย
ริว: อ๋อ เอ่อเมื่อกี้ว่ายังไงบ้างครับ
พนักงานในห้องประชุมต่างทำหน้าเซงรวมถึงพี่รินด้วย พอประชุมเสร็จก็ออกมาจากห้องประชุม
พี่ริน: นี้ ริว เป็อะไรน่ะห้ะทำไมวันนี้นั่งเหม่อเชียว
ริว: อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมคงจะหิวข้าว
ริน: อ่อหรอ
ริว: ครับ ยังไงเดี๋ยวผมไปกินข้าวก่อนนะพี่ ไปล่ะ
รินได้แต่ทำหน้า งง
ริน: รีบอะไรขนาดนั้น
ณ ป้อมยาม
ริว: คิม
คิม: ไอ่ริว มาแล้วหรอ
ริวยิ้มให้คิมแล้วยกถุงอาหารโชว์
คิม: โห่ว มึงซื้ออะไรมาว้ะนั้น
ริว: ไก่บอนชอนที่มึงอยากกิน
คิม: เห้ย จริงดิ่กูอยากกินมานานแล้วว่ะ มึงนิ้โครตรู้ใจกูเลยนะ
ขณะที่คิมกำลังค้นดูอาหารในถุงอย่างตื่นเต้นริวก็แกล้งเอาหน้ามาใกล้ๆ แล้วก็จ้องหน้าคิม
คิม งง และถอยหน้าออกคิมแอบเขินเล็กน้อย
คิม: มึง.. เอาหน้ามาใกล้กูทำไมเนี่ย
ริว: ป่าว (ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้)แล้วก้มลงไปดูที่อาหารต่อ
หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งกินข้าวด้วยกันคิมกินไก่บอนชอนอย่างเอร็ดอร่อย
ริว: อร่อยไหม
คิมพยักหน้า
ริว: ชอบไหม
คิม: ชอบ
ริว: ชอบไก่หรอ
คิม: อืม
ริว: ชอบไก่หรือคนซื้อ
คิม: ก็ชอ...
คิมเกือบจะหลุดปากพูดแต่ก็เบี่ยงประเด็นไปก่อน
คิม: ชอบไอ่ตุ๋น (หมาที่ป้อมยาม)
ริวทำหน้า งง
ริว: ไอ่ตุ๋น เกี่ยวอะไรด้วยอ่ะ
คิม: ไม่รู้โว้ย หมาบิน
ริว: หมาบินได้ด้วยหรอ
คิม: ไอ่ริว มึงเล่นอะไรเนี่ย
ริวหัวเราะ
ริว: หน่า กูแค่แหย่มึงเล่นเฉยๆป้ะกินๆๆ
คิมทำหน้า งง แล้วกินต่อ
ริว: ว่าแต่มึงเถอะกูบอกว่ายังไม่ต้องมาทำงาน ให้พักก่อน มึงก็ดื้อมาอยู่นั้นแหล่ะ
คิม: ก็มันเบื่อนี้หว่าแผลกูก็เริ่มหายแล้ว ถึงจะยังไม่หายสนิทก็เถอะ
ริวส่ายหัว
ริว: เออ มึง
คิม: หืม
ริว: เมื่อคืน........
คิมทำหน้าใใจของเขาแถบจะหลุดออกมาจากตาตุ่ม
คิม: มะ เมื่อคืน ทำไมว้ะ
ริว: เมื่อคืน..... มึง...... มึงนอนกรนเสียงโครตดังเลยว่ะ
คิมทำท่าโล่งใจ
คิม: โห่ว ว่าแต่กูมึงอ่ะกรนดังกว่ากูอีก แถมยังนอนดิ้นแล้วก็น้ำลายไหลอีกด้วย
ริว: จริงหรอ
คิม: จริงดิ่ว้ะ ..... เออมึงกูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวจะหมดเวลาพักแล้วอ่ะ ถ้ายังไงฝากเก็บด้วยนะมึง
ริว: เออๆ
จากนั้นคิมก็วิ่งจากไป
ริว: แหม่...รีบเชียวแกล้งแหย่แบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันแหะ อยากจะรู้จริงๆว่ายังจะปากแข็งไปได้นานแค่ไหน
จากนั้นริวก็คีบไก่มาเคี้ยวเล่น
ผ่านไปหลายวันคิมอาการดีขึ้นมากเกือบหายริวเข้ามาหาคิมที่ห้อง พร้อมกับเอายามาทาให้
ริว: เอาขามาเดี๋ยวกูทายาให้
คิมยื่นแขนให้ริว
ริว: กูบอกว่าขา
สักพัก ลูกน้องอีกคนของริวก็เข้ามาบอกให้ริวรู้ว่าลุงวิสุโทรนัดริวให้ไปหาที่บ้านเพื่อคุยธุรกิจ คิมได้ยินดังนั้นจึงขอไปด้วย
ลูกน้อง: ท่านประธานครับคุณวิสุโทรมาบอกว่าอยากจะนัดท่านให้ไปทานมื้อเย็นด้วยกัน เย็นนี้ครับ
ริว: โอเค เดี๋ยวผมไป ขอบใจมาก
คิม: งั้นกูไปด้วยนะ
ริว: ไม่ได้
คิม: ทำไมอ่ะ
ริว: มึงยังเจ็บอยู่เลยมึงนอนพักไปเถอะ ไม่ต้องไปหรอก
คิม: แต่กูอยากไปนี้เกิดลุงวิสุคิดจะทำอะไรมึงขึ้นมา แล้วใครจะรับะุแทนมึง
ริวเริ่มโมโหจึงตะวาดใส่คิม
ริว: ไอ่คิม มึงคิดว่ากูอยากให้มึงมารับะุแทนหรอว้ะ
คิม: ก็เออไง ถ้ามึงไม่ให้กูไปดูแลมึงมึงจะจ้างกูมาทำไม
ริวถอนหายใจเฮือกใหญ่
ริว: ไม่ต้องไป มึงอยู่นี้แหล่ะ
คิม: ไม่รู้แหล่ะ ยังไงกูก็จะไป
พูดเสร็จคิมก็รีบลุกจะเดินออกจากห้องแต่ก็โดนริวอุ้มขึ้นบ่าแล้วพากลับไปที่เตียง ริววางร่างของคิมให้นั่งลงบนเตียงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
ริว: อยู่นี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด
จากนั้นริวก็เดินออกห้องไปคิมได้แต่นั่งนิ่ง เมื่อเขาเห็นท่าทางที่ดุดัน และเอาจริงเอาจังของริวเขาจึงไม่กล้าขัดคำสั่ง
คิม: แค่นี้ทำไมต้องดุด้วยว้ะ
คิมพรึมพรำในใจ
ณ ร้านอาหาร ริวและวิสุนั่งคุยกัน
ริว: คุณเรียกผมมาวันนี้มีอะไรหรอครับ
วิสุ: ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่ได้ข่าวว่าพี่สาวของคุณถูกล้อมทำร้าย ผมก็แค่อยากจะแสดงความเสียใจด้วย
ริว: ขอบคุณนะครับ แต่พี่ผมเธอไม่ได้เป็อะไรมาก และยังสบายดี ว่าแต่ มีแค่นี้จริงๆหรอครับเื่ที่อยากจะพูดกับผม
วิสุ: จริงๆแล้วผมกับคุณก็เป็คู่ค้าคู่แข่งกันมาตั้งนานแล้วนะผมก็แค่อยากจะสานสัมพันธ์ไมตรีกับคุณไว้บ้าง เผื่ออนาคตเราอาจจะได้ร่วมหุ้นกันก็ได้
ริว: งั้นก็ขอบคุณมากนะครับทางผมก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย
ริวรู้สึกสังหรณ์ใจเพราะเขารู้ว่าวิสุต้องมีแผนบางอย่าง ถึงได้มาตีสนิทเขาแต่ริวก็ไม่อาจรู้ว่าเป็แผนอะไร เขาจึงแกล้งเออออตามวิสุ
ส่วนวิสุนั้นก็แกล้งตีสนิทกับริวเพื่อไม่ให้ตำรวจสงสัยว่าเื่ที่รินถูกทำร้ายมาจากฝีมือของเขาที่อยู่เื้ันั้นเอง
เช้าวันต่อมาริวออกไปทำงานด้วยความเร่งรีบ ทำให้เขาลืมนำเอกสารสำคัญไปที่ทำงานด้วยั้แ่วันที่ริวไปหาวิสุ คิมและริวก็ยังไม่ได้คุยกันคิมที่วันนี้โดนริวสั่งห้ามไม่ให้ไปทำงาน เห็นเอกสารที่ริวลืมไว้วางอยู่บนโต๊ะจึงนำเอกสารไปให้ริวที่บริษัทพร้อมกับซื้อข้าวไปให้ริวด้วยแต่ริวติดประชุมอยู่คิมจึงฝากลุงยามไว้
คิม: ลุงครับลุงช่วยเอาเอกสารกับกล่องข้าวไปให้ท่านประธานหน่อยนะครับ
ลุงยาม: ได้ๆ แล้วแผลยังไม่หายอีกหรอ
คิม: ดีขึ้นแล้วครับลุงแต่ยังไม่หายสนิท ผมซื้อข้าวมาฝากลุงด้วยน้า
ลุงยาม: ขอบใจมากน้องคิม หายไวๆนะ
คิม: ครับผม ขอบคุณครับลุง
ณ ที่ทำงาน
ในห้องทำงาน เลขานุการเข้ามาบอกให้ริวเตรียมตัวไปพบลูกค้าที่กำลังจะมาถึง
เลขา: ท่านประทานคะลูกค้ารายใหญ่กำลังจะมาถึง อีก 5 นาทีค่ะ
ริวพยักหน้า
เขารีบหาเอกสารใต้โต๊ะทันทีแต่ก็ต้องใเพราะเขาดันลืมเอาเอกสารสำคัญมาริวรีบวิ่งลงมาจากชั้นบนเพื่อจะขับรถกลับไปเอาเอกสารที่บ้าน แต่ขณะที่กำลังจะเดินออกจากตัวออฟฟิตลุงยามก็เดินมาหาพร้อมกับนำเอกสารและกล่องข้าวมาส่งให้ริว
ริว: ลุง!ขอบคุณมากครับลุงลุงเอาเอกสารมาจากไหนอ่ะ
ลุง: อ๋อเมื่อตะกี้น้องคิมเขาเอาเอกสารกับกล่องข้าวมาฝากผมไว้น่ะครับ บอกให้ผมเอามาให้คุณ
ริว: อ๋อ โอเค ขอบคุณมากครับลุง
เมื่อเลิกงาน ริวก็รีบกลับบ้านเขาเดินไปหาคิมที่ห้องแต่ไม่พบคิม
ริวเคาะประตู (ก๊อกๆๆ)
ริว: คิม
(เคาะประตู ก๊อกๆๆ)
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับพร้อมกับประตูที่ไม่ได้ล็อก ริวจึงเปิดประตูห้องเข้าไปดูแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะภายในห้องนั้นว่างป่าว ริวจึงเดินลงไปถามแม่บ้าน
ริว: ป้าครับพอจะรู้ไหมครับว่าคิมไปไหน
ป้า: อ๋อเขาบอกว่าจะไปเยี่ยมคนงานทีบ้านพักหลังโรงงานจ้า
ริวรีบขับรถไปที่บ้านคนงานเมื่อไปถึงก็เข้าไปเจอกับคิมที่กำลังซ่อมเครื่องปั่นไฟในห้องเก็บของ
คิม: อ้าว ไอ่ริว มาได้ไงเนี่ยเลิกงานแล้วหรอว้ะ
ริว: อืม
ริวไม่รู้จะพูดอะไรเลยเงียบไปบรรยากาศเริ่มน่าอึดอัด คิมจึงเริ่มพูดอีกครั้ง
คิม: อ่อ พอดีกูอยู่ว่างๆเลยเบื่อๆอ่ะเลยมาเยี่ยมคนที่นี้ แต่จู่ๆไฟมันก็ดันเสียกูเลยมาดูให้ แล้วมึงกินข้าวมารึยัง
ริว: ยังเลย กูว่าจะรอกินพร้อมมึงอ่ะ
คิม: อ้อ ได้สิเดี๋ยวซ่อมไฟเสร็จแล้วไปหาอะไรกินกัน มึงมาก็ดีล้ะ ช่วยหยิบไขควงตรงนั้นให้กูหน่อย
ริวหยิบไขควงแล้วส่งไปให้คิม
ริว: มึง กู....ขอโทษนะเว้ย
คิม: ขอโทษ?ขอโทษทำไมหรอ
ริว: ขอโทษที่วันนั้นกูะโใส่มึงอ่ะกูแค่เป็ห่วงมึง ไม่อยากให้มึงเอาตัวไปเสี่ยงจนเจ็บตัวอีก
คิม: (คิมยิ้ม) ขอโทษทำไม ไม่ต้องขอโทษหรอกมึงอันที่จริงกูก็เต็มใจทำอยู่แล้ว พี่ริน ป้าอั๋น แล้วก็มึง ดีกับกูมาก ถึงกูจะตายแต่ถ้าพวกมึงปลอดภัย กูก็พอใจแล้ว ชีวิตมึง มีค่ากว่าชีวิตกูมากถ้าเกิดว่ามีคนใดคนหนึ่งาเ็ กูก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน เกิดมาในชีวิตกูไม่เคยมีใครดีกับกูแบบนี้มาก่อนเลยนะ นอกจากยาย ชีวิตตอนก่อนที่กูจะเจอมึงมันแย่มาก กูต้องเอาชีวิตรอดไปวันๆ อดมื้อกินมื้อ เร่ร่อน ขายของไปทั่วแถมยังเป็หนี้ ไม่รู้ว่าจะตายตอนไหน นี้ถ้าไม่ได้เจอมึงกูคงไม่มีโอกาสดีๆแล้วก็มาไกลจนถึงทุกวันนี้ คงไม่ได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้กินอาหารดีๆ ไม่มีโอกาสช่วยเหลือลุงๆป้าๆที่สลัมไม่ได้จัดวันเกิดที่โครตจะมีความสุข เวลาอยู่กับมึงกูรู้สึกเหมือนกับตอนที่ยายยังอยู่ มึงแล้วก็ครอบครัวของมึงมีบุญคุณกับกูมากเลยนะแต่กูไม่มีอะไรจะตอนแทนให้มึงเลย นอกจากชีวิตกูกูก็เลยให้สัญญากับตัวเองว่าต่อจากนี้ไป กูจะปกป้องมึงแล้วก็ครอบครัวมึงด้วยชีวิตของกูเอ.....อะ....
คิมยังพูดไม่ทันจบริวก็ดึงร่างของคิมเข้ามาจูบอย่างรวดเร็ว คิมใมาก จึงใช้มือผลักริวออกทั้งสองต่างพากันหายใจรัวๆ หัวใจของเขาทั้งสองเต้นแรงเหมือนมันจะะเิออกมาคิมและริวมองหน้ากันไปมา ริวเห็นว่าคิมใมากจึงรู้สึกเขินอายและกำลังจะเดินหนีไป
ริว: กูขอโทษ
ริวพูดแล้วค่อยๆถอยหลังจะเดินออกจากห้องแต่คิมกลับรีบดึงร่างของริวเข้ามาจูบแทน ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่มคิมกอดคอของริวแน่น ส่วนริวนั้นก็ไม่ยอมแพ้เขาใช้มือหนาใหญ่ลูบไล่ไปทั่วร่างกายของคิม ปากนุ่มของคิมตอนนี้มีสีแดงระเรื่อจากการดูดเม้มของริวเขาใช้ลิ้นหนาคว้านหาน้ำหวานจากภายในเหมือนกับว่าเขาจะสามารถดูดดื่มมันได้อย่างไม่รู้เบื่อ ในใจของริวนึกคิมเป็ผู้ชายแท้ๆ แต่ทำไมตัวถึงได้หอมและรสชาติถึงได้หวานขนาดนี้ใบหน้าที่แดงก่ำและเขินอายของคิมในตอนนี้ มันยั่วยวนอารมณ์เขามากมันทำให้ริวไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ผู้ชายอะไรทำไมน่ารักขนาดนี้
ขณะที่ทั้งสองถอดจูบออกจากกันก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้น
ก๊อกๆๆ(เสียงเคาะประตู)
คนงาน: คุณคิมครับผมเอาน้ำมันมาส่งตามที่ขอแล้วนะครับ
คิมรีบถอยออกจากอ้อมแขนของริวแล้วเดินไปเปิดประตู
คิม: ขอบคุณมากนะพี่ เฟืองมันฝืดน่ะเดี๋ยวหยอดน้ำมันสักหน่อยก็ซ่อมเสร็จแล้ว
คนงาน: อ๋อ โอเคครับ…อ้าว คุณริว สวัสดีครับ มาั้แ่เมื่อไหร่ครับเนี่ยมาไม่บอกเลย พวกผมกับลุงๆป้าๆจะได้เตรียมข้าวเตรียมน้ำมาให้
ริว: ไม่เป็ไรครับผมกินข้าวอิ่มมาก่อนแล้ว ขอบคุณมากนะครับ
คนงาน: ครับๆ งั้นผมไปก่อนนะมีอะไรจะให้ช่วยเพิ่มเติมก็ไปเรียกได้นะครับ
พูดเสร็จคนงานก็เดินจากไปริวและคิมมองหน้ากัน ด้วยความเขินอายคิมจึงรีบหยิบขวดน้ำมันแล้วเดินไปซ่อมเครื่องปั่นไฟต่อ ริวที่ก็เขินไม่ต่างกันไม่รู้จะพูดอะไร จึงเดินไปนั่งเก้าอี้ในห้อง รอจนคิมซ่อมเครื่องปั่นไฟเสร็จทั้งสองไม่พูดอะไร บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบจนคิมและริวขึ้นรถแล้วขับกลับไปถึงบ้าน
ทันทีที่เดินเข้าประตูบ้านคิมก็รีบเอ่ยปากขอตัวไปนอน
คิม: กูขึ้นไปนอนก่อนนะ
พูดเสร็จคิมก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องริววิ่งตามไปติดๆ เมื่อถึงห้อง คิมก็รีบปิดประตูแต่ปิดไม่ทันเพราะริวใช้เท้ากันประตูไว้ไม่ให้คิมปิด
ริว: เดี๋ยวก่อนสิคิม
คิม: มึงมีอะไร
ริว: เมื่อกี้ มึงจูบกูทำไม
คิม: แล้วมึงล่ะ จูบกูทำไม
ริวเงียบไปสักพัก
ริว: กู.... หรือว่ากูจะชอบมึง มั้ง
คิม: มึงมาถามกู แล้วกูจะรู้หรอว้ะ
หลังพูดเสร็จ คิมก็รีบปิดประตูใส่หน้าริวทันทีริวได้แต่เกาหัวด้วยท่าทางอารมณ์เสียที่คิมไม่ยอมออกมาคุยกัน
ค่ำคืนผ่านไป เมื่อถึงมื้อเช้าทั้งริวและคิมต่างนั่งกินข้าวด้วยท่านทางเงียบขรึม จนพี่รินและคนรอบข้างััได้ถึงบรรยากาศอันแสนจะอึมครึม
พี่ริน: นี้ พวกเธอสองคนน่ะ เป็อะไรหรือป่าววันนี้ดูท่าทางแปลกๆไม่พูดไม่จา
แต่ริวและคิมก็ยังคงนั่งทานอาหารแบบเงียบๆต่อไปไม่มีใครพูดอะไร พี่รินและป้าอั๋นถึงกับมองหน้ากันแต่พี่รินเห็นท่าทีของทั้งสองเหมือนจะไม่อยากคุยกับตน จึงปล่อยผ่านไปขณะที่ริวเดินไปขึ้นรถเพื่อจะออกไปทำงาน ก็เห็นคิมเดินมาขึ้นรถเหมือนกันแต่ทั้งสองก็ยังไม่พูดคุยกันเหมือนเดิม แม้แต่ตอนที่อยู่ในรถ ทั้งสองก็นั่งเงียบ
เนื่องจากอาการของคิมดีขึ้นแล้วริวจึงอนุญาตให้คิมกลับมาทำงาน เมื่อถึงที่ทำงาน ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติพอถึงตอนเที่ยง ลุงยามก็เดินมาบอกคิม
ลุงยาม: น้องคิมๆคุณริวบอกให้น้องคิมซื้อข้าวขึ้นไปส่งให้เขาบนดาดฟ้าหน่อย
คิมทำสีหน้าหนักใจเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลง
คิม: ครับลุง
เมื่อถึงมื้อเที่ยงคิมถือถุงข้าวขึ้นลิฟต์ไปบนชั้นดาดฟ้าของบริษัท เมื่อมาถึงเขาก็พบกับริวที่ยืนรออยู่
คิม: อ่ะ ข้าวมึง กูซื้อมาให้แล้วนะ
จากนั้นคิมก็วางถุงข้าวไว้บนที่นั่ง
คิม: กูไปทำงานก่อนนะ
ริว: เดี๋ยว
คิม: หือ?
ริว: กูมีเื่จะคุยกับมึง
คิมหันมา เขารู้ว่าริวจะพูดเื่อะไรจึงไม่ได้ปริปากถาม ริวเดินเข้ามาใกล้ๆ คิมพยายามที่จะผเชิญหน้าแต่ก็ต้องถอยออกสองสามก้าว เพราะริวเดินเข้ามาชิดจนเกินไป
ริว: มึงชอบกูใช่ไหม
คำถามของริวทำให้คิมสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัวบวกกับความเขินอายเขารู้สึกอยากจะหายไปจากตรงนั้นทันที
คิม: มึงพูดเื่อะไร ไร้สาระ
คิมพยายามเดินหนี แต่ริวดึงแขนคิมไว้
ริว: มึงชอบกูหรือป่าว
คิม: ไม่ได้ชอบ
ริว: แล้วมึงจูบกูทำไม
คิมเงียบไปซักพักเขาพยายามสลัดแขนออกจนพ้นมือริว จากนั้นก็หันหลังเพื่อจะเดินหนีริว
ริว:คืนนั้นกูได้ยินที่มึงพูดหมดแล้วนะ
คิมค่อยๆหันหน้ามาอย่างช้าๆ
คิม: มึง.... ได้ยินหรอ
ริว: ใช่..กูรู้นะ ว่ามึงชอบกู
คิม: ถ้ามึงรู้แล้ว มึงจะมาถามกูทำไม
ริวค่อยๆเดินเข้ามาชิดคิมอีก
ริว: กูแค่อยากได้ยินจากปากมึง
คิม: แล้วทำไม ถ้ากูบอกว่ากูชอบมึงมึงจะทำยังไง มึงจะชอบกูกลับหรอ มึงรับได้หรอที่กูเป็แบบนี้
ริวไม่รู้จะพูดโต้ตอบยังไงภายในใจเขาเต็มไปด้วยความสับสน
คิม: มึงเงียบทำไมล่ะ ตอบกูมาสิ
แต่ริวก็ยังคงเงียบต่อไป
คิม: งั้นเื่คืนนั้นที่มึงได้ยินมึงก็ลืมๆมันไปซะ เพราะกูก็จะลืมเหมือนกัน มึงกับกูเป็เพื่อนกันแบบนี้แหล่ะดีที่สุดแล้ว
ริว: O_o
พูดเสร็จคิมก็หันหลังแล้วรีบเดินหนีไปปล่อยให้ริวยืน งง อยู่ตรงนั้น
มื้อค่ำวันนั้นพ่อแม่ของหนูนิมาเยี่ยมพี่ริน และป้าอั๋น แต่ริวไม่อยู่ที่บ้านเพราะติดธุระที่ทำงานส่วนคิมนั้น รู้สึกอึดอัดกับริวเพราะเหตุการณ์ตอนเช้าตนจึงกลับมาที่บ้านเพื่อมาช่วยพี่รินและแม่บ้านในการเตรียมอาหารต้อนรับแขกแต่เมื่อช่วยพี่รินเสร็จ ก็ต้องกลับไปหาริวที่บริษัทเพราะต้องกลับไปป้องกันริวจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พ่อแม่ของหนูนิเริ่มคุยเื่อยากให้นิดาหมั้นหมายกับริว
แม่หนูนิ: แม่ว่าเราสองครอบครัวก็รู้จักกันมานานแล้วนะ แม่กับพ่อเองก็รักและเอนดูริวเหมือนลูกเห็นริวกับนิั้แ่ยังเป็เด็ก พวกเขาสองคนก็โตมากแล้วเราก็อยากให้หนูนิดาได้เป็ฝั่งเป็ฝา แต่งงาน มีชีวิตที่มั่นคง เราเลยคิดว่าอยากจะได้ริว มาเป็ลูกเขย เพราะสองคนนี้เขาก็รู้จักกันดี ไม่ทราบว่าทางฝั่งคุณพี่กับหนูริน อยากได้หนูนิดาเป็สะใภ้หรือป่าวจ๊ะ