“ฟ่อ ฟ่อ...” ทันใดนั้นเ้างูน้อยสีเหลืองอ่อนก็เผยจิตสังหารออกมาลำตัวของมันยืดหดไปมาไม่หยุด ราวกับจะพุ่งเข้าไปกัดลุงหนานตลอดเวลา รอบตัวของเ้างูมีแสงประหลาดสีทองอ่อนปกคลุมเอาไว้อยู่
“ช่างดุเสียจริง” ลุงหนานหัวเราะเบาๆจากนั้นก็เกิดแสงวาบผ่านในมือ ทำให้ระหว่างคิ้วของงูน้อยมีเืสีแดงสดหนึ่งหยดปรากฏขึ้นที่มือของลุงหนานพร้อมกันนั้นฝ่ามือของลุงหนานก็เปลี่ยนท่าทางไปมา เมื่อได้เห็น หลู่เส่าโหย่วก็รู้สึกประหลาดใจแล้วภายในห้องลับก็เกิดแสงสว่างลึกลับขึ้น
“ฟ่อ ฟ่อ...”
เส้นแสงจากหว่างคิ้วกับเืของหลู่เส่าโหย่วได้รวมเข้ากับเืของเ้างูน้อยจากนั้นก็หลอมเป็เส้นแสงสองเส้น เส้นหนึ่งถูกลุงหนานดีดเข้าหว่างคิ้วของหลู่เส่าโหย่วอีกเส้นหนึ่งถูกดีดใส่กลางหว่างคิ้วของงูน้อย
“อ๊า....”
หลู่เส่าโหย่วรู้สึกแปลกประหลาดตัวเขากับงูน้อยตัวนั้นราวกับมีสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นเกิดขึ้น เหมือนว่าพวกเขาทั้งสองเป็พี่น้องกันมีสายเืเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกนี้ช่างลึกลับจนไม่สามารถอธิบายได้
“ลุงหนาน ท่านใช้อุบายอะไรกัน มันน่าประหลาดใจมาก”
“แค่นี้ก็ประหลาดใจแล้ว ในภายภาคหน้าเ้าจะได้เรียนรู้มันแน่ ศึกษาให้มากหน่อย” ลุงหนานยิ้มบางๆ และกล่าวอย่างพึงพอใจ“เอาล่ะ เ้ากับมันได้สร้างสัญญาเืกันแล้วนี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกิญญากับสัตว์ิญญาจะทำสัญญาร่วมกันอย่างเท่าเทียมเ้ากับมันทำได้แค่สัญญาเท่าเทียมเท่านั้น ไม่อย่างนั้น หากวันใดวันหนึ่งเผ่าพันธุ์ของมันรู้ว่าเ้าจับมันมาเป็ทาส พวกมันต้องไม่ปล่อยเ้าไปแน่ เ้าคงได้ตายอย่างอนาถ”
พูดจบ ลุงหนานก็เอาเือีกหยดมาจากเ้างูจากนั้นก็โยนงูน้อยในมือคืนให้แก่หลู่เส่าโหย่ว เมื่องูน้อยกลับคืนสู่ฝ่ามือของหลู่เส่าโหย่วนั้นมันกลับดูอ่อนโยนและดูสนิทสนมกับเขามากขึ้นจากก่อนหน้า
“ดูแลมันให้ดีภายหลังมันจะช่วยเ้าได้มาก เ้าต้องให้มันกินเนื้อ ถ้าเป็ไปได้ก็ให้กินเนื้อสัตว์อสูรกับสัตว์ิญญาจะดีที่สุดแบบนั้นมันถึงจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว” ลุงหนานกล่าว
“เนื้อสัตว์อสูรและสัตว์ิญญา”หลู่เส่าโหย่วถอนหายใจ นี่ก็เป็ตัวผลาญเงินเหมือนกัน
“นี่คือวิชาป้องกัน มีชื่อว่า‘เกราะิญญาฟ้าคราม’ ข้าได้ใช้เืของสัตว์จักรพรรดิิญญาเป็รากฐาน เกราะิญญาฟ้าครามนี้มีประโยชน์กับเ้าอย่างไรภายภาคหน้าเ้าจะรู้เอง” ลุงหนานกล่าวกับหลู่เส่าโหย่ว พร้อมกับที่ในมือของลุงหนานได้ปรากฎแผ่นหยกขึ้นหลังจากที่ใช้เืหนึ่งหยดของสัตว์จักรพรรดิิญญาใส่เข้าไปแล้ว เขาก็ยื่นให้แก่หลู่เส่าโหย่ว
“และยังมีวิชาระดับขาวที่ชื่อว่า“ฝ่ามือแยกภูผา” พลังทำลายไม่ได้แย่นัก เ้าฝึกฝนไปก่อน ถือว่าใช้สำหรับป้องกันตัวแล้วยังมีวิชานี้อีก ข้าไม่รู้ว่ามันอยู่ระดับไหน แต่ดวงของเ้านั้นค่อนข้างดี หวังว่าเ้าจะสามารถเข้าใจมันได้”ลุงหนานยื่นแผ่นหยกให้กับหลู่เส่าโหย่วอีกสองแผ่น
“ลุงหนาน ท่านจะสอนข้ากลั่นเม็ดยาและหลอมอาวุธเมื่อใด?” หลู่เส่าโหย่วถามหลังได้รับแผ่นหยกมาการฝึกฝนทักษะิญญาหยินหยางนี้เป็การผลาญเงินชัดๆ ตัวเขาที่เป็นายน้อยไร้ค่ายังไม่มีที่มาของทรัพย์สินเงินทองจากไหนเลย
“เ้ายังจะโลภมากอีก ใกล้เช้าแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ จำเอาไว้ เ้าต้องถ่อมตน อย่าพึ่งเปิดเผยสถานะผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกิญญาของตัวเองเ้าจงฝึกฝนทักษะิญญาหยินหยางนี้ไปก่อนภายในตระกูลหลู่ไม่น่าจะมีคนดูออกถึงการเปลี่ยนแปลงของเ้า ส่วนแก่นิญญาสองลูกในร่างเ้านั้นน่าจะยังไม่ถูกดูดซับหมดคงพอให้เ้าฝึกิญญาได้จนถึงระดับสาวกขั้นเก้า แต่จะสามารถทะลวงระดับนักรบได้หรือไม่นั้นก็ต้องดูที่วาสนาของเ้าแล้ว และเื่ลมปราณที่แท้จริงของเ้า ก็มีแต่ต้องกลืนกินแก่นอสูรเท่านั้นไม่อย่างนั้น ไม่ว่าพลังิญญาของเ้าจะสูงส่งแค่ไหน หากลมปราณตามไม่ทัน เ้าก็ไม่สามารถทะลวงระดับได้อยู่ดี”ลุงหนานกล่าวด้วยรอยยิ้มอันบางเบา
“เฮ้อ....” หลู่เส่าโหย่วค่อยๆถอนหายใจ ดูท่าว่าในอนาคตเขาจะต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ ถึงจะเพียงพอ ไม่เช่นนั้นตัวเขาคงไม่สามารถฝึกฝนทักษะิญญาหยินหยางนี่ได้อีกต่อไป
หลู่เส่าโหย่วกลับมายังประตูหน้าลานบ้านอีกครั้งในตอนที่ท้องฟ้าใกล้จะสว่างแล้วหลังจากที่เขากลับมาถึงห้อง หลู่เส่าโหย่วก็เผยรอยยิ้มออกมา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามตัวเขาในตอนนี้ก็ถือว่าเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ทั้งยังได้เป็ผู้ฝึกิญญาที่มีอยู่น้อยนิดอีกด้วยถึงแม้ทักษะิญญาหยินหยางจะเป็วิชาที่ผลาญเงิน แต่หากรอให้เขามีเงินทุนที่มากพอ เขาก็จะสามารถฝึกฝนได้รวดเร็วกว่าผู้อื่นแล้ว
“เ้าเด็กนี่วาสนาดีนัก ได้เป็ผู้ฝึกตนควบคู่ทั้งยังมีสัตว์จักรพรรดิิญญาอีก เส้นทางต่อจากนี้ ก็คงต้องดูที่ตัวเ้าเด็กนั่นเลือกแล้ว”ลุงหนานพึมพำกับตัวเองท่ามกลางความมืดมิด
“เส่าโหย่ว หลายวันมานี้เ้าสบายดีใช่ไหมเกิดเื่อะไรดีๆ ขึ้นหรือเปล่า” ในยามเช้า ลั่วหลานซือ แม่ของหลู่เส่าโหย่วได้เอ่ยถามเขาที่ยังไม่ได้นอนแล้วมาอยู่ในลานหลายวันมานี้นางเห็นหลู่เส่าโหย่วดูเปล่งปลั่งและท่าทางอารมณ์ดี ซึ่งนางไม่ได้เห็นลูกชายเป็แบบนี้มานานแล้ว
“ท่านแม่ พวกเราใกล้จะได้เลิกทำสิ่งเหล่านี้แล้วในอนาคต ตัวข้าจะดูแลท่านอย่างดี” หลู่เส่าโหย่วตอบ เมื่อเขาเห็นท่านแม่ไปทำงานที่ห้องซักผ้าั้แ่เช้าตรู่ภายในใจก็รู้สึกเ็ปและเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
ลุงหนานเคยกล่าวเตือนไว้ว่าในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะเปิดเผยสถานะนายหญิงใหญ่นั้นเดิมทีก็วางอุบายใส่หลู่เส่าโหย่วเพื่อหวังไม่ให้เขากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วหากนางรู้ว่าในตอนนี้เขาได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ล่ะก็ รู้ตัวอีกทีตัวเขาก็คงตายไปแล้ว
ดังนั้น ตัวเขาจึงต้องมีพลังที่สามารถปกป้องตัวเองได้เสียก่อนถึงจะสามารถเปิดเผยทุกสิ่งได้ ไม่เช่นนั้น มันจะนำพาอันตรายมาสู่ตัวของเขาเอง ในตอนนี้ตัวเขาทำได้เพียงแค่ต้องพยายามฝึกฝนและพยายามหาเงิน
“เ้าเพียงมีใจก็พอ แค่เ้าสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้แม่ก็พอใจแล้ว” ลั่วหลานซือกล่าวก่อนจะเดินไปยังห้องซักผ้า
“หาเงิน ฝึกฝน หาเงิน....”หลู่เส่าโหย่วกล่าวพลางแหงนมองท้องฟ้าบนลานบ้าน
“คุณชาย ทำไมท่านถึงตื่นแล้ว?” หลู่เสี่ยวไป๋ที่ก้าวเข้ามาภายในลานเอ่ยถามขึ้น
“วันนี้มีเื่อะไร”
“วันนี้ไม่มีเื่อะไร ข้าได้ยินมาว่าวันนี้จะมีแขกสำคัญมาเยือนพวกคนรับใช้ไปเตรียมตัวที่ห้องโถงกันตั้งนานแล้ว”
“แขกคนไหนกัน สำคัญถึงเพียงนี้”หลู่เส่าโหย่วเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ได้ยินว่าแขกของตระกูลกูตู๋จะมา ขนาดท่านหัวหน้าตระกูลยังต้องออกไปพบเขาด้วยตัวเอง”หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
“ตระกูลกูตู๋...” หลู่เส่าโหย่วรู้ถึงความเป็มาของตระกลูกูตู๋จากความทรงจำในจิตใจได้ทันทีดูเหมือนตระกูลกูตู๋นี้จะมีความเป็มาอันยิ่งใหญ่ทีเดียว ร้านค้าเพียงร้านเดียวของตระกูลนั้นยังใหญ่กว่าธุรกิจของตระกูลหลู่ทั้งหมดรวมกันเสียอีก
“ได้ยินมาว่าคุณหนูจากตระกูลกูตู๋ก็จะมาด้วย ข้าได้ยินจากคนในเขตลานหน้าว่ากันว่าคุณหนูตระกูลกูตู๋นั้นงดงามเย้ายวนชวนเขย่าหัวใจผู้คนยิ่งท่านจะลองไปดูหรือไม่” หลู่เสี่ยวไป๋กระซิบ
“ช่างมันเถอะในเมื่อวันนี้ไม่มีเื่อะไรให้ทำ เช่นนั้นข้าขอนอนต่อดีกว่า” หลู่เส่าโหย่วกล่าวคุณหนูกูตู๋อะไรกัน ไม่เกี่ยวกับเขาในตอนนี้เลยสักนิด ดีเลย วันนี้เขาก็จะสามารถฝึกฝนวิชายุทธ์นั่นได้แล้ว
“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปแอบดูสักหน่อยแล้วจะกลับมาบอกท่าน” หลู่เสี่ยวไป๋จากไปในทันที
หลังจากกลับถึงห้อง ลานบ้านก็ไม่ค่อยมีคนอยู่แล้วหลู่เส่าโหย่วจึงเตรียมตัวฝึกวิชายุทธ์สักหน่อย เพราะหากเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วไม่มีวิชาเขาก็คงเหมือนกับวัวตัวหนึ่งอย่างที่ลุงหนานบอกเท่านั้น
หลู่เส่าโหย่วนำแผ่นหยกออกมาไว้ในมือหนึ่งแผ่นมันคือวิชาแยกภูผาระดับขาว ในมือของเขาเผยรอยประทับ แล้วลมปราณอ่อนก็ได้ไหลเข้าสู่ในนั้นทันใดนั้นเองบนแผ่นหยกก็เกิดเส้นแสงสว่างออกมา จากนั้นมันก็จมลงไปที่หว่างคิ้วของหลู่เส่าโหย่ว
แสงสว่างเ่าั้ได้กลายเป็ข้อมูลที่ไหลเข้าไปในจิตใจของเขาในทันที
หลู่เส่าโหย่วสงบจิตใจเขาต้องจดจำเคล็ดวิชาแยกภูผาภายในจิตใจให้ได้ หลู่เส่าโหย่วเคลื่อนไหวมือตรงหน้าของตัวเองไปมาภายในสองมือของเขาได้ปรากฏกระแสลมปราณที่มองไม่เห็นค่อยๆ โผล่ๆ หายๆ แต่เหมือนว่าหลู่เส่าโหย่วจะยังควบคุมกระแสลมปราณนั้นไม่ได้สักเท่าไหร่เดี๋ยวก็มี เดี๋ยวก็หายไป
“ยังไม่ถูกวิชายุทธ์นี่ฝึกยากเสียจริง” หลู่เส่าโหย่วฝึกซ้อมอยู่ภายในห้องสองชั่วยามผ่านไปแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ
แยกภูผา เป็วิชาระดับขาวถึงแม้จะไม่ใช่วิชาระดับปฐีหรือระดับดำที่เป็วิชาระดับสูงและลึกซึ้งกว่า แต่เมื่อหลู่เส่าโหย่วได้ลองัักับวิชานี้ดูแล้วก็นับว่าวิชานี้มันช่างลึกซึ้งมากแล้ว
หลู่เส่าโหย่วฝึกซ้อมในห้องของตัวเองอย่างไม่ลดละรอบกายของเขาปกคลุมไปด้วยลมปราณ บางครั้งในมือก็จะปรากฏกระแสลมปราณรอยฝ่ามือ แต่มันก็จะหายไปในทันที