"ผู้มาเยือนล้วนเป็แขกสำนักกระบี่เหินฟ้ายินดีต้อนรับทุกท่าน!" เสียงทุ้มต่ำของผู้าุโเงียบงันไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เช่นนั้น ข้าคงต้องรบกวนแล้ว"เมื่อกล่าวคำทักทายเสร็จสิ้น เหลิ่งเสี้ยยกยิ้มมุมปาก ร่างค่อยๆร่อนลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบนจนปลายเท้าแตะพื้น
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้าต่างสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเห็นภาพนั้นเหลิ่งเสี้ยผู้นี้มิได้มีอายุมากกว่าพวกตนเท่าใดนักแต่กลับมีพลังถึงขั้นจิติญญายุทธ์ สมกับที่เป็ถึงนายน้อยแห่งสำนักแปดทิศพร์เช่นนี้เหนือกว่าคนรุ่นเยาว์ของสำนักกระบี่เหินฟ้าอย่างเทียบไม่ติดแม้แต่เซียวหานในอดีตก็ยังมิอาจเทียบเคียง
สำนักแปดทิศเป็หนึ่งในร้อยสำนักแห่งดินแดนตะวันออกทว่าอิทธิพลของสำนักเหนือกว่าสำนักกระบี่เหินฟ้าอย่างมากในร้อยสำนักนั้นมีสิทธิ์ติดสิบอันดับแรก หรืออาจเทียบได้กับสำนักเทียนฮ่าวสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเื้ัสำนักแปดทิศยังมีอสูรกายมหึมาที่น่าสะพรึงกลัวหนุนหลังอยู่
กล่าวได้ว่านายน้อยเหลิ่งเสี้ยแห่งสำนักแปดทิศผู้นี้มีความสัมพันธ์กับเซียวเฟิงอยู่บ้างเพียงแต่ความสัมพันธ์นี้เป็เพียงความสัมพันธ์ฉันท์ศัตรูหัวใจเท่านั้น
หลังจากเหลิ่งเสี้ยและสองผู้าุโในชุดคลุมสีดำนั่งลงบรรยากาศบนลานประลองก็พลันอึดอัดขึ้นมาเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้าต่างจับจ้องไปที่เหลิ่งเสี้ย
"ว่าอย่างไร? การประลองใหญ่ไม่ดำเนินต่อไปแล้วหรือหากเป็เช่นนั้นข้าก็อาจขึ้นไปรอให้เหล่าอัจฉริยะแห่งสำนักกระบี่เหินฟ้ามาแลกเปลี่ยนวิชายุทธ์กัน"เหลิ่งเสี้ยที่เพิ่งนั่งลงหัวเราะเบาๆวาจาดูแคลนนั้นทำให้เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้าต่างสีหน้าบูดบึ้ง
กล่าวได้ว่าเหลิ่งเสี้ยในขณะนี้กำลังดูิ่และท้าทายเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้าทั้งสำนักหลังจากที่วาจาของเขาจบลง เสียงขู่คำรามก็ดังขึ้น
"ฮึ่ม! ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานข้าอยากจะขอคำชี้แนะ!" เสียงขู่คำรามดังขึ้นร่างในชุดคลุมสีเหลืองก็ปรากฏตัวขึ้นบนลานประลองในพริบตา
"คือศิษย์พี่จ้าวรื่อเขามีพลังถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับกลาง เป็ศิษย์เอกของผู้าุโสองและเป็หนึ่งในศิษย์พี่ที่มีโอกาสคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการประลองใหญ่ของสำนักครั้งนี้มากที่สุด"
เมื่อมองไปยังจ้าวรื่อที่สีหน้าไม่พอใจอยู่บนลานประลองเหล่าฝูงชนก็อดไม่ได้ที่จะพูดคุยกัน
"ตัวตลกะโโลดเต้น ไร้ค่าสิ้นดี!"ทว่าวาจาของเหลิ่งเสี้ยดังขึ้นอุณหภูมิในห้วงมิติพลันเย็นะเืขึ้นมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสีหน้าของจ้าวรื่อที่แปรเปลี่ยนเป็มืดครึ้มในทันที
"ก็ดีข้าจะทำให้พวกเ้ากบในกะลาได้เห็นว่าอะไรคืออัจฉริยะเพราะท้ายที่สุดแล้วอัจฉริยะที่แท้จริงมิใช่สิ่งที่สุนัขข้างถนนจะเรียกกันได้"เหลิ่งเสี้ยหัวเราะเบาๆ ปลายเท้าแตะพื้น ในสายตาของทุกคนร่างของเขาก็หายวับไป ทิ้งไว้เพียงร่างเงาเลือนราง
"ย๊า! หอกคลั่งพิฆาต!"
ในเวลาที่เหลิ่งเสี้ยหายตัวไปสีหน้าของจ้าวรื่อก็แปรเปลี่ยนไปเขาตวัดมือเรียกหอกยาวที่อยู่ด้านหลังให้พุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศพลังปราณทั่วร่างะเิออกมาในชั่วพริบตา
เมื่อจ้าวรื่อผู้มีพลังถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับกลางใช้วิชายุทธ์ขั้นลึกลับระดับสูงหอกคลั่งพิฆาต หอกยาวที่นำพาพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานออกไปก่อให้เกิดรอยแตกร้าวขึ้นบนพื้นลานประลองที่สร้างจากศิลาแลง
"มดปลวกคิดโค่นต้นไม้ใหญ่ช่างไม่เจียมตน!" วาจาที่แสนจะดูแคลนดังจากปากของเหลิ่งเสี้ยเมื่อมองไปยังหอกยาวที่นำพาพลังปราณอันแข็งแกร่งพุ่งทะยานเข้ามาเขาก็มิได้แม้แต่จะกะพริบตา ยื่นมือเรียวยาวออกมาพลางกำมือลงในความว่างเปล่าภายใต้สายตาอันตกตะลึงของผู้คนนับไม่ถ้วน
"โครม!"
พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวและหนาแน่นราวกับัคลั่งคำรามออกมาจากฝ่ามือของเหลิ่งเสี้ยปลายหอกที่พุ่งเข้ามาแตกออกเป็เสี่ยงๆ ในทันที
"พลั่ก!"
ในเวลาที่หอกยาวแตกกระจายจ้าวรื่อมิมีเวลาที่จะตอบสนองร่างกายทั้งหมดของเขาภายใต้แรงกระแทกของพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวมิอาจต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวของเหลิ่งเสี้ย กระอักเืออกมาก่อนจะกระเด็นออกจากลานประลอง
"ฮึ่ม!"
ผู้าุโสองในศาลาเห็นภาพนั้นก็ขู่คำรามออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้มือตวัด พลังปราณสายหนึ่งประคองร่างของจ้าวรื่อที่กระเด็นออกไป
"หากศิษย์ของสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกเ้าเป็ได้แค่พวกอ่อนปวกเปียกเช่นนี้เกรงว่าอีกไม่กี่ปีสำนักกระบี่เหินฟ้าก็คงไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในร้อยสำนักแล้วแต่สำนักแปดทิศของข้าสามารถทำเป็คนดีได้เมื่อถึงตอนนั้นสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกเ้าจะอยู่ใต้อำนาจของสำนักแปดทิศของข้าและสำนักแปดทิศของข้าสามารถรักษาสถานะร้อยสำนักของสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกเ้าไว้ได้"
เหลิ่งเสี้ยยิ้มอย่างเ็าหาได้ใส่ใจคนรุ่นเยาว์ของสำนักกระบี่เหินฟ้าแม้แต่น้อยแต่เนื้อชิ้นโตอย่างสำนักกระบี่เหินฟ้านี้ สำนักแปดทิศของเขาจับจ้องมานานแล้วและในวันนี้เมื่อได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าศิษย์อัจฉริยะของสำนักกระบี่เหินฟ้าแล้วเหลิ่งเสี้ยยิ่งมั่นใจในการกลืนกินสำนักกระบี่เหินฟ้ามากขึ้นถึงแปดส่วน
หลังจากที่วาจาของเหลิ่งเสี้ยจบลงทั่วทั้งยอดเขาเหินฟ้าพลันเงียบสงัดลงอย่างน่ากลัวสายตาที่โกรธแค้นนับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่เหลิ่งเสี้ย
เมื่อเทียบกับความโกรธของคนรุ่นเยาว์แล้วคนรุ่นเก่ากลับเต็มไปด้วยสีหน้าเป็กังวลไม่ว่าจะเป็อิทธิพลหรือจำนวนของผู้แข็งแกร่งสำนักแปดทิศล้วนเหนือกว่าสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกตนอย่างมากยิ่งไปกว่านั้นเื้ัสำนักแปดทิศยังมีสำนักหกประสานซึ่งเป็หนึ่งในสิบอิทธิพลชั้นหนึ่งหนุนหลังอยู่กล่าวได้ว่าหากสำนักแปดทิศลงมือกับสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกเขาสำนักกระบี่เหินฟ้าก็มิอาจทัดทานได้เลย
ในขณะนั้นเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้านับไม่ถ้วนต่างมองไปยังเหลิ่งเสี้ยที่เย่อหยิ่งและดูิ่ผู้คนบนลานประลองด้วยความโกรธแต่ไม่อาจกล่าวอะไรได้
ท้ายที่สุดแล้วความแข็งแกร่งของเหลิ่งเสี้ยเหนือกว่าจินตนาการของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เหินฟ้าอย่างมากต้องรู้ว่าในบรรดาคนรุ่นเยาว์ความแข็งแกร่งของจ้าวรื่อมีคุณสมบัติติดหนึ่งในสามอันดับแรกแต่กลับมิอาจรับกระบวนท่าเดียวของเหลิ่งเสี้ยได้ คนอื่นขึ้นไปยังลานประลองก็คงไร้ประโยชน์
ในขณะนั้นเซียวเฟิงที่พิงอยู่บนกิ่งไม้จ้องมองไปยังเหลิ่งเสี้ยที่เย่อหยิ่งและกล่าววาจาโอหังบนลานประลองสายฟ้าแห่งความโกรธก็พลันปะทุขึ้นในใจ
"ดูเหมือนว่าสิ่งที่ควรสะสางก็ต้องสะสาง"เมื่อััถึงความโกรธในใจ เซียวเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าท้ายที่สุดแล้วร่างกายนี้เป็ของเซียวหานบ่วงที่ยึดติดบางอย่างของเขามักจะส่งผลกระทบต่อเซียวเฟิงเสมอ
และนี่มิใช่สิ่งที่ดีดังนั้นเซียวเฟิงจึงตัดสินใจว่าหลังจากที่เื่นี้จบลงเขาจะเดินทางไปยังสำนักเทียนฮ่าวเพื่อสะสางสิ่งที่เซียวหานควรสะสางด้วยตนเอง
บนลานประลอง เหลิ่งเสี้ยก็พลันสีหน้าเ็าสายตาคมกริบมองไปยังเซียวเฟิงที่พิงอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่
เมื่อััได้ถึงสายตาของเซียวเฟิงสายฟ้าก็พลันปะทุขึ้นในใจเขาเห็นเพียงกระบี่คมกริบพุ่งทะยานเข้ามาผ่านสายตาของเซียวเฟิงที่จ้องมองทะลวงผ่านดวงตาของเขาทะลุเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจและความรู้สึกเช่นนี้เขาไม่เคยเป็มาก่อน
ความผิดปกติของเหลิ่งเสี้ยก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายตามสายตาของเขา สายตาของผู้คนจำนวนมากก็จับจ้องไปที่เซียวเฟิงบนต้นไม้ใหญ่
"นั่นเซียวหาน! ศิษย์พี่ใหญ่!"
เมื่อเห็นเซียวเฟิงเหล่าศิษย์สายในพลันตกตะลึง จากนั้นก็กระซิบกระซาบกันส่วนเหล่าศิษย์สายนอกต่างสีหน้าตื่นเต้นเพราะจากผลการทดสอบของการประเมินสายสายนอกเมื่อไม่นานมานี้เซียวเฟิงมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้กับเหลิ่งเสี้ยมากที่สุด
"ช่างเถอะ!"
ส่ายหน้าเล็กน้อย เซียวเฟิงก็เหยียบกิ่งไม้ร่างกายทั้งหมดของเขาราวกับพญาอินทรีผงาดฟ้า พุ่งทะยานขึ้นไป ในพริบตาร่างก็ร่อนลงบนลานประลอง
เมื่อเหล่าศิษย์สายในและเหล่าผู้าุโต่างเห็นภาพนั้นมุมปากก็กระตุกในขณะนั้นทุกคนในสำนักกระบี่เหินฟ้าต่างรู้ดีว่าอาการาเ็ของเซียวหานหายดีแล้วกล่าวคือข่าวลือของการประเมินสายสายนอกเป็เื่จริง
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะจริงหรือไม่ทุกคนต่างจับจ้องไปที่เซียวเฟิงวันนี้ศักดิ์ศรีของสำนักกระบี่เหินฟ้าจะสามารถปกป้องไว้ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เหินฟ้าผู้นี้แล้ว
"เซียวหานเขาเป็จริงอย่างที่ข่าวลือว่าไว้หรือ? ช่างน่าตั้งตารอเสียจริง"ในศาลา เหล่าผู้าุโต่างกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนเหล่าศิษย์สายในของสำนักกระบี่เหินฟ้าต่างมองไปยังเซียวเฟิงบนลานประลองด้วยสายตาที่ซับซ้อนหากเซียวหานในอดีตกลับมาจริงๆพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ได้อย่างไร