“หลังจากเหตุการณ์พายุมิติต่างมิติเมื่อหลายสิบปีก่อน ก็มีมิติต่างโลกจำนวนมากเกิดขึ้นทั่วโลก สิ่งมีชีวิตในตำนานที่เราคิดว่าไม่มีอยู่จริง เช่น เทพเซียน ภูตผี เทวทูต ปีศาจ เอลฟ์ และอื่นๆ ก็ถูกค้นพบ ส่วนมนุษย์ก็อาศัยการสังหารสิ่งมีชีวิตต่างมิติเพื่อความสามารถของพวกมัน...” อวี๋ชิวไป๋ที่มีผมสีเทาหงอก มองไปที่มุมแถวสุดท้ายของห้องเรียนขณะสอนเป็ครั้งคราว
ขณะที่นักเรียนคนอื่น ๆ กำลังตั้งใจฟัง ผู้ชายที่อยู่ตรงมุมนั้นกลับเอาหนังสือมาตั้งบนโต๊ะเพื่อบังตัวเองที่กำลังนอนฟุบ และยังได้ยินเสียงกรนแ่เบาเป็บางครั้ง
อวี๋ชิวไป๋แอบส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “มีพร์ยอดเยี่ยมแล้วมีประโยชน์อะไร ถ้าเพียงอุปสรรคเล็กน้อยยังแบกรับไม่ไหว แล้วจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร ถึงแม้ความล้มเหลวครั้งนั้นจะหนักหนามากไปสักหน่อย แต่ถ้าเขาล้มแล้วไม่ยอมลุกขึ้นอีก ก็ไม่คู่ควรกับคำยกย่องของครูใหญ่คนเก่า”
อวี๋ชิวไป๋นึกถึงคำพูดที่ครูใหญ่คนเก่าบอกกับเขาก่อนจะเกษียณ จากนั้นมองชายหนุ่มที่นอนฟุบโต๊ะน้ำลายยืด เขาถึงกับส่ายหน้าถอนหายใจอีกครั้งอย่างเอือมระอา
“ชิวไป๋ ่ชีวิตนี้ฉันเคยเจออัจฉริยะมามากมาย จนสรุปได้ว่าอัจฉริยะแบ่งออกได้สองแบบ” ตอนนั้นครูใหญ่คนเก่าพูดอย่างตาลุกวาว
“สองแบบไหนเหรอครับ” ตอนนั้นอวี๋ชิวไป๋ถามด้วยความสงสัยมาก
“อัจฉริยะที่เรียกว่าโจวเหวิน กับอัจฉริยะทั่ว ๆ ไปยังไงล่ะ”
คำพูดในตอนนั้นของครูใหญ่คนเก่าทำให้อวี๋ชิวไป๋จดจำขึ้นใจ แต่ในวันนี้ นักเรียนที่เคยถูกครูใหญ่คนเก่าชมนักชมหนา กลับตกต่ำกลายเป็คนไม่เอาไหนที่ไร้ความทะเยอทะยาน วันๆ เอาแต่นอนในคาบเรียน หลังเลิกเรียนก็มัวแต่เล่นเกมโทรศัพท์มือถือ
อวี๋ชิวไป๋เคยกระตุ้นแรงใจของโจวเหวินหลายครั้งแล้ว พยายามให้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง แต่หลังจากพูดคุยกันหลายรอบ โจวเหวินก็ยังเป็เหมือนเดิม เข้าเรียนก็หลับ เลิกเรียนก็เล่นเกม ไม่ฝึกฝนอีกต่อไป ราวกับหมดสิ้นความทะเยอทะยานอย่างสมบูรณ์
“ติงตอง!”
เสียงกระดิ่งบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น อวี๋ชิวไป๋เห็นโจวเหวินที่เดิมทีนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ลุกพรวดขึ้นมานั่งหลังตรงด้วยความกระฉับกระเฉง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ววิ่งพรวดออกจากห้องเรียนโดยไม่แม้แต่หันกลับมามอง อวี๋ชิวไป๋ได้แต่ถอนหายใจพูดกับตัวเองอย่างผิดหวัง “ครูใหญ่ ผมพยายามเต็มที่แล้ว แต่โจวเหวินเข็นไม่ขึ้นแล้วจริงๆ”
โจวเหวินวิ่งออกจากอาคารเรียนอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังมุมเงียบๆ ของโรงเรียน
ใช่ว่าโจวเหวินจะไม่รู้ว่าครูและนักเรียนคนอื่นต่างมองเขาในแง่ลบ แต่เขาไม่เก็บเอามาใส่ใจแม้แต่น้อย
คนอื่นแค่คิดว่าโจวเหวินยอมรับความล้มเหลวไม่ได้ เขาจึงปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ตกต่ำ แต่โจวเหวินเองรู้ดีที่สุดว่า เขาไม่ได้เก็บเอาความล้มเหลวครั้งนั้นมาใส่ใจ การที่เขา ‘ปล่อยตัวให้ตกต่ำ’ แบบนี้ ก็มีเหตุผลที่คนอื่นเข้าใจไม่ได้ และตัวเขาเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
โจวเหวินปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วกดจิ้มโปรแกรมเกมที่ชื่อว่า ‘รังมด’ ไม่นานหน้าจอโทรศัพท์ก็มีภาพภายในรังมดที่มืดมิด และมีมดดำจำนวนมากไต่อยู่ตามช่องทางที่คดเคี้ยว
โจวเหวินมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจทางนี้ จึงใช้เข็มจิ้มนิ้วของตัวเอง แล้วหยดเืหนึ่งหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์
ทันใดนั้นก็เกิดเื่น่าประหลาดขึ้น เืของโจวเหวินทะลุผ่านหน้าจอโทรศัพท์ จากนั้นก่อตัวกลายเป็ตัวละครสีเืตัวหนึ่งในหน้าจอเกม ด้านข้างตัวละครสีเืนั้นยังมีแถบแสดงข้อมูลตัวละคร
โจวเหวิน อายุ 16 ปี
ระดับชีวิต : ระดับธรรมดา
พลัง : 9
ความเร็ว : 5
ร่างกาย : 8
ลมปราณ : 4
พลังลมปราณ : ‘ฌานวิบาก’
สกิล : ไม่มี
สัตว์เลี้ยงคู่หู : ไม่มี
หลังจากเกิดเหตุการณ์พายุมิติต่างมิติ สิ่งมีชีวิตต่างมิติชนิดต่างๆ ก็เกิดขึ้น ซึ่งแบ่งคร่าวๆ ได้สี่ระดับ คือ ระดับธรรมดา ระดับตำนาน ระดับมหากาพย์ และระดับเทพนิยาย โดยมนุษย์ทั่วไปจะอยู่ในระดับธรรมดา ซึ่งเป็ระดับล่างสุด แต่ถ้าผ่านการฝึกฝนพลังลมปราณ ก็จะสามารถพัฒนาร่างกาย และยังสามารถยกระดับชีวิต
แต่ถึงอย่างนั้น การฝึกฝนพลังลมปราณเพียงอย่างเดียวนั้นทำให้พัฒนาระดับชีวิตได้ช้ามาก การสังหารสิ่งมีชีวิตต่างมิติแล้ว่ชิงผลึกพลังของพวกมันมาใช้งาน ถึงจะเร่งความเร็วการพัฒนาได้
เพียงแต่สถานที่ที่สิ่งมีชีวิตต่างมิติอยู่นั้นอันตรายมาก นอกเหนือจากบางพื้นที่ที่มนุษย์สำรวจเรียบร้อยแล้ว ถ้าก้าวเท้าเข้าไปยังพื้นที่อื่นนอกจากนั้น ก็แทบจะมีจุดจบเท่ากับตาย ไม่ใช่ทุกคนที่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง
ยิ่งไปกว่านั้นสหพันธ์โลกก็ตั้งกฎไว้ชัดเจน ห้ามคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้ามิติต่างโลก
‘ฌานวิบาก’ ที่โจวเหวินฝึกฝนนั้นเป็พลังลมปราณชนิดหนึ่ง เป็ลมปราณที่บ่มเพาะขึ้นด้วยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเท่านั้น โดยที่ไม่พึ่งพาสิ่งอื่นเลย
ในสหพันธ์นั้นมีอัจฉริยะที่ฝึกฝนลมปราณสำเร็จั้แ่อายุสิบหกปีอยู่ไม่น้อย แต่เกรงว่าทั้งสหพันธ์โลกคงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็เหมือนโจวเหวิน อาศัยเพียงการฝึกฝน ‘ฌานวิบาก’ ในการบ่มเพาะลมปราณสำเร็จ โดยที่ไม่ได้พึ่งพาสิ่งอื่น ยิ่งในเมืองเล็กๆ อย่างจังหวัดกุยเต๋อ ในประวัติศาสตร์ก็มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
ตอนนั้นครูและนักเรียนทุกคนในโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อต่างคิดว่า โจวเหวินจะต้องมีอนาคตที่สดใส แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนั้นไม่นานจะมีนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ แล้วท้าสู้กับโจวเหวิน ก่อนจะชนะโจวเหวินด้วยกระบวนท่าเพียงท่าเดียว แถมยังเป็แค่หญิงสาว
หลังจากนั้น โจวเหวินก็เลิกฝึกฝน ปล่อยตัวให้ตกต่ำ คนอื่นต่างคิดว่าโจวเหวินจิตใจบอบบาง ไม่สามารถทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ แต่มีเพียงโจวเหวินเท่านั้นที่รู้ว่า การเปลี่ยนไปของเขาไม่เกี่ยวข้องกับความพ่ายแพ้ครั้งนั้นเลย แต่เป็เพราะโทรศัพท์ปริศนาในมือของเขา
โจวเหวินก้มหน้ามองโทรศัพท์ ควบคุมตัวละครสีเืในโทรศัพท์ สังหารมดดำในรังมดอย่างไม่หยุดหย่อน
“สังหารมดแกร่งระดับธรรมดา... สังหารมดแกร่งระดับธรรมดา... สังหารมดแกร่งระดับธรรมดา...”
ทุกครั้งที่โจวเหวินสังหารมดหนึ่งตัว หน้าจอก็จะมีข้อความแสดงขึ้น ข้อความมากมายปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับแสงวาบ
“ติ้ง !”
ไม่รู้ว่าสังหารมดแกร่งไปมากแค่ไหนแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น จากนั้นหน้าจอก็มีข้อความแจ้งเตือนที่ดูแปลกตาขึ้น ‘สังหารมดแกร่งระดับธรรมดา พบผลึกลมปราณ’
โจวเหวินจดจ้องแล้วพบว่าหลังจากมดแกร่งตัวหนึ่งถูกสังหาร ก็มีผลึกชิ้นหนึ่งที่ใสเหมือนเพชรปรากฏขึ้น และ้าผลึกชิ้นนั้นยังมีตัวเลขห้าอยู่
โจวเหวินดีใจมาก เขารีบควบคุมตัวละครสีเืไปเก็บผลึกลมปราณ หลังจากผลึกลมปราณััโดนนิ้วของตัวละครสีเื ทันใดนั้นก็กลายเป็พลังงานที่แปลกประหลาดแล้วไหลเข้าสู่ร่างกายของตัวละครสีเื
ในเวลาเดียวกัน โจวเหวินก็รู้สึกได้ว่ามีพลังงานไหลเข้ามาจากโทรศัพท์สู่ร่างกายของเขา ความรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าจู่โจม ทำให้ลมปราณในตัวเขาถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว
ในหน้าข้อมูลของตัวละครสีเื ค่าพลังลมปราณจากเดิมที่มีอยู่สี่แต้มก็เพิ่มเป็ห้าแต้ม
โดยปกติหลังจากสังหารสิ่งมีชีวิตต่างมิติแล้ว จะมีโอกาสพบผลึกชนิดต่างๆ ซึ่งผลึกที่พบได้บ่อยที่สุดมีอยู่สี่ชนิดคือ ผลึกพลัง ผลึกความเร็ว ผลึกร่างกาย และผลึกลมปราณ
เมื่อใช้ผลึกพลัง ก็จะสามารถเพิ่มพลังให้มนุษย์ เมื่อใช้ผลึกความเร็วก็จะสามารถเสริมความเร็ว ส่วนผลึกชนิดอื่นก็มีผลลัพธ์ตามชนิดของมัน
แต่ในความเป็จริง ผลึกจะไม่แสดงตัวเลข มนุษย์เองก็ไม่สามารถมองเห็นค่าความสามารถของตัวเอง หลังจากใช้ผลึกพลัง ก็จะรู้แค่ว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
แต่โทรศัพท์ปริศนาในมือของโจวเหวิน ไม่เพียงทำให้เขาได้รับผลึกจากในเกม โดยที่คนอื่นจำเป็ต้องเสี่ยงชีวิตไปผจญภัยในมิติต่างโลก ทั้งยังทำให้เขาสามารถเห็นค่าความสามารถของตัวเองและสิ่งมีชีวิตต่างโลก รวมถึงค่าของผลึก