Black & White ลุ้นหัวใจแก๊งนายกิ๊กก๊อก Vol.1

    ตอนที่ 10 เปิดตัวสเต็ปมาร


            เช้าวันใหม่อากาศสดชื่นดีจังเลย

            “ไปเล่นวอลเล่ย์กัน”

            “ไม่ไหวป่ะสา เมื่อวานที่โดนทำโทษมายังปวดขาไม่หายเลย” ยัยแจงเดินไปบ่นไป แต่ฉันรู้ว่าจริงๆ แล้วที่แม่นี่ปฏิเสธเพราะว่านางเล่นวอลเล่ย์บอลไม่เป็๞ต่างหาก

            ในขณะนั้นเองสายตาของฉันก็หันไปสะดุดกับยัยพิม หนึ่งในสมาชิกกลุ่มแอ๋มแนนที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่คนเดียวที่ริมหาดไกลๆ

            “ดูยัยนั่นดิ กินผงซักฟอกมารึไงถึงได้ขาวขนาดนี้ นี่ถ้าฉันขาวได้สักครึ่งนึงของยัยนี่ พี่ปอนด์ต้องตะลึงแน่เลยแกว่ามะ” ฉันหันไปพูดกับยัยแจง

            เอาจริงๆ แล้วหน้าตายัยนี่ก็ออกจะเรียบร้อยนะ ดูไม่มีพิษภัยอะไรเลย แต่ก็อย่างว่าแหละ คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ลองไปคบกับพวกผู้หญิงสมองนิ่มอย่างพวกยัยแอ๋มกับยัยแนนได้ก็น่าจะเอาเ๱ื่๵๹พอตัวเหมือนกันแหละ

            “ก็งั้นๆ แหละ” ยัยแจงว่า

            “ฮั่นแน่ พี่ปอนด์นี่ใครเหรอ” บิวแทรกขึ้นมา

            “อ๋อ ก็แฟนเก่าของยัยฟีนเค้าอ่ะ” 

            “อ้าว งั้นก็แปลว่าเลิกกันแล้วอ่ะดิ”

            “ก็บอกว่าแฟนเก่า เป็๞แฟนเก่าสงสัยจะยังคบกันอยู่มั้งคะคุณบิว” 

            ยัยแจงตอบกวนๆ อีกครั้ง

            “เอ้า ใครจะไปรู้ อาจจะเป็๞แบบลมพัดหวนก็ได้”

            ฉันก็อยากให้มันเป็๲แบบนั้นเหมือนกันแหละบิว คงจะจริงอย่างที่เค้าบอกแหละ คนมาทะเลไม่หนีร้อนมาก็หนีรัก เฮ้อ...

            “เดี๋ยวมานะ” รถเมล์พูดขึ้นด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

            “ไปไหนอ่ะ”

            “…ปวดอึ๊อ่ะ”

            “ไปด้วยดิ” ว่าแล้วสาก็วิ่งตามรถเมล์ไป

            “แจงกับฟีนไม่ไปเหรอ”

            “ไม่อ่ะ ขอเดินเล่นแถวนี้รอแล้วกัน”

            “งั้นบิวไปกับพวกนั้นนะ”

    “โอเค” ฉันตอบบิวก่อนจะหันกลับไปเหม่อมองผืนทะเลที่กำลังทอแสงเป็๲ประกายระยิบระยับอยู่ไกลๆ 

            ทำไมนะ ทั้งๆ ที่มีเพื่อนอยู่ด้วยมากมายแต่ฉันกลับยังรู้สึกเหงาในใจแปลกๆ ชอบกล นี่สินะอาการของคนอกหัก

            “ยังไม่อยากกลับกรุงเทพเลยเนอะแก”

            “นั่นดิ อยากอยู่ต่ออีกสักอาทิตย์นึง” ฉันตอบยัยแจงไป

            เอาจริงๆ แล้ว ฉันเองก็ยังลืมพี่ปอนด์ไม่ได้เลย แล้วจะเอาอารมณ์ที่ไหนไปเรียนล่ะเนี่ย

            “เฮ้อ” ฉันถอนหายใจอีกครั้ง ทว่าความสงบนั้นคงอยู่กับเราได้ไม่นานจริงๆ

            “แก ยัยพิมมันกำลังเดินมาทางนี้ใช่ป่ะ” เสียงยัยแจงพูดขึ้น 

            พอฉันหันไปมองก็เห็นยัยพิมกำลังเดินมาทางนี้จริงๆ ยัยนั่นยิ้มที่มุมปากใส่พวกฉันแล้วจ้ำอ้าวเข้ามาเรื่อยๆ

            “มันจะมาไม้ไหนวะ” ฉันกับแจงยืนกอดอกมองในขณะที่ยัยพิมเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนห่างจากเราไม่ถึงเมตร แล้วอยู่ๆ แม่นั่นก็ล้มลงไปนั่งพับเพียบ

            ตุบ

            “โอ๊ยยยยยยย!!!” ยัยพิม๻ะโ๠๲เสียงดังมาก ฉันกับยัยแจงหันมองหน้ากันแบบงงๆ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ายัยนี่ตั้งใจลงไปนั่งกับพื้นเองชัดๆ นี่นางเป็๲บ้าอะไรของนางอีกเนี่ย

            ความงงของฉันกับแจงยังไม่จบเท่านั้นเมื่ออยู่ๆ ยัยพิมก็กรีดร้องขึ้นมาอีกพร้อมกับ๻ะโ๷๞โหวกเหวกโวยวายยกมือขึ้นมาปัดป้องเหมือนตัวเองโดนทำร้ายอยู่

            “อย่ามายุ่งกับฉัน!!!” 

            “เป็๞บ้าอะไรของมันอ่ะ” ยัยแจงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจในขณะที่ยัยพิมก็ยังคงกรี๊ดไม่หยุด

            “อ๊ายยย โอ๊ยยยยยย อย่านะ!”

            “เฮ้ย พวกเธอทำกันอะไรวะ” 

            แล้วอยู่ๆ เสียงของนายเจลีก็ดังขึ้น ยัยพิมหันมาแสยะยิ้มพร้อมกับยักคิ้วให้ฉันกับแจงอีกครั้งทำให้พวกฉันถึงบางอ้อว่าทั้งหมดนี้มันคือแผนของยัยนี่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายนี่เอง!

            สเต็ปเทพครบแก๊งเดินเข้ามายังที่เกิดเหตุ รวมไปถึงยัยแอ๋ม ยัยแนน ยัยเจน แล้วก็ปริ๊นซ์ทองฝอยด้วย

            “ทำบ้าอะไรของแก อีบ้า!”

            ตุบ

            ยัยแนนวิ่งเข้ามาผลักแจงล้มลง หนอย ทำเพื่อนฉันเหรอ!

            พลั่ก

            ตุบ

            ฉันเข้าไปผลักยัยแนนกลับบ้างจนทำให้ยัยนั่นเซไปชนกับนายเมลล์แล้วหมอนั่นก็ช่วยประคองตัวไว้

            “เฮ้ย ใจเย็นดิ” ปริ๊นซ์เข้ามาล็อคตัวฉันเพื่อเป็๲การห้าม แล้วสถานการณ์ก็เลวร้ายลงเมื่อยัยแนนเน่าวิ่งเข้ามา

            เพี้ยะ!!!

            ตบหน้าฉันไปฉาดนึงแรงๆ ก่อนที่ยัยแจงก็ลุกขึ้นมา

            ผัวะ!!! ต่อยยัยนั่นคืนแทนฉัน

            หมัดของยัยแจงหนักมากทำให้ยัยแนนเซจนล้มลงไปกองกับพื้นทราย แล้วยัยแอ๋มก็เข้าไปกระชากผมแจงจากด้านหลังจนเสียหลักพร้อมกับล็อคแขนยัยแจงไว้ ทำให้ยัยแนนลุกขึ้นมาตบแจงได้อีกสองที

            เพี้ยะ! เพี้ยะ!!!

            “ปล่อยฉันสิปริ๊นซ์ ไม่เห็นรึไงว่าเพื่อนฉันโดนรุมอ่ะ เฮ้ย!” 

            “เฮ้ย มาช่วยกันห้ามดิวะ” ปริ๊นซ์๻ะโ๷๞ แล้วนายพีทกับนายกรีนก็เข้าไปล็อคยัยสองเน่านั่นไว้ ก่อนที่นายมุจะเข้าไปจับยัยแจง ส่วนยัยเจนที่อยากมีบทก็พยายามจะเข้ามาฟัดกับฉัน แต่ก็ถูกนายอาร์ตล็อคตัวไว้ก่อน

            “แนน! หยุดได้แล้ว”

            “แนนไม่หยุด มันทำเพื่อนแนนก่อนอ่ะ” ยัยแนนพูดน้ำเสียงสะดีดสะดิ้งตอบกลับนายพีทที่ล็อคตัวแม่นั่นไว้อยู่

            “แน่จริงก็มาตบกันตัวต่อตัวเลยมา” ยัยแจงขึ้นเสียงและดิ้นสุดแรงจนนายมุแทบจะรั้งไม่อยู่แล้ว

            “พีท ปล่อยแนนนะ แนนจะไปตบเอาเ๧ื๪๨ชั่วๆ ออกจากปากมัน” 

            ยัยนั่นพูดด้วยน้ำเสียงสะดีดสะดิ้งอีกครั้งทั้งๆ ที่ก็ดูมีความสุข ไม่ได้ดิ้นรนอะไรอยู่ในอ้อมแขนของนายพีท หมั่นไส้จริงๆ อีบ้าผู้ชาย!!!

            “ปริ๊นซ์ปล่อยฟีนนะ ฟีนจะเอานิ้วเท้าไปแหย่คอหอยมัน ให้มันสำรอกเอานิสัยสตอๆ ออกมาให้หมด” 

            ฉันพูดเลียนน้ำเสียงยัยแนนบ้าง ตอนนี้ฉันของขึ้นจนด่าแบบผู้ดีไม่ไหวแล้ว ขอเป็๲ไพร่สักวันก็แล้วกัน มันชักจะเหลืออด

            “อีฟีน!!!”

            “จะทำไมห๊ะ อีแนน!!!” ฉันตะคอกตอบแล้วเสียงของบิวก็ดังขึ้น

            “เฮ้ย ทำไรกันอ่ะ” บิว สา และรถเมล์วิ่งเข้ามาหาพวกเรา ในมือของรถเมล์ถือขวดน้ำมะพร้าวสดที่ดูเหมือนจะซื้อมาฝากพวกฉันอยู่

            “มาแล้วเหรอ อีพวกหมาหมู่” ยัยแอ๋ม๻ะโ๠๲ด่าบิว อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ ไม่งั้นยัยแอ๋มได้โดนเป็๲คนที่สามถัดจากยัยแนนกับยัยพิมแน่

            “แกด่าใคร” สาของขึ้น

            “ขอร้องล่ะ อย่ามีเ๱ื่๵๹กันได้มั้ย” นายกรีนพูดกึ่งขึ้นเสียงใส่สาเลยกลายเป็๲ว่าบรรยากาศแย่ลงกว่าเดิม

            “ขอร้องเหรอ” สาตะคอกแล้วเดินไปหยิบน้ำมะพร้าวจากมือรถเมล์มาแล้วก็ “เอาไปเลย!”

            ซ่าาา

            “อ๊ายยยยย”

            “เฮ้ยยย” 

            ยัยแอ๋มร้องลั่นหลังจากที่โดนสาสาดน้ำมะพร้าวใส่หน้าไปเต็มๆ และนายกรีนก็โดนลูกหลงไปด้วย

            “แน่จริงก็มาตบคืนสิ” สาท้าและเตรียมจะเดินเข้าไปตบยัยแอ๋ม แต่นายเมลล์ก็เข้าไปกันสาไว้ก่อน “แล้วพวกนายจะเข้ามายุ่งด้วยทำไมล่ะ โธ่เว้ย!”

            สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก บิวยืนมองด้วยสีหน้าโกรธจัด ส่วนรถเมล์ก็ช็อคจนน้ำตาไหลออกมาไม่หยุดแล้ว

            “แนนไม่ยอมนะเมลล์ เมลล์ดูดิว่ายัยพวกนี้ทำอะไรพวกแนนบ้าง ดูดิเจว่ามันทำอะไรพิม”

            “ไม่ยอมเหรอ” บิวพูดขึ้นนิ่งๆ “ไม่ยอมใช่มั้ย ได้!”

            พูดจบบิวก็คว้าน้ำมะพร้าวจากรถเมล์มาสาดใส่หน้ายัยแนนบ้างและแน่นอนว่านายพีทเองก็โดนลูกหลงไปด้วยเช่นกัน

            ซ่าาา

            “อีบิว!!!”

            “เออ ทำไมล่ะอีแนน!!!” บิวขึ้นเสียงตอบยัยแนนบ้าง

            “บิว” รถเมล์เข้ามาจับแขนบิวไว้ ดูท่าว่าจะตั้งสติได้แล้ว

            “ระวังตัวไว้เถอะอีรถเมล์”

            “ทำไม แกจะทำอะไรเพื่อนฉัน” บิวเดินเข้าไปผลักยัยแนนแรงมากถึงขนาดที่ว่านายพีทที่ล็อคยัยแนนไว้อยู่ยังเซ

            “พอได้แล้ว!” เสียงนายเจลี๻ะโ๷๞ลั่น “ทำไมพวกเธอชอบทำตัวมีปัญหากันนักวะ”

            “โอ๊ย” ยัยพิมเรียกร้องความสนใจแล้วทำท่าจะล้มลงไปอีก

            “เป็๞ไรอีกอ่ะ” เจลีหันไปพยุงยัยนั่นขึ้น

            “สงสัยขาพิมจะพลิกอ่ะ” อยากมอบรางวัลตุ๊กตาทองให้แม่นี่จริงๆ

            “นี่แกผลักเพื่อนฉันจนขาพลิกเลยเหรอ!”

            “ฉันไม่ได้ผลัก!” แจง๻ะโ๠๲เถียงยัยแอ๋มด้วยความโมโห

            “ตอแหล! ทุกคนเค้าก็เห็นกันอยู่ว่าแกกับนังฟีนรุมตบพิม”

            “แล้วทีแกรุมตบเพื่อนฉันล่ะ!” ยัยแจงสวน

            “ก็พวกแกรุมเพื่อนฉันก่อนอ่ะ”

            “ใช่ดิ แล้วคนต่อไปที่จะโดนก็คือแกนั่นแหละ อีหน้าสามเหลี่ยมคางหมู!” 

            ฉันตะคอกขึ้นบ้างอย่างหมดความอดทนพร้อมกับเหวี่ยงขาขวาพุ่งเข้าใส่ยัยแอ๋มแต่กลับไม่โดน ฮึ่ยยย โมโหชะมัด

            “มึงด่ากูเหรออีฟีน!”

            “เฮ้ย บอกว่าพอไง!!!” นายเจลีขึ้นเสียงอีกครั้ง

            “ทำไมพวกเธอชอบทำนิสัยแบบนี้วะ” นายเมลล์ปล่อยมือที่จับแขนสาไว้แล้วหันมาตะคอกใส่ฉัน

            “ทำไม! ฉันมันนิสัยยังไง”

            “ก็นิสัยไม่ดีไง”

            “นี่นายจะกล่าวหาว่าพวกฉันรุมแกล้งยัยสตอนี่เหรอ”

            “ก็ถ้าพวกเธอไม่ได้ทำ แล้วพิมจะล้มลงไปเองรึไง”

            “ก็เออสิ! นายโง่เหรอ ไม่เห็นรึไงว่ายัยนี่มันตอแหล เสแสร้งเก่งจะตาย!” ฉันไม่หยุดง่ายๆ หรอกนะ เพราะพวกฉันไม่ผิด!

            “เชื่อก็บ้าแล้ว” นายเจลีย้อนขึ้นบ้าง

            “เออ ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ” ยัยแจง๻ะโ๷๞อีกครั้งด้วยความโมโหจนน้ำตาคลอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “นายไม่ได้หน้าเหมือนพ่อฉันนี่หว่า ทำไมฉันต้องแคร์นายด้วย”

            “เฮ้ย ทำไมเธอทรามแบบนี้อ่ะ” 

            เจลีเข้ามากระชากแขนแจงที่ถูกนายมุล็อคอยู่จนมุต้องปล่อยมือ

            “ทรามมันเป็๲ยังไงเหรอ เป็๲บ่อยอ่ะดิถึงได้รู้ว่ามันเป็๲ยังไง ที่นายทำอยู่ตอนนี้มันก็ทรามไม่แพ้ฉันหรอกนะ”

            “เธอนี่มัน…”

            “พอแล้ว หยุดทะเลาะกันเถอะ พิมเจ็บขาจะตายอยู่แล้วนะ” ยัยพิมก็ยังใส่หน้ากากไม่เลิก ส่วนนายเจลีก็ยังไม่เลิกโง่ 

            ทีแรกฉันก็คิดว่านายนี่จะฉลาดทันมารยาหญิง แต่ดูท่าฉันคงคิดผิดสินะ

            “เห็นมั้ย! ดูผลงานของเธอ” 

            “ต้องให้ฉันกราบขอโทษเลยมั้ย”

            “ก็เอาดิ” เจลีตอบโต้อย่างท้าทาย ว่าแล้วยัยแจงสะบัดมือนายนั่นออกแล้วเดินไปหน้ายัยพิม

            “ฉันคงขอโทษหล่อนไม่ได้หรอกนะ ทำไมมากสุดก็แค่ขอบคุณ ขอบคุณเธอมากนะที่สอนให้รู้ว่า ตอแหลจนเป็๞สันดาน!!! มันเป็๞ยังไง”

            “นี่แกกำลังหาว่าฉันตอแหลที่แกล้งล้มเหรอ” ยัยพิมเริ่มโวยวาย

            “เปล๊า ฉันไม่ได้พูด เธอพูดมันออกมาเอง” 

            แจงส่งยิ้มเหยียดให้ยัยนั่นอีกครั้ง ก่อนจะผลักไหล่นายเจลีแล้วเดินออกไป

            “ปริ๊นซ์ ปล่อยฉันได้แล้ว” 

            แล้วครั้งนี้ปริ๊นซ์ก็ยอมปล่อยมือออกจากแขนฉันแต่โดยดี ฉันจึงเดินตามแจงไปพร้อมกับบิว สา และรถเมล์

            พวกเรากำลังหัวเสียสุดๆ ยัยบ้าพวกนี้มันหน้าใสข้างในเน่าจริงๆ พวก
    สเต็ปเทพก็โง่ไปเชื่อซะนี่ ผู้ชายพวกนี้เป็๞อะไรกันไปหมด โง่เหมือนกันทุกคนเลย!


            “หิวว้อยยย” เสียงยัยแจง๻ะโ๷๞ขึ้น

            “แกจะ๻ะโ๠๲ทำไม ๻ะโ๠๲แล้วมันอิ่มเหรอ”

            “ก็ฉันโมโหหิวนี่ยัยฟีน”

            “หิวก็รีบเก็บข้าวเก็บของ จะได้ไปกินข้าวกัน ดูดิ๊ว่าลืมอะไรอีกรึเปล่า”


            ว่าแล้วพวกเราก็รีบช่วยกันเก็บเต็นท์จนเสร็จเรียบร้อยก่อนที่พากันเดินไปกินข้าวเที่ยงที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ โชคดีที่ไอกิจกรรมสร้างสัมพันธ์อะไรนั่นมันได้จบลงอย่างสวยงามไปแล้ว๻ั้๹แ๻่เมื่อวานจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องกลับไปรวมกลุ่มกับพวกสเต็ปเทพ ไอพวกผู้ชายใจแคบ โง่ งี่เง่า นั่นอีก

            “นั่งไหนดี”

            “นั่นๆ ตรงนั้นว่าง รถเมล์รีบไปจองเร็ว” 

            บิวพูดพลางชี้ไปที่โต๊ะที่ว่างอยู่ พวกเราจึงรีบเดินไปวางข้าวกล่องของเราไว้บนโต๊ะและให้รถเมล์นั่งรอเพื่อเป็๞การจองที่ไว้ส่วนพวกฉันก็เดินมาหยิบน้ำดื่ม 

            แต่เหมือนว่าวันนี้ดวงของพวกเรายังซวยไม่สุด พวกเราเดินกลับมาแล้วก็พบว่ารถเมล์กำลังยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ข้างๆ โต๊ะ 

            เอาอีกแล้วอีพวกนี้! 

            “นี่ ที่ตรงนี้พวกฉันมาก่อนนะ” สาขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ เราคงจะไม่หัวเสียกันมากขนาดนี้ถ้ายัยบ้าที่แย่งที่ของเราไม่ใช่แก๊งของยัยแอ๋ม

            “มาก่อน แต่พวกเธอก็ไม่ได้นั่งนี่” ยัยแนนเถียงหน้าด้านๆ

            “เธอไม่เห็นเหรอว่ารถเมล์ก็นั่งอยู่ พวกเธอก็น่าจะมีมารยาททางสังคมบ้างนะ” บิวตอบโต้

            “ฉันจะมีมารยาทเฉพาะกับคนที่คู่ควรได้รับมารยาทเท่านั้นแหละ อ่ะ นี่ข้าวของพวกเธอ” 

            ยัยพิมพูดแล้วโยนข้าวกล่องของพวกเราลงกับพื้น 

            “ลงไปกินที่พื้นสิ คนต่ำๆ อย่างพวกเธอก็ควรจะนั่งกินกับพื้นมันถึงจะถูก”

            “หนอย อีบ้านี่” ยัยแจงไม่รอช้าก้มลงเก็บกล่องข้าวพวกนั้นขึ้นมาก่อนจะเดินปรี่เข้าไปหายัยพิมแล้วเอาข้าวกล่องตกพื้นนั่นละเลงใส่หน้ายัยนั่น

            โปะ

            “อ๊ายยยย”

            แจงกับยัยพิมยื้อยุดฉุดกระชากกันไปจนข้าวหกเละเทะไปทั่วท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้คนรอบบริเวณนั้นที่ต่างก็พากันมามุงดู บ้างก็ยกมือถือมาอัดคลิป

            “มันจะมากไปแล้วนะ” ยัยเจนลุกขึ้นแล้วเดินมาผลักยัยแจง พวกฉันจึงเข้าไปประจันหน้ากับยัยพวกนั้นอย่างพร้อมเพรียงโดยมีรถเมล์ยืนน้ำตาคลออยู่ด้านหลัง

            “เพื่อนฉันก็อุทิศข้าวกับน้ำไปให้แล้วไง ยังไม่พออีกเหรอ หรือจะเอาอีกกล่อง” แต่ก่อนที่ฉันจะได้โปะข้าวใส่หน้ายัยเจนบ้างก็มีคนมาจับข้อมือฉันไว้ทัน

            ควับ

            “มีเ๹ื่๪๫อะไรกันอีกแล้ววะ” นายเมลล์กับพวกสเต็ปเทพ อีกแล้ว!

            “เธอนี่มันนิสัยแย่กว่าที่คิดไว้อีกว่ะ” นายเจลีหันไปมองยัยแจง ยัยแจงก็จ้องตาตอบอย่างไม่หวั่น

            “พวกไร้การศึกษา” ยัยเจนได้ทีผสมโรงด่าพวกเราบ้าง

            “ก็ยังดีกว่าอีพวกตอแหลหน้าด้านก็แล้วกัน!” ฉันย้อน

            “เจ พิมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมเค้าต้องมาทำพิมแบบนี้ด้วยอ่ะ” อียัยพิมนี่น่าจะไปเป็๞ดารานะ แม่นี่เล่นละครเก่งมาก บีบน้ำตาได้เก่งจริงๆ

            “ถ้ายัยนี่พูดเ๱ื่๵๹จริง หมาคงออกลูกเป็๲ควายแล้วแหละ”

            “เงียบไปเลยไป เธอมันพูดไม่รู้เ๹ื่๪๫” นายเจลีทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ยัยแจงก่อนจะโดนย้อน

            “ถ้าฉันพูดไม่รู้เ๱ื่๵๹แล้วนายจะมาพูดกับฉันอีกทำไมล่ะ!”

            “กูว่าอย่าต่อความยาวสาวความยืดเลยว่ะ พูดไปก็เหมือนสีซอ” นายเมลล์พูดเสียงเรียบกับนายเจลีก่อนที่จะหมุนตัวกลับ มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!!

            “ก็ได้! ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เ๱ื่๵๹ งั้นก็ไม่ต้องพูดกันอีก มาเป็๲ศัตรูกันไปเลย!!” 

            ฉัน๻ะโ๷๞ขึ้นอย่างเหลืออดพร้อมกับลุกขึ้นยืนบนโต๊ะ 

            “ทุกคนฟังให้ดีนะ”

            ผู้คนที่มายืนมุงต่างก็พากันเงียบเพื่อรอฟังฉัน

            “ต่อไปนี้พวกฉันทั้งห้าคน ฟีน แจง บิว สา แล้วก็รถเมล์ ขอประกาศตัวเป็๲ปรปักษ์กับสเต็ปเทพ ในนามของ แก๊งสเต็ปมาร! และจะเป็๲ศัตรูกันตลอดไป” 

            “งั้นพวกฉันก็ขอประกาศตัวเป็๞ แก๊งสเต็ปนาง! ที่จะอยู่ข้างสเต็ปเทพและเป็๞ศัตรูกับสเต็ปมารตลอดไปเช่นกัน!” ยัยแอ๋มพูดขึ้นบ้าง

            “แล้วจำชื่อสเต็ปมารเอาไว้ให้ดีนะสเต็ปเทพ สเต็ปนาง! ไม่ใครก็ใคร ต้องแหลกกันไปข้างนึง”

            ฉันทิ้งประโยคสุดท้ายก่อนจะ๷๹ะโ๨๨ลงจากโต๊ะและเดินกระแทกไหล่นายเมลล์ฝ่าฝูงชนออกไป

            รู้สึก…เท่ชะมัด!