บทที่ 4 ตัวตน X
“ข้ามาแลกเปลี่ยนตามคำสัญญาแล้ว” ั์ตาสีแดงฉานกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันน่าหวาดหวั่น
“นับแต่นี้เป็ต้นไปชีวิตของเ้าเป็ของข้า”
“ไม่นะ!!!”
.
.
.
“...”
“แฮ่ก แฮ่ก”
อาการเหนื่อยหอบเกิดขึ้นหลังจากที่จูอึนตื่นขึ้นมา เสียงอันน่ากลัวรอยยิ้มที่แสยะอยู่บนใบหน้ามันเป็เพียงแค่ความฝันอย่างนั้นเหรอ
มือเล็กๆรีบควานหาโทรศัพท์แล้วหยิบมันขึ้นมาตอนนี้เวลาตีสี่ครึ่ง นี่เธอหลับไปั้แ่ตอนไหนกัน
ดวงตาเริ่มปรับสภาพจนมองเห็นชัดในที่มืด ที่นี่คือห้องของเธอไม่ผิดแน่ ว่าแต่เธอมานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไงเพราะสิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้มันคือเสียงอันน่าขนลุกนั่น
‘มันคืออะไรกันแน่?’
ทุกอย่างมันยังคอยตามหลอกหลอน ตอนนี้ในสมองของจูอึนไม่สามารถแยกแยะระหว่างความฝันกับความเป็จริงได้อีกต่อไปแล้ว
แต่เธอหารู้ไม่เลยว่าในขณะที่ใช้ความคิดอยู่ตรงทางด้านขวากำลังมีหนึ่งสายตาจ้องหาเธออยู่
“นี่เ้าจะใช้เวลาเล่นทายปัญหากับสมองของเ้าไปอีกนานเสียเท่าไหร่กัน?”
“กรี๊ด!!!”
จูอึนใจนร้องลั่นสมองมันสั่งให้ใช้จอโทรศัพท์สาดแสงไปยังมุมมืดที่อยู่ตรงนั้น แต่ผลมันกลับกันเมื่อใบหน้าถูกกระทบเข้ากับแสงนั่นมันยิ่งถูกทำให้น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“กรี๊ด!!!!!”
เธอร้องเสียงดังหนักเสียยิ่งกว่าเก่า จนตอนนี้คนที่อยู่ห้องข้างๆเริ่มทนไม่ไหวเขารีบใช้มือทุบกำแพงจนดังสนั่นไปทั่ว
“เงียบๆหน่อยสิวะ คนจะนอน!!!”
แต่เห็นมันจ้องหน้าอยู่แบบนั้นใครกันล่ะจะทนไหว จูอึนไม่รู้จะทำยังไงเลยใช้มือปิดปากตัวเองเอาไว้จนแน่น
“กรี๊ด!!!”
เธอยังคงกรีดร้องอยู่แต่อย่างน้อยเสียงมันก็เบาลงไปกว่าครึ่ง
ส่วนอีกฝั่งเมื่อเห็นแบบนั้นก็ได้แต่หัวเราะชอบใจเขารีบเปิดไฟแล้วพูดสวนออกไปในทันที
“ฮ่าๆๆตลกชะมัด เ้าแสดงละครลิงได้ห่วยเป็บ้า”
เมื่อทุกอย่างในห้องสว่างมันก็ทำให้จูอึนใจเย็นได้มากขึ้น เสียงของเธอค่อยๆเบาลงก่อนจะมองไปยังสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ผิวซีดสีขาว ใบหน้าอันแหลมคม ผมที่สั้น ั์ตาที่เคยเป็สีแดงกลับกลายเป็สีดำหม่นเหมือนคนทั่วไป และชุดที่มันสวมใส่ก็เป็สีดำทั้งตัว ถ้าไม่ติดว่าเธอเคยเห็นเหตุการณ์ประหลาดมาก่อน ไอ้หมอนี่มันคือหนุ่มหล่อมาดเข้มชัดๆ
“เ้าจะเลิกตรวจสอบข้าได้แล้วหรือยัง” แต่เหมือนมันจะรู้ทันในสิ่งที่เธอคิด
จูอึนรีบใช้ทั้งสองแขนขาถอยตัวให้ออกห่างจากสิ่งมีชีวิตนั่น อย่างน้อยก็ขอให้อยู่ไกลจากมันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะตรงที่มันยืนอยู่คือฝั่งของประตูทางออก ส่วนฝั่งของเธอมีเพียงทางเดียวที่จะสามารถใช้หนีออกไปข้างนอกคือตรงระเบียงชั้นสาม
‘เลือกทางไหนก็มีแต่ตายสู้หามุมหลบน่าจะง่ายกว่า’ ในใจเธอคิดแบบนั้น
“นะ นะ นายเป็ใคร” เสียงที่พูดออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆตอนนี้จูอึนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง จะหนีก็ไม่ได้ จะให้ถูกฆ่าตายก็ไม่อยาก ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องเจรจากันเสียที
“แล้วเ้าคิดว่าข้าเป็ใครกัน?” มันถามกลับด้วยรอยยิ้มอันน่าฉงน ส่วนอีกฝั่งได้แต่ทำหน้างงเพราะเธอไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปแบบไหน
‘จะเป็ปีศาจก็ไม่น่าจะใช่หรือว่าอสูรกายก็ไม่เชิง ส่วนพระเ้าตัดไปได้เลยไม่ต้องพูดถึง’
จูอึนยังคงจำได้ บทสนทนาที่เคยเกิดขึ้นระหว่างชายคนนั้นกับจองอู ตอนแรกเหมือนจะถูกเรียกว่าเป็ปีศาจชั้นต่ำแต่ต่อมาก็ถูกเปลี่ยนให้เป็อย่างอื่น ถ้าไม่ใช่เพราะถูกตัดบทไปเสียก่อนเธอจะต้องได้รู้แน่ๆว่าผู้ชายคนนี้เป็ใครมาจากไหน
“เอ้า! รีบคิดสิคิด!!” อีกฝ่ายเริ่มกดดันมันยิ้มหวานราวกับกำลังเล่นสนุก ร่างใหญ่ค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าหาทำให้หญิงสาวที่กำลังถูกมันมองมาเริ่มหวาดกลัวจนตัวสั่น
จูอึนไม่รู้จะตอบไปยังไงเธอคือหญิงสาวผู้ที่ไม่เคยเชื่อในพระเ้า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาทุกอย่างมันสั่งสมให้เธอเป็คนคิดแบบนั้น แต่ถ้าไม่รีบตอบกลับก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดต่อไปหรือเปล่า ภาพของจองอูที่ถูกวงแหวนประหลาดดูดกลืนลงไปยังคงตามหลอกหลอนเข้ามาในหัวไม่รู้จบสิ้น
เขายังคงเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จูอึนได้แต่นั่งก้มหน้าไม่รู้จะทำยังไงและสิ่งสุดท้ายที่เธอคิดได้ดีที่สุดเท่าที่จะคิดได้ในตอนนี้มีแค่คำตอบเดียวเพียงเท่านั้น
“นายคือ ตัวตน X!!!”
“หะ?” คำตอบของเธอทำให้อีกฝ่ายถึงกับต้องหยุดชะงัก
“จะเป็ปีศาจก็ไม่ใช่ สัตว์ประหลาดหรืออสูรกายก็ไม่ใช่ ผีก็ไม่ใช่ พระเ้าก็ไม่ใช่ ฉันคิดได้แค่นี้แหละคำตอบสุดท้ายของฉันนายคือตัวตน X!!!”
“...”
ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงัดสิ่งมีชีวิตปริศนาช็อคถึงขีดสุด มันมองไปยังร่างเล็กที่กำลังขดตัวก้มหน้าหลบอยู่นั่นก่อนจะหัวเราะดังไปทั่วทั้งห้อง
“หึ ฮ่าๆๆ”
“ตัวตน X งั้นเหรอน่าสนใจดี! นี่เ้าเอาตัวเราผู้นี้ไปเปรียบเทียบว่าเป็สิ่งที่ระบุตัวตนไม่ได้สินะน่าตลกชะมัด” ดูเหมือนว่ามันจะชอบใจในคำตอบแต่ไม่ใช่สำหรับจูอึน
สายตาของเธอเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่
ในขณะที่ตัวตน X นั้นกำลังหัวเราะ ‘ถ้าเธอหาจังหวะดีดีแล้วต่อยตอนที่มันเผลอไปได้สักหมัดแล้วล่ะก็’ มันคงอาจจะมีเวลามากพอให้หนีรอดออกไปได้ เธอคิดอย่างนั้น
‘จังหวะนี้แหละ’ เมื่อได้โอกาสเธอก็รีบใช้มันในทันควัน จูอึนรีบปล่อยหมัดขวาตรงใส่เข้าที่ปลายคางของ X ในทันที
‘หมับ’
แต่กลับถูกรู้ทัน X ใช้มือซ้ายอันใหญ่นั่นจับแขนของเธอเอาไว้
เขายิ้มแล้วใช้กำลังกระชากตัวเธอให้ลุกขึ้นมาก่อนจะผลักร่างเล็กนั่นให้ร่วงลงไปบนเตียง
“ข้าเหมือนคนโง่ในสายตาเ้าเหรอ ยัยโง่?”
X ขึ้นคร่อมพร้อมขู่เธอด้วยั์ตาที่กำลังส่องแสง มือของเขายังคงจับแขนเธอเอาไว้อยู่ ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่มีทางจะต่อสู้เริ่มมีน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
ถ้าไม่นับคุณเชอร์รี่นี่เป็ครั้งแรกที่เธอพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ั้แ่เกิดมาไม่มีครั้งไหนที่เธอใช้กำลังแก้ปัญหาแล้วจะไม่ชนะ พลังและศักดิ์ศรีที่เธอใช้มันมาตลอดหลายปีกำลังถูกตัวตนปริศนาที่เธอไม่รู้จักบดขยี้เสียจนย่อยยับ
ตอนนี้สิ่งที่เธอยังคงหลงเหลืออยู่คือร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงนั่น
แขนที่ถูกยกขึ้นจนเหนือศีรษะกับร่างกายที่กำลังถูกมันกดทับเอาไว้ มนุษย์อย่างเธอจะเอาอะไรไปสู้กับตัวตนที่มีพลังเหนือกว่าอย่างไอ้เ้าหมอนั่น
X ฉีกยิ้มเมื่อได้เห็นใบหน้าอันไร้เรี่ยวแรงที่ถูกแฝงไปด้วยความสิ้นหวัง ั์ตาสีแดงฉานที่กำลังหยีอยู่ของมันจ้องเธอราวกับอยากจะกลืนกินเสียให้สิ้น มันแลบลิ้นเลียริมฝีปากก่อนจะดึงตัวเข้าหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ สองตาจ้องกันอยู่นานแต่จูอึนรับแรงกดดันที่อยู่ตรงหน้าต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
สาวน้อยรีบหลับตาแล้วพยายามหันหน้าหนี ส่วนอีกฝ่ายเมื่อได้เห็นท่าทีก็ค่อยๆปล่อยมือแล้วยอมถอยตัวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ยังฉีกกว้างอยู่นั่น
‘เวลาที่ข้าจะได้ดื่มด่ำไปกับความสิ้นหวังของเ้ายังมีอีกเยอะจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะ’ เขามองจูอึนด้วยหางตาพลางคิดไปแบบนั้น
“เอาล่ะ หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว” เมื่อ X พูดจบก็กระดิกนิ้วเรียกเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าให้เคลื่อนที่เข้ามาจากนั้นเขาก็นั่งไขว่ขาแล้วเริ่มพูดประโยคใหม่ในทันที
“เ้าสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนสัญญากับเ้า” X กล่าวด้วยถ้อยคำอันแสนดูถูกก่อนจะแสยะยิ้มขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ฟังก็รีบลุกขึ้นนั่งแล้วพูดสวนกลับออกไป
“นี่มันบ้าอะไรกัน ตอนแรกก็ด่าฉันว่าโง่พอต่อมาก็บอกว่าเป็สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ฉันเองก็มีชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้นะชื่อของฉันคือ ซอ จูอึ-”
“ซอ จูอึน ชื่ออันแสนไพเราะที่มีความหมายว่าเป็ ‘ผู้ที่ได้รับความเมตตาจากพระเ้า’ แต่ช่างน่าเวทนาที่ว่าความเชื่อของเ้านั้นมันดันสวนทางกับชื่ออันเป็มงคลนั่นเสียจริง” เมื่อจูอึนได้ฟังอีกฝ่ายสวนมาก็ถึงกับหน้าชาไปชั่วขณะ แต่ X ก็ยังคงพูดต่อไป
“แต่ชีวิตช่างน่าเศร้าเพราะต้องถูกพ่อทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง แถมเงินที่ถูกส่งมาให้นั้นก็ไม่พอใช้เลยต้องทำงานพิเศษ บลาๆๆๆ เ้าคิดว่าข้าสนใจมากนักหรือไงกัน!!!” X เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะตะคอกใส่อีกฝ่ายจนหน้าสั่น
“นี่เ้าอยากจะตายอีกสักกี่ครั้ง? จำไม่ได้หรือยังไงกันว่าต้องเกือบตายเพราะไปป่าวประกาศชื่อของตนเองให้ไอ้เ้าลูกหมาครึ่งอสูรนั่นฟังน่ะ! หา!!!”
เมื่อได้ยิน X พูดแบบนั้นจูอึนก็รีบนึกย้อนหลังไปในทันที
ใช่แล้ว เธอถูกจองอูวางยาแถมยังถูกเขาถามชื่อถึงสามครั้ง แต่ไม่รู้ว่าเป็เคราะห์ดีหรือบาปกรรมทำให้เธอต้องมานั่งสบตาจ้องหน้าอยู่กับไอ้หมอนี่
“แล้วใครมันจะไปรู้กันว่าถ้าบอกชื่อของตัวเองออกไปแล้วจะถูกฆ่าตาย? แบบนี้คนไม่ตายกันไปหมดทั้งโลกแล้วเหรอ?” เธอะโถามกลับด้วยความสงสัย
‘การที่เราจะแนะนำตัวเองเพื่อทำความรู้จักกับใครมันผิดด้วยรึไงกัน?’
“เหตุมันเป็เพราะเ้าคือผู้ถูกผูกด้วยพันธสัญญาแห่งข้า มันจึงทำให้ชื่อของเ้านั้นมีพลังและความหมาย นี่เ้าไม่เคยศึกษาตำราเื่ราวของเทพหรือพวกปีศาจตามนิยายบ้างหรือยังไงพวกมันต่างก็มีชื่อที่หลากหลายกันทั้งนั้น นั่นก็เพื่อป้องกันไม่ให้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงยังไงล่ะ ยัยโง่!!!”
X อธิบายแล้วะโด่าเธออีกครั้ง
พอจูอึนได้ฟังตัวเธอก็เริ่มพอที่จะเข้าใจบ้างอยู่นิดหน่อย แต่พอถูกด่าว่าเป็ยัยโง่อยู่บ่อยๆมันก็ชักเริ่มหงุดหงิดจนทนไม่ไหว เธอจ้องเขม็งใส่ X อยู่พักใหญ่แต่เพราะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้เลยต้องยอมปล่อยผ่านมันไปก่อน
“แล้วฉันไปทำสัญญากับนายั้แ่เมื่อไหร่กัน?” ในหัวยังมีอีกเป็ร้อยคำถามแต่นี่คือหัวข้อหลักที่จูอึนสงสัย มันไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำใดว่าตัวเธอเคยขอร้องอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากเขา
“เ้าจะสนใจไปทำไมในเมื่อผลสุดท้ายตัวเ้าก็เรียกหาข้า”
X ตอบไปแบบส่งๆ ดูเหมือนเขาไม่อยากจะพูดถึงมันเสียเท่าไหร่
แต่มันก็เป็ความจริง ถ้าเกิดว่าเขาไม่ปรากฏตัวออกมาป่านนี้ตัวเธอคงได้นอนตายกลายเป็ผักไปแล้ว
“และในเมื่อเ้าเป็คนบอกเองว่า ‘ไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือิญญา’ เ้าก็พร้อมจะแลกข้าหวังว่าเ้าจะไม่กลับคำหรอกนะ” เมื่อสิ้นเสียง X ก็เริ่มแสยะยิ้ม ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เขามีโอกาสที่จะได้เล่นกับความรู้สึกของใครสักคนเขาจะฉีกยิ้มแบบนี้ออกมาเสียทุกครั้ง
เมื่อสาวน้อยได้ฟังสีหน้าก็เริ่มถอดสีตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเธออีกต่อไปแล้ว
“แล้วสิ่งที่นาย้ามันคืออะไรกัน ระ…หรือว่านะ…นายอยากจะกินฉันอย่างงั้นเหรอ” จูอึนถามย้ำ น้ำเสียงที่สั่นมันถูกฝังไปด้วยความหวาดกลัว
“สิ่งที่ข้า้าอย่างงั้นเหรอ ฮึๆ” X ลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆหัวเราะออกมาผ่านทางลำคอ
“จะ...จะทำอะไร นี่นายจะกินฉันจริงๆเหรอ?”
เมื่อสาวน้อยเห็นใบหน้ายื่นเข้ามาใกล้หัวใจก็เริ่มสั่นเต้นไม่เป็จังหวะ ในตอนนี้นั้น X ้าจะทำอะไรตัวเธอไม่อาจคาดเดาความคิดของเขาได้เลยสักครั้ง
‘ริมฝีปากที่เขากำลังเลียอยู่นั่นหรือว่าตัวฉันกำลังจะกลายเป็อาหารของเขาจริงๆ’
“สิ่งที่ข้าอยากจะให้เ้าทำเป็อย่างแรกในตอนนี้นั้น…”
จูอึนรีบหลับตาปี๋ตอนนี้เธอไม่อยากรู้เห็นอะไรอีกต่อไป แต่ X ยังคงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบไปเบาๆที่ข้างหูของเธอ
“จง ‘ร้องเพลง’ ให้ข้าฟัง”
“หะ หา???”
เมื่อได้รับฟังคำสั่งตัวของจูอึนนั้นก็ทำหน้าเหวอถึงขีดสุด สิ่งที่เขา้าจริงๆคืออะไรไม่ใช่ดวงิญญาหรือชีวิตของฉันอย่างนั้นเหรอ ในหัวของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคำถาม
“ข้ารู้ว่าเ้าสงสัย แต่สิ่งที่เ้าทำได้มีเพียงแค่ตอบว่าจะทำหรือไม่ก็เท่านั้น”
“แล้วถ้าฉันตอบว่าไม่ท-”
“ข้าก็จะฉีกกระชากิญญาเ้าแล้วนำไปเผาไฟให้เหมือนกั-”
“ขอโทษที่ล่วงเกินค่ะ ดิฉันจะตั้งใจร้องเพลงออกมาอย่างสุดความสามารถเลยค่ะ ได้โปรดปล่อยให้ดิฉันมีชีวิตรอดต่อไปด้วยเถอะนะคะ”
บทสนทนาที่จบรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ไม่มีทางที่จูอึนจะสามารถต่อต้าน X ได้เลยแม้แต่น้อย
แม้ตัวเธอจะยังคงสงสัยอยู่ว่าทำไมเขาถึงอยากให้เธอร้องเพลงกัน แต่ว่ามันก็ยังดีกว่าถูกเผาด้วยไฟไปทั้งร่างแบบจองอูไม่ใช่เหรอ?
จูอึนพยายามทำใจให้สงบลง เธอกำลังคิดอยู่นานว่าจะต้องร้องเพลงแบบไหนถึงจะทำให้เ้าสิ่งมีชีวิตปริศนาที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอพอใจได้กัน เพราะสิ่งที่เธอเคยร้องมาตลอดนั้นก็ไม่เคยทำให้ใครถูกใจได้เลยสักครั้งเดียว
แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังคิด ตัวเขาเริ่มเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้มือจับไหล่ของเธอเอาไว้
“เ้าอย่าได้กังวลไป ไม่ว่าเ้าจะร้องเพลงแบบไหนตัวข้าก็จะคอยรับฟังมันอยู่เสมอ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นตัวของจูอึนก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คำพูดจากตัวตนที่แปลกหน้าทำไมมันถึงทำให้เธอคลายความประหม่านี้ลงได้กัน ซึ่งมันต่างจากตอนที่เธออยู่ด้วยกันกับจองอูในตอนนั้น แม้ตอนแรกมันอาจจะทำให้รู้สึกดีอยู่บ้างแต่ข้างในคำพูดของมันมีเพียงแต่ความว่างเปล่า
X เริ่มขยับตัวเข้าหาใกล้กว่าเดิม เขาตั้งใจที่จะฟังในสิ่งที่จูอึนกำลังจะร้องออกมาอยู่จริงๆ
เมื่อเธอเห็นท่าทีของเขาแบบนั้น เธอจึงค่อยๆหลับตาแล้วขับร้องเพลงออกมาในทันที
~to see you shine it’s your golden hour~
จูอึนเริ่มร้องท่อนแรกอย่างสุดความสามารถนี่คือทั้งหมดที่เธอทำ
~you slow down time in your golden hour~
พอผ่าน่ท่อนที่สองตัวเธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ในใจของเธอคาดหวังเอาไว้ว่าจะได้สบตากับเขา
“!!!”
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าทำให้จูอึนถึงกับนั่งงงเป็ไก่ตาแตก นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเคยเห็นในชีวิต เพียงแค่ร้องเพลงผ่านไปได้แค่ไม่กี่ท่อนแต่ทำไม X ถึงกลายเป็แบบนั้นไปได้ล่ะ
ภาพอันสุดแสนประหลาดที่เธอกำลังเห็นอยู่เบื้องหน้า ตัวตนอันแสนน่ากลัวขนลุกชวนสยองในตอนแรกบัดนี้เขากลับ…
‘zzZ’
ขณะนี้เวลา 05.00 น.
.
.
.
‘ในตอนนี้…ตัวของ X นั้นได้หลับไปเสียแล้ว’
“อะ…เอ๋???”
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”
(I CANT SLEEP WITHOUT YOU ช่วยกล่อมฉันสู่ห้วงแห่งความฝันที)