เดินจูงม้าเพื่อพาเถียนปิงๆกลับมาขึ้นยังรถม้า หลังจากที่ทำหน้าที่เป็คนคุมบังเหียนรถม้าจำเป็ท่ามกลางความเงียบอยู่สักระยะ สุดท้ายแล้วเถียนปิงๆที่นั่งอยู่ภายในรถม้าก็อดทนเก็บความอยากรู้ของตัวเองไว้ไม่ได้
“คุณชายเย่” เถียนปิงๆซึ่งแอบชำเรืองมองเย่หลางอยู่เป็ระยะมาสักพักเอ่ยขึ้น
“คุณหนูมีเื่ใด” เย่หลางเอ่ยถาม
“ปิงๆขอถามได้หรือไม่ว่าคุณชายเย่จะไปยังเมืองกุ้ยชิวด้วยเื่ใด?” เถียงปิงๆเอ่ย
“ข้าเพียงแต่เข้าเมืองมาเพื่อจัดหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้จำเป็กลับไปสำรองไว้” เย่หลางเอ่ยตอบ
ได้ยินอย่างนั้นคิ้วคู่สวยของเถียนปิงๆก็ย่นย่อเข้าหากันอย่างครุ่นคิด “คุณชายเย่ไม่ได้อาศัยอยู่แถวนี้หรือ?” เถียนปิงๆเอ่ยถามต่อ
เย่หลางซึ่งได้ยินคำถามก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา “ข้าอาศัยอยู่ยังบริเวณเชิงเขาหนิวซาน เลยจำเป็ที่จำต้องเข้าเมืองกุ้ยชิวมาหาซื้อข้าวของเพื่อกลับไปกักตุนไว้อยู่เป็ประจำ”
ฟังคำบอกเล่าจากเย่หลางเสร็จ เถียงปิงๆก็ยิ่งเกิดความรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับตัวของเย่หลางมากขึ้นกว่าเดิม “คุณชายเย่อาศัยอยู่กับครอบครัวที่เชิงเขาหนิวซานหรือ?”
“ข้าอาศัยอยู่เพียงผู้เดียว ท่านผู้เฒ่าที่ชุบเลี้ยงข้ามาจากไปนานแล้ว” เย่หลางเอ่ยบอก
“เขาใช้คำว่าชุบเลี้ยง…” เถียนปิงๆนึกคิด ถึงแม้ว่าจะยังเกิดความรู้สึกสงสัยอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเย่หลางให้มากกว่านี้ หากแต่เถียนปิงๆก็รู้ดีว่าคงจะเป็การเสียมารยาทแล้วถ้าตนเองซักถามไปมากกว่านี้ ปากก็เอ่ยขึ้น “ปิงๆขออภัย”
ได้ยินคำขออภัยจากเถียนปิงๆ เย่หลางก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ “คุณหนูอย่าได้ใส่ใจ”
“คุณชายเย่มีบุญคุณช่วยชีวิตปิงๆไว้ ไม่ทราบว่าปิงๆพอจะสามารถช่วยเหลือคุณชายเย่เื่ใดได้บ้าง?” เถียงปิงๆเอ่ยถาม
“เพียงเป็สิ่งที่วิญญูชนพึงกระทำ ขอคุณหนูอย่าได้จดจำใส่ใจ” เย่หลางเอ่ย พอเอ่ยกล่าวจบก็ความรู้สึกกระดากปากอยู่ สิ่งที่วิญญูชนพึงกระทำหรือ? ตอนแรกตนมิใช่คิดปล่อยให้คุณหนูเถียนประสบเคราะห์ตามลำพังหรอกหรือ อย่างนั้นแล้วตนจะกล้าเสนอหน้ารับเอาความดีความชอบในฐานะวิญญูชนได้อย่าง?
“ถ้าทำอย่างนั้น เกรงว่าปิงๆคงรู้สึกไม่สบายใจไปชั่วชีวิต เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ในเมื่อคุณชายเย่เข้าเมืองกุ้ยชิวมาเพื่อซื้อหาข้าวของเครื่องใช้จำเป็กลับไป อย่างนั้นเื่นี้ปิงๆขอขันอาสาเป็ธุระจัดการให้ ที่สำคัญตอนนี้ก็เป็เวลาคล้อยบ่ายแล้ว ระยะทางจากเมืองกุ้ยชิวสู่เชิงเขาหนิวซานก็ไม่ใช่น้อยๆ เกรงว่าคุณชายเย่เดินทางกลับยามค่ำคืนเพียงลำพังคงจะไม่สะดวกนัก อย่างนั้นก็พักอยู่ที่ตระกูลเถียนของปิงๆสักหลายวัน ปิงๆจะได้ถือเอาโอกาสนี้เลี้ยงตอบแทนคุณชายเย่” เถียนปิงๆเอ่ยเสนอ
“เื่นี้..” เย่หลางเอ่ยอย่างรู้สึกลำบากใจ
“คุณชายเย่รังเกียจตระกูลเถียนของปิงๆหรือ?” เถียนปิงๆเอ่ยถามเสียงอ่อย
ถอนหายใจออกมากับตัวเองครั้งหนึ่ง เย่หลางก็เอ่ยขึ้น “แล้วแต่คุณหนูเถียนเถอะ”
ได้ยินคำตอบของเย่หลาง เถียนปิงๆที่นั้งอยู่ภายในรถม้าก็ยิ้มออกมา
ทำหน้าที่เป็สารถีจำเป็ไปได้อีกพักใหญ่ เย่หลางก็บังคับรถม้าที่มีเถียนปิงๆนั่งอยู่ภายในจนเดินทางมาถึงเมืองกุ้ยชิว
แสดงตราประจำตระกูลเถียนซึ่งเถียนปิงๆยื่นส่งมาให้กับยามเฝ้าประตูดูเพียงครั้งเดียว เหล่าทหารยามที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมืองก็ปล่อยให้เย่หลางบังคับรภม้าผ่านเข้าเมืองไปได้อย่างสะดวก “ง่ายดายถึงเพียงนี้?” เย่หลางนึกคิดกับตัวเองอย่างรู้สึกเหนือความคาดหมาย จากนั้นจึงถอนหายใจออกมา “ไม่ว่าจะที่ไหน..สังคมมนุษย์ก็ยังคงถูกแบ่งแยกไปด้วยชนชั้น” เย่หลางนึกคิดกับตัวเอง
นำพารถม้าซึ่งมีเถียนปิงๆนั่งอยู่มาถึงยังหน้าตระกูลเถียน หลังจากที่ทหารเฝ้ายามประจำตระกูลเถียนเหลือบเห็นรถม้าของเถียนปิงๆแล่นมาแต่ไกลก็รีบวิ่งเข้าไปเพื่อรายงานแจ้งต่อคนที่ด้านใน
เป็พ่อบ้านประจำตระกูลเถียนซึ่งได้รู้ข่าวก่อนใครรีบชิงวิ่งออกมารับหน้าคุณหนูใหญ่ของตนเพื่อเอาผลงานความชอบอันดับแรก
ขณะที่เดินก้าวผ่านธรนีของประตู เถียนปิงๆที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็สะดุดทรนีประตูจนเกือบจะล้มลง ยังดีที่เย่หลางซึ่งอยู่ด้านหลังว่องไวปราดเปรียวและสามารถเสือกตัวเข้ามารับเอาร่างของเถียนปิงๆไว้ได้ทัน
“คุณหนูระวัง” เย่หลางเอ่ยกล่าวขณะที่พุ่งตัวออกมาคว้ารับเอาร่างของเถียนปิงๆไว้
ยังไม่ทันที่เถียนปิงๆจะได้แสดงปฎิกริยาอะไร พ่อบ้านใหญ่ตระกูลเถียนที่อยู่ในอาการแตกตื่นใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เรียกสติของตัวเองกลับมา จากนั้นจึงปั้นสีหน้าดุร้ายเคร่งเครียดเอ่ยตวาดใส่เย่หลาง “บัดซบ ตัวอุบาทว์เช่นเ้ากลับกล้าแตะต้องคุณหนูใหญ่ เ้าไม่กลัวแขนสกปรกจะถูกตัดขาดหรือ”
“เถียนห้าว หากว่าเ้ากล้าเสียมารยาทกับคุณชายเย่อีก ข้าจะสั่งให้โบยเ้าสามสิบไม้” เถียนปิงๆเอ่ยขึ้นเสียงตวาดด้วยความโกรธ ครั้นพอสงบเยือกเย็นลงค่อยได้ยินว่าตนได้แสดงกริยาไม่สมควรออกมาต่อหน้าของเย่หลางแล้ว “คุณชายเย่ ขอบคุณที่ช่วยเหลือ” เถียงปิงๆเอ่ยเสียงเบาลงขณะที่ผละออกจากเย่หลาง
เถียนห้าวพ่อบ้านใหญ่ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ยืนอึ้งไป ในใจก็นึกคิด “เ้าผู้นี้ใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ดูไปก็หาได้คล้ายเหมือนกับผู้คนที่มีฐานะอันใด เหตุใดคุณหนูใหญ่จึงให้ความสำคับกับมันถึงเพียงนี้?”
“เถียงฟง เ้านำพาคุณชายเย่ไปเข้าพักที่ตึกใหญ่ยังด้านหลัง ดูแลคุณชายเย่ให้ดี อย่าให้มีขาดตกบกพร่อง หาไม่แล้วข้าจะคาดโทษเ้า” เถียนปิงๆเอ่ยบอก
เถียนฟงพ่อบ้านรองซึ่งพึ่งจะเห็นเถียนห้าวถูกคุณหนูใหญ่ตวาดด่าอย่างไม่ไว้หน้ามีหรือจะกล้าเสียมารยาทต่อเย่หลางอีก ได้ฟังดังนั้นเถียนฟงก็ไม่คิดให้มากความและรีบผงกศีรษะรับคำจากเถียนปิงๆ จากนั้นจึงหันมาทางเย่หลาง “เชิญคุณชายเย่ตามบ่าวมา”
คล้อยหลังเมื่อเห็นว่าเย่หลางติดตามเถียนฟงไปแล้ว เถียนปิงๆก็หันกลับมามองยังเถียนห้าวอย่างคาดโทษ ปากก็เอ่ยขึ้น “จากนี้เ้าไม่ใช่พ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลเถียนอีก”
ได้ยิงอย่างนั้นเถียนห้าวก็ร่างอ่อนยวบทรุดลง มีหรือที่มันจะคาดคิดว่าเพียงตวาดด่าใส่คุณชายเย่นั่นเพียงครั้งเดียว มันจะถูกปลดออกจากตำแหน่งพ่อบ้านใหญ่ในลักษณะนี้
“คุณหนูโปรดอภัยละเว้น คุณหนูโปรดอภัยละเว้น บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวผิดไปแล้ว” เถียงห้าวที่พึ่งจะรู้สึกตัวรีบคำนับโขกศีรษะร้องขอต่อเถียนปิงๆ
“ปิงเอ๋อ เ้ากลับมาแล้ว?” เถียงเมิ่งผู้เป็พ่อของเถียนปิงๆรีบถลันตัวออกมาเอ่ยถามอย่างรู้สึกยินดี “ปิงเอ๋อเป็เ้าจริงๆ โอ้์ยังไม่ทอดทิ้งพวกเรา…พ่อพึ่งจะได้ข่าวว่าขบวนของเ้าถูกโจรป่าแอบซุ่มโจมตีเมื่อสักครู่นี่เอง มิคาดว่ากำลังจะจัดกำลังออกไปค้นหาช่วยเหลือ แต่เ้านั้นกลับมาแล้ว” เอ่ยกล่าวพร้อมกับที่เข้ามาสวมกอดร่างของเถียนปิงๆไว้จากนั้นเถียงเมิ่งจึงสังเกตเห็นเถียนห้าวที่กำลังตัวสั่นอยู่ในท่าคุกเข่าก้มกราบอยู่
“ปิงเอ๋อเหตุใด..” เถียนเมิ่งเอ่ยถาม
“มันล่วงเกินคุณชายเย่” เถียนปิงๆเอ่ย
“คุณชายเย่?” เถียนเมิ่งได้แต่เอ่ยถามอย่างฉงนสงสัยว่าคุณชายเย่ซึ่งผู้เป็ลูกสาวเอ่ยถึงนั้นคือผู้ใด
“ระหว่างทางขบวนของข้าถูกกลุ่มโจรร้ายโจมตีเข้าจริงๆ หากไม่ได้คุณชายเย่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไว้ เกรงว่ากว่าที่ท่านพ่อจะส่งขบวนผู้คนออกไปช่วยเหลือกลับมา ข้าคงต้องประสบเคราะห์กรรมแล้ว” เถียนปิงๆเอ่ยบอก
“โอ้..เป็เช่นนี้ เป็เช่นนี้” เถียนเมิ่งเอ่ยพร้อมกับที่ผงกศีรษะอย่างทำความเข้าใจจากนั้นจึงหันมากลับมาตวาดใส่เถียนห้าว “เ้ากลับกล้าล่วงเกินผู้มีพระคุณของตระกูลเถียนเรา ใส่หัวไป จากนี้อย่าให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก”
“นายท่าน บ่าวจะทราบได้อย่างไรว่าคุณชายเย่เป็ผู้มีพระคุณของตระกูลเถียนเรา บ่าวผิดไปแล้ว ขอนายท่านโปรดเมตตา” เถียนห้าวโขกศีรษะกับพื้นเพื่อขอร้อง หากแต่เถียนเมิ่งกลับไม่ใส่ใจ
“เอาตัวของมันผู้ไม่รู้จักดีชั่วนี้ออกไป อย่าได้ให้ข้าเห็นหน้าอีก” เถียนเมิ่งเอ่ยบอกกับทหารยืนยาม
ได้ยินอย่างนั้นเหล่าทหารยืนยามก็เสือกตัวเข้ามาหิ้วปลีกอดีตพ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลเถียนออกไป ในใจก็ต่างกันครุ่นคิดอย่างหวาดหวั่นว่าตนจะไม่ล่วงเกินคุณชายเย่ผู้นั้นอย่างเด็ดขาด
ภายในห้องโถงใหญ่ในตึกของตระกูลเถียน “ปิงเอ๋อ..เ้าแน่ใจหรือว่าคุณชายเย่นั่น” เถียนเมิ่งเอ่ยถามผู้เป็ลูกสาวอย่างระแวดระวัง
“ท่านพ่อ ข้าเห็นมาเองกับตา แบบนี้แล้วท่านยังจะไม่เชื่อข้าอีกหรือ?” เถียงปิงๆเอ่ยกล่าวอย่างรู้สึกรำคาญอยู่บ้าน
“ปิงเอ๋ออย่าได้มีโทสะ เพียงแต่มีบ่าวไพร่ภายในบ้านของเราจดจำคุณชายเย่นั่นได้ เห็นว่าคุณชายเย่ผู้นี้หาได้เป็จอมยุทธผู้กล้าอันใด หากแต่เป็เพียงคนตัดฟืนเก็บสมุนไพรขาย อย่างนั้นเกรงว่าพวกมันคงจดจำคนผิดแล้ว” เถียงเมิ่งเอ่ยบอก
“เกรงว่าพวกมันคงจดจำไม่ผิด” เถียนปิงๆเอ่ย
“? เ้าว่าอย่างไร?” เถียนเมิ่งเอ่ยถามซ้ำ
“คุณชายเย่ก็บอกต่อข้าเช่นนั้นว่าเขาพักอยู่ที่เชิงเขาหนิวซาน และมักจะนำไม้ฟืนและสมุนไพรที่เก็บได้เข้ามาขายภายในเมืองกุ้ยชิวเราอยู่บ่อยครั้ง” เถียงปิงๆเอ่ยบอก
“แล้วอย่างนั้น..” เถียนเมิ่งทำท่าเหมือนกับว่าอยากจะเอ่ยกล่าวอะไรต่อหากแต่ก็ถูกเถียนปิงๆเอ่ยขัดไว้
“ท่านพ่อคิดว่าเสือหมอบซุ่มัซ่อนเร้นจำเป็ที่จะต้องป่าวประกาศต่อผู้อื่นหรือ?" เหลือยมองเถียนเมิ่งอยู่ครั้งหนึ่ง เถียนปิงๆก็เอ่ยขึ้นต่อ "ผู้คนจะมองคุณชายเย่อย่างไรข้าไม่สนใจ หากแต่ในสายตาของข้าคุณชายเย่คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตไว้ เพียงแค่เหตุผลนี้ ก็เพียงพอแล้ว” เถียนปิงๆเอ่ยกล่าว
“เ้าแน่ใจกระมังว่าคุณชายเย่นั่น..เป็ผู้จัดการกับพวกโจรด้วยลำพังคนเดียว” เถียงเมิ่งเอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
เถียนปิงๆได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะอย่างรู้สึกเอือมระอา “ท่านพ่อ ก็เพราะว่าท่านกล้าๆกลัวๆอยู่เช่นนี้จึงไม่สามารถที่จะสำเร็จกิจการใหญ่ได้ ขืนท่านยังไม่กล้าตัดสินใจกับเื่เล็กน้อยเช่นนี้สืบไป เกรงว่าแม้ขาเก้าอี้ของท่านในตระกูลเถียนไม่ช้าก็เร็วคงถูกผู้อื่นแอบเลื่อยแล้ว”
“เอาะเถอะ เอาเถอะ หากว่าเ้ายืนยันเช่นนั้นก็เอาตามที่เ้าว่าก็แล้วกัน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เ้า ล้วนแล้วแต่เ้า จะอย่างไรเ้าก็เฉลียวฉลาดไม่ต่างจากนาง” เถียนเมิ่งยิ้มประจบเอ่ย
“ก็ท่านเป็เสียอย่างนี้ ท่านแม่ถึงได้..” เอ่ยจบเถียงปิงๆก็สะบัดหน้าหนี