เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วยามในห้องจองจำอันเย็นเยียบและเงียบงัน เฟิงอี้ค่อยๆ ฟื้นฟูพลังปราณที่สูญเสียไปจากการปลดผนึกกระบวนท่าที่สอง และจากการเฝ้าดูเสี่ยวหู่เสี่ยงอันตรายได้เล็กน้อย เคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 ยังคงทำงานอย่างเชื่องช้าและต้องจ่ายด้วย "ต้นทุนชีวิต" อยู่เสมอ แต่เขาก็เริ่มจับหลักในการโคจรพลังและควบคุมสมดุลอันเปราะบางได้มั่นคงขึ้นทีละนิด เขาััได้ถึง "ปราณกระบี่" ที่บริสุทธิ์และคมกล้ากว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะมีปริมาณน้อยนิดราวกับแสงดาวบนท้องฟ้ายามราตรีก็ตาม
เสี่ยวหู่หลังจากแสดงพลังพิเศษอันน่าตกตะลึงเมื่อครั้งก่อน ก็ดูจะอ่อนเพลียไปบ้าง มันนอนขดตัวอยู่ข้างๆ เฟิงอี้อย่างเงียบเชียบ ลมหายใจแ่เบา แต่ดวงตาสีฟ้าใสยังคงสอดส่ายไปมาอย่างระแวดระวัง โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังผนึกค่ายกลของห้องที่มันเคยพยายามทำลาย
แล้วประตูน้ำแข็งก็เลื่อนเปิดออกอีกครั้งโดยไร้เสียง... สร้างความประหลาดใจให้เฟิงอี้เล็กน้อย
สตรีในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนก้าวเข้ามาในห้อง นางยังคงงดงามราวเทพธิดาเหมันต์และเ็าไร้ความรู้สึกเช่นเคย แต่ครั้งนี้ แววตาที่มองมายังเฟิงอี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสี่ยวหู่ นั้น มีประกายที่ซับซ้อน ลึกล้ำ และอ่านยากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
"ดูเหมือนเ้าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้เล็กน้อย" นางกล่าวเสียงเรียบ เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องที่เย็นเฉียบ "พลังชีวิตของเ้า... และพลังฟื้นฟูอันแปลกประหลาดนั่น... มันพิเศษจริงๆ"
เฟิงอี้ลุกขึ้นนั่ง เผชิญหน้ากับนางอย่างไม่เกรงกลัว (แม้ภายในใจจะยังคงตึงเครียดและระแวงอย่างหนัก) "แม่นางน้ำแข็งกลับมาอีกครั้งแล้วหรือขอรับ?" เขาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความยียวนเล็กน้อย "คราวนี้มีธุระอันใด หรือเพียงแค่แวะมาชมเชยความอึดของนักโทษเช่นข้า?"
สตรีนางนั้นไม่ได้แสดงท่าทีขุ่นเคืองต่อคำพูดเสียดสีของเขา นางเพียงจ้องมองลึกลงไปในดวงตาอันดื้อรั้นของเฟิงอี้ "ข้ามี ข้อเสนอ ให้เ้า"
"ข้อเสนอ?" เฟิงอี้เลิกคิ้วขึ้นสูง ทำหน้าประหลาดใจเกินจริง "เชลยผู้ต่ำต้อยเช่นข้า จะมีสิ่งใดไปเสนอให้กับท่านผู้สูงส่งแห่งวังน้ำแข็งแห่งนี้ได้อีกเล่า นอกจากชีวิตอันไร้ค่านี้?"
"ชีวิตของเ้าอาจจะดูไร้ค่าในสายตาคนอื่น... หรือแม้แต่ในสายตาของเ้าเองในตอนนี้" นางกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความนัย "แต่สิ่งที่แฝงเร้นอยู่ในตัวเ้า... ทั้งปราณกระบี่โบราณนั่น และพลังชีวิตอันผันผวนผิดธรรมดา... กับ สัตว์เทพ ข้างกายเ้านั้น... ไม่ใช่" นางเหลือบมองเสี่ยวหู่อีกครั้งด้วยแววตาที่ซับซ้อน "สถานที่แห่งนี้คือ 'วังเมฆาเยือกแข็ง' (冰云宫 - Bīng Yún Gōng) ศูนย์กลางอำนาจของ 'ตระกูลเหมันต์นิรันดร์' (永寒世家 - Yǒng Hán Shìjiā) พวกเราสืบทอดและควบคุมพลังแห่งความเย็นบริสุทธิ์มาหลายชั่วอายุคน แต่บัดนี้... กำลังจะถึงเวลาที่ 'ภัยพิบัติเหมันต์' (寒劫 - Hán Jié) ตามคำทำนายโบราณ จะหวนคืนกลับมาเยือนหุบเขาแห่งนี้อีกครั้งในรอบพันปี"
‘วังเมฆาเยือกแข็ง... ตระกูลเหมันต์นิรันดร์... ภัยพิบัติเหมันต์?’ ข้อมูลใหม่ที่น่าตกตะลึงหลั่งไหลเข้ามาในสมอง เฟิงอี้พยายามจดจำทุกคำพูดและปะติดปะต่อเื่ราว
"ภัยพิบัตินี้จะนำพาความหนาวเหน็บอันไร้ที่สิ้นสุดมาปกคลุมสรรพสิ่ง อาจจะรุนแรงถึงขั้นทำลายสมดุลพลังงานในหุบเขาแห่งนี้ และแช่แข็งทุกชีวิตให้ดับสลายได้" นางกล่าวต่อ น้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังและอาจจะ... ความกังวลเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "พวกเราเตรียมการรับมือมานานหลายร้อยปี แต่ยังคงขาด 'แกนกลางพลังงาน' สำคัญในการเสริมพลังและควบคุมค่ายกลป้องกันมหึมา 'เก้าหิมะผนึกฟ้า' ที่บรรพชนสร้างทิ้งไว้"
นางหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองเฟิงอี้และเสี่ยวหู่นิ่ง "พลังชีวิตอันบริสุทธิ์และเก่าแก่ของ สัตว์เทพสายเืศักดิ์สิทธิ์ เช่นมัน..." นางพยักพเยิดไปทางเสี่ยวหู่ที่เงยหน้าขึ้นมองนางด้วยแววตาไม่เป็มิตร "...คือสิ่งที่สามารถใช้เป็แกนกลางเสริมพลังค่ายกลได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในยุคนี้ และ 'ปราณกระบี่' อันแปลกประหลาดที่แฝงเจตจำนงโบราณของเ้า ก็อาจจะมีความสามารถพิเศษในการ 'ชี้นำ' หรือ 'ควบคุม' พลังงานเหมันต์มหาศาลของค่ายกลให้เสถียรได้"
เฟิงอี้ขมวดคิ้วแน่น "ที่ท่านพูดมาทั้งหมด... หมายความว่าท่าน้าให้ข้ากับเสี่ยวหู่... กลายเป็ เครื่องสังเวย ให้กับค่ายกลงั้นรึ?!" น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ใช่เครื่องสังเวย" นางส่ายหน้าอย่างใจเย็น "แต่เป็การ 'หลอมรวมพลัง' ชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือพวกเราและตัวพวกเ้าเองให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่นี้ไปได้ หากภารกิจนี้สำเร็จลุล่วง ไม่เพียงแต่หุบเขาเมฆาเยือกแข็งและผู้คนนับหมื่นในตระกูลเหมันต์นิรันดร์จะปลอดภัย เ้าและมันก็จะได้รับประโยชน์มหาศาลจากพลังงานเหมันต์อันบริสุทธิ์มหาศาลที่จะไหลผ่านร่าง บางทีอาจจะช่วยให้เ้าสามารถควบคุมพลังชีวิตที่ผันผวน หรือปลดผนึกความลับที่ซ่อนเร้นในตัวได้มากขึ้น ส่วนสัตว์เทพของเ้าก็จะได้รับการบ่มเพาะสายเืโบราณให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น"
ข้อเสนอนั้นฟังดูเย้ายวนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมพลังชีวิตและการปลดผนึกความลับ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เต็มไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจและอันตรายถึงชีวิต "แล้วถ้าหาก... มันล้มเหลวล่ะ?" เฟิงอี้ถามเสียงเรียบ พยายามกดความหวังและความกังวลไว้
"พวกเราทุกคน... รวมถึงตัวข้า ก็คงไม่รอดพ้นจากพลังทำลายล้างของภัยพิบัติเหมันต์" นางตอบอย่างตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งการปิดบัง "แต่สำหรับเ้ากับมัน... การต้องรองรับและหลอมรวมพลังงานระดับนั้น หากเกิดข้อผิดพลาดหรือร่างกายทนรับไม่ไหว... ผลลัพธ์ก็มีเพียงหนึ่งเดียว คือการ ดับสลายไปทั้งกายและิญญา กลายเป็ผงธุลีไปในกระแสพลังอันบ้าคลั่ง"
เฟิงอี้เงียบไปนาน ชั่งน้ำหนักข้อเสนออันแสนอันตรายนี้อย่างรอบคอบ มันคือโอกาสทองที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโ และอาจจะแก้ปัญหาเื่ "ต้นทุนชีวิต" ของเคล็ดวิชาเขาได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ต้องเสี่ยงชีวิต และต้องเชื่อใจคนเหล่านี้ที่จับตัวเขามาั้แ่แรก... คนที่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกนางเลย
"แล้วเหตุใดข้าจึงต้องเชื่อใจท่าน?" เฟิงอี้ถามคำถามสำคัญที่สุด ดวงตาจับจ้องอีกฝ่ายอย่าง้าคำตอบที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรู
"เพราะเ้าไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้" นางตอบอย่างเ็า "ต่อให้เ้าสามารถหนีรอดออกไปจากวังเมฆาเยือกแข็งแห่งนี้ได้ในตอนนี้ เ้าก็ไม่อาจรับมือภัยพิบัติเหมันต์ที่จะมาถึงได้ด้วยพลังอันน้อยนิดของเ้าอยู่ดี และข้าก็ไม่รับประกันว่าเมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะยังมีแก่ใจช่วยเหลือคนที่ไม่เห็นแก่ส่วนรวมเช่นเ้าอีกหรือไม่" นางเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสริมราวกับนึกอะไรขึ้นได้ "แต่ข้าจะขอบอกใบ้บางอย่างให้เ้าเป็การตอบแทนความร่วมมือ... การจะรับมือภัยพิบัตินี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บางทีอาจจะต้องอาศัยพลังงานหรือความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใน 'ตำหนักใต้พิภพน้ำแข็ง' (地底冰宫 - Dìdǐ Bīng Gōng) ซึ่งเป็เขตต้องห้ามของตระกูลเรา แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้ตามใจชอบ บางที... โชคชะตาของเ้าหรือของสัตว์เทพตัวน้อยนี้ อาจจะนำพาพวกเ้าไปสู่ที่นั่นก็ได้... หากเ้ารอดชีวิตจากการหลอมรวมพลังในครั้งนี้ไปได้" ‘เงาในหุบเขา... หรือนี่จะเป็ทางไป?’ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามา
เฟิงอี้กำลังจะอ้าปากพูดต่อ ตั้งคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำหนักใต้พิภพนั้น แต่ทันใดนั้น!
วูมมมมมมม!!!!!
เสียงสัญญาณเตือนภัยอันดังแหลมยาวเสียดแก้วหู ก้องสะท้อนไปทั่วทั้งหุบเขา! ดังกว่าและถี่กว่าครั้งก่อนหลายเท่า! พร้อมกับแรงสั่นะเืรุนแรงที่ส่งมาจากภายนอกตำหนัก! ราวกับมีกองทัพขนาดใหญ่กำลังเข้าโจมตี! แสงสีฟ้าจากค่ายกลป้องกัน 'เก้าหิมะผนึกฟ้า' ทั่วทั้งตำหนักและหุบเขาสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน!
สตรีชุดฟ้าขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันแน่น! ใบหน้างดงามเ็าปรากฏแววประหลาดใจระคนไม่พอใจอย่างชัดเจน! "อะไรกัน? เป็ไปได้อย่างไร! หรือว่าพวกมันมาเร็วกว่าที่คำนวณไว้มากถึงเพียงนี้?!" นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันขวับไปยังทิศทางของประตูทางเข้าตำหนัก!
ความโกลาหลเกิดขึ้นภายนอกอย่างรวดเร็ว! เสียงะโสั่งการ! เสียงพลังปราณปะทะกันอย่างรุนแรง! ดังแว่วเข้ามาถึงในห้องจองจำ!
นี่มัน... คือความโกลาหล! คือความวุ่นวาย! และมันก็คือ... โอกาส!
เฟิงอี้เหลือบมองเสี่ยวหู่ ทั้งสองสบตากันเพียงแวบเดียวก็เข้าใจความหมายในใจของกันและกันทันที! จังหวะที่สตรีชุดฟ้ากำลังหันไปสนใจสถานการณ์ภายนอกและอาจจะกำลังสับสน! นี่อาจจะเป็โอกาสเดียวของพวกเขาที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการและข้อเสนออันแสนอันตรายนี้! โอกาสที่จะหนี!
*** จบตอนที่ 20 ***