เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 ห่อผ้าฉุกเฉิน

            ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ลุงอวิ๋นนายน้อยฟาง และคนอื่นๆ ต่างก็หยุดกินดื่ม พวกเขากำลังฟังคำพูดของติงเหว่ย

            ผู้อาวุโสเหว่ยเป็นคนแรกที่เอ่ยปากชมออกมาใบหน้าของเขากวาดมองทุกคนด้วยความภาคภูมิใจ เขาทำท่าทางราวกับว่ามีลูกศิษย์ที่ฉลาดเฉลียวเช่นนี้อาจารย์อย่างเขาจะทำอะไรได้ลุงอวิ๋นที่เห็นก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเล็กน้อย

            คุณชายฟางมองใบหน้าที่สดใสราวกับดอกท้อของติงเหว่ยและเมื่อหันไปมองสองสามีภรรยาสกุลติงที่ดูซื่อๆ เขาเลยอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าครอบครัวชาวนาเช่นนี้เลี้ยงดูลูกสาวให้ออกมาฉลาดขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

            ดวงตาของยอดฝีมือเฟิงฮั่วซานหลินทั้งสี่กลุ่มที่ได้ยินก็เป็นประกายขึ้นมาทันทีพวกเขาไม่ได้สนิทสนมกับติงเหว่ยตั้งแต่พวกเขากลับมาไม่กี่วันนี้ติงเหว่ยก็คอยดูแลอาหารการกินของพวกเขามาตลอดแล้ววันนี้ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกเขาอีกเป็นเช่นนี้แล้วจะไม่ให้พวกเขาซาบซึ้งใจได้อย่างไรกัน?ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาต่างก็เห็นความเร็วในการฟื้นตัวของบาดแผลของซานอีที่รวดเร็วเป็นอย่างมากต่อไปหากออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกก็มีวิธีการเอาชีวิตรอดเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างใครบ้างล่ะจะไม่ชอบ

            ติงเหว่ยที่ถูกคนจ้องมองก็ประหม่าเล็กน้อยนางก็เลยขยับหลบไปทางข้างหลังของกงจื้อหมิงโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็กระซิบเบาๆ ว่า“หรือว่าข้าพูดมากไปอย่างนั้นหรือ?”

            เมื่อกงจื้อหมิงได้ฟังแล้วความสงสัยสามส่วนในแววตาของเขาก็ค่อยๆจางหายไป ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่มีใครชอบเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองบาดเจ็บถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่นอนอยู่ข้างหมอนของเขาก็ตามแต่เห็นได้ชัดว่าเขาคงจะคิดมากเกินไปจริงๆ แต่ไหนแต่ไรมาหญิงสาวผู้นี้ก็ออกจะใจดีจนเกิดเหตุไปสักหน่อยต่อให้เป็นบ่าวและสาวใช้ที่เรือนด้านนอกก็ได้รับการดูแลจากนางบ่อยๆนับประสาอะไรกับเหล่าองครักษ์ที่เป็นกำลังสำคัญของเขา บางทีนางคงเป็นดังคำที่ว่า เมื่อรักบ้านหลังนี้ไปสามส่วนแล้วก็รักอีกาที่เกาะอยู่บนหลังคาไปด้วย[1]

            เมื่อคิดเช่นนี้กงจื้อหมิงก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาตอบคล้ายกำลังขอโทษว่า “นี่เป็นเรื่องที่ดีมากเจ้าอยากจะจัดการยังไงก็ได้ตามใจเจ้า หากต้องใช้กำลังหรือเงินทองก็ไปเบิกกับลุงอวิ๋นได้ตามต้องการเลย”

            อันที่จริงติงเหว่ยก็แค่พูดเรื่อยเปื่อยออกไปหนึ่งประโยคไหนเลยจะคิดว่าจะได้รับคำสั่งเช่นนี้ นางจึงรีบโบกมือและพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ก็แค่ลองทำห่อผ้าฉุกเฉินเท่านั้น ไหนเลยจะต้องการเงินทองด้วยส่วนสมุนไพรเดี๋ยวข้ากับท่านอาจารย์จะลองคิดดูก่อนส่วนเข็มกับด้ายให้อวิ๋นอิ่งช่วยจัดหาให้ก็พอแล้ว”

            อวิ๋นอิ่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบคำนับแล้วตอบว่า “นายน้อยโปรดวางใจ”

            ผู้อาวุโสเหว่ยที่เป็นคนใจร้อนและมักจะอยากรู้อยากเห็นเหมือนกับเด็กตอนนี้เขาเองก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้วเขาโยนจอกเหล้าทิ้งไปและลากลูกศิษย์ไปปรึกษาเกี่ยวกับห่อผ้าฉุกเฉินว่าข้างในจะต้องใส่สมุนไพรอะไรบ้างและผ้าพันแผลห้ามเลือดนั้นมีหลักการเป็นอย่างไร

            แม้ว่าติงเหว่ยในชาติก่อนจะยังไม่เคยประสบกับเหตุการณ์อันน่าสลดอย่างแผ่นดินไหวมาก่อนแต่นางก็เคยเห็นรายงานจากในข่าวแล้วก็มีความหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยนางจึงรีบวิ่งไปซื้อกระเป๋าฉุกเฉินหนึ่งใบมาไว้โดยเฉพาะดังนั้นจึงถือว่านางก็คุ้นเคยกับของที่อยู่ด้านใน นางครุ่นคิดไปด้วยและรับกระดาษกับพู่กันจากอวิ๋นอิ่งมาเริ่มจดบันทึกลงไป

            ผู้อาวุโสเหว่ยเองก็พูดแทรกขึ้นมาสองสามประโยคอยู่เป็นระยะอาจารย์และลูกศิษย์ทั้งสองคนต่างก็คุยกันอย่างสนุกสนาน นายน้อยฟางที่เห็นเองก็รู้สึกประหลาดใจดังนั้นจึงเข้าไปร่วมฟังอะไรใหม่ๆ ด้วย แล้วเขาก็หยิบขวดแอลกอฮอล์หรือไม่ก็หยิบซองผงยาต่างๆเหล่านั้นขึ้นมาดมเป็นระยะๆ

            ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เขาถูกทำให้สลบและล้มลงคราก่อนหรือไม่ติงเหว่ยถึงได้รู้สึกยากที่จะเคารพนายน้อยท่านนี้มาโดยตลอดตอนนี้เขายังมาขยับของไปมาตามใจชอบ นางก็เลยยกมือขึ้นและตีไปที่มือของเขาจากนั้นก็ตะโกนออกมาว่า “อย่าขยับ หากท่านทำเสียหายท่านจะต้องชดใช้ด้วย!”

            นายน้อยฟางตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่เขากลับไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังทำตัวเหมือนเด็กๆมากขึ้นไปอีกเขาหัวเราะคิกคักและก่อกวนไปด้วย ติงเหว่ยโกรธจนอยากจะเตะเขาสักทีสองทีต่อมาก็ตัดสินใจจับให้เขาช่วยทำงานไปด้วยเลย

            เดิมทีนางอยากทำห่อผ้าที่ทำจากหนังวัวเอาไว้สะพายด้านหลังอะไรทำนองนั้นเมื่อสะพายห่อผ้าฉุกเฉินไว้บนตัวจะได้สะดวกต่อการเคลื่อนไหวแต่ต่อมาคิดว่าหากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินและเหล่าองครักษ์ต้องการหยิบใช้ก็คงจะลำบากไม่น้อย มิสู้ทำเป็นห่อผ้าคาดเอวดีกว่าหยิบจับใช้สอยได้สะดวกที่สุด

            ฮั่วอีเป็นคนใจร้อนเขาดื่มเหล้าไปหลายจอกอย่างอดทนแต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ทนไม่ไหวและเข้าไปร่วมดูด้วยจากนั้นเฟิงอีก็หัวเราะคิกคักและตามไปด้วยอีกคน…

            ผ่านไปไม่นานโต๊ะเหล้าก็ว่างเปล่าไปกว่าครึ่งลุงอวิ๋นโกรธจนถลึงตาตาม แล้วเขาก็หันมายิ้มและขอโทษกับสามีภรรยาสกุลติง “พี่ชายพี่สะใภ้ เจ้าเด็กพวกนี้ไม่ค่อยมีกฎระเบียบ ทำให้ท่านทั้งสองเห็นเรื่องน่าอายเข้าแล้ว”

            ผู้อาวุโสติงและแม่นางหลี่ว์เห็นว่าลูกสาวของเขาได้รับความสำคัญขนาดนี้ที่สกุลอวิ๋นก็มีแต่ความดีใจไหนเลยจะรู้สึกไม่พอใจได้ พวกเขารีบโบกมือและเอ่ยขอบคุณ“ท่านผู้อาวุโสอวิ๋นกล่าวหนักไปแล้ว ต้องขอบคุณท่านที่คอยดูแลลูกสาวของเราต่างหาก”

            “กล่าวชมเกินไปแล้วพวกเราครอบครัวสกุลอวิ๋นทุกคนต่างหากที่ได้รับการดูแลจากแม่นางติง ไม่รู้จริงๆว่าท่านทั้งสองสอนลูกยังไง ทั้งขยันขันแข็งและฉลาดเฉลียวแม้แต่สตรีจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงยังเทียบนางไม่ได้เลย”

            เป็นอย่างที่คาดเอาไว้เมื่อได้ยินว่าลูกสาวของพวกเขาได้รับคำชมผู้อาวุโสติงกับแม่นางหลี่ว์ก็ยิ้มออกมาจนตาหยี

            อันเกอเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนของยายบางทีเขาอาจโมโหที่ไม่มีใครเล่นกับเขา ก็เลยยื่นมือออกมาดึงหนวดของปู่ผู้อาวุโสติงเจ็บจนร้องออกมาอย่างตกใจจากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงและจิ้มเคราของเขาไปที่เด็กน้อยทำให้เด็กน้อยหัวเราะคิกคักไม่หยุด

            เสียงหัวเราะอันสดใสของเด็กน้อยถูกลมฤดูร้อนอุ่นๆพัดพาออกไปนอกบ้าน ป่าไม้บนภูเขาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วข้างนอกได้ยินเข้าก็ราวกับมีความสุขตามไปด้วย

            ……

            กงจื้อหมิงมองดูท้องฟ้าสีครามและพระอาทิตย์ขึ้นอันสดใสเขายกมือขึ้นอย่างช้าๆ แล้วดื่มเหล้าจนหมดจอก จากนั้นก็ถอนหายใจยาวออกมาดวงตาสีดำขลับทั้งคู่ของเขาราวกับมีสายฟ้าฟาดปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่งเขาหลบซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดพยัคฆ์กลับคืนสู่ผืนป่า [2]  มังกรที่ซ่อนอยู่ก็โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ [3]นั่นก็คือราชวงศ์หมิง!

            “เซิงม่ายผสมกับเหรินซานช่วยบำรุงปอดหัวใจ และบรรเทาอาการร้อนในฤดูร้อนได้พลังลมปราณน้อยแต่เหงื่อไหลเยอะทั้งยังกระหายน้ำ อืม…ป่วยหนัก…”

            ในตอนเช้าของต้นฤดูร้อนภูเขาที่อยู่ห่างไกลดูเขียวขจีมากขึ้นและเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตนกจอมซุกซนที่กำลังร้องเพลงอย่างมีความสุขบินผ่านใต้ชายคาไป เสียงท่องหนังสือในจวนหลังหนึ่งที่อยู่เชิงเขาช่างเป็นภาพที่ดูกลมเกลียวและสงบสุขที่สุดในโลกอย่างแท้จริง

            แต่น่าเสียดายที่คนที่กำลังท่องจำหนังสืออยู่นั้นไม่ใช่เด็กน้อยแต่เป็นแม่ที่แบกเด็กน้อยแล้วท่องหนังสือต่างหาก

            ติงเหว่ยเปิดหนังสือวิชาแพทย์เล่มหนาในมือของนางอีกครั้งและตรวจดูหนึ่งรอบจากนั้นนางก็เคาะหน้าผากของตนเองด้วยความหงุดหงิด “ช่างโง่เขลาจริงๆ ทำไมเจ้าถึงได้ลืมประโยคนี้ตลอดเลยนะ”

            อันเกอเอ๋อร์ที่ปีนเล่นอยู่ที่ด้านหลังของนางเข้าใจไปเองว่าแม่ของเขากำลังเล่นเกมอะไรสักอย่างอยู่กำปั้นเล็กๆ ของเขาก็เลยยื่นไปทักทายที่หน้าผากของแม่เขาด้วยคงไม่ต้องบอกว่าเขาถูกตีก้นอย่างแรงหนึ่งครั้ง เขาเบะปากขึ้นมาทันทีอย่างน้อยใจ

            นายน้อยฟางที่นานๆทีจะตื่นเช้าเปิดประตูมาเห็นติงเหว่ยสองแม่ลูก “ทะเลาะกัน”เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆ “เจ้าท่องทังโถวเกอ [4] ออกมาไม่ได้ เหตุใดต้องไปลงที่เด็กด้วยอันเกอเอ๋อร์ที่น่าสงสาร ทำไมถึงได้มีแม่ที่โง่เขลาขนาดนี้!ต่อไปหากเจ้าสอบไม่ผ่านจอหงวนก็ไม่โทษเจ้าหรอกนั่นต้องเป็นเพราะว่าเจ้าเป็นเหมือนแม่เจ้าแน่ๆ!”

            เมื่อคืนหลังจากที่ครุ่นคิดกันมาอยู่หลายวันและผ่านการแสดงความคิดเห็นของทุกคนมานับไม่ถ้วนในที่สุดห่อผ้าคาดเอวปฐมพยาบาลก็เสร็จสิ้นและได้รับการตอบรับอย่างดีจากทุกคนแน่นอนว่าติงเหว่ยในฐานะ “วิศวกร” และฟางซิ่นในฐานะ “คนงาน”ก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

            หลังจากที่ติงเหว่ยได้ยินเขาเยาะเย้ยนางก็อดไม่ได้ที่จะโต้กลับว่า “ลูกชายที่ข้าให้กำเนิดเอง ข้าจะตีเขาแล้วจะทำไมเจ้าไม่ต้องมาปากมาก! แต่จะว่าไปคุณชายฟางผู้ยิ่งใหญ่ที่แสนจะฉลาดเฉลียวไหนเลยจะถูกคนโง่เขลาอย่างข้าวางยาสลบจนเหมือนกับสุนัขตายได้ล่ะ!”

            หลังจากพูดจบนางก็เตรียมจะตีก้นลูกชายอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่นางทำจริงๆ ไม่ลง ทำให้อันเกอเอ๋อร์เข้าใจว่าแม่ของเขากำลังแกล้งมือที่ขยุกขยิกของเขาก็เลยเกาก้นไปมา

            ฟางซิ่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังเขาโบกพัดในมือไปมาและท่องทังโถวเกออย่างคล่องแคล่วและมีความสุขราวกับว่าเขาได้เรียนหนังสือแพทย์ตั้งแต่ยังเด็กอย่างไรอย่างนั้นติงเหว่ยโกรธจนถลึงตาออกมา จากนั้นก็ปิดหนังสือแพทย์ในมือลงด้วยความโมโหและหันหน้าเดินไปที่ห้องครัว นางคิดกับตนเองอยู่ครู่หนึ่งว่าเดี๋ยวจะใส่เกลือเพิ่มสักสองหยิบมือในโจ๊กของนายน้อยฟางผู้ชั่วร้ายคนนี้ทำให้เขาโง่ไปเลยยิ่งดีที่สุด!

            ฟางซิ่นหัวเราะดังขึ้นไปอีกจนกระทั่งเขาไม่เห็นเงาของติงเหว่ยสองแม่ลูกอีกต่อไปเขาถึงได้เดินอย่างมีความสุขไปที่ห้องหลัก

            กงจื้อหมิงเพิ่งจะล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เปลี่ยนเป็นชุดผ้าไหมสีฟ้าผมของเขาถูกกลัดไว้อย่างเรียบง่ายด้วยปิ่นปักผมที่ทำจากไม้ฮวงหยาง [5] ในขณะที่เขากำลังจะใช้ไม้ค้ำยันทั้งสองข้างไปเดินรอบๆสนาม ก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นสหายของเขาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มีเรื่องอะไรน่ายินดีอย่างนั้นหรือ?”

            ฟางซิ่นเอื้อมมือไปเก็บพัดไว้ที่หลังคอเสื้อและก้าวไปข้างหน้าเพื่อส่งไม้ค้ำทั้งสองให้กงจื้อหมิงแล้วตอบว่า “มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นอยู่แล้วทุกวัน แต่ข้าเพิ่งจะค้นพบว่าที่นี่สนุกกว่าที่ซีจิงตั้งเยอะ ยังไงข้าก็ไม่มีเรื่องอะไรต้องทำอีกอย่างไม่ว่ากลับไปตอนไหนก็ต้องถูกพ่อข้าอบรมสั่งสอนอยู่ดีดังนั้นข้าตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ที่นี่กับเจ้าจนกว่าเจ้าจะหายดี”

            กงจื้อหมิงที่รอดพ้นจากความตายเองก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยให้พี่น้องของเขาจากไปอย่างรวดเร็วดังนั้นก็เลยพูดว่า “ตามใจเจ้าได้เลย ลุงอวิ๋นเตรียมสมุนไพรไว้เสร็จแล้ววันนี้ข้าก็จะเริ่มแก้พิษทันที บางทีอาจจะไม่ทันถึงครึ่งเดือนข้าก็ฟื้นตัวได้แล้ว”

            เมื่อฟางซิ่นได้ยินเช่นนี้เขาก็รู้สึกยินดีแทนกงจื้อหมิงด้วยเช่นกัน

            พี่น้องทั้งสองค่อยๆเดินช้าๆ ในสนาม กงจื้อหมิงเหลือบไปมองเงาที่กำลังยุ่งวุ่นวายในครัวและดวงตาของเขาก็อบอุ่นขึ้น โดยเขาไม่ทันสังเกตเห็นว่าสหายคนสนิทที่อยู่ข้างๆเขาขยับจมูกไปมาสูดดมกลิ่นหอมจางๆ พร้อมแสดงสีหน้าอ่อนโยนออกมา

            โต๊ะอาหารเช้าของสกุลอวิ๋นมักจะคึกคักราวกับอาหารมื้อเย็นเสมอเมื่อก่อนมีแค่ลุงอวิ๋นกับติงเหว่ยที่กินข้าวเป็นเพื่อนกงจื้อหมิงแต่วันนี้มีฟางซิ่นเพิ่มเข้ามา แน่นอนว่าขาดผู้อาวุโสเหว่ยไปไม่ได้โดยปริยาย

            ส่วนเหล่าผู้อาวุโสในกลุ่มยอมฝีมือเฟิงฮั่วซานหลินก็มักจะมีเรื่องมารายงานในขณะที่กินข้าวทุกทีดังนั้นโต๊ะอาหารเล็กๆ ที่นั่งได้ไม่กี่คนก็ถูกแทนที่ด้วยโต๊ะสี่เหลี่ยมสุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นโต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่สุด

            โจ๊กข้าวซาลาเปา แป้งทอดหลากหลายชนิดที่ทำออกมาในรูปแบบต่างๆ เอามาจัดวางจนเต็มโต๊ะทำให้อวิ๋นอิ่งไม่พอใจเมื่อเห็นเฟิงฮั่วซานหลินไม่สำคัญว่าพวกเขาจะมาขอกินข้าวด้วยหรือไม่ ให้นางทำงานเยอะสักหน่อยก็ไม่เป็นไรทว่ากลับทำให้แม่นางติงอยู่ในครัวนานขึ้นสองชั่วยามทุกวันซึ่งทำให้นางใช้เวลาอยู่กับนายน้อยได้น้อยลงไปโดยปริยาย

            หัวหน้ากลุ่มเฟิงฮั่ว และหลิน ทั้งสามคนที่ถูกถลึงตาใส่ก็รู้สึกสับสนทว่าซานอีกลับเข้าใจดีเขาก็เลยแกล้งโง่และยิ้มออกมา เขามาขอข้าวเป็นเรื่องรองสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมามองคนที่เขาชอบใจบ่อยๆ ต่างหาก

            หลังอาหารเช้าทุกคนดื่มชาพูดคุยกันไปด้วยและมองผู้อาวุโสเหว่ยที่กำลังทดสอบลูกศิษย์ไปด้วยคงไม่ต้องบอกว่าฝ่ามือของติงเหว่ยถูกตีหลายต่อหลายครั้งกงจื้อหมิงที่รู้สึกสงสารหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่ก็อดทนโดยไม่พูดอะไร

            ในทางกลับกันฟางซิ่นกลับเอ่ยปากช่วยอย่างไม่ได้ระมัดระวัง“ท่านผู้อาวุโส แม่นางติงเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ววิธีการสอนของท่านเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรหรือเปล่า?เมื่อวันก่อนแม่นางติงเพิ่งจะอ่านหนังสือให้พวกต้าหวาฟังชื่อเรื่องอะไรนะท่านผู้อาวุโสทำเช่นนี้มิใช่เป็นการถอนกล้าให้ข้าวโต [6] หรอกหรือ?”

            ผู้อาวุโสเหว่ยที่ได้ฟังก็โมโหขึ้นมาหลังจากเงียบไปเป็นเวลานาน เขาก็ก้าวขาแล้วเดินออกไป

            ติงเหว่ยร้อนใจจนถลึงตาใส่ฟางซิ่นและพูดด้วยความโมโหว่า“ที่ท่านอาจารย์ตีข้าก็เพราะหวังดีต่อข้า เจ้าจะมาพูดมั่วซั่วเช่นนี้ได้ยังไง?ถ้าทำให้ท่านอาจารย์โกรธเข้าจะทำยังไง?”

            หลังจากพูดจบนางก็รีบไล่ตามเขาออกไป ปล่อยให้ฟางซิ่นหยิบพัดขึ้นมาตีบนฝ่ามือของเขา และบ่นว่า “ช่างเหมือนสุนัขกัดหลี่ว์ตงปิน[7] จริงๆ ไม่เข้าใจความหวังดีของคนอื่นซะบ้างเลย”

            กงจื้อหมิงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วกระซิบกับอวิ๋นอิ่ง“ภายหลังหากแม่นางติงกลับมาให้นางมาหาข้า ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย”

            หลังจากพูดจบเขาก็ส่งสัญญาณให้ฟางซิ่นไปที่ห้องหนังสือและหยิบข่าวคราวที่ส่งมาจากซีจิงขึ้นมาปรึกษากัน

            เฟิงฮั่วซานหลินทั้งสี่คนเมื่อเห็นดังนี้พวกเขาก็ค่อยๆ แยกย้ายออกไปอยู่ข้างนอกอย่างเงียบๆ เพื่อรอฟังคำสั่ง

            ติงเหว่ยรีบผลักประตูเข้าไปในห้องฝั่งตะวันออกเป็นอย่างที่คาดเอาไว้ผู้อาวุโสกำลังกอดไหเหล้าอยู่นางจึงรีบเข้าไปแย่งมาและกล่าวขอโทษว่า “ท่านอาจารย์เป็นเพราะข้าโง่เขลาเองจึงทำให้ท่านผิดหวัง หากท่านอาจารย์อยากตีก็ตี ไม่จำเป็นต้องสนใจคำพูดของคนอื่น”

            ผู้อาวุโสเหว่ยเงยหน้าขึ้นมาเห็นนางที่ไม่มีความโกรธเลยแม้แต่น้อยทั้งยังเป็นห่วงเขาขนาดนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะตาแดงขึ้นมา

            -----------------------------------------

            [1]เมื่อรักบ้านหลังนี้แล้วก็รักอีกาที่เกาะอยู่บนหลังคาไปด้วย 爱屋及乌 หมายถึงเมื่อรักใครแล้วก็จะรักสิ่งของหรือคนที่เกี่ยวข้องกับคนคนนั้นไปด้วย

            [2] พยัคฆ์กลับคืนสู่ผืนป่า 猛虎归林หมายถึงไม่ว่าคนหรือสัตว์ที่กลับมายังสถานที่ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยมากที่สุด ก็จะสามารถดำรงชีวิตหรือก้าวหน้าได้เป็นอย่างดี

            [3] มังกรที่ซ่อนอยู่ก็โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ 潜龙出渊หมายถึงบุคคลที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหลังจากประสบกับความตกต่ำแสดงพรสวรรค์และความสามารถของตน

            [4] ทังโถวเกอ 汤头歌หมายถึงคัมภีร์ตำรับยาโบราณกว่า 300 ตำรับ แบ่งออกเป็น 20 หมวดหมู่ เช่น ยาบำรุงยารักษาอาการ ยาแก้อาการกำเริบ เป็นต้น ซึ่งถูกเขียนไว้เป็นโคลงบาทละ 7 คำเพื่อง่ายต่อการจดจำ

            [5] ไม้ฮวงหยาง 黄杨木หมายถึงพุ่มไม้ประดับขนาดเล็ก ไม่นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ แต่มักนำงานแกะสลักฝังเข้าไปหรือติดตกแต่งมีความทนทานอย่างมาก

            [6] ถอนกล้าให้ข้าวโต 拔秧苗หมายถึงรีบเร่งให้งานใดๆ สำเร็จโดยใช้วิธีที่ผิด จนก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา

            [7] สุนัขกัดหลี่ว์ตงปิน 狗咬吕洞宾 หมายถึงคนคนหนึ่งที่ปฏิบัติต่อความเมตตาของผู้อื่นโดยไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วสำนวนนี้มาจากนิทานพื้นบ้านของจีน เนื้อเรื่องมีอยู่ว่าหลี่ว์ตงปินซึ่งเป็นหนึ่งในแปดเซียนได้รับคำสั่งให้กำราบสุนัขที่สร้างปัญหาตัวนั้น ทว่าในระหว่างที่กำลังจะจัดการนั้นหลี่ว์ตงปินกลับใจดีขึ้นมาและตัดสินใจปล่อยสุนัขตัวนั้นไปปรากฏว่าสุนัขตัวนั้นกลับกัดเขาจนได้รับบาดเจ็บสำนวนนี้จึงมักใช้เพื่อหมายถึงผู้ที่เมินความช่วยเหลือหรือความเมตตาของผู้อื่นหรือแม้กระทั่งตอบแทนความเมตตาของผู้อื่นด้วยความเกลียดชัง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498