ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 105 อากิฮิโระ บุตรแห่งฟ้าร้อง

              ขบวนรถของเจ้าหน้าที่เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วตามถนนที่ถูกปิดกั้นเพื่อให้ผ่านอย่างราบรื่นรถหลายคันแล่นเป็นทางยาวในขณะที่รถของประชาชนทั่วไปถูกห้ามไม่ให้เข้ามาในเส้นทางสัญจรนี้ แสงไฟสว่างจ้าจากสัญญาณไฟและเสียงไซเรนก้องดังไปทั่วบรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบ


              ภาพทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ทุกช่องไม่ว่าจะเป็นฉากขบวนรถ ฉากตำรวจเร่งปิดถนนฉากเฮลิคอปเตอร์หลายลำแล่นตรงไปยังที่เกิดเหตุ


              ข้อมูลสถานการณ์ทุกอย่างล้วนออกอากาศให้ประชาชนได้รับรู้


              ‘ตอนนี้ทางรัฐบาลได้เรียกระดมหน่วยงานต่าง ๆเพื่อผนึกกำลังกันแก้วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ โดยมีท่านประธานสมาพันธ์ฮันเตอร์แห่งญี่ปุ่นเป็นผู้นำปฏิบัติการในครั้งนี้ อีกสักครู่ท่านประธานเซนซาเอม่อนจะขึ้นแถลงการณ์แล้วครับท่านผู้ชม’


              ประชาชนเกือบทั้งหมดในกรุงโตเกียวให้ความสนใจข่าวดังกล่าวพวกเขาเฝ้าคอยอยู่หน้าทีวีอย่างใจจดใจจ่อ


              เนื้อหาแถลงการณ์จากมติในที่ประชุมต่อสาธารณะคล้ายกับสิ่งที่ฟุโกโร่คิดไว้


              ประธานขึ้นแถลงอธิบายถึงปัญหาที่กำลังประสบนับตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดินชินจูกุถูกการปะทุของดันเจี้ยนกลืนกินจำนวนของผู้เสียชีวิตทั้งพลเรือนและฮันเตอร์ แม้ยังไม่มีตัวเลขยืนยันที่แน่ชัดแต่ทั้งหมดล้วนถูกรายงานตามความเป็นจริง


              น้ำเสียงของท่านประธานแสดงถึงความตั้งใจที่จะแสดงความโปร่งใสต่อประชาชนข้อมูลทั้งหมดถูกรายงานอย่างตรงไปตรงมาและทุกคนที่ฟังต่างก็รับรู้ได้ถึงความหนักหนาของสถานการณ์ครั้งนี้


              ฟุโกโร่แน่ใจว่ารัฐบาลต้องไม่ชอบใจนักเพราะนี่หมายความว่าสถานการณ์จะถูกยกระดับความอันตรายขึ้นไปอีกขั้นและรัฐบาลไม่มีโอกาสปฏิเสธความรับผิดชอบได้มีแต่ต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อรับมือกับหายนะ


              ซึ่งตัวประธานแสดงตนว่าจะนำกำลังเข้าไปด้วยตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจของทุกคนกลับคืนมา และยังประกาศว่าสมาพันธ์ต้องการคนที่มีความสามารถทุกภาคส่วนเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ภายในโดยจะมีรางวัลตอบแทนเป็นวัตถุดิบและพอยท์คะแนนจำนวนมากรวมถึงหากใครมีความมั่นใจในตัวเองมากพอจนเป็นผู้โค่นราชาลงได้  วัตถุดิบจากมันทั้งหมดจะถูกยกให้อย่างไม่มีเงื่อนไข


              ไม่ต้องพูดถึงผลลัพธ์ว่าจะเป็นอย่างไรแต่วิธีการที่พยายามใช้รางวัลและชื่อชั้นของฮันเตอร์ระดับสูงเป็นหลักประกันนั้นเรียกได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียวฟุโกโร่เชื่อว่าจะมีฮันเตอร์ที่ยังลังเลส่วนหนึ่ง ตัดสินใจกลับเข้าร่วมปฏิบัติการอีกครั้ง


              บนรถบัญชาการที่วิ่งอยู่ด้านหน้าสุดขบวนรถเซนซาเอม่อนกำลังจัดแจงคำสั่งให้แก่เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย คอยประสานงานไม่หยุดพักพื้นที่ภายในรถคันนี้ไม่ได้เล็กเลยสักนิดเมื่อมองจากภายนอก มันกว้างพอ ๆกับห้องสักห้องมีจอมอนิเตอร์ขนาดต่าง ๆ มากมาย


              ไม่กี่นาทีต่อมาขบวนรถของเจ้าหน้าที่ก็เดินทางมาถึงหน้าอาคารสถานีที่เกิดเหตุขบวนรถจอดเรียงกันเป็นตับ เจ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่ในชุดออกศึกก้าวลงจากรถ เริ่มจัดแถวเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการ


              เต็นท์ชั่วคราวมากมายตั้งอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ไม่ไกลบริเวณทางเข้าเกทมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายต่างวิ่งเข้าออกอย่างวุ่นวาย


              เต้นท์ประชุมใหญ่ของกองบัญชาการกองพลที่107 มีขนาดกว้างขวางใกล้เคียงกับโรงละครขนาดย่อม ๆ ภายในห้องมืดสลัวมีเพียงแสงไฟราง ๆ จากหน้าจอโฮโลแกรม ส่องกระทบใบหน้าเหล่าผู้บัญชาการในสังกัดกองพลซึ่งมารวมตัวกัน แม้ว่าจะไม่สามารถตรวจสอบพื้นที่ส่วนลึกของดันเจี้ยนทั้งหมดได้แต่พวกเขาไม่ได้ไร้ความสามารถจนต้องละทิ้งหน้าที่สังเกตความเคลื่อนไหวของศัตรู


              เมื่อนำชิ้นส่วนข้อมูลต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกันพวกเขาก็พอจะรู้อะไรได้บ้าง ความเปลี่ยนแปลงของปริมาณการสื่อสารจำนวนรวมมอนสเตอร์ที่ตรวจจับได้โดยสัตว์อัญเชิญ รวมถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของราชา


              รายงานเหล่านี้ได้มาจากหน่วยสอดแนมที่ยอมเสี่ยงอันตรายเข้าไปในส่วนลึกของดันเจี้ยน


              "—จากผลวิเคราะห์ข้างต้นห้องวิเคราะห์ร่วมลงความเห็นว่ามีโอกาสสูงที่ 'ราชา' จะทำการบุกขึ้นมายังชั้นบนในเร็ว ๆ นี้ครับ คาดการณ์ว่าอัตราการสูญเสียจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอนหากปะทะเข้ากับพลเรือน"


              พลตรีผู้บัญชาการกองพลที่107 ซึ่งยืนฟังรายงานอยู่ด้านหลัง ถอนหายใจออกมาเมื่อได้ฟัง


              "เหมือนกับที่เราคาดการณ์ไว้—เร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เขตปะทะ เตรียมรับมือกับการจู่โจมครั้งใหญ่ ทุกหน่วยของกองพลปรับตำแหน่งคอยสนับสนุนออกปฏิบัติการร่วมกับเหล่าฮันเตอร์เรื่องของราชาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 'พวกเขา' หน้าที่ของเราคืออย่าไปเกะกะก็พอ"


              “รับทราบ”


              เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกันผู้บัญชาการกองพลหันไปมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพของเหล่าฮันเตอร์ขณะกำลังเตรียมตัวเข้าไปในดันเจี้ยนแม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ทุกคนรู้ดีว่าหน้าที่ของพวกเขาคือการปกป้องพลเรือน และสนับสนุนเหล่าฮันเตอร์อย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด

     


              03:45 AM


              หลังล่วงเลยผ่านเข้าวันใหม่เสียงเครื่องจักรต่าง ๆ ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไฟสปอตไลท์ส่งสว่างจนพื้นที่รอบสว่างไหวราวกับตอนกลางวันภารกิจช่วยเหลือยังคงดำเนินมาเป็นเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมงประชาชนและญาติของเหล่าผู้ประสบภัย บ้างก็รอฟังข่าวอยู่หน้าโทรทัศน์บ้างก็มายืนรอนอกเขตกั้นพื้นที่ด้วยความหวังและความกังวลในใจ ได้แต่เฝ้าสวดภาวนาให้คนที่ตนรักกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย


              ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้นเสียงก้าวเดินของผู้มาใหม่ก็ดังขึ้น เรียกสายตาของเจ้าหน้าที่และผู้คนให้หันไปมอง เป็นเวลาประจวบเหมาะที่ผู้นำกิลด์เทพอสนี ‘คุโจ อากิฮิโระ’ ซึ่งรู้จักในสมญานามว่าอากิฮิโระแห่งฟ้าร้อง ได้เดินทางมาถึง


              เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีดูภูมิฐานสวมชุดเกราะประเภทไซเบอร์เนติกส์เอ็กซ์โซลสูทสีดำลวดลายขอบสีทอง ทับด้วยผ้าคลุมสไตล์นักเวทสีขาวที่คราฟจากวัตถุดิบระดับชั้นยอดแบบสั่งวัดตัวตัดบ่งบอกฐานะด้วยจุดเด่นของอุปกรณ์ประเภทนี้ เป็นตัวกำหนดให้เกิดการลอกเลียนแบบได้ยากทุกชิ้นถูกสร้างมาเป็นหนึ่งเดียวไม่มีสองเพียงแต่มันอาจเป็นผลงานขั้นสูงสุดระดับมหากาพย์ที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองขณะเดียวกันก็อาจเป็นขยะอันไร้ค่าที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองด้วยเช่นกัน


              ในวงการฮันเตอร์จะมีถ้อยคำที่ร่ำลือกันออกไปอย่างกว้างขวางว่าอุปกรณ์ประดิษฐ์เองอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่แกร่งสุดแต่อุปกรณ์ที่แกร่งสุดย่อมเป็นอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง


              อุปกรณ์ประดิษฐ์เองถือเป็นการมีอยู่ที่เหนือกว่าอุปกรณ์สวมใส่ที่ได้จากดันเจี้ยนทั่วไปในกิลด์ใหญ่ล้วนมีทีมงานฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ประดิษฐ์เองมีการทุ่มเงินค้นคว้าวิจัยพัฒนากันอย่างจริงจังเช่นชุดและอาวุธที่อากิฮิโระสวมใส่อยู่ตอนนี้ก็เป็นอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์แบบวัดตัวตัดขึ้นเอง


              ใช่ว่าฮันเตอร์แต่ละคนจะสวมใส่อุปกรณ์มั่วๆ ไม่ได้ แต่เพราะแต่ละคนล้วนมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของตนเองดังนั้นทั่วไปจะเลือกอุปกรณ์สวมใส่ที่ส่งเสริม และเข้ากับวิชาของตนเอง นาน ๆครั้งอาจสวมใส่ของต่างชนิดบ้างตามสถานการณ์พิเศษที่ต้องพบเจอ


              โดยเกียรติประวัติของอากิฮิโระนั้นด้วยทักษะเวทมนตร์สายอสนีของเขา รวมถึงมีความเป็นผู้นำอันยอดเยี่ยม ได้นำพากิลด์เทพอสนีขึ้นสู่ระดับแนวหน้าได้อย่างรวดเร็วภายใต้การนำของเขาผู้นี้




              ลูกกิลด์ที่ถูกคัดเลือกต่างมายืนรอให้การต้อนรับบริเวณหน้าทางเข้าเกท

      

              “ตอนนี้ทุกคนเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ป้องกันเตโชธาตุโดยเฉพาะตามที่สั่งเรียบร้อยแล้วครับคุณอากิฮิโระ”


              เสียงรายงานอย่างหนักแน่นของ ‘คาวามูระ จุนเปย์’ ดังขึ้น ขณะคอยกำกับดูแลความเรียบร้อยให้กับลูกทีมทุกคน


              เขาอยู่ในชุดเกราะเอ็กซ์โซลสูทสีแดงตัวเกราะถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาช่วยขับเน้นความคล่องตัวโดยยังรักษาความทนทานระดับสูงไว้และที่บริเวณแขนทั้งสองข้างสวมทับด้วยเกราะหุ้มแขนขนาดใหญ่จนดูโดดเด่นเป็นพิเศษ เรียกว่าเฮฟวี่ฟูลเพลทอาร์มซึ่งขนาดของมันใหญ่พอ ๆ กับตู้เย็นหนึ่งเครื่อง ถูกออกแบบมาสำหรับการต่อสู้ระยะประชิดโดยเฉพาะ


              “อืม...ท่านประธานล่ะ”


              “หน่วยจู่โจมของสมาพันธ์ล่วงหน้าไปก่อนเมื่อชั่วโมงที่แล้วครับ”


              อากิฮิโระมักมีท่าทีผ่อนคลาย ใจเย็นและใช้ถ้อยคำสุภาพอยู่เสมอเขาพยักรับให้กับคำตอบของจุนเปย์ ก่อนเปิดทางให้หญิงสาวผู้ติดตามอยู่ข้างกายได้ทำหน้าที่ต่อ


              “—จากนี้ดิฉันจะรับหน้าที่อธิบายภารกิจให้ฟังต่อเองค่ะ”


              ผู้ซึ่งยืนอยู่หน้าลูกทรงกลมขนาดเท่าฝ่ามือฉายภาพโฮโลแกรมได้แก่หนึ่งในหน่วยผู้บัญชาการฝ่ายยุทธวิธีของกิลด์ เธอสวมแว่นตากรอบสีดำที่ทำให้เธอดูภูมิฐานผมสีแดงยาวถูกรวบเป็นหางม้าแน่น ทำให้ดูพร้อมและเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้นชุดที่สวมเป็นเสื้อคลุมแบบครึ่งตัวสีแดงเข้มที่มีเครื่องหมายกิลด์เทพอสนีประทับอยู่ตรงไหล่ขวาภาพโฮโลแกรมที่เธอถืออยู่ในมือเปล่งแสงสว่างไปทั่วบริเวณ สะท้อนกับใบหน้าที่เรียบเฉยจริงจัง




              "เราจะดำเนินยุทธการปราบยักษ์ด้วยกำลังรบที่เข้าร่วมภารกิจ ได้แก่ สมาชิกหน่วยรบสังกัดกองพลพิเศษที่ 107หน่วยปราบปรามจากสมาพันธ์ฮันเตอร์ และกองกำลังพลจากกิลด์อาสารวมทั้งหมดสามกองรบ”


              เธอขยับแว่น ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นฉายแผนที่สามมิติของสถานีใต้ดิน สิ่งก่อสร้างใต้ดินขนาดใหญ่มหึมาซึ่งถูกหลอมรวมเข้ากับดันเจี้ยน


              "นี่คือพื้นที่สู้รบสถานีใต้ดินรวมถึงสิ่งก่อสร้างซึ่งผสมรวมเข้ากับดันเจี้ยนเท่าที่ทางสมาคมสำรวจได้มา มีระดับความลึกสูงสุดที่สำรวจณ ปัจจุบันคือ 1804 เมตร มีความกว้างจากทิศตะวันออกจรดตะวันตกยาวถึง 6 กิโลเมตร ที่ใจกลางของสถานีแต่ละชั้นมีช่องชาฟต์ให้แสงสว่างเชื่อมต่อถึงชั้นอื่นโดยรอบช่องชาฟต์นั้นคือโถงหลักทรงโดมอันมีต้นไม้ขนาดยักษ์ตั้งอยู่”


              ทุกคนมองภาพทางเดินแบบใยแมงมุมแผ่ขยายออกมาจากโถงหลัก ชานชาลา และอุโมงค์ ทางรถไฟใต้ดินซึ่งทอดตัวออกไปทุกทิศทุกทางจุดจอดขบวนรถและเส้นทางบริการทุกรูปแบบกลายเป็นสมรภูมิอันคับแคบแสนสลับซับซ้อนด้วยทางแยก


              สิ่งที่ยุ่งยากคือโครงสร้างต่างๆ ในแต่ละชั้นถูกสลับไม่เหลือเค้าโครงเดิมของโครงสร้างดั้งเดิมในโลกจริงทั้งหมดนี้คือภาพใหญ่ของวงกตเป็นเครือข่ายอุโมงค์ขนาดยักษ์ที่พวกเขาต้องเข้าไปเผชิญ


              "โวะ ท่าจะยุ่ง"


              เสียงเซ็งแซ่ทำนองนั้นเริ่มดังขึ้นจากเหล่าสมาชิกกิลด์


              "เป้าหมายแรกคือการผสานงานกับหน่วยปราบปรามของสมาคมยืนยันตำแหน่งของราชา ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายของมันที่ปรากฏคือความลึก 1200 เมตร หากหน่วยไหนพบเจอราชา ไม่จำเป็นต้องเข้าปะทะพูดให้ชัดคือหลีกเลี่ยงการต่อสู้ทุกรูปแบบแล้วแจ้งตำแหน่งกับคุณอากิฮิโระโดยทันที"


              “ก็คือไม่ควรไปยุ่มย่ามกับราชาเด็ดขาดสินะครับ”


              หนึ่งในสมาชิกกิลด์เอ่ยขึ้น เมื่อเป้าหมายหลักของภารกิจนี้ไม่ใช่การส่งเหล่าสมาชิกเข้าไปต่อสู้กับราชา


              “เรื่องการรักษาพื้นที่ควบคุมภายในสถานีรวมถึงการติดต่อกับกองบัญชาการยุทธวิธี จะเป็นหน้าที่หน่วยกองรบที่ 107 พวกเขาจะคอยคุ้มกันเส้นทางอพยพให้กับพลเรือนพวกคุณทุกคนมีหน้าที่ประสานงานและสอดแนมราชาเพียงเท่านั้น


              อีกเรื่องหนึ่งซึ่งยืนยันได้แล้วว่าเป้าหมายมีลักษณะของเตโชธาตุอุปการณ์สวมใส่ในครั้งนี้จึงคัดสรรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันธาตุโดยเฉพาะอย่างที่เห็น และทุกคนสามารถแจ้งประสงค์เบิกรูนเพิ่มเติมกับฉันได้หลังจากนี้เลยค่ะ—จบเท่านี้ ใครมีคำถามอะไรไหมอีกไหม"


              จากแนวหน้าสุดซึ่งรวมบรรดาหัวหน้าของแต่ละหน่วยมายืนรวมกันจุนเปย์ยกมือขึ้น


              "ขออนุญาตครับคุณฟรานเชสก้า"


              "...เชิญค่ะ คุณโทคิตะ"


              สีหน้าของฟรานเชสก้ากระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นคู่กัดของตนเป็นคนยกมือแต่เธอก็ยังสามารถรักษาสีหน้าเรียบเฉยของตัวเองเอาไว้ได้


              "ให้พวกเราบุกเข้าไปมันก็ได้อยู่หรอกแต่ว่า...ใช้ระเบิดของกองทัพที่ปักลงพื้นแล้วระเบิดเพื่อไล่ต้อนราชาขึ้นมาไม่ได้เหรอเรียกว่าอะไรนะ... บังเกอร์บัสเตอร์อะไรนั่นรึเปล่า"


              บังเกอร์บัสเตอร์คือชื่อเรียกโดยรวมของระเบิดขนาดใหญ่ซึ่งใช้เจาะทะลวงเครื่องกำบังอันแข็งแงที่อยู่ใต้ดินแล้วระเบิดสร้างความเสียหายแก่เป้าหมายที่อยู่ภายใน ตรงตามชื่อมัน


              ระยะทางที่เจาะทะลวงได้ไม่คงที่แต่ในบางกรณีพลังทำลายอันน่าภาคภูมิใจของมันสามารถเจาะทะลุคอนกรีตเสริมเหล็กหนาหกสิบเมตรเลยทีเดียว


              การโจมตีครั้งเดียวอาจทำลายสถานีใต้ดินอันแสนกว้างใหญ่ไม่ได้ก็จริงแต่หากใช้ระเบิดหลายลูก ก็น่าจะเพียงพอแล้วต่อการบีบพื้นที่ของราชา


              "ถึงเวลานั้นผู้รอดชีวิตที่ยังรอความช่วยเหลือเมื่อดินระเบิดประสิทธิภาพสูงเกิดการระเบิดในพื้นที่ปิดคลื่นกระแทกจะสะท้อนตามผนังไปมาและยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหากร่างกายมนุษย์ถูกคลื่นกระแทกแบบนั้นเข้า สมองและอวัยวะภายในอันบอบบางเป็นพิเศษก็จะถูกทำลายอย่างง่ายดาย"


              ฝ่ายกลยุทธ์อย่างฟรานเชสก้ากลอกตา ทำหน้าเหมือนบอกว่าเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้หรือ


              จุนเปย์อมยิ้ม


              อย่างไรก็ตามตัวเขารับทราบเนื้อหาของแผนที่ว่านั้นมาแล้วเขาแค่ไม่ชอบใบหน้าตึงเครียดของเธอ เลยต้องการแหย่เล่นเสียหน่อย


              “โถ่อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคุณฟรานเชสก้ารู้ไหมว่ารอยยิ้มของคุณเป็นขวัญกำลังใจชั้นดีให้กับพวกเราทุกคนเลยนะ ช่วยทำหน้าสดใสให้ดูหน่อยสิ”


              เสียงเป่าปากวี๊ดวิ้วดังลอยมาให้ได้ยินจากกลุ่มสมาชิกบางคนที่อยู่ด้านหลังทำให้บรรยากาศที่ดูจริงจังผ่อนคลายลงเล็กน้อย


              ฟรานเชสก้าหรี่ตาและอ้าปากทำท่าเตรียมจะตอบโต้ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร อากิฮิโระก็ก้าวเข้ามาและยกมือขึ้นเพื่อห้ามทัพ รู้ดีว่าทั้งผู้ช่วยมือดีฝ่ายบู๊และบุ๋นของตนกำลังจะเริ่มฟาดฝีปากกันในไม่ช้า เขาได้แต่ส่ายหัวรีบตัดบท


              “สิ่งสุดท้ายที่อยากบอกคือความปลอดภัยของพวกคุณมาก่อนเป็นอันดับแรกช่วยนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดกันด้วย”


              “รับทราบครับ/ค่ะ”


              ทุกคนพยักหน้าขานรับอย่างพร้อมเพรียงสายตาแห่งความเชื่อมั่นลอยขึ้นมาในดวงตาของพวกเขา


              มันไม่ง่ายชนิดที่จะชนะได้ด้วยแรงฮึดปลุกใจชั่วครู่แต่มีบางทีในการต่อสู้จวนตัวที่ความแตกต่างเพียงแค่ระดับการปลอบใจชั่วครู่นั้นแบ่งแยกระหว่างความเป็นและความตายเพราะงั้นควรทำสิ่งที่ทำได้ทั้งหมด


              จากนั้นอากิฮิโระก็ปล่อยให้ทุกคนปรึกษาหารือกันในเชิงรายละเอียดก่อนที่ตัวเขาจะถูกเชิญตัวเข้าไปยังเต็นท์บัญชาการของสมาพันธ์ฮันเตอร์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล


              ภายในได้ติดตั้งจอมินิเตอร์ขนาดใหญ่จากการซ้อนจอต่อกันหลายชั้นสำหรับข้อมูลที่ถูกส่งตรงมาจากหลายกลุ่มในพื้นที่


              “จากH023 ถึง CP สถานีทางทิศเหนือของเขต Lมีคนรอความช่วยเหลืออยู่มาก ช่วยส่งทีมแพทย์เข้ามารับด่วน”


              “จากCP ถึง H023 เซฟโซนที่อยู่ชานชาลาถัดไปรับคนเจ็บเพิ่มไม่ได้รอศูนย์บรรเทาทุกข์ชั่วคราวเปิดก่อน”


              “จากH047 ถึง CP ตอนนี้ชั้นที่สี่เขต Mพบแหล่งความร้อนจำนวนมากกำลังมุ่งตรงมาจากเขต N เรารับมือไม่ไหว ช่วยส่งกำลังเสริมมาที”


              “จากH112 ถึง CP ทีมของเราเข้าไปในเขต Mไม่ได้เพราะมีรังแมงมุมขวางทาง เราจะเลี่ยงไปใช้อีกเส้นทางหนึ่งแทน”


              อากิฮิโระ กวาดตามองไปโดยรอบ เมื่อดูจากสีหน้าตึงเครียดของทีมที่ปรึกษาแล้วสถานการณ์ตอนนี้คงจะหนักหนาสำหรับพวกเขา


              “พอดีทางเราเพิ่งได้รับคำร้องจากท่านรัฐมนตรีให้ช่วยพาบุคคลสำคัญท่านหนึ่งออกมาให้ได้น่ะครับพวกเขาจะส่งทีมพิเศษเข้ามาปฏิบัติการร่วมกับพวกคุณในครั้งนี้ด้วย”


              ทีมที่ปรึกษาคนหนึ่งเข้ามารับรองอย่างสุภาพเขาเอ่ยขึ้นกับอากิฮิโระด้วยสีหน้าลำบากใจ


              “ทีมพิเศษ?”


              อากิฮิโระถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย


              “ใช่ครับพวกเขาแจ้งว่าต้องการให้ทุกกิลด์ช่วยแชร์ข้อมูลปฏิบัตการที่เกิดขึ้นทั้งหมดแบบเรียลไทม์ผ่านอุปกรณ์แบบพิเศษที่จะแจกจ่ายให้ส่วนบุคคลสำคัญท่านนั้นจะเป็นหน้าที่ของพวกเขาเองครับ”


              “แค่ไม่กระทบกับปฏิบัติการของกิลด์เราทางนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องปฏิเสธ”


              อากิฮิโระโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ


              ขณะเดียวกันที่บริเวณด้านนอกมีบุคคลปริศนาสวมชุดไซเบอร์เนติกส์เอ็กโซสูทสีขาวรัดรูปแบบฟูลอาเมอร์ มีเพียงเส้นผมสีเทาที่โผล่ออกมาหลังหมวกเกราะและสรีระอันโดดเด่นซึ่งถูกขับเน้นผ่านชุดบ่งบอกถึงความเป็นสตรีเพศ


              ‘เธอ’นำกลุ่มผู้ติดตามอีกสามคนซึ่งสวมชุดคล้ายกันเดินผ่านกองทหารเข้ามาไม่มีใครกล้าขวางทาง เมื่อเจอกับอาร่าอันน่าสะพรึงที่แผ่ซ่านออกมาบรรดาทหารรอบข้างทำได้เพียงแค่เหลือบมองอย่างเกรงขามขณะกลุ่มคนปริศนาเดินผ่านไปยังจุดที่ตั้งของเต็นท์ฝ่ายบัญชาการ

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577