จักรพรรดิมังกรแห่งโลกอนาคต

    ตอนที่ 2 เจ้าชายมังกร?

    ภาพเสมือนของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์โปร่งแสงที่หุ่นรบ A98 สามารถจับภาพได้ก่อนจะโดนทำลายมันฉายออกมาให้ทุกคนได้เห็นทำให้เหล่าผู้บุกเบิกหน่วยสำรวจพิเศษที่ 72561 ของกาแล็กซีทางช้างเผือกตกใจไปกับสิ่งที่ได้พบเจอเพราะการโจมตีของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ตัวนั้นมันดีดนิ้วของตนเองเบาๆเท่านั้นก็สามารถทำลายหุ่นรบขั้นระดับสูงได้ในพริบตาเดียว
    เจ้าสิ่งนี้ต้องมีพลังมหาศาลขนาดไหนกันนี่คือความคิดที่อยู่ภายในหัวของทุกคน
    “หัวหน้าค่ะ เอายังไงดีละค่ะ ผลมันได้ออกมาแบบนี้แล้วถ้าเรารายงานเบื้องบน...”
    เธอมีชื่อว่า ชาล็อตเต้ เกรซ เป็นรองหัวหน้าหน่วยสำรวจพิเศษที่ 72561 ของกาแล็กซีทางช้างเผือก
    “ไม่ จะรายงานไม่ได้ ถ้าเบื้องบนรู้ว่าพวกเราสำรวจพลาดละก็มันจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ”
    เขามีชื่อว่า ออสติน อาแจ็กซ์ เป็นหัวหน้าหน่วยสำรวจพิเศษที่ 72561 ของกาแล็กซีทางช้างเผือก
    “แต่ว่า...”
    “ไม่มีแต่ ทำตามที่บอกไปซะ ทุกคนก็ด้วยเงียบปากซะแล้วไปหาข้อมูลเจ้าสิ่งนั่นมาเร็วเข้า”
    ทุกคนในหน่วยกลับไปทำหน้าที่เดิมของตนเองและทำการสืบหาสิ่งมีชีวิตที่พบเห็นอย่างรีบเร่ง ไล่ตั้งแต่ตรวจความใกล้เคียงของมนุษย์ต่างดาวทั้งหมดและเผ่าพันธุ์มากมายไปจนถึงเทียบความเข้ากันได้กับมนุษย์ ส่วนตัวของชาล้อตเต้แสดงสีหน้าผิดหวังกับหัวหน้าของตนเองออกมา
    เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเกิดผลอะไรขึ้นมากับมนุษย์ทั้งหมดมันจะกลายเป็นว่าหน่วยของเธอจะโดนตราหน้าว่าเป็นพวกที่นำหายนะมาสู่มนุษย์หรอกเหรอ เธอเดินกลับเข้าห้องของตนเองแล้วนอนลงบนเตียงนอนของตนเองเพื่อพักผ่อนเอาแรง
    เธอทำงานมามากกว่ายี่สิบสองชั่วโมงแล้วในตอนนี้พึ่งจะได้พักผ่อนร่างกาย ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เธอหลับลงไปในทันที ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเธอก็รู้สึกว่าควรตื่นขึ้นมาได้แล้วทำให้เธอลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปที่ห้องอาบน้ำแต่ว่าห้องอาบน้ำที่เธอปิดไฟเอาไว้มันกลับเปิดอยู่ ทำให้เธอนึกสงสัยว่าจะมีใครแอบเข้ามาในห้องของเธอหรือว่าจะเป็นพวกโรคจิต
    เธอหยิบอาวุธซึ่งนั่นก็คือปืนสั้นคลื่นพลัง 897a1 ที่สามารถปรับระดับความแรงของคลื่นที่ปล่อยออกมาได้ทำให้สามารถกำหนดได้ว่าฆ่าหรือทำให้สลบ เธอค่อยๆย่องไปที่ประตูห้องอาบน้ำ เปิดประตูห้องอาบน้ำออกช้าๆก่อนที่เธอจะมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังพร้อมกับมองไปมาโดยรอบราวกับกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างอยู่
    เธอเล็งปืนไปที่เขาก่อนจะพูดขึ้นมา
    “หยุดเดี๋ยวนี้ อธิบายมาซะนายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
    ผู้ชายคนนั้นก็หันหน้ากลับมามองที่เธอทำให้เธอตกตะลึงไปเล็กน้อยเพราะใบหน้าที่มีความสมบูรณ์แบบ ความหล่อที่สามารถทำให้ผู้หญิงหลงใหลได้ในทันที เขายิ้มมาที่เธอก่อนจะหายตัวไปในทันที เธอมองซ้ายมองขวาก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างในห้องอาบน้ำเธอคิดในหัวของตนเองหรือว่าที่เพื่อนของเธอเล่ามาว่าในยานแต่ละลำมันจะมีผีเฝ้าอยู่น่าจะเป็นเรื่องจริง
    เธอเลิกคิดเรื่องไร้สาระก่อนจะตัดสินใจกลับไปหยิบเอาผ้าเช็ดตัวเข้ามาอาบน้ำ ภาพตรงหน้าทำให้เธอไม่คิดอีกต่อไปว่ามันคือผีเพราะเขายืนอยู่ตรงประตูทางที่เธอเข้ามา
    เขาพยายามพูดอะไรบางอย่าง
    “%^$#&*#@”
    เขายืนครุ่นคิดไปสักพักก่อนจะพูดออกมาคราวนี้เป็นภาษาของมนุษย์
    “เจ้าคือคนที่ใช้พลังแปลกประหลาดทำลายหอคอยของข้าใช่หรือไม่ตอบข้ามาถ้าไม่ตอบข้ามีวิธีที่จะเค้นคำตอบด้วยวิธีอื่นอยู่”
    เธอพยายามเรียบเรียงสถานการณ์และทำใจให้เย็น เขาพูดถึงหอคอยหรือว่าเขาจะรู้เรื่องที่เธอและหน่วยทำพลาดไป
    “นายเป็นใครมาที่นี่ทำไม”
    “โอ้! เดี่ยวนี้มนุษย์กล้ายืนพูดกับมังกรตรงๆแบบนี้แล้วเหรอ”
    เธอปลดล็อคพลังสูงสุดของปืนสั้นเอาไว้ ถ้าเขาเป็นตัวอันตรายต้องฆ่าเขาให้ตายในทันที
    “มังกร? นายพูดอะไรของนายอย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะบอกมาว่านายเป็นใคร”
    ชายคนนั้นตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะถามมาอีก
    “นี่เจ้าไม่รู้จักมังกรเหรอ?”
    “นายอ่านการ์ตูนดูหนังเยอะไปรึยังไงมังกรมันก็แค่สัตว์ในเทพนิยายเท่านั้นแหละ ช่วยมองความเป็นจริงในตอนนี้และตอบฉันมาจะดีกว่า”
    “ฮ่า ฮ่า เหลือเชื่อจริงๆไม่คิดว่าตำราเล่มนั้นมันจะพูดความจริง มันก็น่าจะใช่นะเพราะมันก็น่าจะผ่านมาหลายแสนหลายล้านปีแล้วหลังจากที่ข้าถูกขังไว้ในหอคอยนั่น”
    เธอชักจะไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้า เขาเป็นโรคทางประสาทหรือว่าชอบดูหนังแล้วทำท่าทางตามไปด้วย เลียนแบบการ์ตูนอะไรแบบนั้น
    “เอาเถอะ จะรู้ไม่รู้ข้าไม่ถามอีกแล้วแต่ว่าตอบมาเถอะว่าพลังอะไรที่ทำลายหอคอยของข้า”
    “ระเบิดทำลายล้าง D7985 สามารถทำลายอะไรก็ได้ในจักรวารแห่งนี้ แค่นี้ก็พอใจแล้วละมั่งบอกมานะว่านายเป็นใคร”
    “เจ้าชายมังกร วินเทอร์ แคสเซียส”
    “เจ้าชายมังกร?”
    สงสัยเขาคงชอบตำนานเกี่ยวกับมังกรจริงๆถึงได้คิดว่าตนเองเป็นมังกร
    “เอาเถอะอย่างน้อยเจ้าก็น่าจะเป็นคนที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวให้แก่ข้าได้”
    ร่างของชาล็อตเต้ลอยขึ้นบนอากาศจากนั้นก็มีเส้นเชือกสีแดงพันรัดรอบตัวของเธอ ทำให้เธอตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายในยานน่าจะมีเครื่องสร้างแรงโน้มถ่วง แล้วทำไมร่างของเธอถึงลอยขึ้นมาได้
    จากนั้นตัวเธอก็มาปรากฏตัวในสถานที่แปลกประหลาดอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีลักษณะโบราณเก่าแก่บางทีอาจเก่ามากๆอายุสักหมื่นปีได้ ลักษณะตัวบ้านจะบอกว่าออกแนวตะวันตกก็ไม่ใช่จะออกแนวตะวันออกก็ไม่เชิง ตอนนี้มันกลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว
    วินเทอร์ลอยอยู่บนอากาศมองดูบ้านเรือนเก่าแก่พวกนั้นก่อนจะมองไปยังจุดที่เป็นสถานที่ไต่สวนความผิดของเขาเมื่อครั้งอดีต ภาพที่เห็นทำให้เขาค่อนข้างตกใจเพราะมันคือรอยดาบขนาดใหญ่ที่ฟาดฟันผ่านไปนับหนึ่งล้านกิโลเมตรดูจากความรุนแรงแล้วมันน่าจะเป็นพลังที่อยู่ในระนาบสูงสุดของโลกหล้า เขาลอยตัวไปใกล้ๆก่อนจะสัมผัสกลิ่นอายของจักรพรรดินีมังกรได้
    “ท่านที่รักความถูกต้องยังคิดที่จะช่วยข้าขนาดนี้ข้าเป็นหนี้บุญคุณของท่านแล้ว หากท่านยังมีชีวิตอยู่จริงๆสักวันข้าจะตอบแทนคืนกลับไปนับร้อยนับพันเท่าเอง”
    ชาล็อตเต้ไม่เข้าใจว่าวินเทอร์กำลังพูดอะไรของเขาอยู่แต่ตอนนี้เธอกำลังคิดหาวิธีหลุดออกไปจากเส้นเชือกสีแดงของวินเทอร์
    “ไม่ต้องดิ้นไปหรอกและก็ไม่ต้องคิดหาวิธีหลุดออกจากมันเพราะเจ้าไม่มีพลังมากพอที่จะสลัดมันหลุดได้หรอกอย่าฝืนเลย อีกอย่างข้าเองก็ไม่ได้จะทำอะไรเจ้าสักหน่อยแค่จะถามความเป็นมาของโลกใบนี้เท่านั้น”
    “ฉันถามนายหน่อยสิ การถามความเป็นมาบ้านนายใช่ไหมเป็นแบบนี้ ทำไมต้องจับฉันเอาไว้ด้วย”
    “ถ้าข้าปล่อยเจ้าแล้วเจ้าก็จะหนีข้าไปอีก”
    “มันก็ต้องแน่อยู่แล้วทำไมข้าต้องอยู่กับเจ้าที่เป็นคนแปลกหน้าเชื่อใจก็ไม่ได้และยังเป็นคนที่ดูหนังดูการ์ตูนจนเอามาใช้ในชีวิตจริง”
    หนัง? การ์ตูน? วินเทอร์กุมหัวของตนเองเขาไม่รู้จะอธิบายกับอิสตรีตรงหน้าของเขายังไงดีขนาดเขาพาเคลื่อนย้ายพริบตานับร้อยล้านกิโลเมตรนางก็ยังไม่รู้ว่าตัวนางเองได้เห็นพลังของเขาไปแล้ว
    วินเทอร์ปลดปล่อยชาล็อตเต้จากพันธนาการ ในเมื่อสามารถหลบหนีไปได้แล้วเธอจะรออะไรอีกใช่ไหมละ ชาล็อตเต้วิ่งหนีวินเทอร์ออกไปไกลเธอไม่หันกลับไปมองเขาตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไป จากนั้นเธอก็มองไปข้างหน้าก็พบกับพายุที่มีความรุนแรงขนาดที่ว่าสามารถบดขยี้ตัวเธอเองให้กลายเป็นเศษเนื้อได้เลย
    “นี่มันบ้าอะไรเนี่ย นายแกล้งฉันใช่ไหมเจ้ามังกรเก๊ ที่แห่งนี้มันจะไปมีพายุได้ยังไง”
    ชาล็อตเต้พยายามปลอบใจตนเองคิดว่ามันคือภาพหลอนที่บางทีเธออาจคิดไปเอง เธอหยิบหินขนาดพอดีมือที่อยู่แถวนั้นขว้างไปข้างหน้าหินอันนั้นที่เธอโยนไปแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงทันที เธอตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นเพราะสิ่งที่คิดว่ามันคือภาพหลอนกลับเป็นความจริง เธอไม่คิดอะไรต่ออีกในเมื่อทางนี้ไปไม่ได้เธอก็พยายามวิ่งฉีกออกไปอีกทาง
    “ฉันต้องหาทางออกไปให้ได้”
    เธอวิ่งไปด้วยความหวังที่ว่าจะออกไปจากที่นี่และหนีออกไปจากตัวของวินเทอร์ที่เป็นคนที่ชอบจินตนาการเอาความเพ้อฝันมาเป็นความจริง แต่เส้นทางที่มาในครั้งนี้เป็นเหวลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
    เธอพยายามทำใจเย็นและมีสติเอาไว้ เธอไม่ลดละความพยายามวิ่งออกไปอีกที่คราวนี้เป็นบ่อลาวาที่ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา
    “เดี๋ยวนะ นี่ฉันมาอยู่ที่ไหน ทำไมบนพื้นดินมันมีบ่อลาวาที่ใหญ่ขนาดนี้ได้”
    จากนั้นเธอก็วิ่งวนเวียนไปต่อจนครบรอบเมืองมังกรสุดท้ายก็ไม่มีทางไหนให้เธอหนีไปได้เลย มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นก็เพราะเมืองมังกรคือสถานที่ของเหล่าผู้ฝึกยุทธขอบเขตเทพเท่านั้นที่จะเข้าและออกไปได้ เรื่องอะไรที่ชาล็อตเต้ที่เป็นแค่มนุษย์ที่ฝึกฝนก็ยังไม่ได้ฝึกคิดจะหนีออกไป
    “นี่ฉันมาอยู่ที่ไหนกันเนี่ย ไม่ใช่ว่าฉันฝันไปหรอกนะถ้าอย่างนั้นก็ตื่นได้แล้ว”
    วินเทอร์กอดอกมองดูชาล็อตเต้ที่กำลังพยายามหาทางหนีออกไปจากเมืองมังกรที่ตอนนี้กลายเป็นซากไปแล้วเขาส่ายหน้าไปมาอย่างหมดหนทาง ตอนนี้เขาต้องการรู้ว่าช่วงเวลาปัจจุบันมันผ่านมานานขนาดไหนแล้ว เขาถึงได้หาคนมาถาม ที่เขาไปปรากฏตัวบนยานของนางได้ก็เพราะจับตำแหน่งของยานที่ส่งเจ้าสิ่งไม่มีชีวิตมาบุกหอคอยของเขา
    “พอเถอะ ข้าไม่อยากเสียเวลาไปกับเจ้าแค่ให้ข้อมูลที่ข้าต้องการก็พอ แล้วข้าจะส่งเจ้ากลับไปที่เดิมของเจ้า”
    “ฉันจะเชื่อนายได้ยังไงว่าที่พูดมาทั้งหมดเป็นความจริง”
    วินเทอร์โยนขวดอะไรบางอย่างไปให้ชาล็อตเต้ มันคือขวดหยกที่ใส่โลหิตมังกรเอาไว้หนึ่งหยดที่เป็นของที่หาได้ยากที่สุดในโลกหล้าเอาไว้และมันก็คือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดที่มนุษย์จะสามารถมีมันได้ การเอาโลหิตมังกรหลอมรวมเข้ากับร่างกายของมนุษย์นั้นจะทำให้ได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นมาหลายล้านปีพร้อมกับกายาของมังกรที่ไร้เทียมทานที่สุดในโลกหล้าและสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับร่างกายได้ทุกชนิดทำให้มันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด
    ชาล็อตเต้ทำสีหน้างุนงงเขาเอามันมาให้เธอทำไมกัน
    “เก็บมันเอาไว้หากวันใดเจ้าต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นจงใช้มัน”
    ชาล็อตเต้ไม่รู้ว่าขวดหยกที่ได้มามันมีประโยชน์อะไรแต่เธอก็พอเข้าใจว่าหยดเลือดที่อยู่ข้างในมันเป็นหยดเลือดของอะไรบางอย่างที่มีความล้ำค่ามากๆ เพราะเธอเองก็เคยเห็นนักวิจัยกำลังค้นคว้าเลือดแบบนี้เพื่อทำให้มนุษย์สามารถปรับใช้มันในการวิวัฒนาการไปสู่อนาคตได้ทำให้สามารถยืดอายุขัยออกไป และร่างกายที่ไร้โรคภัยไข้เจ็บ
    “บอกสิ่งที่นายต้องการรู้มาสิ” . .

    .